ASEAN ประชาคมในมิติวัฒนธรรม ความขัดแย้ง และความหวัง
มานุษยวิทยาเป็นสาขาวิชาที่มุ่งศึกษาเพื่อทำความเข้าใจผู้คนในแต่ละวัฒนธรรม โดยปราศจากความอคติ การรวมกันเป้นประชาคม ย่อมมีผลต่อ "คน" ในทุกระดับ มานุษยวิทยาจึงอยากท้าทายและทำความเข้าใจกับการเป็นประชาคมอาเซียนซึ่งอยู่ภายใต้วัฒนธรรมที่หลากหลาย แต่มุ่ง
ผู้เขียน: snont ชมแล้ว: 1,863 ครั้ง
post ครั้งแรก: Wed 22 February 2012, 2:48 pm ปรับปรุงล่าสุด: Wed 22 February 2012, 2:59 pm
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด

หน้าที่ 1 - อาเซียน ในแนวคิดมานุษยวิทยา

 


แผนงานสำหรับการก่อตั้งประชาคมสังคม-วัฒนธรรมอาเซียน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนกลยุทธ์การจัดตั้งประชาคมอาเซียน ได้ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี ค..๒๐๐๙ แผนงานดังกล่าวเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญสำหรับบทบาทของสมาคม ประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (หรือ ASEAN) จากองค์กรที่เน้นบทบาทในการต้านลัทธิคอมมิวนิสต์ในทศวรรษที่ ๖๐ และบทบาทด้านการสนับสนุนทางการค้า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และความมั่นคงในภูมิภาคในยุคหลังสงครามเย็น มาสู่การให้ความสำคัญในด้านการสร้างอัตลักษณ์ร่วมของภูมิภาค การขยายโอกาสทางการศึกษาและการจ้างงาน สวัสดิการทางสังคมและความมั่นคงทางอาหาร การตระหนักในความสำคัญของสิทธิ การคุ้มครองทรัพยากร ความยุติธรรมทางสังคม การเคารพในลักษณะ เฉพาะอันโดดเด่นทางประวัติศาสตร์ และมรดกทางวัฒนธรรมในภูมิภาค


อย่างไรก็ดี วิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียนซึ่งสะท้อนถึงความหวังในอนาคตของภูมิภาค ก็ถูกท้าทายโดยความ เป็นจริงที่ซับซ้อนในหลายกรณี รากเหง้าทางประวัติศาสตร์ยังคงส่งอิทธิพลต่อความตึงเครียดในความสัมพันธ์ระหว่างชาติต่างๆ ในภูมิภาค ในขณะที่กลุ่มชาติพันธุ์ แรงงานอพยพ และกลุ่มคนซึ่งไม่มีสิทธิมีเสียง ยังคงต้องเผชิญกับอุปสรรคนานับประการ ในการเข้าถึงโอกาสอันเท่าเทียมกับคนอื่น ๆ


ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) จึงจัดการประชุมวิชาการทางมานุษยวิทยาครั้งที่ ๑๐ ในหัวข้อ “อาเซียน: ประชาคมในมิติวัฒนธรรม ความขัดแย้ง และความหวัง” ในระหว่างวันที่ ๒๘ - ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๕ เพื่อทำความเข้าใจพลวัตทางวัฒนธรรมในระดับท้องถิ่นและภูมิภาค ตั้งคำถามต่อทั้งความหวังและประเด็นท้าทายต่างๆ ของประชาคมสังคม-วัฒนธรรมอาเซียน เพื่อเปิดให้เห็นถึงฐานรากของความตึงเครียดทางการเมือง ข้อถกเถียงทางวัฒนธรรม และความไม่เท่าเทียมกันทางสังคม ผ่านความรู้จากการวิจัยทางมานุษยวิทยา ในภูมิภาค และเพื่อร่วมสร้างบทสนทนาว่าด้วยความหวังเกี่ยวกับอนาคตของภูมิภาค โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุวรรณา เกรียงไกรเพ็ชร์ ผู้อำนวยการศูนย์ฯ กล่าวถึงประเด็นการประชุมวิชาการว่ามีประเด็นต่างๆ ดังนี้


มานุษยวิทยา-อุษาคเนย์ วงเสวนาในหัวข้อนี้จะสำรวจการสร้าง “อุษาคเนย์” ในฐานะภูมิภาคและหน่วยในการวิเคราะห์ และจะถกเถียงว่าความรู้ซึ่งสร้างขึ้นจาก “อุษาคเนย์ศึกษา” จะมีส่วนช่วยให้เราเข้าใจความแตกต่าง ความละเอียดอ่อนอันมีรากฐาน จากประวัติศาสตร์อย่างไร


วิถีการดำรงชีพในอาเซียน หัวข้อนี้ให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ภาพรวมของการพัฒนา การเปิด “เสรี” ทางการค้า บริการ การลงทุน และแรงงาน ส่งผลกระทบอย่างไรต่อชีวิตประจำวันของผู้คน ในยุคการผลิตข้ามพรมแดนและอัตลักษณ์ทาง วัฒนธรรมของชุมชนท้องถิ่นต่างๆ รวมไปถึงชวนคิดว่าสิ่งเหล่านี้มีความหมายอย่างไรต่อ “ประชาคมสังคม-วัฒนธรรมอาเซียน” ในอนาคต


สิทธิและความขัดแย้ง หัวข้อนี้เน้นให้เห็นถึง “ประสบการณ์ร่วม” ของกลุ่มคนด้อยโอกาส คนที่ไร้ซึ่งสิทธิต่างๆ ภายใน ภูมิภาค ความเข้าใจในเรื่อง “สิทธิ” ในบริบทแบบ “ไทยๆ” ซึ่งท้ายสุดของข้อมูลและข้อถกเถียงอาจจะนำไปสู่จุดเริ่มของการ พัฒนาให้เกิดอัตลักษณ์ร่วมในภูมิภาคขึ้นก็เป็นได้


“คนนอก”แห่งอาเซียน เพื่อเชื้อเชิญให้อาเซียนหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องราวของคนที่ถูกหลงลืม ซึ่งจะนำเสนอผ่าน ภาพยนตร์ชาติพันธุ์ในประเด็นและพื้นที่ต่างๆ


ความหวังของสามัญชน หัวข้อนี้จะนำเสนอความเป็นไปได้ที่จะเดินหน้าไปสู่อัตลักษณ์ภูมิภาคบนรากฐานของการ เคารพซึ่งกันและกัน ผ่านมุมมองด้านประวัติศาสตร์ การเคลื่อนไหวของกลุ่มชาติพันธุ์ ศาสนา ภาคประชาสังคม เครือข่ายทาง วัฒนธรรม และชายแดน เป็นต้น


ทั้งหมดนี้ คือ คำถามและความใคร่รู้ทางมานุษยวิทยาต่อการทำความเข้าใจในบทบาทของอาเซียนกับภาพชีวิต ทางวัฒนธรรมของผู้คนในระดับภูมิภาค ซึ่งจะเป็นหมุดหมายสำคัญหนึ่งต่อการศึกษาวิจัยและการสร้างวิถีแห่งการอยู่ร่วมกัน ในระดับภูมิภาคได้ในอนาคต


การประชุมจะจัดขึ้นระหว่าง วันที่ ๒๘ – ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๕ ณ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เปิดลงทะเบียนออนไลน์ได้ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๕ สอบถามโทร ๐ ๒๘๘๐ ๙๔๒๙ ต่อ ๓๘๑๑ ติดตามรายละเอียดความเคลื่อนไหว และลงทะเบียนร่วมประชุมที่ www.sac.or.th


 


 




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด