วิญญาณศึกษา Spirits education : วิจัยจิตวิญญาณ มิติลี้ลับจากภาพถ่าย ฅนค้นผี | วิชาการ.คอม

วิญญาณศึกษา Spirits education : วิจัยจิตวิญญาณ มิติลี้ลับจากภาพถ่าย ฅนค้นผี

การวิจัย จิต วิญญาณเชิงวิทยาศาสตร์:พิสูจน์ ภูติ ผี เทวดา พญานาค มนุษย์ต่างดาว ตำนานลี้ลับ ฯลฯ จากภาพถ่าย ...ความจริงของมิติวิญญาณ ที่มนุษย์โลก ไม่ควรพลาด...Human Find Ghost
ผู้เขียน: ยรรยง สินธุ์งาม ชมแล้ว: 441,640 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 16 January 2007, 5:03 pm ปรับปรุงล่าสุด: Thu 20 June 2013, 8:52 am
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด
สารบัญ
1-20 | 21-40 | 41-60 | 61-80 | 81-92


*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด

จำนวน 40 ความเห็น, หน้า | 1 | 2 | 3 |
ความเห็น 21 8 ก.พ. 2554 (19:53)
ขอบคุณมากครับ คุณjanet เดี๋ยวจะแวะไปอ่านนะครับ

ส่วนเรื่องเครื่องมือสื่อสารดังกล่าว ผมยังไม่มีข้อมูลแจ่มชัด ทราบเพียงว่า เป็นเครื่องมือที่เกิดจากการเชื่อมต่อกัน ระหว่าง ความนึกคิด ของผู้นั้น ทำให้เกิดเครื่องมือชิ้นนั้นขึ้นมา ถ้าไม่อยากสื่อสารกับผู้อื่น กระจกดังกล่าว จะหายไป คล้ายกับที่เราปิด โทรศัพท์แล้วเก็บเข้ากระเป๋า ถ้าเห็นกระจก แสดงว่า เขาพร้อมที่สื่อสารกับทุกคน ครับ
และ เมื่อกระจกหายไป หรือ ปิดเครื่องมือสื่อสาร หากมีการสื่อสารเข้ามา กระจกก็จะปรากฎขึ้นในทันที จะมีทั้ง ภาพ เสียง การวิเคราะห์พิกัด ตำแหน่ง วิเคราะห์อารมย์ ความรู้สึกผู้พูด วิเคราะห์ความเท็จ จริง เชื่อมโยงข้อมูล จากหลายฐานข้อมูล ในเสี้ยววินาที เพราะเป็นความไวทางจิต

ประเด็นการเชื่อมโยงข้อมูล เชิญไปคุยในเมล์ ครับ เผื่อ คุณจะได้นำไปใช้ในงานเขียน เพราะผมเองก็เพิ่งจะรู้พร้อมกันกับคุณ

วันนี้ก็เพิ่งกลับจากการไปเก็บข้อมูลที่ โขงเจียม ได้พบ ยานแม่อีกรูปลักษณ์ หนึ่ง รอให้วิเคราะห์ภาพเสร็จ จะนำเสนอให้ได้รับชมกัน ครับ
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 78 ดวง

ความเห็น 22 9 ก.พ. 2554 (15:43)
รูปเมฆนี้จะเป็นรูปเดียวกับที่หนังสือพิมพ์ลงที่ว่าเป็นเมฆรูปร่างประหลาดที่คนในกรุงเทพตกใจกลัว แล้วว่าเป็นลางร้ายใช่มั๊ยครับ...
...ผมเคยมีประสบการณ์ไปเที่ยวที่ทองผาภูมิออกไปทางสังขละ ตอนนั้นได้นำเด็กนักเรียนไปเข้าค่ายเกี่ยวกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ..พอตอนเช้าพี่เจ้าของไร่ได้ให้เด็กนั่งสมาธิ เด็กประมาณ เกือบ ๓๐ คน(เด็กม.ปลาย) ประมาณ ๓๐ กว่านาที พี่เขาให้จดชื่อเด็กประมาณ ๓-๔ คน ไว้ ในขณะนั้นพี่เขาก็นั่งสมาธิ ด้วย พอถอนสมาธิออกมาปรากฎว่าเด็ก ๓-๔ คน นั้น บอกว่าบนเขา นั้นมีเมืองอยู่ บอกสภาพเมืองที่เห็น และการแต่งกาย ของคน ที่อยู่บนนั้น ได้เหมือนกัน...ซึค่งที่ผมสังเกตเห็นก็เป็นการนั่งสมาธิแบบธรรมดา...พี่เขาอธิบายว่า บนนั้นเป็นเมืองลับแล(อาจเป็นการใช้ภาษาที่ทำให้เข้าใจง่าย) และบอกว่า เป็นลักษณะมิติซ้อน ซึ่งผมมีความเห็นว่าเป็นลักษณะเดียวกับที่คุณยรรยง กำลังศึกษาอยู่ และพี่เขายังบอกว่าคนบนนั้นมีธาตุไฟสูง เพราะเคยมีน้องๆที่ไปเคยถูกสัมผัสตัวเป็นรอยนิ้วมือที่ตัว เป็นรอยแดงรูปมือ แต่ไม่เจ็บไม่เป็นอะไร ประมาณ เดือนนึงก็เลือนหายไป และผมเองก็เคยมีรอยนี้ที่แขน...จึงมาเล่าประสพการณืไว้เผื่อเป็นข้อมูลการศึกษา เมื่อปีใหม่ก็ไปที่ไร่นี้อีก
azygous
ร่วมแบ่งปัน12 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็น 23 9 ก.พ. 2554 (17:20)
ขอบคุณมากค่ะอาจารย์ ตื่นเต้น ได้ความรู้ จะคอยติดตามค่ะ
janetoto
ร่วมแบ่งปัน92 ครั้ง - ดาว 54 ดวง

ความเห็น 24 9 ก.พ. 2554 (23:41)
ขอบคุณสำหรับข้อมูลจากคุณ azygous ครับ รูปเมฆ นี้ผมถ่ายจาก น้ำตกสร้อยสวรรค์ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ในเวลาจวน 6 โมงเย็น เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2554 ก็ไม่ทราบว่า จะเป็นเมฆเดียวกัน หรือไม่ เพราะ ผมถ่ายภาพเหล่านี้ เกือบ 30 ภาพ หากผู้สื่อข่าว ผู้นั้นอยู่บริเวณใกล้เคียง ณ วัน เวลา ก็อาจจะเป็นไปได้

สำหรับแถบกาญจนบุรี ขึ้นชื่อ ในเรื่องการปรากฎตัวของ จานบิน ก็น่าจะเป็นอย่างที่คนกลุ่มนั้น เห็นครับ เพราะบางคนมีจิตใจที่ละเอียด ก็จะสามารถสัมผัส กับมิตินั้นได้ไม่ยาก เป็นข้อมูลที่มีคุณค่ายิ่ง ครับผม เพราะโดยแท้จริง ผมตั้งใจศึกษาเฉพาะเรื่องวิญญาณ

เมื่อปรากฎว่า ผู้มาจากดาวดวงอื่น ที่อยู่ในสภาพกายละเอียด เข้ามาสัมผัส และเปิดเผยกับกล้องถ่ายวิญญาณ ผมจึงนำมาพูดไปพร้อมๆกัน ตามสภาพจริงของข้อมูล ที่ผมพบ ครับ

กราบเรียนเชิญทุกท่านนะครับ หากมีเรื่องราวที่น่าสนใจ ภาพถ่าย หรือ ประสงค์จะแลกเปลี่ยน แนะนำ ให้ข้อเสนอแนะ ในทุกแง่มุม เชิญพูดคุยกัน ที่นี่ และ ที่เมล์ yanyong007@windowslive.com จักเป็นพระคุณอย่างสูงครับ
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 78 ดวง

ความเห็น 25 9 ก.พ. 2554 (23:51)
ขอบคุณอีกครั้ง กับคุณ janet งานเขียนเรื่อง 400 ปี ที่ตามหาเธอ ให้มุมมองได้น่าสนใจ นะครับ ดูจากที่หลายต่อหลายท่าน เข้าไป เม้นท์ เดี๋ยวจะแวะไปอ่านเรื่อยๆครับผม
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 78 ดวง

ความเห็น 26 11 เม.ย. 2554 (14:55)
ผมจำเป็นจะต้องเดินทางไปกาญจนบุรี ซะแล้วล่ะ อีกไม่กี่เพลา จะเดินทางไปเยี่ยม ครับ

สงกรานต์นี้ ขอลงไปเขตอิทธิพล สึนามิ ก่อนครับ ภูเก็ต กระบี่ พังงา จะนำข้อมูลที่น่าสนใจ กลับมาฝาก

อาจจะได้ภาพ ชาวน้ำ ชาวบาดาล หรือ ชาวหิมพานต์ ... หรือ อาจจะได้เฉพาะภาพวิวสวยๆ ก็ต้องคอยดูกัน ครับ

ขออวยพรให้ทุกท่าน ทั้งมนุษย์โลก มนุษย์ต่างดาว และวิชาการ.คอม ให้ มีความสุข ในวันปีใหม่ไทย สุขภาพแข็งแรง ร่ำรวย ร่าเริง อายุยืนนาน พ้นเคราะห์ หายโศก มีความสุข ตลอดปี เทอญ
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 78 ดวง

ความเห็น 27 26 เม.ย. 2554 (08:21)
เรื่องจุดขาวๆในรูปครั้งหนึ่งผมก็เคยเกือบเชื่อว่ามันเกิดจากการสะท้อนของแสงกับผงฝุ่นอะไรทำนองที่ผู้รู้เขาว่าจนผมมาประสบกับตนเองในงานศพงานหนึ่ง(รดน้ำศพ)เมื่อไม่นานซึ่งเพื่อนผมถ่ายรูปออกมาก็ปรากฏภาพเหล่านี้แต่ไม่เยอะเท่างานหลวงตา มีอยู่ประมาณ ๕-๖ จุด ก็คิดว่าเกิดจาการการหักเหของแสงของฝุ่น แต่มาอีกวันก็ถ่ายภาพในงานอีกในเวลาเดี่ยวกันสถานที่เดี่ยวกันปรากฏว่าไม่มี ซึ่งในความคิดผมเห็นว่าฝุ่นหรืออะไรที่สะท้อนแสงมันไม่น่าหายไปในอีกวันหนึ่ง....ในบางทีอาจเป็นไปได้ว่าในวันนั้นเป็นวันที่ผู้ตายเพิ่งตาย อาจมีปรากฏการณ์บางอย่างเกี่ยวกับดวงจิคหรือพลังงานบางอย่างเกิดขึ้น...แล้วได้ไปสำรวจที่กาญจนบุรี แถวนั้นหรือยังครับ...ภูเก็ต กระบี่ พังงา ผมไปราชการบ่อยครับ จำได้ที่ประทับใจไม่รู้ลืมก็ไอ้ตอนที่ไปกินข้าวที่หาดป่าตองก่อนสินามิ มา ๒ วัน กลับมาโทรศัพท์มาเป็นร้อยสาย คิดแล้วยังเสียวสันหลังครับ
azygous
ร่วมแบ่งปัน12 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็น 28 1 พ.ค. 2554 (23:56)
นับว่าโชคดีมากนะครับ คุณazygous ที่ไม่ได้ไปผจญภัยกับ สึนามิ....

ส่วนเรื่อง กาญจนบุรี ยังไม่ได้ไป ครับผม แต่ได้สำรวจเส้นทาง วางแผน และ กำลังคิดว่าจะหลอกภรรยา อย่างไรดี ถึงจะได้งบประมาณ ไปสำรวจท้องที่ ดังกล่าว อิ อิ อิ ลำพังเงินเดือน ก็มีเพียงน้อยนิด แต่ก็มักจะชอบเดินทางไกลๆ ก็เป็นแค่นักวิจัยพื้นบ้าน แต่อาจหาญค้นคว้าเรื่อง ระดับจักรวาล....

แล้วก็นำมาโม้ บนเว็บไซต์ อีกต่างหาก ว่าไปแล้ว ก็ เพี๊ยนสุดๆ แต่อย่างน้อย ผมก็บอกกับตัวเอง และท่านผู้อ่านเสมอ ว่า ผมเป็นคนธรรมดา หาได้เป็นผู้วิเศษ แต่อย่างใดไม่ ผมเห็นหลายต่อหลายคน เวลาที่สนทนาเรื่อง ผี
บ้าง เรื่อง ธรรมะ บ้าง เรื่อง ฝึกจิตต่างๆนานา ก็มักจะอ้าง อย่างโน้นอย่างนี้

บ้างก็อวดอ้างคุณวิเศษ ต่างๆนานา ผมได้ฟัง ก็ได้แต่นั่งทำตาปริบๆ ในใจก็นึกอยากจะถามเขาไปว่า "สิ่งนั้นมันผิดปกติตรงไหนเหรอ จิตทุกดวงหากฝึกฝน ก็จะต้องผ่าน ปรากฏการณ์เหล่านั้น เองนั่นแหละ" ใจน่ะอยากจะบอกอย่างงี้ แต่ไม่พูด เพราะมันจะทำลายความสุข และความภาคภูมิใจของเขา

เว้นแต่ ผู้ที่รู้สึกว่า เราสนิท จริงๆ ก็จะพูดแบบตรงๆ ซึ่งหลายครั้ง ก็ทำลายมิตรภาพลง อย่างน่าใจหาย !!
ทำไงได้ล่ะครับ ...เพราะเราเป็น ....ฅน..ค้น..ผี .... จะโกหกไม่ได้ !!

ต้องว่าไปตามที่เห็น ขอรับ (ส่วนเรื่องโกหกภรรยา ต้องกราบขออภัย เป็นอย่างสูง อิอิอิ)

ขอบพระคุณ คุณ azygous อีกครั้งสำหรับข้อมูลต่างๆ และ ขอบพระคุณทุกความคิดเห็น รวมไปถึง ท่านผู้อ่านทุกท่าน อีกครั้งขอรับ กระผม
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 78 ดวง

ความเห็น 29 20 พ.ค. 2554 (00:09)
ผมมีรูลักษณะเป็นดวงอย่างนี้ส่งให้วิเคราะห์ได้หรือเปล่าครับ
ต้องทำอย่างไร เพราะดูจากรูปที่วิเคราะห์แล้วจึงนึกขึ้นได้ว่ามี
เลยอยากขอความกรุณาช่วยวิเคราะห์ให้ผมครับ
musicluver
ร่วมแบ่งปัน2 ครั้ง - ดาว 44 ดวง

ความเห็น 30 20 พ.ค. 2554 (15:37)
ส่งภาพเข้าที่เมล์ได้เลยครับ ไม่ต้องลดขนาดของภาพ ตามเมล์นี้ครับ yanyong007@windowslive.com
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 78 ดวง

ความเห็น 31 21 พ.ค. 2554 (00:15)
ขอบพระคุณครับ ส่งไปแล้วครับ ome1977@windowslive.com โอมครับ
musicluver
ร่วมแบ่งปัน2 ครั้ง - ดาว 44 ดวง

ความเห็น 32 22 พ.ค. 2554 (22:35)
ภาพที่คุณOme ส่งมาผมดูคร่าวๆ ถ้ำดังกล่าว เป็นที่อยู่ ของ ยักษ์ นะครับ ส่วนจะเป็นกลุ่มไหน ยังไง นั้น ต้องรอสักนิด เพราะช่วงเปิดเทอมใหม่ ออกจะงานมากซักหน่อย แต่ไม่เป็นปัญหา สำหรับผมนะครับ เพราะปกติจะเป็นผู้ที่นอนน้อย 3-4 ชั่วโมง ต่อวัน บางทีถ้าได้วิเคราะห์ภาพ อาจจะไม่ได้นอน เลยก็ได้ แต่เช้าวันจันทร์ ต้องขับรถไปทำงาน ร่วม 100 กิโล คงต้องพักซักหน่อย เกรงว่าจะหลับใน ครับ
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 78 ดวง

ความเห็น 33 25 พ.ค. 2554 (23:10)
คุณยรรยง ขับรถไกลขนาดนั้นแล้วพักผ่อนน้อยด้วย อันตรายนะครับเป็นห่วงจริงๆ...ยังไงก็นอนให้เกิน ๕ ช.ม.ไว้ก่อน..สารเคมีในร่างกายเกี่ยวกับการซ่อมแซมเซลที่เสียหายจะฟื้นฟูเซลในร่างกายได้...พักน้อยเซลจะเสื่อมโทรมเร็ว.....แล้วรูปในความเห็นที่ ๓๒ เอาลงมาให้ชมบ้างนะครับ...
azygous
ร่วมแบ่งปัน12 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็น 34 26 พ.ค. 2554 (21:21)
ขอบพระคุณมากครับ คุณอาซีกุส สำหรับความห่วงใย คร๊าบบ ผมจะพยายามปฏิบัติตามคำแนะนำ ครับ ส่วนเรื่อง ภาพดังกล่าว จะนำมาให้ชมแน่นอนครับ ช่วงนี้ขอเวลาเคลียร์งาน ด่วนก่อน นะครับ
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 78 ดวง

ความเห็น 35 28 พ.ค. 2554 (22:11)
ด้วยความเคารพนะครับ อยากจะลองออกความคิดเห็นนิดนึง
เพราะเห็นใช้ชื่อว่าการศึกษาวิญญาณทางด้านวิทยาศาสตร์

โดยผมขอแสดงความคิดเห็นในส่วนของกระบวนการวิทยาศาสตร์
ในการศีกษานี้นะครับ

ส่วนตัวผมเองถึงแม้จะเรียนวิทยาศาสตร์ แต่ก็มีความรู้สึกว่า
วิทยาศาสตร์นั้นก็ยังมีจุดอ่อนอยู่มาก แม้แต่ในวิชาฟิสิกส์เองที่เรียกได้ว่า
เป็นยอดพีระมิดของวิทยาศาสตร์ ในระดับพื้นฐานแล้วก็ยังเป็นแค่
ข้อสมมุติของคนๆกลุ่มหนึ่งเท่านั้น นักฟิสิกส์สร้างแบบจำลองของ
ธรรมชาติขึ้นมา จากนั้นก็ศึกษาธรรมชาติผ่านแบบจำลองนี้
เมื่อแบบจำลองไหนได้รับการยอมรับ ก็จะถูกเรียกว่าความจริง
แต่แล้วเมื่อมีใครสักคนทำการทดลองขึ้นแล้วพิสูจน์ได้ว่า
แบบจำลองนั้นไม่จริง นักฟิสิกส์ก็จะสร้างแบบจำลองขึ้นมาใหม่
ที่ครอบคลุมมากกว่าเดิม แล้วเรียกแบบจำลองใหม่นั้นว่าความจริง

ถึงแม้จะดูเหมือนว่าความรู้ในระดับพื้นฐานนั้นยังไม่นอน
แต่เหตุผลที่วิทยาศาสตร์เป็นที่ยอมรับกันสากลนั้นก็เพราะว่า
วิทยาศาสตร์ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันว่า
เป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้วในการศึกษาธรรมชาติ

จุดสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
คือสามารถทำซ้ำได้ หมายความว่าไม่ว่าใครก็ตาม ต้องสามารถ
ทำตามและได้ผลอย่างเดียวกันได้ จะทำกี่ร้อยครั้งจะต้องได้ผล
ที่เหมือนหรือใกล้เคียงกับผลเดิม

ส่วนทฤษฎีนั้นก็มีไว้เพื่ออธิบายผลการทดลอง ทฤษฎีที่ดีนั้น
จะต้องอธิบายผลการทดลองนั้นได้ และสอดคล้องกับทฤษฎีที่มีอยู่
ก่อนหน้านั้น หรือครอบคลุมทฤษฎีที่มีอยู่ก่อนหน้า

เพราะฉะนั้นการจะเสนอทฤษฎีหรือ"ความจริง"ใหม่ๆนั้นทำได้สองแง่ครับ
คือหนึ่งเสนอการทดลองใหม่ๆ และสองคือเสนอทฤษฎีใหม่ๆ

กลับมาที่งานของคุณยรรยงครับ ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมครับ
เพราะไม่เคยเห็นใครศึกษาเรื่องวิญญาณเอาจริงเอาจังขนาดนี้มาก่อน
ศึกษาเรื่องที่คนอื่นฟังเอาแล้วอาจขำได้เนี่ย ผมว่าก็ต้องมีความอดทน
มากทีเดียวหล่ะครับ

ในความเห็นผมคือ การศึกษานี้ยังไม่ได้เป็นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
เท่าที่ควรเนื่องจากไม่ได้อ้างอิงหลักวิทยาศาสตร์ใดๆเลย ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น
ครับ ว่าการเสนอ"ความจริง"ใหม่นั้น ความจริงนั้นจะต้องครอบคลุมความจริง
อันเก่าทั้งหมด หมายความว่าต้องอธิบายความรู้ที่มีมาก่อนหน้าน้้นได้
ตัวอย่างเช่นการเสนอว่ารูปควันกลมๆที่คุณเก็บภาพได้นั้น แท้จริงแล้ว
ไม่ใช่การหักเหของแสงผ่านละออง แต่เป็นการปรากฎณ์ของวิญญาณ

การเสนอแบบนี้ไม่ใช่การเสนอที่ครอบคลุมความรู้เดิม แต่เป็นการโยน
ของเดิมทิ้งหมดทั้งขโยงเลย ฉะนั้นไม่แปลกเลยครับที่นักวิทยาศาสตร์
จะไม่ยอมรับกัน

พอเห็นประเด็นของผมไหมครับ การจะเอาชนะความรู้เดิมทางวิทยาศาสตร์ได้
ก็ต้องใช้วิธีการของนักวิทยาศาสตร์เท่านั้น คล้ายกับการแข่งขันบอล
คุณจะชนะเกมได้คุณก็ต้องแข่งบอล ต้องเอาบอลเข้าไปเตะ ต้องทำตามกติกา
ที่นักบอลยอมรับ คุณไม่สามารถเอาชนะนักบอลด้วยการเอาเทนนิสเข้าไปตีได้

ประเด็นที่สองคือเรื่องของการทดลอง อย่างที่กล้าวไว้ข้างต้นว่า
การทดลองทางวิทยาศาสตร์ต้องทำซ้ำได้ คุณต้องสามารถที่จะเขียน
ออกมาเป็นข้อๆได้ว่าต้องทำการทดลองอย่างไร และผลจะออกมาอย่างไร
และในกรณีของการศึกษานี้ ผลที่ออกมานั้นจะต้องไม่สามารถอธิบายได้ด้วย
ความรู้เดิมทางวิทยาศาสตร์

ถ้าทำการทดลองแล้วปรากฎณ์ว่าผลออกมา ก็อธิบายได้ด้วยความรู้เดิมที่มีอยู่แล้ว
นักวิทยาศาสตร์ก็จะให้ความรู้สึกว่า "ก็แล้วไง" พอนึกภาพออกไหมครับ

สรุปอีกครับนะครับ
1. เราไม่สามรถโยนความรู้เก่าทิ้งทั้งหมดได้ แต่ต้องใช้ความรู้ใหม่
อธิบายความรู้เก่าที่มีอยู่ทั้งหมด
2. การทดลองนั้นต้องทำซ้ำได้ และในกรณีการศึกษานี้ ผลการทดลองจะต้อง
อธิบายโดยความรู้เดิมไม่ได้

ติเพื่อก่อนะครับผม:)
euler_tj
ร่วมแบ่งปัน60 ครั้ง - ดาว 151 ดวง

ความเห็น 36 29 พ.ค. 2554 (11:53)
ขอบพระคุณมากครับ คุณ euler tj

การศึกษาในสิ่งที่ลึกลับ นี่ ! มันมีเสน่ห์ นะครับ และ กระบวนยุทธ ที่ไร้เทียมทาน มักจะไม่มีรูปแบบ ที่ชัดเจน นะ ไม่ว่าจะเป็น เพลงดาบ มุซาชิ ยอดซามูไร หรือ กลศึก ท่านขงเบ้ง สมัยสามก๊ก
....ไร้กระบวนท่า....ร้อยรบ พลิกแพลง ....

ผู้ที่มีรูปแบบ ก็ศึกษา ไป .... ส่วน ฅนค้นผี !! ...ก็จะศึกษา ไป .... เรื่อย.....

คุณท่าน ที่มีภาพถ่าย แปลกๆ ก็แนบfile ส่งมาที่ เมล์ ได้ตลอด ครับ ......

ขอบพระคุณอีกครั้ง นะครับ สำหรับ ความห่วงใย ที่ต้องการสร้างมาตรฐาน ของงานค้นคว้า ทุกความรู้ มีมาตรฐาน และ ความจริง อยู่ในตัวของมันเองเสมอ

....... แม้จะไม่มี ..... ใคร...... ยอมรับ........

ขอเชิญท่านแวะเข้าไปที่ http://www.vcharkarn.com/my/10751/blog ดูเรื่อง พลิกฟ้าผ่ามิติ (มนุษย์ต่างดาว ผาแต้ม ภาค 2) ผมว่า คุณจะได้เห็นอะไร ที่ เหนือมนุษย์ ในอีกมิติ หนึ่ง ที่ ฅนค้นผี ไปค้นเจอ ขอรับ

ขอเชิญพูดคุยทางเมล์ เป็นการส่วนตัว ด้วยนะคะรับ


ฅน ค้น ผี
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 78 ดวง

ความเห็น 37 29 พ.ค. 2554 (17:03)
ขอบคุณครับ
ผมสะดวกที่จะคุยในนี้มากกว่า เผื่อจะได้มีคนร่วมออกความเห็นด้วย
ความเห็นของผมคือ
จะไร้กระบวนท่าได้ มันก็ต้องเริ่มจากมีกระบวนท่าก่อนหล่ะครับ
จะคิดนอกกรอบได้ ก็ต้องรู้จักกรอบนั้นก่อน

ผมยกตัวอย่างนะครับ ไอสไตน์ที่ได้ชื่อว่าเป็นนักคิดนอกกรอบ
ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนนึง งานของไอสไตน์นั้นระบุไว้ว่าเวลาเป็นสิ่งที่
ยืดหดได้ตามแต่ผู้สังเกตการ เวลาจะเดินช้าลงถ้าเราเคลื่อนที่
ด้วยความเร็วมากขึ้น

งานของไอสไตน์นั้นก็ถือว่าเป็นการเปลี่ยนความคิดของคนทั้ง
โลกทีเดียวครับ ที่เชื่อว่าเวลานั้นต้องเดินด้วยอัตราเร็วเท่ากัน
เสมอ ในช่วงแรกที่ทฤษฎีถูกเสนอก็แน่ครับว่าหลายคนก็ัยังไม่
ยอมรับ แต่สิ่งที่ทำให้ทฤษฎีของไอสไตน์ยอมรับเพราะว่า
เค้าไม่ได้แค่เสนอขึ้นมากปากปล่าวเฉยๆ ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ
ก็พูดขึ้นมาว่าเนี่ยอันนี้ทฤษฎีผม เวลานั้นยืดหดได้
แต่เค้าได้เล็งเห็นแล้วว่ากรอบเดิม หรือความรู้เดิมที่มีอยู่ทั้งหมด
ไม่สามารถแก้ปัญหาของเขาได้ เขาจึงใช้กรอบเดิม
สร้างกรอบใหม่ขึ้นมาที่ใหญ่กว่าเดิม

ทฤษฎีสัมพัทธภาพที่เขาเสนอนั้น ครอบคลุมทฤษฎี
ทางกลศาสตร์ก่อนหน้านั้นทั้งหมด และสามารถอธิบาย
การทดลองใหม่ๆที่ทฤษฎีเดิมอธิบายไม่ได้ได้

จะเห็นครับว่าไอสไตน์ไม่ได้โยนกรอบเก่าทิ้ง
แต่เอากรอบเก่ามาทำใหม่ วิธีนี้ก็ถือเป็นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
อย่างหนึ่งครับ คือ เราเอางานเก่ามาพัฒนา ไม่ใช่โยนของเก่าทิ้ง
ถ้าเราไม่ทำตามนี้ นักวิทยาศาสตร์ก็จะไม่ถือว่า
งานชิ้นนั้นเป็นงานวิทยาศาสตร์

นี่ก็ถือเป็นข้อจำกัดของวิทยาศาสตร์อย่างหนึ่งครับ
คือคุณจะสร้างงานวิทยาศาสตร์ได้คุณจะต้องเล่นตามกฎณ์

แต่การศึกษาธรรมชาติก็ไม่จำเป็นต้องใช้วิทยาศาสตร์
พุทธศาสตร์เราก็มีดีไม่น้อยเช่นกัน

แต่ในเมื่องานชิ้นนี้อ้างว่าเป็นงานวิจัย เป็นงานวิทยาศาสตร์
ผมว่าคุณก็ต้องกลับมาเล่นตามกฎณ์ของเค้าหล่ะครับ

หรืออีกทางเลือกหนึ่งคือให้เป็นการศีกษานี้เป็นแบบอื่น
ที่ไม่ใช่วิทยาศาสตร์ เพราะสิ่งที่คุณตอบไม่ได้
ไม่ได้หมายความว่าวิทยาศาสตร์ตอบไม่ได้นะครับ

เพราะเรื่องพวกปรากฎการณ์ต่างๆ มันก็อธิบายได้ด้วยความรู้
ชุดเดิมของวิทยาศาสตร์อยู่แล้ว ผมก็ยังหาเหตุผลไม่ได้ว่า
ทำไมนักวิทยาศาสตร์ถึงต้องมาสนใจความคิดของคุณ

ส่วนเรื่องมนุษย์ต่างดาวผมก็เห็นด้วยครับที่ถึงแม้จะพิสูจน์
ชัดเจนไม่ได้ว่ามีอยู่จริง แต่ก็พิสูจน์ไม่ได้ว่าไม่มี

ยังไงก็ขอชื่นชมในความพยายามรวมรวบข้อมูลนะครับผม
euler_tj
ร่วมแบ่งปัน60 ครั้ง - ดาว 151 ดวง

ความเห็น 38 29 พ.ค. 2554 (22:00)
สวัสดีครับ คุณอียูเลอร์ ไม่รู้ว่าออกเสียงยังไง รึจะเป็น ยูเลอร์ เอาเป็นว่า ขอเรียก ทีเจ ก็แล้วกัน
ต้องกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ที่ คุณทีเจ จริงจัง และห่วงใย งานค้นคว้าเรื่องนี้ จนผิดสังเกต เพราะว่า ตัวผมเอง ไม่ได้สนใจว่า ใครจะว่ายังไง และ ไม่ได้มีความคิดที่จะไปหักล้าง ทฤษฎี ของใครทั้งนั้น

ถ้าคุณทีเจ สังเกตนะจะเห็นว่า ผมใช้ชื่อและนามสกุลจริง ในการเผยแพร่งานเขียน ข้อแรก เพื่อเป็นการยืนยันว่า ผมมีตัวตนอยู่จริง ข้อสอง มันจะเป็นข้อบังคับว่า ผมจะโกหกไม่ได้ ภาพที่ผมได้มา จะไม่ใช่การสร้างขึ้น ข้อมูลบางอย่าง ที่ผมสัมผัสทางสมาธิ ซึ่งผมจะเรียกว่า จิตสัมผัส หรือ ญาณทรรศนะ ข้อมูลในส่วนนั้น จะถูกนำมาใช้น้อยที่สุด ซึ่งถ้าในด้านการฝึกฝนทางจิตนั้น ผมใช้วิปัสนากรรมฐาน ตามหลักสติปัฏฐาน 4 ของพุทธศาสนา

ผมจะพยายามใช้รูปภาพ จากข้อมูลที่ ซ้ำๆกัน บางภาพกว่าจะรู้เรื่อง ต้องเก็บข้อมูลเรื่อยมา นับสิบปี ผมรวบรวมเรื่องดังกล่าวมาตั้งแต่อยู่ชั้น ม.5 ช่วงนั้นอายุ 17 ปี จนปัจจุบัน อายุร่วมห้าสิบปี และเพิ่งเผยแพร่เรื่องดังกล่าว มาร่วม 5 ปี บนเว็บไซต์

ส่วนการวิจัย ที่หลายคนอาจจะไปติดในคำศัพท์ แล้วเข้าใจว่าเป็นเรื่องใหม่ แตะต้องคำนี้ไม่ได้ พอกล่าวถึงวิจัย แล้วมันต้องมี รูปแบบ ต้องมี 5 บท นะเป็นอย่างน้อย อันนี้ ผมว่า นั่นเป้นรูปแบบของ นักวิชาการกลุ่มดังกล่าว นะ

และ การวิจัยในปัจจุบัน มีสองสาย คือ 1 การวิจัยเชิงปริมาณ และ 2 การวิจัยเชิงคุณภาพ

การวิจัยเชิงปริมาณ ก็จะเน้นไปทางการใช้สถิติเพื่อใช้เป็นค่าอ้างอิง ไปสู่กลุ่มประชากร มุ่งเน้นเพื่อการพยากรณ์ หรือ สนใจใน แนวโน้ม ว่า จะเป็นอย่างนั้น อย่างนี้

ส่วน การวิจัยเชิงคุณภาพ มุ่งเน้นในทางการศึกษาที่เจาะลึก ในเรื่องที่ตนสนใจ

และในกรณี งานวิจัยของผม ก็เข้าข่ายอยู่ในกลุ่ม ของการวิจัยเชิงคุณภาพ ครับ

อีกอย่างหนึ่ง ผมก็มีการใช้ตัวอย่างที่ซ้ำกัน เพื่อนำไปสู่การวิเคราะห์ ก่อนนำไปสู่การอธิบายความ ซึ่งผมไม่ได้นำมาบอกกล่าวไว้ บนหน้าเว็บ

และผมใช้เทคนิคการตรวจสอบข้อมูล แบบสามเส้า Triangulation หรือ การตรวจสอบข้อมูลแบบหลายมิติ
ได้แก่

1 มิติบุคคล คือ การใช้บุคคลที่แตกต่าง หลากหลาย ในการเก็บข้อมูล คุณทีเจ จะสังเกตว่า
ไม่ใช่มีแต่ผมที่ถ่ายภาพลักษณะดังกล่าวได้ ภาพที่นำมาวิเคราะห์ หลายส่วนมาจาก ท่านผู้อ่าน
ที่ส่งมาให้ผมวิเคราะห์ ซึ่งบ่งชี้ว่า สิ่งเหล่านั้น มีอยู่จริง คนอื่นก็บันทึกภาพ วิญญาณ ได้เช่นกัน

2 มิติเครื่องมือ คือ การใช้เครื่องมือที่แตกต่าง เป็นกล้องที่หลากหลายยี่ห้อ บางครั้งเป็นกล้องจากโทรศัพท์
ก็สามารถบันทึกภาพวิญญาณได้ กล้องใช้ฟิล์ม กล้องดิจิตอล ก็บันทึกภาพดังกล่าวได้
ซึ่งบ่งชี้ว่า ข้อมูลดังกล่าว มีอยู่จริง หาได้จำกัดอยู่เฉพาะกล้องถ่ายวิญญาณของผม เท่านั้น

3 มิติสถานที่ คือ การเก็บข้อมูลจากสถานที่ ที่แตกต่างกัน ดังที่ท่านผู้อ่าน จากสารพัด จังหวัด
บ้างอยู่ถึงต่างประเทศ ก็บันทึกภาพ ลักษณะดังกล่าวได้ ซึ่งบ่งชี้ว่า ข้อมูลดังกล่าว
ไม่ได้มีแต่อยู่แถวละแวกบ้าน หรือ บริเวณที่ผมเท่านั้น ไปเก็บภาพ หากแต่ มีอยู่โดยทั่วไป

4 มิติเวลา คือ การเก็บข้อมูลในเวลาที่แตกต่างกัน ไม่ว่า เช้า สาย บ่าย เย็น ค่ำ ดึก หรือฟ้าสาง ต่างก็บันทึกภาพ
ลักษณะดังกล่าวได้ บ่งชี้ว่า ข้อมูลดังกล่าว แม้เก็บข้อมูลคนละเวลา ก็ได้ผลเฉกเช่นเดียวกัน

5 มิติสถานการณ์ คือ การเก็บข้อมูลจากสถานการณ์หรือบรรยากาศที่แตกต่างกัน บางแห่งอยู่ในงานพิธีมงคล
บางแห่งอยู่ในงานศพ บางครั้งกำลังดื่มกิน บางทีก็กำลังท่องเที่ยว ฝนกำลังตก ลมพัดกรรโชก หรือ
ในยามลมนิ่งสงบ รวมทั้งสดๆจากอุบัติเหตุ ก็มี ฯลฯ ก็ได้ภาพดังกล่าวออกมา ไม่แตกต่างกัน
ซึ่งบ่งชี้ว่า ข้อมูลดังกล่าว มีอยู่จริง

6 มิติทางอารมย์ คือ ความแตกต่างกันทางอารมย์ของผู้เก็บข้อมูล ไม่ได้จำกัดอยู่เพียง ผู้ที่มีอารมย์ถือศีล กินเจ
บางคนอาจจะกำลังดื่มกินในงานเลี้ยง สนุกสนาน บางคนอารมย์เศร้า ในงานศพ บางคนกำลังมีความ
ทุกข์ใจเนื่องจากภาวะหนี้สิน บางคนอาจจะกำลังอิจฉาใครต่อใครเขา หาได้ทำพิธีกรรม จุดธูปเทียน
หรือ มีวิธีการพิเศษใดๆ ไม่ ซึ่งจะอารมย์ไหน ก็บันทึกภาพดังกล่าวได้ ซึ่งบ่งชี้ว่า ข้อมูลดังกล่าว
มีโดยปกติ

จากที่กล่าวมาผมจึงนำเรียนท่านได้ ว่า งานวิจัยชิ้นนี้ เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ และเป็น วิทยาศาสตร์ ครับ

ส่วน คำว่า วิจัย หาได้เป็นสิ่งแปลกใหม่ แต่อย่างใด แต่ได้ถูกกล่าวไว้ ตั้งแต่สมัยพุทธกาล มาแล้ว
ดังปรากฏในพระไตรปิฎก ซึ่งภาษาบาลี ใช้คำว่า วิจโย (อ่านว่า วิจะโย)

ดังที่ผมจะขอยก คำบาลี ที่อธิบาย เรื่อง วิปัสสนากรรมฐาน ซึ่งนำมาจากเว็บไซต์ วัดเกาะ.คอม http://www.watkoh.com/data/ssn_dhm/vipassana.php

ดังนี้

วิปัสสนากัมมัฏฐาน คืออุบายวิธีสำหรับฝึกจิตให้เกิดปัญญารู้แจ้งตามความเป็นจริง
พระไตรปิฎก ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๔ ข้อ ๕๕ หน้า ๓๐

ได้ให้ความหมายของวิปัสสนาไว้ว่า

กตมา ตสฺมึ สมเย วิปสฺสนา โหติ ยา ตสฺมึ สมเย ปญฺญา ปชานานา วิจโย ปวิจโย ธมฺมวิจโย สลฺลกฺขณา อุปลกฺขณา ปจฺจุปลกฺขณา ปณฺฑิจฺจํ โกสลฺลํ เนปุญฺญํ เวภพฺยา จินฺตา อุปปริกฺขา ภูรีเมธา ปริณายิกา วิปสฺสนา สมฺปชญฺญํ ปโตโท ปญฺญา ปญฺญินฺทฺริยํ ปญฺญาพลํ ปญฺญาสตฺถํ ปญฺญาปาสาโท ปญฺญาอาโลโก ปญฺญาโอภาโส ปญฺญาปชฺโชโต ปญฺญารตนํ อโมโห ธมฺมวิจโย สมฺมาทิฏอยํ ตสฺมึ สมเย วิปสฺสนา โหติ

แปลความว่า วิปัสสนาที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ความวิจัย ความเลือกสรร ความวิจัยธรรม ความกำหนดหมาย ความเข้าไปกำหนด ความเข้าไปกำหนดเฉพาะ ภาวะที่รู้ ภาวะที่ฉลาด ภาวะที่รู้ละเอียด ความรู้อย่างแจ่มแจ้ง ความค้นคิด ความใคร่ครวญ ปัญญาเหมือนแผ่นดิน ปัญญาเครื่องทำลายกิเลส ปัญญาเครื่องนำทาง ความเห็นแจ้ง ความรู้ดี ปัญญาเหมือนรัตนะ ความไม่หลงงมงาย ความเลือกเฟ้นธรรม สัมมาทิฎฐิ ในสมัยนั้น นี้ชื่อว่า วิปัสสนา ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น ได้
(วิสุทธิ.ฏีกา. ๑/๑๕/๒๑)

จะเห็นว่า วิจโย หรือ วิจัย นั้นมีมาตั้งแต่โบราณกาลแล้ว ไม่ใช่สิ่งใหม่ แต่อย่างใด และ ไม่ได้เริ่ม
จาก นักวิทยาศาสตร์หรือนักวิชาการ ชาวฝรั่ง หากแต่มีมาตั้งแต่ สมัยพระพุทธเจ้า อยู่เอเชีย เรานี่แหละ

เห็นความตั้งใจจริงของคุณ ทีเจ ผมจึงขออธิบายความ หาใช่การโต้เถียง เพื่อเอาชนะ หากแต่เบิกความ
ไปตามเจตนารมย์ ที่แท้จริง ของ ฅน ค้น ผี ครับ

ขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ครับ ในการสื่อสาร ร่วมกัน
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 78 ดวง

ความเห็น 39 30 พ.ค. 2554 (02:18)
ขอบคุณครับ เพราะผมก็กลัวอยู่ว่าจะดูเป็นการเถียงเพื่อเอาชนะหรือปล่าว
แต่จริงๆก็ต้องการจะให้ความเห็นครับ ผมเห็นว่าเถียงกันเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องธรรมดา
และก็สนุกดี

และที่เห็นว่าเขียนยาวมากเลยเนี่ยก็เพราะว่าปกติไม่เคยเห็น
ใครทุ่มเทเพื่อเรื่องพวกนี้ขนาดนี้ครับ

ช่วงนี้ผมยังติดธุระอยู่ไม่สะดวกนัก ยังให้ความเห็นในรายละเอียดเป็นจุดๆไม่ได้
กะว่าสักปลายเดือนหน้าจะชวนคุณยรรยงมาถกกันในประเด็นต่างๆ
คิดว่าคุณยรรยงค์คิดว่าอย่างไรครับ ก็คงจะเป็นการคุยกันในบอร์ดนี้แหละ

แต่ยังไงก็ตามผมก็คงไม่ได้มีความรู้แน่นพอที่จะเป็นตัวแทนนักวิทยาศาสตร์ได้
แต่ก็น่าจะหาข้อมูลมาพูดคุยกันได้ระดับนึง

ส่วนเรื่องชื่อจะเรียกยังไงก็ได้ครับ ผมไม่ถือ:)
euler_tj
ร่วมแบ่งปัน60 ครั้ง - ดาว 151 ดวง

ความเห็น 40 2 มิ.ย. 2554 (23:25)
ขอบคุณครับคุณนาคะจักร ที่ส่งภาพข้อมูล ดวงวิญญาณ ที่ป่าภูพาน มาให้วิเคราะห์ หรือ ที่ท่านเรียกว่า ชาวทิพย์

ซึ่งผมได้วิเคราะห์ในเบื้องต้นแล้ว พบว่า ดวงทิพย์ ทั้งหลายที่คุณบันทึกได้ มีทั้ง มนุษย์ต่างดยู่โลกวิญญาน และ ผู้ที่อยู่ มิติวิญญาณ โดยแท้ แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่ คุณบันทึกได้ ซึ่งจะแตกต่างจาก ภาพที่ผมเคยเห็น ก็คือ

ภาพที่คุณบันทึกได้ เหมือนอยู่ในที่ๆ ซึ่งถูกกักขัง ด้วย กระจกใส ซึ่งอาจจะเป็น กำแพงมิติ อีกลัหษณะหนึ่ง ซึ่งผมคงต้องรอรวบรว อีกซักระยะ เพื่อนำไปสู่การอธิบายความ ในประเด็นที่ผมได้เกริ่นนำ


ขอบคุณอีกครั้ง ครับ
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 78 ดวง

Google  
ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
อีเมล : star@vcharkarn.com
โทรศัพท์ : 02-9620127
Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
Page generated in0.3323 seconds !