เนื้อเยื่อสัตว์ | วิชาการ.คอม


เนื้อเยื่อสัตว์

สารบัญ

เนื้อเยื่อสัตว์

เนื้อเยื่อสัตว์แบ่งออกเป็น 4 ชนิด (ภาพที่ 1.2 )แต่ละชนิดประกอบด้วยเซลล์ที่มีขนาด รูปร่าง และการจัดตัวเป็นแบบเฉพาะ ได้แก่ 1. เนื้อเยื่อบุผิว (epithelial tissue หรือ epithelim) 2. เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (connective tissue) 3. เนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ (muscle tissue) 4. เนื้อเยื่อประสาท (nervous tissue) [[11187]] เนื้อเยื่อบุผิว (ภาพที่ 1.3) ประกอบด้วยเซลล์อยู่กันแน่น เรียวชั้นต่อเนื่องกันไป หรือเป็นชิ้น หรือเป็นแผ่นเซลล์ปกคลุม ผิวร่างกาย หรือบุช่องว่างภายในลำตัว หรือยอมให้สารผ่านได้หรือไม่ได้ โดยผิวด้านหนึ่งของ เซลล์จะติดกับเยื่อรองรับฐาน (basement membrane) ซึ่งประกอบด้วย เส้นใย (fiber) บาง ๆ เล็ก ๆ และพอลิแซ็กคาไรด์ ที่สร้างจากเซลล์ของเนื้อเยื่อบุผิวเอง เนื้อเยื่อชนิดนี้ ทำหน้าที่ป้องกัน ดูดซึมหลั่งสาร และรับความรู้สึก เช่น เนื้อเยื่อบุผิวที่พบชั้นนอกของผิวหนังจะทำหน้าที่ปกคลุมร่างกายทั้งหมดและป้องกันอวัยวะข้างใต้จากสิ่งแวดล้อมภายนอก รวมทั้งการบาดเจ็บทางกล สารเคมี การสูญเสียของเหลวจากร่างกาย และเชื้อโรคต่าง ๆ เช่น แบคทีเรีย เยื่อบุทางเดินอาหาร จะดูดซึมสารอาหาร และน้ำเข้าสู่ร่างกาย ทุกอย่างที่เข้าและ ออกจากร่างกายจะต้องผ่านเนื้อเยื่อบุผิว 1 ชั้นเป็นอย่างน้อย และนอกจากนี้เนื้อเยื่อบุผิวยัง อาจดัดแปลงไปทำหน้าที่อื่นพิเศษได้อีก เช่น เป็นต่อมเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์จากเซลล์ เยื่อหุ้ม เซลล์บุผิวหลายชนิดจะมีการสูญเสีย และหมดสภาพไปตลอดเวลา ดังนั้นเซลล์เหล่านี้จะมี อัตราเร็วของการแบ่งตัวสูงมาก เซลล์ใหม่จะแทนที่เซลล์เก่าที่สูญเสียไปทันอยู่เสมอ [[11188]] นักชีววิทยาแบ่งเนื้อเยื่อบุผิวออกเป็นชนิดต่าง ๆ แตกต่างกันตามรูปร่างของเซลล์และตามการจัดเรียงตัวของเซลล์ เมื่อพิจารณาจากรูปร่างเซลล์ (ภาพที่ 1.4 ) พบว่าแบ่งเนื้อเยื่อบุผิวได้เป็น 3 ชนิด คือ 1. squamous epithelium เซลล์มีรูปร่างแบนบาง 2. cubiodal epithelium เซลล์มีรูปร่างทรงกระบอก ไม่สูงมาก หรือคล้ายลูกบาศก์ มองทางด้านข้างคล้ายลูกเต๋า แต่แท้จริงแล้วมีรูปร่างเป็นทรงแปดเหลี่ยม 3. columnar epithelium เซลล์คล้ายทรงกระบอก หรือเสาเล็ก ๆ เมื่อมองทางด้านข้าง นิวเคลียสมักใกล้ฐานของเซลล์ ถ้ามีซีเลียที่ผิวหน้าด้านที่เป็นอิสระ ทำหน้าที่โบกพัดสาร ต่างๆ ไปทิศทางเดียว ก็เรียกว่าเป็น ciliated columnar epithelium เช่นที่ทางเดินหายใจของคน [[11189]] อาจแบ่งเนื้อเยื่อบุผิวได้เป็น 3 ชนิด ตามการจัดตัวของเซลล์ (ภาพที่ 1.5) ได้แก่ 1. simple epithelium ประกอบด้วยเซลล์เรียงกันเป็นชั้นเดียว มักพบในบริเวณที่สารต้องแพร่ผ่านเนื้อเยื่อ หรือบริเวณที่สารต้องถูกหลั่งหรือถูกกำจัด หรือถูกดูดซึม 2. stratified epithelium ประกอบด้วยเซลล์เรียงซ้อนกัน 2 ชั้นขึ้นไป พบที่ผิวหนัง และเยื่อบุหลอดอาหารของคนและสัตว์มีกระดูกสันหลังอื่น ๆ 3. Pseudostratified epithelium มีการเรียงตัวกันของเซลล์ที่มองดูเหมือนกับมีเซลล์อยู่ซ้อน กันหลายชั้น แต่ความจริง ทุกเซลล์ยังติดอยู่บนเยื่อรองรับฐานทั้งสิ้น เพียงแต่บางเซลล์ไม่สูง พอที่จะยื่นไปถึงผิวหน้าอิสระของเนื้อเยื่อ และถูกเบียดอยู่ด้านล่าง ทำให้เห็นเหมือนมี 2 ชั้น หรือมากกว่านั้น พบที่ทางเดินหายใจบางส่วน ซึ่งเซลล์ชั้นบนสุดมีซีเลีย และพบที่ท่อของต่อม หลายชนิด ในการพิจารณาชนิดของเนื้อเยื่อบุผิว มักพิจารณาจากรูปร่าง และการจัดเรียงของเซลล์ควบคู่ กันไป และเรียกชื่อระบุลักษณะทั้ง 2 ประการนี้ เช่น - simple cubiodal epithelium หมายถึงเนื้อเยื่อบุผิวที่มีเซลล์ลูกบาศก์เรียงตัวเป็นชั้นเดียว - stratified squamous epithelium หมายถึง เนื้อเยื่อบุผิวชนิดที่มีเซลล์แบบแบนบางเรียงตัว กันอยู่หลาย ๆ ชั้น เป็นต้น สำหรับเนื้อเยื่อบุผิวชนิด stratified ยังพบชนิดพิเศษชนิดหนึ่งซึ่งเซลล์อาจเปลี่ยนรูปร่างได้ ชั่วคราว หรือเปลี่ยนรูปร่างกลับไปกลับมาได้ เช่น ที่ผนังกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งมีการยืดขยาย ตัวในบางครั้งเพื่อรองรับปริมาณปัสสาวะที่เพิ่มขึ้น เซลล์ที่บุผิวจะเปลี่ยนแปลงจากรูปลูกบาศก์ ที่แบนราบลงกว่าเดิม เมื่อผนังกระเพาะปัสสาวะขยายออก เรียกเนื้อเยื่อบุผิวชนิดว่า เป็นแบบ stratified transitional epithelium [[11190]]

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา