จะเลือกเพลงอะไรให้ลูกฟัง
พ่อแม่ผู้ปกครองมีข้อสงสัยอยู่ว่าจะให้ลูกฟังเพลงอะไรดี คำตอบมีอยู่ว่าเด็กในท้องฟังได้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับแม่ของเด็กทารก แม่ฟังอะไรลูกก็ฟังเพลงนั้น เพราะทุกอย่างอยู่ในความควบคุมของแม่ แต่ในส่วนของพ่อแม่ควรจะเลือกเพลงอะไรให้ลูกฟังต่อไปนี้...
ผู้เขียน: Poylittlegirl ชมแล้ว: 13,788 ครั้ง
post ครั้งแรก: Thu 10 May 2007, 1:52 pm ปรับปรุงล่าสุด: Thu 10 May 2007, 3:04 pm
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด

หน้าที่ 1 - เพลงของ Peter Ilych Tchaikovsky
8695

พ่อแม่ผู้ปกครองมีข้อสงสัยอยู่ว่า จะให้ลูกฟังเพลงอะไรดี คำตอบมีอยู่ว่าเด็กในท้องฟังได้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับแม่ของเด็กทารก แม่ฟังเพลงอะไรลูกก็ฟังเพลงนั้น ซึ่งเด็กในท้องก็ต้องฟังได้ทั้งนั้น เพราะทุกอย่างอยู่ในควบคุมของแม่ แต่ในส่วนของพ่อแม่ควรจะเลือกเพลงอะไรให้ลูกฟังต่อไปนี้

ในที่นี้ขอเลือกเพลงคลาสสิคมาให้ฟังเป็นตัวอย่าง เหตุผลที่เลือกเพลงคลาสสิคนั้น เพราะว่าเพลงคลาสสิค ผู้ประพันธ์เพลง ผู้เล่นได้บรรจงสร้างขึ้นอย่างประณีต สำหรับผู้ฟังเป็นศิลปะของเสียงที่ควรฟัง โดยไม่ต้องเลือกว่าเป็นเพลงอะไร ทุกเพลงได้ผู้ประพันธ์และเล่นโดยนักดนตรีฝีมือเยี่ยมที่สุดในโลก ทำให้ผู้ฟังได้รับสิ่งที่ดีที่สุด ในที่นี้ขอเลือกเพลงตัวอย่างคุณแม่จำนวนหนึ่งเพื่อเป็นตัวอย่างให้ลูกฟัง ที่จริงแล้วเพลงที่ใช้ประกอบภาพยนตร์การ์ตูน คุณแม่สามารถเลือกมาใช้ได้ทั้งหมด เพราะว่าที่ใช้ประกอบการ์ตูนได้ถูกเลือกมาเรียบร้อยแล้ว หรือเป็นเพลงที่ประพันธ์ขึ้นเพื่อใช้กับเรื่องในการ์ตูนและเหมาะสมกับเด็ก

ตัวอย่างเพลง Serenade for Strings in C Major Op.48 ผลงานประพันธ์ของ Peter Ilych Tchaikovsky มีชีวิตระหว่างปี ค.ศ.1840 - 1893 เป็นเพลงที่มีด้วยกัน 4 ท่อน เพลงนี้เป็นเพลงที่ใช้ประกอบภาพยนตร์การ์ตูนของวอลต์ดีสนี่ เป็นเพลงฟังง่ายๆไพเราะ แต่ละท่อนก็มีเสน่ห์ชวนฟังมากทีเดียว

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในท่อนที่ 1 - 2 ซึ่งเป็นเพลงสดใส ทั้งสองท่อนได้ถูกเลือกใช้เป็นเพลงประกอบการ์ตูน ตอนที่เจ้าหญิงและเจ้าชายเต้นรำ เป็นเพลงที่สามารถสร้างจินตนาการให้เด็กได้มากทีเดียว มีเครื่องดนตรีเป็นเครื่องสายทั้งหมด

เพลง Violin Concerto in D Major Op.35 ผลงานการประพันธ์ของ Peter Ilch Tchaikovsky เพลงนี้อาจจะคุ้นหูคุณแม่มากหน่อย คุณสุทิน เทศารักษ์ ได้นำทำนองส่วนหนึ่งมาเรียบเรียงเป็นเพลงไทยชื่อ "ม่านไทรย้อย" โดยใช้คุณชูศรี พุ่มชูศรี เป็นผู้ขับร้อง ขณะเดียวกัน นักเดี่ยวไวโอลิน ก็ได้นำเพลงนี้มาแสดงกับวงซิมโฟนีกันบ่อย เพราะนอกจากจะเป็นเพลงที่คุ้นหูแล้ว ยังเป็นเครื่องทดสอบนักไวโอลินในเมืองไทยว่าเล่นเพลงนี้ได้ ถึงจะยอมรับและได้ชื่อว่าเป็นนักเดี่ยวไวโอลิน

เพลงนี้มีด้วยกัน 3 ท่อน ตามแบบฉบับของเพลงคอนแชร์โตทั่วไป อาจจะตื่นเต้นเร้าใจ เด็กได้ยินเสียงไวโอลินเดี่ยวตั้งแต่เสียงต่ำไปยังเสียงสูง ความงดงามและความไพเราะของทำนองจะทำให้ติดใจกันง่าย ที่จริงเป็นเพลงที่ยากมากเพลงหนึ่ง แต่สำหรับผู้ฟังแล้ว ฟังและประทับใจได้ง่าย หวานซึ้งหยดย้อยทีเดียว โดยเฉพาะในท่อนแรกนั้นออกจะหวาน ส่วนในท่อนที่สองก็มีความนุ่มนวลหวานละมุนละไม ท่อนที่สามก็มีความตื่นเต้น ดุเดือดถึงใจทีเดียว มีความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ จากสดใส เศร้า มีความช้าและเร็ว ซึ่งเด็กจะชอบ เพราะมีความคล่องแคล่วว่องไว เพราะเป็นบุคลิกของเด็กและมีทำนองเพลงที่กินใจ เครื่องดนตรีที่ใช้เป็นวงซิมโฟนี ซึ่งมีเครื่องดนตรีครบทุกตระกูล เด็กสามารถได้ยินเสียงของเครื่องดนตรีทุกชนิด

อย่างไรก็ตาม บทเพลงไชคอฟสกี้ยังมีบทเพลงที่น่าสนใจสำหรับเด็กหรือผู้ที่เริ่มต้นฟังเพลงใหม่อีกหลายบทด้วยกัน เช่น Romeo and Juliet, Swan Lake, The Sleeping Beauty และ The Nutcracker Suite เป็นต้น บทเพลงเหล่านี้เป็นบทเพลงที่ไชคอฟสกี้ ประพันธ์ขึ้นเพื่อประกอบบัลเลท์ ซึ่งมีเรื่องราวประกอบ ทำให้น่าติดตาม
-----------------------------------------------------------------------------------------------
ภาพอ้างอิงจาก http:// facstaff.uww.edu/.../MSO/NOTES/0506/7.Mar06.html
ข้อมูลจาก หนังสือ MUSIC TALK โครงการวิจัยพรสวรรค์ศึกษา โดย อาจารย์ สุกรี เจริญสุข



*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด