ข้อมูลอย่างย่อของดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ
ระบบสุริยะของเรามีดวงอาทิตย์เป็นจุดศูนย์กลาง มีดาวเคราะห์ 9 ดวงอยู่ในวงโคจร (ที่เรารู้จักกันมานมนาน) เพื่อเป็นประโยชน์แก่การค้นคว้าหาความรู้ จึงนำประวัติและข้อมูลอย่างย่อของดาวเคราะห์ต่างๆในระบบสุริยะมาให้เป็นความรู้กัน
post ครั้งแรก: Tue 8 May 2007, 2:53 pm ปรับปรุงล่าสุด: Wed 9 May 2007, 12:26 pm
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด
ดาวยูเรนัส (Uranus) เป็นดาวเคราะห์ดวงแรกที่มีการค้นพบในสมัยใหม่ ต่างจากดาวพุธ ดาวศุกร์ ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี และดาวเสาร์ที่เป็นที่รู้จักกันมาตั้งแต่โบราณกาลแล้ว ดาวยูเรนัสค้นพบโดย วิลเลียม เฮอร์เชล (William Hershel) นักดาราศาสตร์สมัครเล่นชาวเยอรมันที่มาตั้งรกรากในอังกฤษ เขาได้ใช้กล้องโทรทรรศน์ขนาด 6.4 นิ้วที่ประดิษฐ์ขึ้นเอง ส่องสำรวจท้องฟ้าอย่างเป็นระบบ และค้นพบดาวยูเรนัสเมื่อวันที่ 13 มีนาคม ค.ศ.1781 ในเบื้องต้นเขาคิดว่าวัตถุที่เขาพบคือดาวหางดวงหนึ่ง แต่หลังจากการติดตามสังเกตอยู่หลายสัปดาห์ เฮอว์เชลได้คำนวณวงโจรของวัตถุที่เขาค้นพบและพบว่าวัตถุดังกล่าวคือดาวเคราะห์ดวงใหม่ที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ไกลจากวงโคจรของดาวเสาร์ออกไปถึง 2 เท่า
เฮอร์เชลตั้งใจจะตั้งชื่อดาวเคราะห์ดวงนี้ว่า Georgium Sidus หรือ "ดาวของพระเจ้าจอร์จ" เพื่อเป็นเกียรติแก่พระเจ้าจอร์จที่ 3 แห่งอังกฤษผู้ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ของเฮอร์เชล แต่นักดาราศาสตร์ในสมัยนั้นนิยมเรียกกันว่า ดาวเฮอร์เชล มากกว่า ต่อมาโจฮันน์ โบด (Johann E.Bode) นักดาราศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านดาวเคราะห์ของชาวเยอรมัน จึงได้เสนอชื่อ "ยูเรนัส" ซึ่งตามตำนานกรีก คือ เทพแห่งท้องฟ้าและสรวงสวรรค์และเป็นบิดาของโครนอสหรือดาวเสาร์ เพื่อให้เป็นไปในแนวทางเดียวกับการที่โครนอสเป็นบิดาของซูส หรือดาวพฤหัสบดีอีกต่อหนึ่ง (เทพซูสของดาวพฤหัสก็คือบิดาของมาร์ส หรือดาวอังคารเช่นกัน)
ในที่สุดชื่อ ยูเรนัส ก็เป็นที่ยอมรับกันในหมู่นักดาราศาสตร์อย่างกว้างขวางในราวปี
ค.ศ.1850 และถึงแม้ว่าดาวดวงนี้จะไม่ได้ตั้งชื่อตามพระนามของพระเจ้าจอร์จที่ 3 ตามปณิธานของเฮอร์เชล แต่พระเจ้าจอร์จก็ได้ทรงแต่งตั้งให้เฮอร์เชลเป็นนักดาราศาสตร์ประจำราชสำนักของพระองค์ โดยได้ทรงปูนบำเหน็จเฮอร์เชลอย่างงดงาม อีกทั้งยังแต่งตั้งให้เป็น เซอร์ วิลเลียม เฮอร์เชล ในเวลาต่อมา
ดาวยูเรนัสเป็นดาวเคราะห์ก๊าซที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 ใน 3 ของดาวพฤหัสบดี(แต่ถึงกระนั้น ดาวยูเรนัสก็มีขนาดใหญ่กว่าโลกถึง 63 เท่า) โคจรรอบดวงอาทิตย์ที่ระยะห่างเกือบ 3 พันล้านกิโลเมตร ไกลกว่าระยะทางจากโลกถึงดวงอาทิตย์ประมาณ 19 เท่า
ดาวยูเรนัสโคจรรอบดวงอาทิตย์หนึ่งรอบในเวลา 84 ปีของโลก ลักษณะการโคจรที่โดดเด่นที่สุดของดาวยูเรนัส คือ แกนของดาวเอียงทำมุมกับระนาบสุริยะถึง 98 องศา หรือเกินกว่ามุมฉากมาเล็กน้อย ดาวยูเรนัสจึงหมุนรอบตัวเองในลักษณะตะแคงข้าง ส่งผลให้ฤดูกาลของดาวยูเรนัสยาวนานมาก ซีกหนึ่งของดาวจะอยู่ในฤดูหนาวนาน 42 ปี ขณะที่อีกซีกหนึ่งอยู่ในฤดูร้อนนาน 42 ปี นั่นคือ ณ บางจุดบนดาวยูเรนัส ดวงอาทิตย์จะไม่ตกเลยในช่วง 42 ปี และในทางตรงกันข้าม บางบริเวณก็จะไม่ได้รับแสงอาทิตย์เลยเป็นเวลา 42 ปี เช่นกัน ผลัดกันเช่นนี้เรื่อยไป อย่างไรก็ตาม เนื่องจากดาวยูเรนัสอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ออกไปไกลมาก พลังงานจากดวงอาทิตย์จึงแผ่ไปถึงดาวยูเรนัสเพียง 0.27% ของพลังงานที่แผ่มาถึงโลก ทำให้ "ฤดูหนาว" และ "ฤดูร้อน" บนดาวยูเรนัส มีอุณหภูมิต่างกันประมาณ 2 องศาเซลเซียสเท่านั้น
ปัจจุบันเรายังมีความรู้เกี่ยวกับดาวยูเรนัสค่อนข้างน้อยมาก เพราะนอกจากจะสังเกตจากโลกได้ค่อนข้างยากแล้ว ยังมียานอวกาศเพียงลำเดียวเท่านั้นที่ไปเยือนดาวยูเรนัส คือ ยาน
วอยเอเจอร์ 2 (Voyager 2) ของสหรัฐอเมริกาที่บินเฉียดดาวยูเรนัสเมื่อวันที่ 24 มกราคม
ค.ศ.1986 และถ่ายภาพดาวยูเรนัสและดวงจันทร์ต่างๆ กลับมาประมาณ 8,000 ภาพ ซึ่งยังนับว่าน้อยเมื่อเทียบกับดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้โลกดวงอื่นๆ
-----------------------------------------------------------------------------------------------
ภาพอ้างอิงจาก http://pds.jpl.nasa.gov/.../captions/uranus/uranus.htm
ข้อมูลอ้างอิงจาก เอกภพ เพื่อความเข้าใจในธรรมชาติ โดย วิภู รุโจปการ ,เอกภพ.--พิมพ์ครั้งที่ 3.--กรุงเทพฯ : นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์,2548. ISBN 974-9656-46-6 (ข้อมูลดาวยูเรนัสจากหน้า145-146)