|
มีน้องนักเคมีคนหนึ่งที่ตอนนี้เป็นอาจารย์อยู่ที่จุฬาฯ เคยเล่าให้ฟังว่า อาจารย์ฝรั่งที่เมืองนอกแนะนำว่า ควรหาหนังสือที่ "กระทบใจ" อ่านทุกๆ สัปดาห์ เพื่อสร้างสมดุลให้กับสมอง!
นำชัย
5 ต.ค. 2550
เรื่อง "ไม้ลื่น"
โดย อุเอตะ ยุอิ
อาริกาโต้ (= ขอบใจนะ) คำพูดนี้มาจากเด็กน้อยชาวฟิลิปปินส์ที่มีรอยยิ้มเต็มใบหน้า เมื่อไม้ลื่นเสร็จลง
พ่อของผมเป็นอาสาสมัครที่ไปประเทศฟิลิปปินส์ทุกปีเพื่อสร้างไม้ลื่น หรือไม่ก็ชิงช้าให้กับคนยากจนของเขา การกระทำของพ่อทำให้ผมสงสัยมาตลอดว่า ทำไมพ่อถึงต้องไปสร้างไม้ลื่นอะไรด้วย ให้เงินหรือยารักษาโรคที่เป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิตไปเลยจะไม่ดีกว่าหรือ
แต่เมื่อปีที่แล้ว พ่อพาผมไปที่ฟิลิปปินส์ด้วย เราไปกินข้าวกันตามโรงอาหารซึ่งจะมีคนมาเร่ขายของให้คนต่างชาติอยู่เป็นประจำ ในนั้นมีเด็กผู้ชายคนหนึ่ง เดินเร่ขายภาพที่เขียนบนเปลือกไม้เข้ามาหาเรา เขาอายุ 8 ปี ตัวผอมแล้วก็ตากลมโต พ่อถามเขาว่าภาพที่ขายเป็นอย่างไรหรือ เขาบอกว่าเขาวาดเองด้วยการเก็บเปลือกไม้มาตากแห้งทิ้งไว้เมื่อหลายวันก่อน แล้ววาดรูปลงไปในตอนกลางคืนหลังกลับมาจากขายของ เขาบอกว่าไม่เคยไปโรงเรียน เพราะต้องออกมาหาเงินเลี้ยงน้องสาวกับน้องชายที่รอข้าวอยู่ในบ้านอีกหลายคน
ระหว่างที่พ่อชวนคุย ผมมองตาเขาตลอดเวลา ดวงตาของเขานั้นดูหงอยเหงาและอ้างว้างไร้ความหวัง แต่ก็ยังเต็มไปด้วยพลังของการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด ความรู้สึกที่ผมได้รับจากเด็กชายคนนั้นทำให้ผมรู้ตัวว่า ที่แล้วมาผมไม่เคยนึกถึงคนที่ยากลำบากกว่าเราเหล่านี้เลย ผมกลับนึกไปเองว่าคนประเทศผมดีกว่า เพราะให้เงินช่วยเหลือประเทศอื่นมาตลอด การรู้สึกตัวในตอนนั้น ทำให้ผลละอายแก่ใจจนน้ำตาไหล
วันต่อมา พ่อกับผมเข้าไปที่หมู่บ้านของเด็กคนนั้น เพื่อสร้างไม้ลื่นในบริเวณลานว่างใกล้กับหมู่บ้านของเขา ระหว่างการก่อสร้าง มีคนหลายคนตั้งแต่เด็กจนผู้ใหญ่มามุงดูด้วยความสนใจว่า จะมีอะไรเกิดขึ้น พอพวกเราสร้างเสร็จ ทุกคนที่มามุงก็ร้อง โอ้โห แล้วยิ้มแย้มด้วยความชอบอกชอบใจ
ภาพจาก http://school.discoveryeducation.com/clipart/clip/slider.html ฝีมือ Mark A. Hicks
พ่อบอกว่าสำหรับคนฟิลิปปินส์แล้ว ไม้ที่เกิดในประเทศของเขา กลับไม่ใช่ของที่พวกเขาเอามาใช้ได้ เพราะถูกสงวนไว้เพื่อส่งออกไปยังประเทศที่เจริญแล้ว เพื่อไปถูกบริโภคแบบใช้แล้วทิ้งอย่างตะเกียบไม้ของญี่ปุ่น ส่วนเปลือกไม้ซึ่งเป็นของเหลือทิ้ง ชาวฟิลิปปินส์ถึงจะเอาไปใช้ทำประโยชน์เพื่อเลี้ยงชีพของตัวเองได้ นี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้ผมเข้าใจพ่อแล้วว่า ทำไมพ่อถึงอาสามาทำไม้ลื่นที่ประเทศนี้ทุกๆ ปี
ทุกวันนี้ ประเทศที่พัฒนาแล้วให้ความช่วยเหลือในรูปแบบต่างๆ ต่อประเทศที่ยังไม่พัฒนาเพราะประชาชนยากจนอยู่ก็จริง แต่ปรากฏว่าคนที่อยู่อย่างยากลำบากกลับไม่ได้มีน้อยลงเลยสักนิด ที่เป็นอย่างนี้น่าจะเป็นเพราะความช่วยเหลือของประเทศที่พัฒนาแล้วนั้น เป็นการช่วยเหลืออย่างเสียไม่ได้ เป็นการช่วยเหลือเพื่อให้ชือ่ว่าได้ช่วย สิ่งที่ส่งมาจึงเป็นเพียงสิ่งของและเงินทอง โดยไม่สนใจว่าจะทำให้ผู้ได้รับมีความสุขขึ้นมาหรือเปล่า
การช่วยเหลือกันและกันอย่างแท้จริงจากคนสู่คน น่าจะเป็นผลึกแห่งน้ำใสใจจริง ที่มาจากการเข้าใจถึงควาทุกข์ ความกังวลที่คนคนนั้นไม่อาจแก้ไขได้เพียงลำพัง เอาใจใส่เขา คอยสนับสนุนเขาอย่างใจถึงใจ ไม่ใช่หรอกหรือ
ความช่วยเหลือจากประเทศพัฒนาแล้ว ที่จริงเป็นมือที่ยื่นไปจับมือกับอีกประเทศหนึ่งในฐานะเพื่อน จึงควรเป็นสะพานที่นำส่งรอยยิ้มเช่นเดียวกับไม้ลื่นในวันนั้น
เมื่อใดที่หัวใจของคนเบ่งบาน เต็มตื้นด้วยดอกไม้แห่งคำว่า ขอบใจนะ ความช่วยเหลือนั้น จึงจะเรียกว่าเป็นอมตะ เพราะได้ถูกตราตรึงไว้ในหัวใจของผู้คน
ผมหวังไว้ว่า บนโลกใบนี้จะมีดอกไม้แห่งคำว่า ขอบใจนะ บานอยู่ทุกหนทุกแห่งทั่วโลก และผมจะขอเป็นคนหนึ่งที่เป็นเหมือนกับใบไม้เล็กๆ ที่ประดับอยู่เคียงข้างดอกไม้อมตะนั้น
(เรียงความนี้ส่งเข้าประกวด Essay Contest ของ JICA พ.ศ. 2546 โดย อุเอตะ ยุอิ เป็นนักเรียนชั้น ม. 3 โรงเรียนประจำจังหวัดชิบะ และได้รับเลือกเป็นลำดับรองในกลุ่มนักเรียนมัธยมต้น)
คัดลอกมาจากจากหน้า 64-65 ของหนังสือ พื้นที่สีเขียวบนโลกใบนี้หายไปวินาทีละหนึ่งสนามฟุตบอล เขียนโดย Akiyoshi Tanaka ภาพประกอบโดย Masumi Yamauchi แปล โดย ชไมพร สุธรรมวงศ์ จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์ ส.ส.ท.
Slider.doc(October 5, 2007 14:22) ขอบคุณสมาชิกหน้าใหม่ๆ ที่แวะทักทายกันนะครับ ![]()
ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ ครูป้อม
เห็นช่วงนี้ ครูป้อมก็ขยันอัพเดทหน้า blog อยู่เหมือนกันนะครับ
มีคนเข้าไปดูไม่น้อยเสียด้วย
ขอบคุณมากครับ ครูป้อม ![]()
เป็นแนวคิดที่น่าสนใจดีครับ คุณ KUCHIKI NAMTIP
ถ้าหมั่นอัพเดทข้อมูล และคัดกรองเอาที่น่าเชื่อถือ
จะเป็นแหล่งรวมข้อมูลที่ดีได้ครับ ถ้าไม่รู้จะหาข้อมูลจากไหน
ผมแนะนำให้เริ่มจากเว็บ http://www.sciencedaily.com/
เพราะมีข่าวเยอะดี และอัพเดทบ่อย ... ขอให้สนุกครับ
นำชัย
ขอบคุณครับ คุณ vaseline
คงอีกสักพักครับ
ขอชื่นชมคุณนำชัย สร้างสรรค์ผลงานด้วยใจที่ทุ่มเทเพราะว่ากว่าจะเขียนได้ขนาดนี้ไม่ใช่เรื่อง่าย กว่าจะเป็นะบรรทัด เป็นบท ต้องใช้ทั้งความรู้ ความสามารถ เวลา ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ทรัพยากรมากมาย ที่สำคัญคือจิตใจที่มีแต่ให้ เสียดายหากคุณนำชัยจะไปจริง


|
||||||
![]() |
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง |