วิชาการดอทคอม ptt logo

วิญญาณศึกษา Spirits education : วิจัยจิตวิญญาณ มิติลี้ลับจากภาพถ่าย ฅนค้นผี

การวิจัย จิต วิญญาณเชิงวิทยาศาสตร์:พิสูจน์ ผี เทวดา พญานาค มนุษย์ต่างดาวฯลฯ จากภาพถ่าย ..ความจริงของมิติวิญญาณ ที่มนุษย์โลก แสวงหา ท้าทาย...Human Find Ghost
ผู้เขียน: ยรรยง สินธุ์งาม ชมแล้ว: 1,476,869 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 16 January 2007, 5:03 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sun 27 July 2014, 11:31 pm
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด
สารบัญ
1-20 | 21-40 | 41-60 | 61-80 | 81-100 | 101-120 | 121-121


หน้าที่ 36 - มนุษย์ต่างดาวร่วมงาน หลวงตา มหาบัว

เล่าโดย ยรรยง  ฅนค้นผี


       ดังที่ได้กล่าวนำไว้ในหน้าที่แล้ว ว่า มีมนุษย์ต่างดาว หลากหลายเผ่าพันธุ์ ทะลุมิติ ออกมาร่วมงานเผาสรีระสังขาร ของ หลวงตาบัว ก็เป็นเรื่องมหัศจรรย์อย่างยิ่ง  เครดิตของภาพ เหล่านี้ จากการบันทึกภาพ ของ คุณอาทิตย์ ซึ่งต้องขอขอบพระคุณ เป็นอย่างสูง ไว้ ณ ที่นี้


ภาพถ่ายจากคุณอาทิตย์ บรรยากาศ ในงานพิธีเผาสรีระสังขาร หลวงตาบัว  5 มีนาคม 2554

 
ภาพที่ 1 ดวงจิตมนุษย์ต่างดาวท่านนี้ ทะลุมิติมาด้วยยานทรงกลม ผมลงลายเส้น เท่าที่จะทำได้ และ
ได้วาดภาพออกมา



ได้ภาพประมาณนี้ สีผิวอาจจะไม่ใช่สีนี้ ดูจากภาพถ่าย น่าจะสีชมพูอมเทา ผมประมาณเอา พอให้ดูรู้เรื่อง  
รูปกระโหลกหัวกลมโต คางแหลม ตาโต จมูกเล็ก ปากเล็ก  จุดเด่นอยู่ ตรงกลางหน้าผาก มี ดวงตา ที่สาม
ไม่ปรากฏใบหู  
 

 
ภาพที่ 2 มนุษย์ต่างดาวท่านนี้ ก็มาด้วยยาน ทรงกลม ผมได้วาดภาพออกมาได้ดังนี้ ครับ


สีผิวน่าจะออกเทาชมพู ตาเล็ก มีผม มีหนวดเครา น่าจะเป็นสีเทาอ่อน ลักษณะกระโหลกก็หัวกลมโต คางแหลม
ก็คงเป็นคนละเผ่าพันธุ์ กับ คนที 1



คนที่ 3 มาด้วยยานทรงกลม เช่นกัน ลักษณะกระโหลก คล้ายมนุษย์โลก ผิวสีเขียว ไม่ปรากฏเส้นผม และใบหู

ผมวาดภาพ ออกมา ได้ประมาณนี้ครับ


แสดงว่า มนุษย์ต่างดาว ที่เคยฟังธรรมเทศนา จาก หลวงตาบัว มาจากหลายเผ่าพันธุ์ เพราะดูลักษณะ หน้าตามีความแตกต่างกัน

เวลาที่ท่านกล่าวถึง คนกลุ่มนี้ ท่านน่าจะเรียกว่า ชาวลับแล หรือ ชาวบังบด หรือ อะไรอื่นแต่ไม่น่าจะเรียกว่า เทวดา เพราะเป็น ยังเป็น มนุษย์ อยู่  อันนี้ต้องลองถามผู้ที่เคยฟังเทศจากหลวงตา หรือ บรรดาลูกศิษย์ก้นกุฏิ ทั้งหลาย น่าจะให้ข้อมูลส่วนนี้ได้



 


สองภาพนี้ เป็นยานของ เผ่าพันธุ์ราห์ หรือ สุริยะเทพ สิ่งที่บ่งบอกว่าเป็นยาน เพราะ รูปทรงกลมที่อยู่ภายใน  ซึ่งผมใช้สีฟ้า สีน้ำเงิน สีเขียว สีชมพูเข้ม ลงเส้นเอาไว้ ผลึกทรงกลมเหล่านี้ คือ เหล่าวิญญาณดำ ที่ถูกดูดเอามา เพื่อทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงาน ให้กับยาน  สัญลักษณ์รูปดวงตา  เหมือนสุริยะเทพอิยิปต์ อยู่เด่นชัดกลางวง


 
ภาพที่5 นี้ ก็เป็นอีกท่านหนึ่ง หากมองดูแบบผิวเผินก็จะคล้ายๆกับ วิญญาณทั่วๆไป 

เมื่อสังเกตเห็นผลึกพลังงานทรงกลม อยู่ภายใน จึงได้ลงความเห็นว่า เป็นยานทรงกลม เช่นเดียวกัน 
 
ผมลงลายเส้นให้ท่านผู้อ่านดูคร่าวๆ  ก็เหมือนว่า มีหน้าคนสวมอุปกรณ์หายใจ อยู่ในครอบอะไรซักอย่าง

เมื่ออยากรู้ให้แน่ชัด ผมจึงแกะรอยโดยวาดภาพออกมา ก็เพียงเพื่อให้ดูพอรู้เรื่อง ครับ




ปรากฏว่า เป็นภาพที่น่าสนใจยิ่ง  ทำให้เห็นว่า มนุษย์ผู้นี้ แม้จะมาด้วยยานทะลุมิติ มาโผล่ในงานพิธี  เขายังอยู่ในวัตถุห่อหุ้ม อีกชั้น ซึ่งน่าจะเป็น แค็ปซูล  อาจจะเป็นเพราะเขาอยู่ห่างจากดาวโลก ไกลหลายล้านๆปีแสง เมื่อต้องมาอย่างรีบด่วน จึงเข้ามาร่วมงานทั้งๆที่ ยังอยู่ในแค็ปซูลเดินทาง  ก็พอมองเห็นดวงตาสีฟ้า กลมโต  มีผิวสี ม่วงเทา

ช่างมหัศจรรย์ !!  โดยแท้

ซึ่งภาพดังกล่าว ไม่ใช่ที่จะหาชมได้ง่ายๆ นะครับ ก่อนที่จะแกะรอยวิญญาณ จนออกมาเป็นภาพสีไม้ ให้ท่านได้เห็น สบายตา ผมต้องปรับพลังอยู่ 2 วัน เนื่องจากการ upload ข้อมูลจากหลายเผ่าพันธุ์  




ยังไม่หมดนะ คุณอาทิตย์ ส่งมาให้เยอะ แต่ผมขอวิเคราะห์เพียงเท่านี้ก่อนครับ




มีนักวิชาการชาวโลก ได้ให้ความรู้ เกี่ยวกับเรื่อง การถ่ายภาพวิญญาณ โดยเฉพาะ ดวงกลมๆ ที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษ ว่า โอ๊บ Orb  โดยกล่าวว่า เกิดจากการสะท้อนของแสง จากแหล่งกำเนิดแสงต่างๆ อาทิ แสงไฟ แสงดาว แสงมันวาว แสงอาทิตย์ แสงแฟลช รวมทั้งอีกสาระพัดแสง  โดยที่แสงดังกล่าวกระทบกับฝุ่นละออง หรือ ไอน้ำ ในอากาศ แล้วก็ เกิดการกระเด็นไปตกที่จอรับภาพ แล้วเกิดเป็น รูปวงกลม 

การนำเสนอข้อความรู้ดังกล่าว น่าเชื่อถือมากในทางโลก เมื่อผู้นั้น จบการศึกษาระดับสูง และมีตำแหน่งทางวิชาการระดับสูง อีกทั้งมีตำแหน่ง ในอาชีพ ที่เกี่ยวข้องกับ งานด้านนั้นโดยตรง  และ ผ่านสื่อสารมวลชน ที่มีอิทธิพลต่อความคิดคนในสังคม อาทิ สิ่งพิมพ์ ทีวี อินเตอร์เน็ต  ยิ่งทำให้เกิดความน่าเชื่อถือเป็นอย่างยิ่ง

แต่ในความเป็นจริง นั่นคือ การตีกรอบ ของความรู้ จึงทำให้ ข้อความรู้ดังกล่าว ไปขัดขวางความรู้ใหม่ๆ ซึ่งมีอยู่จริง หากแต่ขาดการศึกษาอย่างจริงจัง และ ขาดการเผยแพร่ ที่กว้างขวาง ตรงไปตรงมา จึงทำให้ ความรู้ในด้านดังกล่าว จึงไม่อาจผลิหน่อ แตกใบ เจริญเติบโตขึ้นได้

 
2 ภาพนี้ ผมนำมาจากหน้าที่ 31 ไม่ได้เป็นวงกลม อย่าง Orb และ หาได้เกิดจากฝุ่น อย่างที่นักวิจารย์ กล่าวอ้าง เพราะที่เห็น มันบ่งบอกว่าเป็น วัตถุอะไรซักอย่าง


ภาพนี้นำมาจากหน้าที่ 7 จากฝีมือของคุณกานต์แก้ว ดวงวิญญาณในภาพจะเป็น รูปหกเหลี่ยม หาได้เป็นเฉพาะดวงกลม และ ในวงกลมขาว ที่ลูกศรสีแดงชี้ บ่งบอกว่า ไม่ได้เกิดจากการสะท้อนแสง โดยบังเอิญ อย่างแน่นอน ลองดูภาพขยาย 

 
เพราะ ภาพนี้มีวัตถุ 2 ชิ้นที่อยู่ติดกัน เส้นโค้งสีขาว ที่ส่วนบนของรูปเหลี่ยม ดูจากทิศทาง วางเฉียง บอกให้ทราบว่าเป็นคนละส่วนกันกับ วัตถุรูปเหลี่ยม หากเป็นการสะท้อนของแสงบนฝุ่นในอากาศ ไม่น่าจะเป็นรูปทรงเรขาคณิต ทั้งวงกลม และ รูปเหลี่ยม อยู่ติดกัน อย่างลงตัว ได้ขนาดนี้  




ภาพนี้นำมาจากหน้าที่ 19 ฝีมือคุณกานต์แก้ว เพียงมองดูเราก็จะเห็นหน้าตา ของสิ่งที่ปรากฏในภาพ หาได้เป็นเพียงการสะท้อน ของฝุ่นละออง ตามกรอบแนวคิดดังกล่าวไม่

และภาพต่อไปนี้  ที่ทำให้ผมปลดแอก กรอบความรู้ดั้งเดิม โดยสิ้นเชิง เป็นภาพที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง หากไม่มีภาพของท่านผู้นี้ เรื่อง วิญญาณศึกษา ก็จะไม่ปรากฏ ณ ที่แห่งนี้ จะเป็นเพียงงานค้นคว้า เงียบๆของ ชายคนหนึ่ง ...
  

  

  เป็นภาพขยาย ในส่วนที่เห็นเป็นใบหน้า ครับผม มองแล้วเราก็จะห็น ดวงตา เห็นจมูก เห็นฟัน ทฤษฎีแสงสะท้อนฝุ่นละอองในอากาศ ต้องตกไปครับ นำมาใช้อธิบาย เพื่อแย้ง ว่าภาพนี้เป็นเพียง ฝุ่นสะท้อนแสง ...ก็แสดงว่า ผู้นั้นมั่ว !!  

ผมเองเคยถูกความรู้ดังกล่าว บล็อค ความคิดริเริ่ม จนหยุดที่จะสร้างสรรค์ มาเป็นเวลาหลายปี หากแต่ด้วยสันดานที่ไม่ยอมแพ้ และไม่เชื่อในสิ่งที่เค๊าพูดกัน จึงได้เก็บข้อมูลดังกล่าว ไว้ และคงศึกษาเรื่อง วิญญาณเรื่อยมา จนถึงวันที่นำขึ้นเสนอที่เว็บวิชาการ.คอม 

พร้อมกับมีสโลแกน ประจำใจว่า "ไม่ต้องมีกรอบแนวคิด"  หมายความว่า ไม่ต้องตีกรอบของความรู้เอาไว้ล่วงหน้า ศึกษาไป เห็นอย่างไร ก็ว่าไปอย่างนั้น และไม่ต้องไปสนใจว่า โปรเฟสเซอร์ ท่านนั้นเขาไม่ได้ว่าไว้ หรือ ไม่มีแหล่งอ้างอิง หรือ นาซ่า ไม่ได้ว่าเอาไว้ 

มาถึงยุคสมัยนี้ แล้ว การแสวงหาความรู้ ย่อมเกิดขึ้นได้จากทุกหย่อมหญ้า  เมื่อเรา ตั้งใจ มุ่งมั่น ทุ่มเท ใช้สมาธิ สติปัญญา อย่างถี่ถ้วน ก็สามารถสร้างความรู้ ขึ้นมาได้ ครับผม
  
 



ขอขอบคุณข้อมูล จาก คุณอาทิตย์  มนุษย์จากดาวดวงอื่น  และ วิชาการ.คอม



ยรรยง ฅนค้นผี  yanyong007@windowslive.com

24 เมษายน 2554





*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด

จำนวน 40 ความเห็น, หน้า | 1 | 2 | 3 |
ความเห็น 1 27 เม.ย. 2553 (14:18) คุณ helghast101 ช่วยแจ้งลบความเห็นนี้แล้ว ขอบคุณค่ะ
ผมนี่นะ ถ้าได้พูดเรื่อง ผี หรือ จิตวิญญาณ แล้ว มีความสุข คุยได้ทั้งวัน ไม่ไปคุยให้ใครฟังน่ะ รบกวนเวลาเขา แต่จะคุยผ่านงานเขียน ได้อะไรมา ก็ เอามาโพสต์ไว้ ต้องกราบขอบพระคุณ วิชาการ.คอม ที่สร้างช่องทางนี้ขึ้นมา เพื่อการสื่อสาร ที่กว้างขวาง ไม่ใช่เฉพาะชาวโลก ผู้มาจากดาวอื่น ก็เรียนรู้ผ่าน world wide web ครับ พอพูดถึง ผี หรือ วิญญาณ หรือ จิต ก็ยาก ที่จะหา หลักฐานอะไร มาอวด มาสำแดง ผมเกิดมาในยุค นี้ พอดี กับที่มีเทคโนโลยี ที่จะบันทึกภาพ พลังงานเหล่านี้ได้ จึงนำ เอามาฝากไว้ บน เว็บ แม้ว่า มันอาจจะเป็นเพียง เรื่องเล่าก่อนนอน ไว้กล่อมเด็ก ก็ไม่เป็นไร

เมื่อ ณ เวลา ที่มีการตกผลึกของข้อมูล ดังกล่าว มันจะกลายเป็น ปฐมบท แห่งการอ้างอิง ที่ไม่ใช่แค่ เรื่องเล่าในตำนาน หรือ นิทานกล่อมเด็ก อีกต่อไป

การอ้างอิง เชิงวิทยาศาสตร์ ที่ควบคู่ไปกับ การก้าวย่างของจักรวาล ที่ซึ่งยังมีการ เวียนว่าย ตายเกิด ไปโดยตลอด ตราบนานเท่านาน

แหม.... พูดเหมือน หนังอวกาศ แนวแฟนตาซี ของฮอลลีวู๊ด ยังไง ยังงั้น .....ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ท่านผู้มีพลังพิเศษทั้งหลาย ที่ถ่ายภาพแปลกๆ ได้ สามารถส่งผ่าน มาทาง mail นี้นะครับ yanyong007@windowslive.com

ร่วมสร้าง ความรู้คู่โลก เผยแพร่เป็น วิทยาทาน

กุศลที่ได้ ในชาตินี้ จะส่งให้เราเจริญรุ่งเรือง ไม่ตกต่ำ ปลอดภัย จากภัยพิบัติทั้งหลายทั้งปวง (ต้องอยู่ในศีล ในธรรม เป็นพื้นฐาน ด้วยนะ) ทำมาค้าขายคล่อง

พอตายจาก มนุษย์ กุศลจะส่ง ให้เป็นเทพ ที่มีรัศมีแจ่ม สว่าง กว่าใครเขา (ถ้าไม่มีผลกรรมเชิงลบ (กรรมดำ) มาตัดรอน)

ถ้าเกิดใหม่ จะเป็น คนที่มีปัญญา ฉลาด ปราดเปรื่อง

เมื่อได้เกิด จงระวังเรื่อง ความโลภ เพราะบรรดาเศรษฐี ทั้งหลายที่ หลงในอำนาจ ของวัตถุ สิ่งของ เงินทอง ข้าทาส บริวาร ดวงจิต จะตกต่ำ ดำดิ่งสู่ภพ เดรฉาน เป็นเบื้องต้น ถ้าหนักๆ ก็ จะถูก นรกภูมิ ดูดจนดิ้นไม่หลุด ต้องระวัง ครับ

พูดเหมือนเทศนา เลย .... ทุกศาสนา ที่สอน ให้ละชั่ว ทำดี ทำจิตใจให้ผ่องใส ล้วนแล้วแต่ เป็นเส้นทาง ไปสู่ การหลุดพ้น จากแรงดูด ของ วัฏฏสงสาร ซึ่งเป็นธรรมชาติอย่างหนึ่ง ในจักรวาล

อย่าไปกังวลกับคำว่า... ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่ ... ครับผม ใช้หลักความเชื่อ (หลักกาละมะสูตร 10) ที่พระพุทธองค์ ได้ทรงสอนเอาไว้ มาเป็นเครื่องมือ ในการแสวงหาปัญญา ทำให้เต็มที่ เหนื่อยก็พัก หนักก็วาง

เราเกิดมา แล้วไม่ต้องคิดอะไรมาก เพราะ มนุษย์ เขาก็จะวาง แนวทางต่างๆ ในการดำเนินชีวิต เอาไว้ มากมาย

ปีนี้ต้องเตรียมสอบ ครึ่งปีนี้ต้องเตรียมรับมือเศรษฐกิจที่คาดว่าจะทรุดตัว ไตรมาศนี้ต้องทำกำไร ซัมเมอร์นี้ต้องหาที่เรียนพิเศษ เดือนนี้มีวันเกิด สัปดาห์นี้มีนัดหมาย เย็นนี้จะไปงานเลี้ยงต้องแต่งตัวแบบนั้น วันนี้ต้องทำอย่างนี้เพื่อให้ลูกค้ามีความพอใจ เช้านี้ต้องออกกำลังกาย ตื่นเช้าต้องทำอย่างงั้น อย่างงี้ เฮ้อ ! ...

แล้วมีใครเคยบอกไหม ว่า " เช้านี้ ถ้าเราไม่ตื่น เราจะทำ อย่างไร ?? "

เคยแต่วางแผนชีวิต แต่ไม่มีใคร เคยเสนอแผน...ตอนไม่มีชีวิต ..!!

แต่ เอ๊ะ ! เคยเห็น บางศาสนา ก็ติดป้าย ตามที่สูงๆ "จงไปอยู่กับพระเจ้า" อ่านดู ก็ เอ๊ะ ! ข้อเสนอเข้าท่า แต่ก็มีคำถามอีกล่ะ !

พระเจ้า เป็นใคร ? ทำไมเราต้องไปอยู่ด้วย ? เราอยู่ด้วยตัวเองไม่ได้หรือ ?

บ้านพระเจ้าหลังใหญ่แค่ไหน ? จะรับได้ซักกี่คน ? ข้าวปลาอาหาร จะพอกันกินไหม ?

เราไปอยู่ในฐานะอะไร ? เป็นเด็กรับใช้ คนเลี้ยงม้า หรือ เจ้าชาย เจ้าหญิง ?

และ คำถามสำคัญที่สุด "แล้ว เราจะไปยังไง ?" ป้ายโฆษณา ไม่เคย ให้เบอร์โทร แผนที่ หรือ รหัสใดๆ ในการ

ติดต่อ เอาไว้เลย

ข้างต้นเป็น อีกลักษณะ ของ การคิด ด้วยปัญญา ตามหลัก ความเชื่อของพุทธเจ้า ไม่ใช่ใครว่าอะไร ก็ไปตามเขาหมด

คิดวางแผนเมื่อตอนที่เราไม่มีชีวิต ครับผม ดวงจิต หรือ วิญญาณ จะถูกแรงดูด ทั้งจาก มิติ ในฝ่ายดี(สวรรค์) และมิติ ไม่ดี(นรก) แท้จริงแล้ว ความดี และ ไม่ดี มันมีคุณค่า เท่ากัน คือ มันเป็น ผลโดยธรรมชาติ อย่างหนึ่ง การที่บอกว่า ดี หรือ ไม่ดี เกิดจากการเปรียบเทียบ ของสิ่งหนึ่ง กับอีกสิ่งหนึ่ง โดยเอา อารมย์ ของผู้เปรียบเทียบ เป็นตัวตัดสิน ชอบใจด้านไหน ก็จะบอกว่า สิ่งนั้นดี

อย่างกรรมการ ตัดสิน นางงามจักรวาล สาวงามที่ขึ้นเวที ก็ล้วนแต่เป็นที่ 1 ของแต่ละประเทศ เมื่อสิ้นสุดการประกวด ก็จะได้ นางงามจักรวาล 1 คน ถามว่า คนอื่นๆไม่สวยใช่ไหม ? ก็ไม่ใช่ ! เพราะ ที่มานั่น ล้วนแต่เป็นอันดับ 1 ของประเทศ .....

ชอบใจ ก็จะบอกว่าใช่ ว่าดี ไม่ชอบใจ ขัดเคืองใจ ก็จะบอกว่า ไม่ใช่ ไม่ดี

พระพุทธองค์ ท่านจึงสอน ให้ดูที่จิตของตน ไม่เพ่งออกนอกตน มีสติระลึกรู้ อยู่ภายใน การขัดเกลา จะเกิดขึ้น ปัญญาแจ่มใสขึ้น การวางแผนยามไม่มีชีวิต จะเกิดขึ้น แผนของตัวเอง วางโดยตัวเอง ผู้อื่นวางให้ไม่ได้ ใครจะมาช่วยวางก็ไม่ได้

เฉกเช่น เราปวดท้อง คนอื่นจะทานยา แทนเราก็ไม่ได้ แผนตอนไม่มีชีวิต ก็เช่นกัน ....

ขอกราบคาระวะ ทุกท่าน ที่แวะมาเยี่ยม โดยไม่ตั้งใจ แล้วเผลออ่านจนจบ กุศลดังกล่าว ขอให้ท่าน เป็นผู้มีแผนสำหรับตอนที่ไม่มีชีวิต ไว้ใช้งาน อย่างน้อย 1 แผน เทอญ

ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน189 ครั้ง - ดาว 87 ดวง

ความเห็น 2 10 พ.ค. 2553 (16:16)
เพื่อนผมเคยถ่ายติดรูปนางฟ้าที่ในบ้านครับ (จริงๆแล้วน่าจะเป้นเทวดา แต่เขาเรียกนางฟ้ากันเลยเรียกตาม) เป้นแสงวงๆ สวยมากครับ กลมๆ แล้วก็มีเหมือนขอบฟุ้งๆลอยๆ(อธิบายไม่ถูก) แต่สวยมากครับ
พี่กาบ
ร่วมแบ่งปัน935 ครั้ง - ดาว 271 ดวง

ความเห็น 3 11 พ.ค. 2553 (01:49)
ถ้า คุณกาบ จะกรุณา ส่งภาพ ดังกล่าว มาร่วมแชร์ จักเป็นพระคุณอย่างสูง ครับผม ที่ yanyong007@windowslive.com

ขอบคุณอีกครั้งครับ
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน189 ครั้ง - ดาว 87 ดวง

ความเห็น 4 16 พ.ค. 2553 (09:59)
นานๆผมไปหาทีเดี่ยวลองขอให้ดูครับ ไม่แน่ถ้าไม่ได้เดี่ยวแอบถ่ายมาให้ครับ หุๆ
พี่กาบ
ร่วมแบ่งปัน935 ครั้ง - ดาว 271 ดวง

ความเห็น 5 16 พ.ค. 2553 (12:04)
ขอบพระคุณเป็นอย่างสูง คร๊าบ คุณกาบ ขออวยพรให้ได้ภาพเด็ด ๆ เปิดแฟลช นะคร๊าบ จะทำให้จับภาพ พลังงานเหล่านี้ได้ง่าย จะคอย ชมผลงาน ครับ
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน189 ครั้ง - ดาว 87 ดวง

ความเห็น 6 1 มิ.ย. 2553 (21:34)
คุณยรรยงคะ อัญมีเรื่องรบกวนถาม เรื่องภาพถ่ายบางส่วน ของกินนร 2 ตน ที่ชายหาด จันทบุรี เมื่อปี 2551 มีอะไรที่ทำให้เชื่อว่าเป็นเทพกินนรเหรอคะ อัญไม่เข้าใจสักเท่าไหร่รบกวนช่วยอธิบายเพิ่มได้ไหมคะ

เออ...อีกอย่าง ช่วยอธิบายภาพด้วยจะได้ไหมค่ะ (คือว่า อัญตาไม่ถึง ดูไม่ออกอะค่ะ)

ขอบคุณค่ะ
mystery_p
ร่วมแบ่งปัน132 ครั้ง - ดาว 139 ดวง

ความเห็น 7 10 มิ.ย. 2553 (15:13)
เรียน วิศวกรอัญ

คำว่า กินนร เป็นคำศัพท์ ที่แปลว่า คนอะไรนั่น ? หรือ ใช่คนรึเปล่า ? ถ้าแปลให้ได้ความ น่าจะบอกว่า
คนประหลาด แต่พอพูดว่า คนประหลาด อาจจะเข้าใจไขว้เขว ว่า มีนิสัยประหลาด แต่ในที่นี้ ไม่ใช่นิสัย

หากแต่เป็นรูปลักษณ์ภายนอก คือ มีร่างกายที่บ่งบอกว่าเป็นคน แต่ไม่ใช่ทั้งหมด อย่างเช่น ช่วงบน เป็นคน ช่วงล่าง
เป็นปลา ซึ่งเราเรียกกลุ่มนี้ ว่า เงือก ช่วงบนเป็นคน ช่วงล่างเป็น นก เราจะเรียก กลุ่มนี้ ว่า กินนรี ถ้าเป็นเพศหญิง
หรือ กินนร ถ้าเป็นเพศชาย

ซึ่งโดยแท้จริงแล้ว คำว่า กินนร เกิดจาก คำว่า กิ (แปลว่า อะไร) + นร (นอ-ระ แปลว่า คน) จึงน่าจะหมายถึง

สัตว์ผสม ที่มีร่างมนุษย์ผสมกับสัตว์ แต่มีส่วนที่บ่งชี้ว่า เป็นคนมากกว่าเป็นสัตว์

อธิบาย ตามภาพที่ คุณอัญ กล่าวถึง ในครั้งแรก ผมให้น้ำหนัก ไปว่า เป็นสัตว์สี่เท้า หรือไม่ก็ มี 2 เท้าหน้า แล้วลำตัวยาว อาจจะเป็น พวกกิเลน หรือไม่ก็ เหราพต (เห-รา-พต จระเข้+พญานาค) แต่วันหนึ่ง บังเอิญมีรูปเหล่านี้
ติดกระเป๋าไปด้วย ขณะที่พาน้า ไป สำนักทรงแห่งหนึ่ง ปรากฎว่า วิญญาณเทวดา ที่เข้าประทับทรง เห็นภาพดังกล่าว ก็ตกใจ แปลกใจ ที่เราไปถ่ายภาพเหล่านี้มาได้ยังไง วิญญาณเทพท่านนั้นบอกว่า

นี่เป็นรูปของ กินนรี ผู้ชาย 2 ตัว มาให้การต้อนรับ ท่านบอกว่า เป็นกินนรี ผู้ชาย ซึ่งก็คือ กินนร ในความหมายของมนุษย์เรา ได้ถกเถียง กันซักครู่ แต่ก็ ยืนยัน ว่า กินนรี ครับผม

ผมก็ต้องยืนยันตามที่วิญญาณเทพองค์นั้น บอก ถ้าผิดจากความเป็นจริง ก็ต้องกราบขออภัยเป็นอย่างสูงครับ
และถือเป็นความผิดของผม แต่เพียงผู้เดียว ที่นำข้อมูลมาเผยแพร่ โดยขาดความรู้ความเข้าใจที่แท้จริง

อีกอย่างนึง สวรรค์ชั้นที่ 1 จาตุมหาราชิกา มีความหลากหลายทาง ชีวะพันธุ์วิญญาณ เป็นอย่างมาก
ดังที่ถูกกล่าวไว้ในพระไตรปิฎก ครับผม

คุณอัญสอบถามมาทางเมล์ จะสะดวกกว่านะครับ

ขอบคุณมากครับ ที่ท่านให้ความสนใจ
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน189 ครั้ง - ดาว 87 ดวง

ความเห็น 8 11 ก.ค. 2553 (11:14)
แวะมาอ่านหลังจากที่ไม่ได้มาอ่านเสียนานครับผม

อืม... เท่าที่อ่านบทความเรื่อง "กายละเอียดของมนุษย์ต่างดาว" แล้ว ก็หมายความว่า มนุษย์ต่างดาวสามมารถเดินทางมายังโลกของเราได้ด้วยกายละเอียดสินะครับ แบบนี้ก็หมายความว่าที่ดวงดาวของเขานั้นมีการฝึกจิตกันจนสามารถแยกกายละเอียดออกจากกายหยาบและเดินทางมายังโลกได้ หรือไม่ก็ที่ดวงดาวของเขานั้นอยู่กันในสภาพกายละเอียดสินะครับ?

นี่เป็นคำถามจากข้อสังเกตของผมเฉยๆนะครับ ถ้าผิดพลาดปนระการใดรบกวนคุณยรรยงชี้แจงด้วยครับผม
นายศรา
ร่วมแบ่งปัน1000 ครั้ง - ดาว 276 ดวง

ความเห็น 9 10 ส.ค. 2553 (10:21)
จากการศึกษา มนุษย์ที่ดาวดวงอื่น ก็มีกายหยาบเหมือนกับมนุษย์ที่ดาวโลก แต่บางดวงดาว จะเป็นที่กำเนิดของเหล่าวิญญาณที่มีสภาวะจิตเป็นกุศล หรือ ที่เรียกว่า ผู้มีบุญ ซึ่งอาจจะเป็นวิญญาณจาก ชั้นพรหม สวรรค์ชั้น 3 4 5 6 ชักจูงกันลงไปเกิดเป็นมนุษย์ ณ ดาวดวงดังกล่าว เมื่อเป็นมนุษย์ เขาเหล่านี้ จึงมีบ้านเมืองที่เจริญ สงบสุข ปราศจาก การขัดแย้ง ปราศจากการแย่งชิง ปราศจากการเบียดเบียน การฝึกฝนทางจิต เช่น ฝึกสมาธิ ถอดจิต ถือเป็นเรื่องปกติ ในชีวิตประจำวัน แต่ในกรณีที่จะต้องเดินทางข้าม มิติอวกาศ มิติเวลา จะต้องได้รับการฝึกฝนเป็นพิเศษ เพื่อให้มีความพร้อมสำหรับการดำรงอยู่ ณ ที่ ที่จะไป และการเดินทางน่า จะต้องมียานแม่ เป็นพาหนะ ทั้งเป็นเครื่องป้องกันร่างกาย และดวงจิต ไม่ให้เกิดอันตราย ในระหว่างการเดินทาง

ใน พระไตรปิฎก เคยกล่าวถึงจักรวาลอื่น ไว้ว่า บางดวงดาว มนุษย์ มีอายุขัย 1 พันปี 5 พันปี บางดวงดาวถึง 2 หมื่นปี ชนิดที่ว่า เกิดมาไม่เคยเห็นคนตาย ซึ่งดาวดวงนั้น ก็น่าจะเป็น ดาวที่วิญญาณชั้นพรหม ลงมาเกิดครับ
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน189 ครั้ง - ดาว 87 ดวง

ความเห็น 10 9 ก.ย. 2553 (20:14)
แวะมาเก็บข้อมูลขอรับ

ขอบังอาจแสดงความคิดเห็นในบทความหน้า "เทพจากหิมพานต์ ภาพจาก คุณหมอต่าย เชียงใหม่" หน่อยนะครับผม

ลักษณะของวิญญาณที่คุณยรรยงอธิบายมานั้น ผมว่าน่าจะเป็นวิญญาณระดับสูงพอควรเลยล่ะครับ และก็คงมีกรรมบางอย่างที่เกี่ยวพันกับผู้ที่ถ่ายรูปไว้ได้ด้วยสิ เอ...ผมชักอยากจะรู้แล้วสิครับ ว่าภาพนี้ถ่ายเอาไว้ในสถานการณ์แบบไหนกันนะ?

แล้วก็ขออนุโมทนาบุญกับคุณยรรยง , คณะครูนักเรียน และ คุณศฤงคะมัศยา-ผู้ดั้นด้นมาจากแดนไกล ด้วยนะครับ ที่ได้มีส่วนร่วมในงานแห่เทียนพรรษาในจังหวัดอุบลราชธานีที่ผ่านมานี้ เพราะเข้าพรรษาปีนี้ นายศราไม่ได้มีโอกาสแห่เทียนกับเขาบ้างเลย แหะๆ
นายศรา
ร่วมแบ่งปัน1000 ครั้ง - ดาว 276 ดวง

ความเห็น 11 5 ต.ค. 2553 (03:10)
ขอบคุณมาก และยินดียิ่ง ที่ น้องศรา ร่วมอนุโมทนาบุญ ในกิจกรรมเข้าพรรษา
และอีกไม่กี่วันก็ออกพรรษา(23 ตุลาคม 53) ซึ่งผมก็ต้องไปถ่ายภาพ บั้งไฟพญานาค อีกเช่นเคย เป็นปีที่ 3 สำหรับ ข้อมูลในเรื่องดังกล่าว จะว่าไปแล้ว 1,095 วัน ถ้านับถึง 23 ตุลา 53 เหมือนกับรอคอยการกลับมา ของปรากฎการณ์ การเปิดมิติ ระหว่าง มิติวิญญาณ กับ มิติมนุษย์

ในส่วนของมิติวิญญาณ ก็น่าจะเริ่มตั้งแต่ นรก เพราะเป็นช่วงส่งถ่าย วิญญาณจากนรก ที่หมดอายุขัย โดยผ่าน นาคพิภพ ซึ่งเป็นสวรรค์ชั้นที่ 1 (จาตุมหาราชิกา) ทำหน้าที่ส่งผ่าน เข้าสู่ มนุษยโลก วิญญาณผู้มีบุญ หรือ มีพลังจิตที่เป็นฝ่ายดี จะมีดวงวิญญาณ สีขาว ก็จะไปจุติในภพสวรรค์ หรือ ชั้นพรหม ดวงวิญญาณ ลักษณะดังกล่าว มองไม่เห็นด้วยตาของมนุษย์ แต่บันทึกได้ด้วยกล้องถ่ายภาพ

วิญญาณที่มีดวงสีส้ม ระบุเอาไว้ว่า(อ้างอิงจากการได้เคยสนทนากับพญานาค) เป็นวิญญาณของผู้ที่จะมาเกิดในภพมนุษย์ ดวงวิญญาณสีชมพู เป็น วิญญาณที่ก้ำกึ่ง อาจไปเกิดเป็นสัตว์เดรฉานหรือเป็นมนุษย์ ก็ได้ ถ้ามาเกิดเป็น มนุษย์ คนกลุ่มนี้ จะมีสันดาน หยาบช้า ดุร้าย ขาดระเบียบวินัย ดำรงชีพด้วยการเบียดเบียนผู้อื่น เพียงเพื่อให้ตัวอยู่รอด ดวงวิญญาณสีแดง กลุ่มนี้จะไปเกิดเป็นสัตว์เดรฉาน ซึ่ง วิญญาณ ทั้ง 3 กลุ่ม ที่กล่าวมา จะสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่าของมนุษย์ ครับ

วิญญาณที่มีสีอื่น นอกจากที่กล่าวมา จะไปเกิดเป็นสัตว์เดรฉาน ครับ ซึ่งจากข้อมูล ที่ผมเก็บมา เพิ่งเห็นเพียง สีเขียว ที่บ่งชี้ว่าไปเกิดเป็น หมู ดูเพิ่มเติม เรื่องบั้งไฟพญานาค ที่ http://www.vcharkarn.com/vblog/47178

ฉะนั้นนะครับ ผู้ที่มีพลังพิเศษทั้งหลาย ในปีนี้ หากท่านบันทึกภาพดวงไฟ ณ ริมโขง หรือ ริมน้ำ แห่งใดๆ ในโลก แล้วได้ดวงไฟต่างๆ ส่งมาให้ผมวิเคราะห์ได้ที่ เมล์ yanyong007@windowslive.com จักเป็นพระคุณอย่างสูง และเป็นวิทยาทาน ต่อมนุษยโลก ไปชั่วลูกชั่วหลาน ครับผม
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน189 ครั้ง - ดาว 87 ดวง

ความเห็น 12 11 ต.ค. 2553 (17:04)
ขอความคิดเห็น
-ผ่านมา 8 ปีแล้วโดยประมาณ 17.30 คนเฝ้าไข้เพื่อนที่โรงพยาบาลโทรมาบอก เพื่อนเขาต้องการพบ
-18.00 เดินทางด้วยมอเตอร์ไซด์มาพบเพื่อน คุยกันอยู่ถึง 18.30 กลับบ้าน
-19.00 คนเฝ้าไข้เพื่อนโทรมาบอกว่า เพื่อนตายแล้ว
-19.20 มาดูศพเพื่อน รอจนเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลนำศพไปเก็บ
-20.30 ขี่มอเตอร์ไซด์กลับ ตอนออกจากโรงพยาบาลรู้สึกเหมือนยางรถล้อหลังแบน เพราะมันส่าย จึงจอดรถดู
ยางไม่แบนนี่หวา ก็ขึ้นรถขี่ออกไปใหม่ เอ้า ยางส่ายอีก (ส่ายเหมือนคนซ้อนท้ายแล้วโยกตัวซ้าย ขวา)
พิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง ก็เลยพูดคนเดียวพอได้ยินว่า อย่าส่ายแรงเดียวรถตกถนน ได้ผล เบาลงหน่อย แต่ไม่หาย
ส่ายไปประมาณ 10 กม. พอใกล้ถึงบ้านก็หาย
จากวันนั้น 3 เดือนเต็มจะส่ายทุกครั้งที่ขี่รถ ช่วงระหว่าง 3 เดือนได้บอกไปว่า ครบ 100 วันจะถวาย พระพุทธ
รูปให้ 1 องค์ วันที่ถวายให้แล้วรถส่ายแรงมากเกิบล้ม จากวันนั้นหายเงียบเลย
คำถาม 1. รถส่ายได้อย่างไร 2. เคยถามว่ามาให้เห็นตัวได้ไหม ก็ไม่เคยเห็น ทำไม 3.ทำไมเงียบหายไป
noiychai
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็น 13 13 ต.ค. 2553 (01:18)
สวัสดีครับ คุณ noiychai

เป็นความทรงจำที่น่าตื่นเต้นมาก ขอแสดงความเห็น ถ้าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจาก พลังทางวิญญาณ เพื่อนของคุณ นะครับ (ไม่เกี่ยวกับประเด็นอื่น อาทิ สาเหตุจากอุปกรณ์ รถ สภาพถนน สภาพคนขับ ฯลฯ)

ประเด็นที่ 1 การที่รถส่ายได้ ไม่น่าจะเกิดจากแรงภายนอก ที่กระทำกับตัวรถโดยตรง เพราะวิญญาณคงไม่มีพลังมากพอที่จะมาโยกรถให้แกว่งนานถึง 100 วัน ถ้าเป็น ครั้ง สองครั้ง อาจจะทำได้ เว้นแต่ว่า วิญญาณดวงนั้นมีพลังงานระดับเทพ รึว่า เค๊าจะเป็นชั้นเทพจริงๆ

ในความเห็นของผม น่าจะเป็นการใช้พลังกระทำกับคลื่นสมองของคุณ ไม่ใช่การประทับทรง เรียกว่า การเร้น หรือ ซ่อนเร้น ของวิญญาณ ส่งความรู้สึกผ่านจิตของเรา แล้วแสดงความรู้สึกของเขาออกมา ก็ไม่ทราบว่า เพื่อนคุณคนนี้ เป็นผู้ที่ชอบดื่ม แอลกอฮอล์ เป็นนิจ หรือไม่ และ ถ้าบอกสาเหตุที่ทำให้เขาเจ็บป่วยก่อนตาย จะตอบได้ค่อนข้างตรง ครับ

ประเด็นที่ 2 ผมขาดข้อมูล ดังต่อไปนี้
2.1 สัญญาเมื่อครั้งยังมีชีวิต ระหว่างคุณกะเพื่อน เคยว่าไว้อย่างไร หรือไม่
2.2 คำสั่งเสียครั้งสุดท้าย ว่าอย่างไร
จึงยังไม่สามารถให้ความเห็นได้ ครับ

ประเด็นที่ 3 ก็สืบเนื่องมาจาก ขาดข้อมูล ในประเด็นที่ 2 จึงให้ความเห็นยังไม่ได้

ถ้าจะให้พูดรวมๆ วิญญาณดวงนี้ เค๊ากำลัง เตือนคุณ ในเรื่องอะไรซักอย่าง ที่พวกคุณกำลังทำอยู่ อาจจะเป็น ชอบดื่มแล้วขับ หรือ ชอบขับรถไม่ระมัดระวัง หรือ อะไรทำนองนี้

ถ้าคุณไม่สะดวกจะเอ่ย บนหน้าเว็บ และเกิดความคับข้องใจจริงๆ ก็ กระซิบผมเบาๆ ผ่าน เมล์ yanyong007@windowslive.com ยินดีสนทนาครับ

แต่ถ้ามันเป็นความลับ แบบสุดๆ ไม่ต้องเล่าให้ผมฟังนะ ก็คิดแค่ว่า เรื่องมันผ่านไปนานแล้ว ... ก็ ทำบุญอุทิศให้เพื่อน ในเวลาที่มีโอกาส นะครับ

โชคดี ครับ
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน189 ครั้ง - ดาว 87 ดวง

ความเห็น 14 30 ต.ค. 2553 (13:04)
,มันครึ่ง ครึ่งนะ'จารย์แต่ก็ชอบ
ju_jinkabell
ร่วมแบ่งปัน4 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็น 15 15 พ.ย. 2553 (11:55)
ไปพิสูจน์กลับมาเมื่อไรก็มาบอกกล่าวกันต่อนะขอรับ ข้าน้อยรออ่านอยู่ แหะๆ
นายศรา
ร่วมแบ่งปัน1000 ครั้ง - ดาว 276 ดวง

ความเห็น 16 17 พ.ย. 2553 (14:51)
ครับผม จะแอบไปที่นั่น แล้วค่อยไปสัมภาษณ์คุณOle ทีหลัง
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน189 ครั้ง - ดาว 87 ดวง

ความเห็น 17 13 ม.ค. 2554 (21:30)
สวัสดีปีใหม่ ขอให้ทุกท่านและวิชาการ.คอม โชคดีตลอดปี 54 ครับผม
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน189 ครั้ง - ดาว 87 ดวง

ความเห็น 18 24 ม.ค. 2554 (13:14)
โห..เดียวนี้เว็บของอาจารย์ มีโฆษณามาขอแจมด้วย ยินดีด้วยครับอาจารย์ ที่งานวิชาการ งานค้นคว้าของอาจารย์ได้เผยแพร่อย่างไม่หยุดยั้ง ลูกศิษย์ก็เป็นปลื้มครับ ฮาๆๆ
singtho
ร่วมแบ่งปัน4 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็น 19 3 ก.พ. 2554 (15:39)
จอมดาบสบายดี อยู่ใช่ไหม ดีใจที่เข้ามาทักทาย ขอบคุณสำหรับกำลังใจ ให้เจริญรุ่งเรือง นะ ใน โอกาสปีใหม่ ตรุษจีน
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน189 ครั้ง - ดาว 87 ดวง

ความเห็น 20 8 ก.พ. 2554 (13:49)
สนใจงานวิจัยเรื่องจิตวิญญาณมากค่ะ เคยได้รับประสบการณ์ตรงจึงนำมาเขียนนวนิยาย
เรื่อง 400 ปีที่ตามหาเธอ เผื่อถ้าอาจารย์ว่างไปอ่าน ช่วยกรุณาออกความเห็นให้หน่อยค่ะ
และสนใจเรื่องมนุษย์ต่างดาวมาก อยากทราบรายละเอียดกระจกสื่อสารจากมนุษย์ผู้หญิงต่างดาว
เพราะกำลังคิดอยากรู้จังค่ะ ว่าโลกอื่นมีการผลิตเทดโนโลยีอย่างไร แล้วมีวิธีป้องกันแก้ไขมลพิษวิกฤตโลกของ
พวกเขาได้หริอไม่อย่างไร เอามาเปรียบเทียบเพื่อเป็นประโยชน์กับโลกของเราค่ะ...ขอบคุณมากๆค่ะ
janetoto
ร่วมแบ่งปัน99 ครั้ง - ดาว 54 ดวง