สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (มข. จับมือ สซ. ร่วมพัฒนางานวิจัยโดยใช้แสงซินโครตรอน สร้างสถานีทดลอง 2 สถานีในย่านรังสีเอกซ์ และอินฟราเรด) | วิชาการ.คอม

สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน

ข่าวและความเคลื่อนไหวของสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน)
ผู้เขียน: Siam Photon ชมแล้ว: 69,549 ครั้ง
post ครั้งแรก: Mon 10 October 2011, 11:14 am ปรับปรุงล่าสุด: Mon 24 December 2012, 6:57 pm
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด
สารบัญ
1-20 | 21-26

หน้า : 21 3 สถาบันชั้นนำไทยจับมือทุ่ม 45 ล้าน ผุดสถานีทดลอง“แสงซินโครตรอน”ดันวิจัยไทยสู่เวทีโลก
หน้า : 22 นักวิจัย-นศ.ป.เอก สถาบันชื่อดังญี่ปุ่น เข้าใช้ห้องปฏิบัติการแสงสยามของไทย วิเคราะห์โครงสร้างยางเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมยาง
หน้า : 23 นักวิจัยต่างชาติชาวเยอรมันเข้าใช้ห้องปฏิบัติการแสงสยามครั้งที่ 3
หน้า : 24 นักเรียนบุรีรัมย์ เยี่ยมชมเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนแห่งใหญ่สุดในอาเซียน
หน้า : 25 นักวิจัยไทยสุดเจ๋ง! ผลิต“ชุดแสดงผลอักษรเบรลล์”อ่านข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ จาก “แสงซินโครตรอน” ได้สำเร็จครั้งแรกของโลก
หน้า : 26 (สัมภาษณ์พิเศษ) “ศาสตราจารย์ น.ท.ดร.สราวุฒิ สุจิตจร” กับพันธกิจ นำ... “สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน” ก้าวสู่ AEC

หน้าที่ 15 - มข. จับมือ สซ. ร่วมพัฒนางานวิจัยโดยใช้แสงซินโครตรอน สร้างสถานีทดลอง 2 สถานีในย่านรังสีเอกซ์ และอินฟราเรด

มหาวิทยาลัยขอนแก่น จับมือ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน)  ร่วมกันจัดสร้างระบบลำเลียงแสงและสถานีทดลอง 2 สถานี โดยใช้แสงซินโครตรอนย่านรังสีเอกซ์ และย่านอินฟราเรด  หวังร่วมสร้างผลงานวิจัยคุณภาพสู่สังคมคาดว่าจะแล้วเสร็จเปิดให้บริการได้ในปี 2556      

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2555 รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น และดร.นวลวรรณ สงวนศักดิ์ รักษาการผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “โครงการพัฒนาสถานีวิจัย มข.-สซ.”   ซึ่งเป็นการร่วมกันพัฒนาระบบลำเลียงแสงและสถานีทดลอง 2 สถานี  ประกอบด้วย ระบบลำเลียงแสงและสถานีทดลอง 1.1 (BL1.1) ใช้แสงซินโครตรอนย่านรังสีเอกซ์ และระบบลำเลียงแสงและสถานีทดลอง 4.1b (BL4.1b) ใช้แสงซินโครตรอนย่านอินฟราเรด ซึ่งจะทำการจัดสร้างและติดตั้งภายในห้องปฏิบัติการแสงสยาม จังหวัดนครราชสีมา นับเป็นความร่วมมือระหว่างสองสถาบัน โดยมหาวิทยาลัยขอนแก่นสนับสนุนด้านงบประมาณครึ่งหนึ่งจำนวน 33 ล้านบาท ในการจัดซื้ออุปกรณ์หลักในการจัดสร้างสถานีทดลองทั้งสองระบบนี้ และสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนสนับสนุนงบประมาณอีกครึ่งหนึ่งในการจัดหาอุปกรณ์เสริมระหว่างการติดตั้ง รวมถึงกำลังคนที่มีความเชี่ยวชาญในการออกแบบ และพัฒนาระบบลำเลียงแสง รวมถึงถ่ายทอดองค์ความรู้เทคนิคการวิเคราะห์แก่คณะนักวิจัยของมหาวิทยาลัยขอนแก่น  ส่วนในการบริหารจัดการการใช้ประโยชน์ของแสงซินโครตรอน จะแบ่งกันคนละครึ่งของจำนวนเวลาที่จะเปิดให้บริการ คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ปลายปี 2556

          รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยว่า “จากการประสานงานอย่างต่อเนื่องระหว่างศูนย์วิจัยและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างยั่งยืน  และศูนย์วิจัยนาโนเทคโนโลยีบูรณาการของมหาวิทยาลัยขอนแก่น กับทีมนักวิจัยของสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน  รวมถึงมหาวิทยาลัยได้ส่งเสริมสนับสนุนให้อาจารย์ นักศึกษา และนักวิจัย ได้สร้างผลงานวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ใหม่สู่สังคมมาอย่างต่อเนื่อง จึงได้มีความเห็นร่วมกันว่า เพื่อเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการมากยิ่งขึ้น การเปิดโอกาสให้นักวิจัยของมหาวิทยาลัยได้เข้าถึงเทคนิควิเคราะห์ขั้นสูงโดยใช้แสงซินโครตรอนอย่างเต็มที่จะเป็นการสร้างมาตรฐานผลงานวิจัยให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติต่อไป มหาวิทยาลัยจึงร่วมกับสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ในการจัดสร้างระบบลำเลียงแสงและสถานีทดลองจำนวน 2 สถานี ในย่านรังสีเอกซ์ และย่านอินฟราเรด เพื่อรองรับงานวิจัยที่มีอย่างหลากหลาย  และผลงานที่นักวิชาการของมหาวิทยาลัยมีความชำนาญ เช่น งานทางด้านวัสดุศาสตร์ งานด้านสิ่งแวดล้อม และการแพทย์ โดยความร่วมมือในการจัดสร้างอุปกรณ์วิจัยขั้นสูงและด้านวิชาการครั้งนี้ มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้สนับสนุนอุปกรณ์และเครื่องมือวิจัยขั้นสูง เพื่อจัดสร้างระบบลำเลียงแสงและสถานีวิจัย 2 ระบบ เป็นจำนวนเงินงบประมาณ  33 ล้านบาท ในการจัดซื้ออุปกรณ์ในการจัดสร้าง และจะได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานโครงการฯ เพื่อประสานร่วมกับสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ในส่วนสิทธิและทรัพย์สินทางปัญญาที่เกิดขึ้นจะผลงานร่วมกันระหว่างทั้งสองสถาบันฯ”

          ดร.นวลวรรณ สงวนศักดิ์ รักษาการผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน เปิดเผยว่า “โครงการพัฒนาสถานีวิจัย มข. และ สซ.” ถือเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญในระดับทวิภาคี  โดยมหาวิทยาลัยขอนแก่นถือเป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐอีกแห่งหนึ่งที่มีผลงานวิจัยที่โดดเด่นระดับแนวหน้าของไทย  และสถาบันฯ เป็นหน่วยงานวิจัยกลางที่พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีของประเทศโดยให้บริการแสงซินโครตรอนและแสวงหาความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก  การที่สถาบันอุดมศึกษาซึ่งเป็นแหล่งรวมนักวิชาการทุกสาขา ได้ให้ความสำคัญและเล็งเห็นถึงพัฒนางานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์โดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์จากแสงซินโครตรอน ถือเป็นการร่วมสร้างจุดแข็งของการพัฒนากำลังคนและงานวิจัยของไทยสู่สากลยิ่งขึ้น สำหรับสถานีทดลองทั้ง 2 สถานี ของมหาวิทยาลัยขอนแก่นนี้ ประกอบด้วย

สถานีระบบลำเลียงแสงที่ BL1.1  ใช้แสงซินโครตรอนในย่านรังสีเอกซ์ จะให้ความเข้มของแสงเอกซเรย์ประมาณสี่สิบเท่าเมื่อเทียบกับแสงที่ได้จากแม่เหล็กสองขั้ว (bending magnet) ของเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอน  ใช้พลังงานในช่วง 5 -15 keV   สถานีทดลองนี้จะเป็นลักษณะของ multiple techniques นั่นคือเป็นสถานีทดลองที่ถูกออกแบบให้สามารถรองรับการทดลองได้หลายเทคนิค คือมี X-ray diffraction, X-ray absorption spectroscopy สำหรับการศึกษาโครงสร้างของสารตัวอย่างในระดับอะตอม เทคนิค Small angle x-ray scattering, Wide angle x-ray scattering สำหรับการศึกษาสารตัวอย่างในระดับนาโนเมตร และ X-ray fluorescence สำหรับการวิเคราะห์ชนิดและปริมาณของธาตุในสารตัวอย่างที่สนใจ โดยผู้ใช้สามารถที่จะเลือกใช้เทคนิคได้มากกว่าหนึ่งเทคนิคกับสารตัวอย่างเดียวกัน โดยสารตัวอย่างที่สามารถนำมาวัดได้มีหลายชนิด เช่น สารสำหรับงานด้านวัสดุศาสตร์ ตัวเร่งปฏิกิริยา สารชีวภาพ สารเคมีที่ใช้ในงานด้านสิ่งแวดล้อม และสารที่ใช้ในทางการแพทย์    

ระบบลำเลียงแสงที่ BL4. 1b  ใช้แสงซินโครตรอนในย่านอินฟราเรด เทคนิค FTIR  ในย่านพลังงาน 0.025 – 0.5 eV โดยมีคุณสมบัติที่เหมาะสมกับการศึกษาคุณสมบัติการดูดกลืนแสงในย่านอินฟราเรดของสาร โดยใช้กล้องจุลทรรศน์อินฟราเรด เพื่อศึกษาตัวอย่างที่มีขนาดเล็ก เช่น เซลล์พืช เซลล์สัตว์ เส้นผม เส้นใยต่างๆ ที่สามารถประยุกต์ใช้ในงานวิจัยทางด้านการแพทย์

          การสร้างระบบลำเลียงแสงนี้เป็นความร่วมมือกันระหว่างมหาวิทยาลัยขอนแก่น และสถาบัน ฯ โดยจะมีการบริหารจัดการภายใต้คณะทำงานซึ่งเป็นผู้แทนจากทั้งสองฝ่าย ในการพิจารณาบริหารจัดการงบประมาณ การบริหารการเข้าใช้ประโยชน์ของแสงซึ่งจะแบ่งกันคนละครึ่งของจำนวนเวลาที่จะเปิดให้บริการ การเดินเครื่อง การดูแลรักษา ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และมีผลงานเทียบเท่าระดับมาตรฐานสากล

 




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด






สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน
(สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน))

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 32,387 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 50 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

Blog อื่น ๆ ของผู้เขียน




Google  
ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
อีเมล : star@vcharkarn.com
โทรศัพท์ : 02-9620127
Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
Page generated in-0.8602 seconds !