ข้อมูลอย่างย่อของดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ

สารบัญ

ดาวอังคาร

[[8510]] ดาวอังคาร (Mars) เป็นดาวเคราะห์สีแดง ทำให้ผู้คนเชื่อกันว่าเป็นเทพแห่งสงครามและการสู้รบ ความแข็งแกร่ง และสัญลักษณ์ของเพศชาย ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 มีความเชื่อและข้อสันนิษฐานที่ได้รับการยอมรับทั่วไปว่าดวงอังคารเป็นดาวที่มีสภาพเอื้อต่อการกำเนิดและวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาเช่นเดียวกับมนุษย์ เพราะดาวอังคารเป็นดาวดวงที่อยู่ถัดจากโลกออกไปในระบบสุริยะ ที่มีขนาดเล็กกว่าโลกไปไม่มาก และมีคาบการหมุนรอบตัวเองใกล้เคียงกับโลก ในปี ค.ศ.1877 จิโอวานี เชียพาเรลลี (Giovanni Schiaparelli) นักดาราศาสตร์ชาวอิตาลีได้ใช้กล้องโทรทรรศน์สังเกตดาวอังคารและค้นพบภูมิประเทศลักษณะเป็นเส้นพาดผ่านดาวอังคาร จึงได้ตั้งชื่อภูมิประเทศเหล่านั้นว่า Canali ซึ่งเป็นภาษาอิตาลี แปลว่า คลอง การค้นพบนี้ทำให้เพอร์ซิวัล โลเวลล์ (Percival Lowell) คหบดีและนักดาราศาสตร์สมัครเล่นชาวอเมริกันเกิดความสนใจหลงใหลในดาวอังคารเป็นอย่างมากถึงกับตั้งหอดูดาวส่วนตัวที่ยอดเขาสูงในมลรัฐแอริโซนาเพื่อศึกษา "คลอง" บนดาวอังคารโดยเฉพาะ โลเวลล์ได้ทุ่มเทเวลาและความอุตสาหะให้กับการสังเกต และทำแผนที่ดาวอังคารของเขามากจนกระทั่งในปี ค.ศ.1895 โลเวลล์สรุปและตีพิมพ์ผลการสังเกตของเขาอย่างมั่นใจว่าเส้นที่สังเกตเห็นได้บนดาวอังคารเหล่านั้นคือเครือข่ายคลองส่งน้ำของสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาบนดาวอังคาร และได้ตั้งข้อสันนิษฐานต่อไปอีกว่า ดาวอังคารกำลังประสบปัญหาความแห้งแล้งอย่างหนัก ทำให้มนุษย์ดาวอังคารต้องสร้างระบบชลประทานเพื่อส่งน้ำที่ละลายจากขั้วน้ำแข็งบนดาวอังคารมาหล่อเลี้ยงกิจกรรมของมนุษย์ดาวอังคารในบริเวณอื่นๆ นักดาราศาสตร์ร่วมสมัยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับข้อสรุปของโลเวลล์ เพราะไม่ได้เห็น "เครือข่ายคลอง" บนดาวอังคารเหมือนกับที่โลเวลล์เห็น แต่กระแสความนิยมทฤษฎีของโลเวลล์ในหมู่ผู้คนทั่วไปรุนแรงกว่ามาก ข้อคัดค้านจากนักดาราศาสตร์จึงไม่ได้รับความสนใจเท่าในนัก นักเขียนและนักสร้างภาพยนตร์ต่างพากันใช้โอกาสนี้สร้างรายได้อย่างงดงามจากนิยายวิทยาศาสตร์แนวมนุษย์ดาวอังคารบุกโลก (และมนุษย์บุกดาวอังคาร) ซึ่งได้กระพือให้กระแสดาวอังคารยิ่งกระจายออกไปทั่วโลก กระแสคลั่งดาวอังคารโดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่ชาวอเมริกันได้ผลักดันให้เกิดโครงการศึกษาดาวอังคารต่างๆ รวมทั้งมีส่วนทำให้โครงการอวกาศเจริญรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว เพราะผู้คนต่างก็อยากทราบว่าแท้จริงแล้วบนดาวอังคารมีสิ่งมีชีวิตอยู่หรือไม่ สำหรับประเทศมหาอำนาจ (ในช่วงครึ่งแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 20) คำถามที่ว่าดาวอังคารมีสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาอยู่หรือไม่ เป็นเรื่องทางความมั่นคงของชาติเพราะหากมีมนุษย์ดาวอังคารอยู่จริงก็จะต้องมีมาตรการรองรับและตอบโต้หากมนุษย์ดาวอังคารส่งยานมาบุกโลกด้วย แต่ในที่สุดแล้ว มนุษย์กลับเป็นผู้ส่งยานไปบุกดาวอังคารเสียเอง ในปี ค.ศ.1965 ยานมารีเนอร์ 4 (Mariner 4) ของสหรัฐอเมริกาได้บินผ่านดาวอังคารและถ่ายรูปพื้นผิวดาวอังคารชุดแรกกลับมายังโลก ประเด็นปัญหาทั้งเรื่องคลอง เรื่องสภาพพื้นผิวดาวอังคาร และเรื่องมนุษย์ดาวอังคารจึงได้คลี่คลายลง หากดาวศุกร์เปรียบได้กับโลกที่เสียสมดุลอันพลุ่งพล่านและเกรี้ยวกราด ดาวอังคารก็เปรียบได้กับโลกที่ตายแล้วเหลืออยู่เพียงบรรยากาศเบาบางอันเย็นยะเยือกและพื้นผิวที่สงบเงียบ พื้นผิวของดาวอังคารเต็มไปด้วยหินระเกะระกะ และฝุ่นสีแดงที่เกิดจากสนิมเหล็ก ทำให้ดาวอังคารมีสีแดงเมื่อมองจากโลก ดาวอังคารมีขั้วน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ขั้วทั้งสอง ซึ่งประกอบด้วยน้ำแข็งและคาร์บอนไดออกไซด์แข็ง (น้ำแข็งแห้ง) ขั้วทั้งสองจะมีขนาดเล็กลงในฤดูร้อนของดาวอังคารเพราะน้ำแข็งแห้งจะระเหิดหายไปบ้าง แต่ยังคงอยู่ตลอดปีไม่เคยละลายหายไปหมด แกนหมุนของดาวอังคารเอียงทำมุม 25 องศากับแนวการโคจร ใกล้เคียงกับค่า 23.5 องศาของโลก ทำให้ดาวอังคารมีฤดูกาลคล้ายกับฤดูกาลบนดลก วันหนึ่งของดาวอังคารยาว 24.7 ชั่วโมง ใกล้เคียงกับโลกมากอีกเช่นกัน ดาวอังคารโคจรรอบดวงอาทิตย์รอบหนึ่งในเวลาประมาณ 687 วัน นั่นคือ ปีหนึ่งของดาวอังคารยาวเกือบ 2 เท่าของปีโลก ดาวอังคารมีบรรยากาศที่หนาแน่นไม่ถึง 1 ใน 100 ของบรรยากาศโลก แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีพายุใหญ่ที่พัดปกคลุมดาวทั้งดวงเกิดขึ้นประปราย บรรยากาศของดาวอังคารประกอบด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นส่วนใหญ่ จึงสร้างสภาพเรือนกระจกที่ทำให้ผิวดาวร้อนขึ้นประมาณ 5 องศาเซลเซียสจากค่าที่ควรจะเป็นหากไม่มีบรรยากาศ อย่างไรก็ตาม ช่วงอุณหภูมิพื้นผิวดาวอังคารก็ยังคงกว้างมากคือ ตั้งแต่ -133 องศาเซลเซียส (140 เคลวิน) ที่ขั้วน้ำแข็งในฤดูหนาวไปจนถึงประมาณ 30 องศาเซลเซียส (303 เคลวิน) ที่ด้านกลางวันในฤดูร้อน โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ -55 องศาเซลเซียส (218 เคลวิน) ภูมิอากาศบนดาวอังคารหนาวเย็นกว่าโลกเพราะดาวอังคารอยู่ไกลจากดวงอาทิตย์มากกว่าโลกเกือบ 1.5 เท่า จึงได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์เพียง 40% ของพลังงานที่โลกได้รับ ----------------------------------------------------------------------------------------------- ภาพอ้างอิงจาก http://www.hoax-slayer.com/mars-earth-close.html ข้อมูลอ้างอิงจาก เอกภพ เพื่อความเข้าใจในธรรมชาติ โดย วิภู รุโจปการ ,เอกภพ.--พิมพ์ครั้งที่ 3.--กรุงเทพฯ : นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์,2548. ISBN 974-9656-46-6 (ข้อมูลดาวอังคารจากหน้า109-111)

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา