แหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น / ประเพณีท้องถิ่น / แผนจัดการเรียนรู้สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น | วิชาการ.คอม


แหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น / ประเพณีท้องถิ่น / แผนจัดการเรียนรู้สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น

สารบัญ

                       
หน้าที่ 1 แหล่งเรียนรู้ / แหล่งท่องเที่ยว
หน้าที่ 2 ประวัติการก่อตั้งบ้านอ้อมกอ
หน้าที่ 3 ร่องรอยมหัศจรรย์
หน้าที่ 4 เจดีย์โบราณ
หน้าที่ 5 ดินแดนหมัศจรรย์หินล้านปี
หน้าที่ 6 บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์
หน้าที่ 7 พิธีบวงสรวงเจ้าปู่หอคำ (พญาศรีสุทโธ)
หน้าที่ 8 วัดศรีชมชื่น
หน้าที่ 9 ภาษาอีสานวันละคำ
หน้าที่ 10 ผญา คำสอน
หน้าที่ 11 ผญา
หน้าที่ 12 ควมทวย
หน้าที่ 13 การเล่นของเด็กไทยโบราณ
หน้าที่ 19 วิเคราะห์หลักสูตร ปฐมวัย
หน้าที่ 20 แผนการจัดการเรียนรู ปฐมวัย 1
หน้าที่ 21 แผนการจัดการเรียนรู ปฐมวัย 2
หน้าที่ 22 วิเคราะห์หลักสูตร ช่วงชั้นที่ 1 - 2
หน้าที่ 23 แผนการจัดการเรียนรู มักคุเทศ 1
หน้าที่ 24 แผนการจัดการเรียนรู้ มักคุเทศ 2
หน้าที่ 25 แผนการจัดการเรียนรู้ มักคุเทศ 3
หน้าที่ 26 วิเคราะห์หลักสูตรการเล่นพื้นเมือง ชั้น ม.1
หน้าที่ 27 แผนการจัดการเรียนรู้ การละเล่นพื้นเมือง 1
หน้าที่ 28 แผนการจัดการเรียนรู้ การละเล่นพื้นเมือง 2
หน้าที่ 29 แผนการจัดการเรียนรู้ การละเล่นพื้นเมือง 3

แหล่งเรียนรู้ / แหล่งท่องเที่ยว

อภินิหารเจ้าปู่หอคำ(เจ้าปู่ศรีสุทโธ)

                เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในท้องถิ่นที่เป็นหมู่บ้านและตำบลขนาดเล็ก และเป็นหมู่บ้านเก่าแก่มีหลักฐานการอยู่อาศัยสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน และยังมีร่องรอยการก่อสร้างบ้านเมือง ความเจริญรุ่งเรืองของยุคก่อน มีให้เห็นเด่นชัด

ตลอดถึงเรื่องราวที่เป็นการเล่าสืบทอดกันมา เป็นนิทานปรัมปรา เป็นเหตุการณ์ที่เกิดกับบุคคลในปัจจุบัน และผู้คนทั่วไปต่างมีความเชื่อกันว่า “เจ้าปู่หอคำ” คือเจ้าปู่ศรีสุทโธ เจ้าแห่งนครบาดาล และประทับอยู่บนเกาะน้ำอ้อมแห่งนี้ และยังปรากฏ

ร่องรอยการเดินทาง การเลื้อยที่มีลักษณะคล้ายงูบนแผ่นหินภายในเกาะ และยังมีความเชื่อกันว่าเป็นรอยของพญาศรีสุทโธ

  ที่เดินทางไปมาระหว่าง นครบาดาลขึ้นสู่เมืองมนุษย์ตรงประตูที่คำชะโนด       เดินทางผ่านไปยังบุ่งตาล บ้านมีชัย ตำบลบ้านตาด อำเภอบ้านดุง และมาประทับอยู่ที่เมืองน้ำอ้อมเกาะแห่งนี้ และเดินทางตามลำน้ำสงครามจนถึงภูเขาที่อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นต้นน้ำสงครามและเป็นแหล่งเก็บมหาสมบัติ    ที่เรียกว่า “เหล็กไหลน้ำผึ้ง แก้วเสด็จ และเพชรพญานาค” จนได้ขนานนามว่า    “ภูผาเหล็ก” จนปัจจุบัน    

เมืองน้ำอ้อมเกาะเสมือนว่าเป็นพระราชฐานของพญาศรีสุทโธ และยังมีอาณาเขตกว้างขวางมาก จึงให้มีทหารผู้ดูแลรักษาเมืองแห่งนี้ไว้ และเชื่อกันว่าทหารผู้รักษาเมืองคือ “เจ้าปู่องค์ดำ” จากคำเล่าขานของผู้คนในปัจจุบันนี้      ว่า “เจ้าปู่องค์ดำ” เป็นชายร่างกายกำยำสูง ใหญ่ ผิวดำ มือถือดาบขนาดใหญ่ลาดตะเวนรักษาเขตแดนเมือง และบรรดาสัตว์น้ำประเภทต่าง ๆ ภายในอาณาบริเวณหนองคำ และอุทยานอ้อมฤดี หากมีใครเข้ามาลักลอบจับไปเป็นอาหาร เจ้าปู่องค์ดำจะแสดงปาฏิหาริย์ให้ปรากฏเห็นทันตา บางรายได้รับการทรมานเป็นหลายวัน บางรายถึงกับต้องเสียชีวิตด้วยอาการที่ทุรนทุรายคล้ายอาการของสัตว์ที่ได้ไปลักขโมยมากิน (WWW.Omkorsc.Udontkani3.net)

เจ้าปู่หอคำไปตามกลับบ้าน

      นายสมควร  อังคะปาน นายจำรัส   แสงมนตรีและนายหมดหวัง เป็นลูกบ้านชาวบ้านอ้อมกอ มีอาชีพทำนาอย่างชาวบ้านทั่วไป ต่อมาเลยคิดจะไปทำงานรับจ้างที่ต่างจังหวัดจึงได้ชวนกันและได้เดินทางไปทำงานที่จังหวัดระยอง

นายสมควร  อังคะปาน เล่าเรื่องที่ประสบกับตนเอง และเพื่อนสองคน มีนายจรัส แสงมนตรี  และนายหมดหวัง (ฉายา) เมื่อได้เดินทางไปถึงและได้ทำงานที่จังหวัดระนอง เมื่อปี พ.ศ. 2518 ที่ทำงานห่างจากถนนใหญ่เข้าไปในป่าลึก ประมาณ 40 กิโลเมตร โดยได้ค่าจ้างคนละ 600 บาท ต่อเดือน ในขณะที่ทำงาน มีผู้คุมงานมีอาวุธครบมือ เพื่อป้องกันการหลบหนีของคนงาน            เมื่อทำงานได้ประมาณยี่สิบวัน นายจรัส เกิดป่วยมีอาการแปลก ๆ  ลักษณะการพูดเปลี่ยนไปจากเดิม อาการไข้หนักมากจนเกิดการคุ้มคลั่งอาละวาท ทุบโอ่งน้ำขนาดใหญ่จนแตกกระจาย และใช้คำพูดแทนตนเองว่า “กู” และแทนเพื่อนที่ไปด้วยกันว่า “มึง” ซึ่งนายจรัสยังมีอายุน้อย และนายจรัสไม่เคยพูดเช่นนี้มาก่อน เช่น “เฒ่าสิตายแล้ว มึงยังพาเด็กน้อยหนีมาไปพวกมึงพากันกลับบ้าน” ซึ่งนายสมควร เล่าว่าได้ฟังแล้วรู้สึกกลัวและทั้งแปลกใจมาก ปกตินายจรัสไม่เคยเรียก ตู้หมดหวัง ซึ่งมีอายุแก่เกือบ 70 ปีแล้ว ว่า “มึง  กู” ทั้งสามคน เลยปรึกษากัน จะเดินทางกลับ โดยที่นายจรัสบอกว่า “ กูเอารถมารอรับอยู่ ส่วนกูจะขี่ม้าตามไป” แล้วนายจรัสยังบอกว่า “ก่อนกลับบ้านให้ไปเบิกเงินค่าแรงกับเฒ่าแก่ หรือนายจ้างก่อน” นายสมควรบอกว่า โดยปกติ จะไม่มีใครกล้าไปเบิกเงินที่บ้านนายจ้างคนนี้ เพราะมียามคอยถือปืนเฝ้า แล้วมีสุนัขดุมากเฝ้าอยู่ด้วย ซึ่งถ้าเดินเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้าอาจตายได้ ก็เลยไม่มีใครอาสาเข้าไป จนนายจรัสสำทับอีกที่ว่า”มึงนั่นล่ะไอ้ควร เข้าไป มึงเด็กกว่าเพื่อน กูรับรองความปลอดภัย” นายสมควรจึงต้องจำใจไป โดยนายสมควรบอกว่า ตอนนั้น “โสตาย” แต่เมื่อเข้าไปถึงบ้าน น่าแปลก แทนที่จะได้รับการต้อนรับแบบผู้บุกรุก แต่กลับได้รับการต้อนรับแบบมีไมตรี เจ้าของบ้านซึ่งเป็นผู้หญิงได้เปิดประตูออกมาต้อนรับและก็ถามสาเหตุที่มาพบยามเวลาวิกาล นายสมควรจึงเล่าสาเหตุต่างๆ ให้ฟัง และขอเบิกเงินค่าแรง เพื่อจะเดินทางกลับบ้าน ซึ่งเมื่อนายจ้างได้ฟัง ก็จ่ายเงินค่าแรงให้ครบจำนวน โดยไม่มีข้อแม้ใดๆ แล้วก็ขอลากลับ ในขณะที่เดินทางกลับบ้าน           ที่บ้านอ้อมกอ  ศรีเจริญ ตำบลอ้อมกอ อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ระหว่างเดินทางไม่ได้เสียเงินค่ารถแม้แต่บาทเดียว

อภินิหารเจ้าปู่องค์ดำ

นายเหี้ยนอนแช่น้ำ

ปู่มี  ธีระพาพงษ์ ได้เล่าประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับเพื่อนบ้านว่า นายเหี้ย เป็นคนในบ้านอ้อมกอ ได้ขโมยเต่า และปลาฝา (ตะพาบน้ำ) มาเป็นอาหาร   เป็นประจำซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่า เมื่อนายเหี้ยไปขโมยมาทำอาหาร ทำให้เจ้าปู่หอคำ หรือปู่ศรีสุทโธ ไม่พอใจ โดยใช้ปาฏิหาริย์ ทำให้นายเหี้ย มีอาการคล้ายเป็นคนบ้า วิ่งเข้าไปในดอนหอคำและเข้าไปนั่งบนหอ ของปู่ จนทำให้หอปู่หัก นายเหี้ยจึงร้องขึ้นว่า “พวกมึงเห็นไหม บ้านกูหัก แล้วพวกสูมาช่วยสร้างใหม่ให้กู” จากนั้นก็ลงไปแช่น้ำหน้า   ศาลเจ้าปู่หอคำใครเรียกก็ไม่ยอมขึ้นมา เพื่อนบ้านจึงได้นำดอกไม้ธูปเทียนไปคารวะขอให้ปู่ยกโทษให้ นายเหี้ยรับปากว่าต่อไปจะไม่ทำอีก ชั่วครู่เดียว อาการของนายเหี้ยก็ปกติ และไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเองแม้แต่โดนปลิงเกาะเป็นพรวนก็ไม่รู้ตัว จากนั้นก็พานายเหี้ยกลับบ้าน โดยที่นายเหี้ยก็ยังอยู่ในอาการงุนงง ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง

 

นายก้อน  กินเต่า

นายสง่า  คลังมารินทร์ อดีตผู้ใหญ่บ้านศรีเจริญ ได้เล่าเรื่องที่ได้ประสบกับตนเองให้ที่ประชุมฟัง ในสมัย ตนเองบวชเป็นเณร ก็มีความคุ้นเคยกับเพื่อนบ้านคนหนึ่ง ชื่อ นายก้อน  คำใสดี เป็นน้องชายของเจ้าอาวาสวัดศรีชมชื่น    (รูปก่อน)ในขณะนั้น หลังจากนายก้อน  คำใสดี ได้รับปลดประจำการ ก็ได้กลับมาบุกเบิกพื้นที่ป่าที่อยู่ติดกับดอนหอคำ เพื่อทำเป็นที่การเกษตร ขณะที่บุกเบิกแผ้วถางป่า ก็เจอเต่าที่มีขนาดความยาว 60 ซม. กว้าง 40 ซม. เป็นจำนวนมาก จึงได้นำเอาเต่าส่วนหนึ่งไปขังไว้ในเล้าข้าว (ฉางข้าว, ยุ้งข้าว) เพื่อเก็บไว้เป็นอาหารสำรอง นายก้อน  คำใสดี ได้นำเต่ามาฆ่าเพื่อเป็นอาหารเป็นจำนวนมากจนอยู่มาวันหนึ่ง นายก้อน เกิดอาการไม่สบาย ล้มป่วยลงโดยมีอาการคล้ายคนบ้าและมีอาการเพ้อเจ้อ พอจับใจความได้ว่าใครเคยเห็นเต่าตายบ้าง   เต่าตายเป็นอย่างไร ใครไม่เคยเห็นมาดูเอา จากนั้นร่างของนายก้อนก็มีอาการเกร็ง ดิ้นทุรนทุรายคล้ายอาการดิ้นรนตอนใกล้ตายของเต่า มีเลือดไหลออกจากทวารทั้ง 5 และสิ้นใจตายในที่สุด ซึ่งถือว่าเป็นเหตุการณ์หนึ่งที่พอจะยกมาอ้างอิงว่า ดอนหอคำ แต่ก่อนจนปัจจุบัน มีความศักดิ์สิทธิ์ จริง

 

 

 

 

 

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา