นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย
วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ภูมิปัญญา ความหรรษา และคุณค่าของชีวิต
post ครั้งแรก: Tue 16 January 2007, 5:03 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sat 3 April 2010, 6:00 am
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด
เมื่อวาน (25 ม.ค. 2550) ได้มีโอกาสคุยกับพี่ชิว (ดร. บัญชา ธนบุญสมบัติ) อยู่พักใหญ่ ก็คุยกันหลายเรื่องอยู่นะครับ อันที่จริงก็ถือโอกาสขอให้เครดิตพี่ชิว และพี่อีกคนคือ พี่แป๋ง (ดร. นเรศ ดำรงชัย) ที่เชิญชวนผมไปดู blog ของพวกพี่ๆ เค้า จนรู้สึกอยากเขียนขึ้นบ้าง (และมานั่งเขียนอยู่นี่ไงครับ!)
ลองไปอ่าน blog ของพี่ๆ เค้าได้ที่ URL ข้างล่างนี้นะครับ
พี่ชิว http://gotoknow.org/blog/buncha
พี่แป๋ง http://gotoknow.org/blog/know2go/67685
มีอยู่เรื่องหนึ่งที่คุยกับพี่ชิว แล้วรู้สึกว่าน่าจะเอามาเขียนบันทึกไว้เสียหน่อย นั่นก็คือ ได้คุยกันว่าบ้านเรานี่ มีคนที่ทำหน้าที่ในลักษณะที่เป็น นักวิทยาศาสตร์นิเทศ (science communicator) อยู่น้อย (น้อยมากจริงๆ ครับ ... ใช้นิ้วมือของคนไม่เกินสองสามคนก็คงพอ ... กระมังครับ) แต่กระนั้นคนที่อยู่ในวงการวิทยาศาสตร์ด้วยกันเอง บางคนก็ยังมองไม่เห็นความสำคัญ หรือพูดถึงคนเหล่านี้ในลักษณะเหยียดๆ อยู่บ้างเหมือนกัน คือ ประมาณว่า คุณไม่ทำวิจัยเอง แล้วจะไปอวดอ้างความรู้ว่า มีความรู้เรื่องนั้นเรื่องนี้จริงๆ ได้อย่างไร ... อะไรประมาณนั้นนะครับ
อันที่จริง การทำหน้าที่เป็นนักวิทยาศาสตร์นิเทศ ในหลายประเทศที่พัฒนาแล้ว ถือว่าเป็นงานที่มีเกียรติ และมีประโยชน์มากนะครับ ถึงกับมีหลักสูตรสอนกันเป็นเรื่องเป็นราว ... ถึงระดับปริญญาเอกก็ยังมีครับ (เช่น ที่ประเทศออสเตรเลีย)
ทำไมน่ะหรือครับ? ก็เพราะนักวิทยาศาสตร์จำนวนมาก คุ้นชินกับการอยู่ในโลกวิชาการ ลึกๆ ของตน (ที่มีศัพท์แปลกๆ เฉพาะวงการ เยอะไปหมด) จนไม่สามารถพูด สื่อสาร กับคนทั่วไปได้ดีนัก ก็ต้องอาศัยนักวิทยาศาสตร์นิเทศนี่แหละที่เป็นสะพานเชื่อม คนพวกนี้ทำหน้าที่เป็นพิธีกร เขียนบทสารคดี (รายการที่คนไทยรู้จักกันดี อย่างรายการชุดต่างๆ ของ BBC, Discovery หรือ National Geographic ใช้คนพวกนี้ทั้งนั้นครับ ... ลำพังให้คนที่จบนิเทศศาสตร์มาเขียน คงจะหวังได้ยากครับ) นอกจากนั้น ก็อาจจะแปลและเขียนข่าววิทยาศาสตร์ ในหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารต่างๆ หรือแม้แต่ได้ยินมาว่า มีคนจ้างไปอ่านเพื่อสรุปข้อมูลให้ผู้บริหารบริษัทใหญ่ๆ (เพราะคนเหล่านี้จะหาเวลาอ่านเองยาก หรืออ่านเองก็อาจไม่เข้าใจนักในเรื่องเฉพาะทางมากๆ) ไม่แน่ใจว่ามีไปเป็นคนอธิบายข้อมูลบริษัทในตลาดหุ้นด้วยหรือเปล่านะครับ ฯลฯ
จอห์น กริบบิน (John Gribbin) ที่เขียนเรื่อง Almost Everyones Guide to Science (หรือในชื่อไทยว่า จากอณูถึงอนันต์ วิทยาศาสตร์ต้องรู้, สำนักพิมพ์สารคดี) ที่พวกพี่ๆ สองคนข้างบนนั่นกับผมช่วยกันแปล ก็เคยเป็นนักฟิสิกส์ แต่ต่อมาก็เปลี่ยนใจอยากรู้เรื่อง ทางกว้าง (รู้หลายๆ เรื่องอย่างละมากบ้าง น้อยบ้าง) มากกว่า ทางลึก (รู้เรื่องเดียวแต่ละเอียดลึกซึ้งมากๆ) ก็เลยผันตัวเอง ลาออกมาเป็น นักชวนนิยมวิทยาศาสตร์ (Science Popularizer) ที่เอาดีทางเขียนเรื่องวิทยาศาสตร์ให้เข้าใจได้ง่ายๆ และสวยสดงดงาม แกเขียนดีจนได้รางวัลด้วยนะครับ (ต่างประเทศเค้ามีรางวัลเกี่ยวกับการเขียนเรื่องวิทยาศาสตร์ได้ดีอยู่หลายรางวัลนะครับ)
ผมเคยได้ยินว่า เมืองไทยเราเคยมีรางวัลนักวิทยาศาสตร์นิเทศด้วย แต่พักหลังก็เงียบๆ ไป ... ไม่แน่ใจว่ายังมีอยู่หรือเปล่านะครับ
อันที่จริง แทนที่จะกังวลว่า นักชวนนิยมวิทยาศาสตร์ จะไม่เก่งหรือมือไม่ถึง เพราะไม่ได้ทำวิจัยเอง น่าจะดูว่าจะใช้ประโยชน์จากความรู้ และความสามารถเฉพาะ (อ่านและเขียนให้เข้าใจได้ง่าย ... ได้อย่างมีศิลปะ) ของคนเหล่านี้ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้อย่างไรต่างหาก
ไม่แน่นะครับว่า นักชวนนิยมวิทยาศาสตร์ นี่เองที่จะเป็น ตัวยาหนึ่งในยาหม้อที่ใช้รักษา โรคงมงาย ของสังคมไทยได้อย่างชะงัดนัก
นำชัย
26 ม.ค. 2550
บันทึกท้ายเรื่อง - ขอบคุณ คุณ DP และคุณ เด็กนิเทศ สำหรับข้อมูล และความคิดเห็นครับ