นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย
วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ภูมิปัญญา ความหรรษา และคุณค่าของชีวิต
post ครั้งแรก: Tue 16 January 2007, 5:03 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sat 3 April 2010, 6:00 am
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด
สองสัปดาห์ที่ผ่านมาได้อ่านบทความคอลัมน์หนึ่ง (สัปดาห์ละตอน) ที่กล่าวถึง บทความวิจัยของฝรั่งชิ้นหนึ่งที่พยายามอธิบายว่า เหตุใดการมีเงินเพิ่มขึ้น ไม่ได้เทียบเท่ากับการมีความสุขเพิ่มขึ้นเสมอไป
ผมจะกลับมาพูดถึงคอลัมน์และบทความที่ว่าอีกทีในตอนหน้า แต่ที่ผมอยากกล่าวถึงในตอนนี้ก็คือ ... นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมได้ยินการพูดการค้นพบที่ว่า เงินไม่เท่ากับความสุข เสมอไป ... แต่ผมได้ยินเรื่องนี้หลายหนแล้ว ต่างกรรมต่างวาระกัน
ถ้าจำไม่ผิด ... ผมได้ยินเรื่องนี้ครั้งแรก ตอนที่เรียนวิชา จิตวิทยาการจูงใจ เมื่อครั้งเรียนในระดับปริญญาตรีที่จุฬาฯ หลักสูตรนี้เป็นหนึ่งหลักสูตรที่ เปิดกระโหลกและตบกบาล จนหัวผมหมุนติ้วว่า เรามีความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมมนุษย์อย่างละเอียดลึกซึ้ง ... ในระดับที่น่าตื่นตาตื่นใจ และถึงระดับน่าตกใจเลยทีเดียว
นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้รับรู้ว่า .... มีการวิจัยพบมาแล้วหลายสิบปีว่า เงินที่เพิ่มขึ้นจะเพิ่มความสุขของคนเราได้มากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงจุดหนึ่ง จากนั้น เงินที่ได้จะไม่ได้เพิ่มความสุขอีกต่อไป แต่ยิ่งไปกว่านั้น บางครั้งอาจจะมีผลลดความสุขด้วยซ้ำไป
ถ้าสิ่งที่วิจัยพบนี้เป็น ความจริงสากล ... คงต้องบอกว่า นี่คือการล่มสลายของแนวคิด ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม เลยทีเดียว เพราะหัวใจของทุนนิยมคือ ยิ่งมีมาก-ได้มาก ยิ่งมีความสุข-ยิ่งดี ... ซึ่งไม่เป็นความจริง
ดังนั้น สิ่งที่หล่อเลี้ยงระบบทุนนิยมก็คือ ความโลภ (ดังนั้น หนึ่งในปณิธานของท่านพุทธทาสคือ ถอนคนไทยออกจากความระบบทุนนิยม ซึ่งมีความลุ่มหลงและความโลภเป็นหัวใจของระบบ)
อันที่จริง ตัวอย่างหนึ่งในประเทศเราที่หลายคนเห็นอยู่เรื่อยๆ ในเรื่องนี้ (ถ้าช่างสังเกต) ก็คือ กรณีที่เรียกขานกันว่า สามล้อถูกหวย ซึ่งกล่าวถึงปรากฏการณ์ที่คนซึ่งเคยหาเช้ากินค่ำ ไม่มีเงินเก็บเป็นเรื่องเป็นราว ... แต่แล้ว จู่ๆ ก็มีเงินจำนวนมาก เป็นล้านบาทหรือสิบล้านบาท ซึ่งทำให้ทำอะไรไม่ถูก
อาการข้างเคียงอย่างหนึ่งที่มักจะตามมาก็คือ จู่ๆ จากคนไร้ญาติขาดมิตร ก็กลายเป็น ยุ้ยญาติเยอะ ไปอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว
สุดท้าย ก็มักจะประสบชะตากรรมคล้ายคลึงกัน คือ เงินจะถูกใช้จ่ายไปอย่างรวดเร็ว กับเรื่องที่ไม่ก่อประโยชน์โภชน์ผลในระยะยาว และต้องกลับกลายเป็นคนยากจนสิ้นไร้ไม้ตอกเช่นเดิม ในที่สุด
อันที่จริง อีกตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดพอกับกรณี สามล้อถูกหวย ก็คือ กรณี นักกีฬาได้แชมป์ คำว่า แชมป์ในที่นี้ ก็อาจจะเป็นเหรียญทองโอลิมปิกหรือแชมป์โลกก็ได้ ซึ่งก็มีตัวอย่างเยอะแยะอีกเช่นกัน
อ่านเสร็จอย่าเพิ่งเชื่อเลยนะครับ ... แต่ลองสังเกตดูเอาเองว่า จริงหรือไม่
นำชัย
12 ก.พ. 2550
ปล. อีกตัวอย่างน่าจะได้แก่ ชายพเนจรคนที่มีเงินนับหมื่นล้านบาท ที่ได้จากการขายสินทรัพย์ โดยไม่ต้องเสียภาษีสักบาท แต่ตอนนี้ กำลังกระเสือกกระสนและทำทุกอย่าง เพื่อให้กลับประเทศบ้านเกิดเมืองนอนตัวเองได้ (ไม่ว่าวิธีการนั้น คนอื่นจะมองว่าเลวร้ายเพียงใด) ... เฮ้อ ความรวยไม่เท่ากับความสุขจริงๆ ด้วยสิครับ (ขออนุญาต แสดงความเศร้าโศกไว้อาลัยให้กับประเทศชาติ 3 นาทีครับ ... สังคมไทยขาดแคลนคนดีจริงๆ ด้วยสิครับ ... เรามีคนที่พร้อมจะเป็นคนรวยมั่กๆๆๆๆๆๆๆ เกินพอ มากกว่าคนที่พร้อมจะเป็นคนดีเพื่อประเทศชาติ เศร้าครับ

)