อุตสาหกรรมสีเขียว ของประเทศเกาหลีใต้ ความท้าทายต่ออนาคต และการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศไทย (บทนำ Green Industry of Korea: A challenge model of future direction of Thailand) | วิชาการ.คอม

อุตสาหกรรมสีเขียว ของประเทศเกาหลีใต้ ความท้าทายต่ออนาคต และการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศไทย

ประเทศไทย จำเป็นต้องพึ่งพาตนเอง จากศักยภาพ,ความสามารถและทรัพยากรที่มีอยู่ หากเรายังหาจุดยืนที่ถูกต้องและเหมาะสมกับเวลาในปัจจุบันและสถานภาพที่เป็นอยู่ "ไม่ได้" หรือไม่ชัดเจน ย่อมหนีไม่พ้น ความรู้สึก และภาพลักษณ์ของเราที่มีต่อตัวเราเอง
ผู้เขียน: kongp ชมแล้ว: 2,243 ครั้ง
post ครั้งแรก: Sat 28 April 2012, 11:58 am ปรับปรุงล่าสุด: Thu 3 May 2012, 10:36 am
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด

หน้าที่ 1 - บทนำ Green Industry of Korea: A challenge model of future direction of Thailand

 

อุตสาหกรรมสีเขียว ของประเทศเกาหลีใต้ ความท้าทายต่ออนาคต : การพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมและบทบาทหน้าที่ของคนไทยต่อประเทศไทย


บทความโดย จิติศักดิ์ พูนศรีสวัสดิ์, E-mail: jitisakpoon@hotmail.com



ยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียวของประเทศเกาหลีใต้ เป็นการดำเนินนโยบายที่เกิดขึ้น หลังจากการยกเลิกแผนพัฒนาเศรษฐกิจห้าปีของประเทศเมื่อสิ้นสุดปีค.. 1995 โดยมีการพัฒนาต่อเนื่องมาเป็นลำดับ

ด้วยเม็ดเงินลงทุนราว 83.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 2 เปอร์เซ็นต์ของ GDP รัฐบาลเกาหลีใต้ได้กำหนดแผนการดำเนินการ โดยมีวิสัยทัศน์ ยุทธ์ศาสตร์และกลยุทธ์ที่ชัดเจน และกำหนดเป้าหมายที่มีความเป็นรูปธรรมสูง

เป้าหมายของการดำเนินนโยบายดังกล่าว สอดคล้องกับปัจจัยหลายด้านที่เป็นสิ่งกระตุ้น และทิศทางของเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรม ของโลก และแนวโน้มความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้

ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจของโลก ความเสี่ยง และความเปลี่ยนแปลงมากมาย เกาหลีใต้ พยายามสร้างตัวเองให้เป็นผู้นำในการดำเนินนโยบายด้านการรักษาสภาพภูมิอากาศ สภาวะแวดล้อม การพัฒนาอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การสร้างอนุรักษ์และใช้พลังงานแนวใหม่ และพลังงานทดแทน ร่วมกับประเทศผู้นำอื่นๆ เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เป็นต้น

ด้วยแนวคิดเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมสีเขียว ประเทศเกาหลีใต้ ภายใต้การนำของประธานาธิบดี ลี เมียง บัก ซึ่งยังดำรงตำแหน่งมาจนถึงปัจจุบัน

การวิเคราะห์ ปัจจัยพื้นฐาน โอกาส และความสำเร็จ ของทรัพยากรที่มีอยู่ ความเป็นไปได้ของการดำเนินการในมิติและแง่มุมต่างๆ และการพยายามพัฒนา ยกระดับด้วยความทะเยอทะยานว่า จะเป็นประเทศที่อยู่ในอันดับต้นๆ ของโลกในการดำเนินนโยบายการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจสีเขียว

กลไกการจัดการที่ต่อเนื่องจากภาคการเมือง และระบบการทำงานภาครัฐ ร่วมกับการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ ที่ให้การสนับสนุน ที่มีความชัดเจนในบทบาทหน้าที่ และแนวทางดำเนินการ และความต้องการมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศของประชาชน โดยมีหน่วยงานภาครัฐเป็น ผู้สนับสนุนร่วมกับองค์กร และบริษัทเอกชน ด้วยกลไก ที่ถูกพัฒนาให้เหมาะสมในการขับเคลื่อน เช่น การออกกฎหมาย การกำกับควบคุม การสนับสนุน ด้วยกลไกต่างๆ เช่น การพัฒนาภาพลักษณ์ ของการใช้และอนุรักษ์พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และกลไกทางภาษีในสินค้าและอุตสาหกรรมการผลิตที่เกี่ยวข้อง การซื้อขายคาร์บอนเครดิต และการพัฒนา สิ่งแวดล้อมพื้นฐาน รวมไปถึงการพัฒนาคุณภาพ และส่งเสริมสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

จากแผนพัฒนาฯ ในระยะต้น ซึ่งมีระยะเวลาห้าปี ตั้งแต่ ปี ค.. 2009 (เดือนกรกฎาคม) ถึง ปี ค.. 2013 ซึ่งมีเป้าหมายให้สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (คาร์บอนไดอ็อกไซด์ เป็นต้น) ลดลง ปริมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ ในปี ค.. 2020 ซึ่งคิดค่าปริมาณที่ควรเป็นจากสภาพการณ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่จะเกิดขึ้น (BAU, Business as Usual) ในเวลาห้าปี

ยุทธศาสตร์ 3 ด้าน และประเด็นนโยบายการดำเนินการที่ชัดเจนในผลลัพธ์ 10 ประการ ถูกจัดทำขึ้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว

จากความคาดหวังผลของนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว เกาหลีใต้วาดฝันว่าจะสามารถสร้างมูลค่าจากการดำเนินนโยบายดังกล่าว คิดเป็นเม็ดเงิน ราว 141.1 ถึง 160 พันล้านเหรียญสหรัฐ และเกิดการสร้างงาน ราว 1.5 ถึง 1.8 ล้านตำแหน่ง

ด้วยแหล่งที่มาของเงินทุนที่มาจากทั้งในและต่างประเทศ ทำให้เกาหลีใต้ ได้ประโยชน์ หลายประการในการที่เป็นผู้เริ่มต้นเป็นประเทศแรกๆ ในการดำเนินนโยบายและการพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว

เริ่มจากการพัฒนาสิ่งใกล้ตัว เกาหลีใต้เปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของแม่น้ำสี่สายหลัก ของประเทศฯ
โดยใช้เงินราว 17.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ปกป้อง และรักษาทรัพยากรแหล่งน้ำ

สร้างประโยชน์และสภาพแวดล้อมที่ดี ให้กับประชาชน เพื่อป้องกันปัญหาการเกิดน้ำท่วม และการขาดแคลนน้ำ เพื่อการส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียวอื่นๆ และเป็นตัวอย่างที่ดีและสร้างแรงจูงใจให้กับประชาชนและภาคส่วนต่างๆ

นอกจากนั้น การลงทุนในการพัฒนาเทคโนโลยี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่เกาหลีใต้ ระบุว่าเป็นปัจจัยความสำเร็จในการพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียวของประเทศ ด้วย 27 สาขาเทคโนโลยีหลักที่เกี่ยวข้อง ซึ่งครอบคลุมการพัฒนาเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมด้านต่างๆ เช่น การต่อสู้กับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศด้วยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอุตสาหกรรม การพัฒนาแหล่งพลังงานใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังงานจากแสงอาทิตย์การปรับปรุงและพัฒนาเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีด้านการคมนาคมและการขนส่ง การก่อสร้าง และการใช้เทคโนโลยีข้อมูลข่าวสารและเครื่องมืออิเลคทรอนิกส์ต่างๆ เป็นต้น ตามลำดับความสำคัญ และ ความเป็นไปได้ของการดำเนินการ ทำให้เกาหลีใต้เริ่มเป็นประเทศที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติว่า มีความมุ่งมั่นและมีความชัดเจนในการพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว

แต่อย่างไรก็ตาม มีบทวิเคราะห์จากแหล่งข้อมูลต่าง ซึ่งเป็นความท้าทายอย่างยิ่งว่า เกาหลีใต้จะสามารถดำรงสถานภาพการดำเนินการและการพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียวได้นานเพียงใด ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสภาพเศรษฐกิจและสังคมโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และปัจจัยต่างๆ ทั้งในและนอกประเทศฯ ในปัจจุบัน

เมื่อย้อนกลับมามองประเทศไทย ด้วยศักยภาพ ทรัพยากร เพราะประเทศไทย มีทรัพยากร ทางธรรมชาติที่ดี มีต้นทุนทางภูมิศาสตร์ และศักยภาพ ในการเป็นผู้ให้ อันเป็นที่ยอมรับ และด้วยความสามารถในปัจจุบัน หากจะพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียวให้เกิดขึ้น

เราคงต้องยอมรับว่า เราจำเป็นต้องเริ่มที่จะขยับ และปรับเปลี่ยน แนวคิดและกระบวนการ การพัฒนาอุตสาหกรรมและการดำเนินแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจ ในรูปแบบเดิมที่พึ่งพาเม็ดเงินลงทุน และกระบวนการ จากต่างชาติ หันมาส่งเสริมพัฒนาอุตสาหกรรมที่คนไทย และประเทศไทยมีความเข้มแข็ง เช่น ภาคการบริการ การเกษตร อาหาร และการท่องเที่ยว ความรู้ และการดูแลสุขภาพ ด้วยการแพทย์แผนไทย สมุนไพรไทย ป่าไม้และผืนดินของเรา เป็นต้น

ซึ่งเป็นทรัพยากรพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และยังคงมีเรี่ยวแรง แม้ว่าอาจถูกบั่นทอนด้วยปัจจัยต่างๆ และ ยังไม่เข้มแข็งในเชิงการสนับสนุนและส่งเสริมเท่าที่ควร ทั้งด้านกระบวนการในการดำเนินการ การบริหารจัดการ การส่งเสริม และความต่อเนื่องจากนโยบายภาครัฐ การทำงาน / การจัดการอย่างเป็นระบบ ร่วมกับการขาดการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงของภาคเอกชนและประชาชน  ซึ่งยังคงเป็นปัญหาเรื้อรังของประเทศ ก่อนที่สถานการณ์และปัญหาต่างๆ ที่กำลังก้าวเข้ามาทุกนาที จะบีบคั้นเรา 

การขับเคลื่อนจากผู้ที่มีส่วนร่วมมากที่สุด จากภาคประชาชน และกลุ่มผู้คนในสังคม จะต้องเป็นกลไกหลักในการดำเนินการ  

เริ่มต้นจากครอบครัวของเรา บ้านของเรา ท้องถิ่นของเรา และจังหวัดของเรา
ไม่จำเป็นต้องรอให้หน่วยงานหรือใครมาริเริ่มหรือบังคับให้เราทำ

เพราะเมื่อวันนั้นมาถึง เราก็คงไม่ต้องนั่งเสียดาย กับสิ่งที่เกิดขึ้นและเวลาที่ผ่านไป




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด

Google  
ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
อีเมล : star@vcharkarn.com
โทรศัพท์ : 02-9620127
Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
Page generated in0.117 seconds !