|
แต่แถมต้นไม้กับเสาจราจรด้วย
ต้นไม้บางต้นก็ต่ำพอจะจิ้มหัว จิ้มหู จิ้มตา
คนที่เดินผ่านไปผ่านมาได้อย่างแม่นยำ
เท่านั้นยังไม่พอ มีเสาไฟฟ้าด้วยแน่ะ
รูปนี้ให้ดูว่าเป็นเสาไฟฟ้าจริงๆ นะครับ
กับดักสำหรับให้โหม่งและทิ่มตายังไม่หมดนะครับ
ยังมีป้ายบอกทางเพิ่มอีกอย่าง
ถ้ายังบังเอิญหลบพ้น ก็จะมีเสาเปล่าๆ
เอาไว้ให้เดินชนอีกเป็นระยะๆ
ยังครับ ยังไม่หมด ถ้าคุณหลบกับดักระดับอกและหัวไปได้
เค้าจะมีกับดักระดับเอวกับเท้าให้ฝึกความสามารถกันอีก
ถ้าหลบกับดักถาวรต่างๆ ข้างบนนี้ไปได้ ... เอานี่ไปเลยครับ
ตะแกรงเหล็กไว้ให้เดินชนบนฟุตบาทแคบๆ
ถ้าเกิดมีฟุตบาทตรงไหนกว้างนัก
ก็จะมีที่นั่งเหล็กหนักขนาดยักษ์ลากได้สบาย
มาวางแหมะขวางไว้ พร้อมกับมีฝาท่อ ดักไว้อีกทางไว้ด้วย
ถ้ายังหลบได้อีก ถึงขั้นนี้ต้องวางกับดักแบบหลุม
เอาแบบที่ไปร่ำเรียนมาจากเวียดกงในสงครามเวียดนามเลย
เริ่มจากง่ายๆ เป็นหลุม บ่อ ท่อที่ไม่เรียบเสมอกับพื้น
ถ้ายังหลบพ้นอีก ต้องทำเป็นหลุมพรางที่มีขวากอยู่ข้างล่าง
ดูแล้ว ... อันนี้น่าจะมีคนข้อเท้าพลิกหรือหักไปหลายคนอยู่
ส่วนอันนี้ ถ้าตกลงไป คงต้องเอาค้อนมาทุบปากท่อ
เอ๊ะ หรือว่าที่เห็นนี้คือ ร่องรอยที่ทุบช่วยคนไปแล้ว
(เห็นแล้วหนาวเลยครับ)
ฟุตบาทอันนี้ห้ามเซ่อซ่า เดินสะดุดล้ม
โดยไม่จำเป็นด้วยนะครับ มิฉะนั้น ...
อาจโดน "ปากฉลาม" เสียบเอา ... ได้เลือดแน่นอนครับ
อาจแถมบาดทะยักอีก (สนิมเขรอะเชียว)
แต่ที่อดจะร้องไม่ได้ว่า ... โอ้ มายก็อด มันยอดมากจริงๆ ดูสิ จอร์จกับลอร่า
บนฟุตบาท เดินมาดีๆ มีกำแพงโผล่มากั้นซะงั้น ... ซู้ดหยอดจริงๆ ครับ
เด็ดกว่านี้จะมีอีกไหมเนี่ย ... หุ หุ หุ ... unseen Thailand สุดๆ จริงจริ๊ง
ใครช่วยผมสรุปบทเรียนวิทยาศาสตร์เรื่องนี้หน่อยสิครับว่า
เราควรจะสรุปว่าอย่างไร?
นำชัย
ศ. 2 ก.พ. 2550
โดยส่วนตัวผมสรุปว่า ...
การเรียนการสอนในห้องเรียนของคนไทยล้มเหลว ...
อย่างสิ้นเชิง ... แม้กระทั่งในระดับมหาวิทยาลัย
การออกแบบฟุตบาทที่ไม่เคยนำเป้าหมายคือ
ความสะดวกและปลอดภัยของผู้ใช้มาคิดด้วย
คือ หนึ่งตัวอย่างที่ชัดเจน
ความจริงถนนในมหาวิทยาลัยเดียวกันก็ออกแบบได้แย่มาก
เช่น มีสองเลนสำหรับไปและกลับพอดี๊ พอดีเป๊ะ
พอดีขนาดที่ แค่จักรยานยังวิ่งพร้อมกันกับรถอีก 2 คัน ยังไม่ได้เลยครับ
ทำให้จักรยานกับมอร์เตอไซค์ก็กลายเป็นปัญหาเกะกะ
สำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ - โดยไม่จำเป็น - ทั้งๆ ที่
ต่างก็ควรจะเป็นผู้ร่วมทางอย่างมีความสุข (ในการใช้ทาง)
แต่ที่เศร้าที่สุดก็คือ ผู้ที่มีความสามารถในการแก้ไขสิ่งเหล่านี้
เห็นสิ่งเหล่านี้ตำตาอยู่ทุกวันๆ แต่กลับไม่สามารถ "รับรู้" สิ่งเหล่านี้เลย ...
วังเวงในหัวใจจริงๆ ครับ
นำชัย
ศ. 2 ก.พ. 2550
บันทึกท้ายเรื่อง -
ขอบคุณ คุณฟุตบาท ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นเรื่อง "ทางเท้า" นะครับ
ผมยังแอบหวังว่า จะมีใครสักคนไปทุบกำแพงอันที่ว่าลง เพื่อเป็นการปลดปล่อย
"ความสามารถในการมองเห็นคนเล็กๆ ในสังคมว่าเป็นคน" และเป็นสัญลักษณ์ว่า
มหาวิทยาลัยไทย (อย่างน้อยก็ที่มหาวิทยาลัยนี้) เห็นความสำคัญของ "คน (หรือประชาชน)" อย่างแท้จริง
โดยเริ่มจากการ "เห็นหัว" คนที่เดินอยู่ในมหาวิทยาลัยนี่แหละครับ
นำชัย
จ. 5 ก.พ. 2550 ขอบคุณสมาชิกหน้าใหม่ๆ ที่แวะทักทายกันนะครับ ![]()
ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ ครูป้อม
เห็นช่วงนี้ ครูป้อมก็ขยันอัพเดทหน้า blog อยู่เหมือนกันนะครับ
มีคนเข้าไปดูไม่น้อยเสียด้วย
ขอบคุณมากครับ ครูป้อม ![]()
เป็นแนวคิดที่น่าสนใจดีครับ คุณ KUCHIKI NAMTIP
ถ้าหมั่นอัพเดทข้อมูล และคัดกรองเอาที่น่าเชื่อถือ
จะเป็นแหล่งรวมข้อมูลที่ดีได้ครับ ถ้าไม่รู้จะหาข้อมูลจากไหน
ผมแนะนำให้เริ่มจากเว็บ http://www.sciencedaily.com/
เพราะมีข่าวเยอะดี และอัพเดทบ่อย ... ขอให้สนุกครับ
นำชัย
ขอบคุณครับ คุณ vaseline
คงอีกสักพักครับ
ขอชื่นชมคุณนำชัย สร้างสรรค์ผลงานด้วยใจที่ทุ่มเทเพราะว่ากว่าจะเขียนได้ขนาดนี้ไม่ใช่เรื่อง่าย กว่าจะเป็นะบรรทัด เป็นบท ต้องใช้ทั้งความรู้ ความสามารถ เวลา ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ทรัพยากรมากมาย ที่สำคัญคือจิตใจที่มีแต่ให้ เสียดายหากคุณนำชัยจะไปจริง


|
||||||
![]() |
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง |