นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย (โนเบล 2007 - สรีรวิทยาหรือแพทยศาสตร์ (2)) | วิชาการ.คอม

นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย

วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ภูมิปัญญา ความหรรษา และคุณค่าของชีวิต
ผู้เขียน: Namchai BioTec ชมแล้ว: 22,350,137 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 16 January 2007, 5:03 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sat 3 April 2010, 6:00 am
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด
สารบัญ
1-20 | 21-40 | 41-60 | 61-80 | 81-100 | 101-120 | 121-140 | 141-160 | 161-180 | 181-200 | 201-220 | 221-240 | 241-260 | 261-280 | 281-300 | 301-320 | 321-340 | 341-360 | 361-380 | 381-400 | 401-420 | 421-440 | 441-460 | 461-480 | 481-500 | 501-520 | 521-540 | 541-560 | 561-580 | 581-600 | 601-620 | 621-640 | 641-660 | 661-680 | 681-700 | 701-720 | 721-740 | 741-753


หน้าที่ 201 - โนเบล 2007 - สรีรวิทยาหรือแพทยศาสตร์ (2)
ผมลองอ่าน Press Release ของทางสถาบันคารอลิสกาที่เป็นผู้ตัดสินรางวัลโนเบลแล้ว คิดว่ามีความชัดเจนดีทีเดียว ก็เลยจะขอแปลให้ได้อ่านกัน ตรงไหนที่คิดว่าน่าจะขยายความเพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ผมจะอธิบายใน [ ... ] ในย่อหน้าต่อจากย่อหน้านั้น ใครยังสงสัยในเนื้อหาก็อาจเขียนถามไว้ในช่องแสดงความคิดเห็นด้านล่างของบล็อกนี้ได้นะครับ เนื่องจากเนื้อหาค่อนข้างยาว ... ถ้าใครดูแล้วลายตา ลองไปอ่านที่เว็บไซต์ข้างล่างนี้ก็ได้ครับ ซอฟแวร์เค้าทำให้ผมไฮไลท์สีตัวอักษรได้ง่ายๆ ... อาจจะทำให้อ่านได้ง่าย หรือเตะตามากขึ้นอีกหน่อยนะครับ http://www.biotec.or.th/biotechnology-th/newsdetail.asp?id=2975 56447 *** Press Release 2007-10-08 *** สมัชชาโนเบลแห่งสถาบันคารอลิสกาตัดสิน ในวันนี้ขอประกาศมอบรางวัล รางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์ 2007 ให้กับ มาริโอ อาร์. คาเพกซิ (Mario R. Capecchi), มาร์ติน เจ. อีแวนส์ (Martin J. Evans) และ โอลิเวอร์ สมิธิส์ (Oliver Smithies) สำหรับการค้นพบของพวกเขาเกี่ยวกับ “หลักการดัดแปลงยีนอย่างจำเพาะในหนูโดยการใช้สเต็มเซลล์จากตัวอ่อน (principles for introducing specific gene modifications in mice by the use of embryonic stem cells)” *สรุป* ผู้ได้รับรางวัลโนเบลในปีนี้ได้ค้นพบเรื่องสำคัญอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับสเต็มเซลล์ของตัวอ่อน (embryonic stem cell) และดีเอ็นเอรีคอมบิเนชัน (DNA recombination) ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม การค้นพบของพวกเขานำไปสู่การสร้างสรรค์เทคโนโลยีที่ทรงพลังอย่างยิ่งยวดที่เรียกกันว่า ยีนทาเก็ตติ้ง (gene targeting) ในหนู เทคนิคนี้ปัจจุบันมีการนำไปใช้จริงในทุกสาขาของชีวแพทยศาสตร์ (biomedicine) - จากการวิจัยพื้นฐานไปจนถึงการพัฒนาวิธีการรักษาใหม่ [คำว่า “สเต็มเซลล์จากตัวอ่อน” หมายถึง เซลล์จากระยะหลังไข่ผสมกับอสุจิและแบ่งตัวไปไม่กี่รอบ หากเป็นในคนปกติแล้ว จะเป็นช่วงประมาณ 5-7 วัน, คำว่า “ดีเอ็นเอรีคอมบิเนชัน” หมายถึง เหตุการณ์ที่มีการแลกเปลี่ยนชิ้นส่วนของดีเอ็นเอจากตำแหน่งต่างกันในเซลล์ ในธรรมชาติจะพบการแลกเปลี่ยนดีเอ็นเอระหว่างโครโมโซม ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเป็นกลไกที่เซลล์ใช้เพิ่มความหลากหลายทางพันธุกรรม, คำว่า “ยีนทาเก็ตติ้ง” หมายถึง การนำชิ้นส่วนดีเอ็นเอจากภายนอกเข้าไปแลกเปลี่ยนกับดีเอ็นเอในเซลล์สิ่งมีชีวิตในตำแหน่งที่แน่นอน มักใช้กับสัตว์ชั้นสูงเช่น สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม] ยีนทาเก็ตติ้งมักใช้ในการทำให้ยีนใดยีนหนึ่งไม่ทำงาน (inactivate single genes) เช่น การทำลองทำยีน “น็อกเอาท์ (knockout)” ได้แสดงให้เห็นถึงบทบาทของยีนจำนวนมากในกระบวนการพัฒนาของตัวอ่อน (embryo), สรีรวิทยาของสิ่งมีชีวิตเต็มวัย, ภาวะชราภาพ (aging), และโรค จนถึงปัจจุบัน มียีนในหนู mouse มากกว่าหมื่นชนิด (ราวๆ ครึ่งหนึ่งของจีโนม (genome) ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม) ที่โดนน็อกเอาท์แล้ว มีความพยายามระดับนานาชาติที่ดำเนินอยู่ซึ่งจะทำ “หนูน็อกเอาท์ (knockout mice)” สำหรับยีนทุกยีนภายในอนาคตอันใกล้ [คำว่า inactivate gene หมายถึง การทำให้ยีนไม่ทำงาน เช่น โดยการสอดใส่ดีเอ็นเอแทรกเข้าไปในดีเอ็นเอที่ทำหน้าที่เป็น “ยีน” นั้น เป็นต้น, คำว่า “หนูน็อกเอาท์” หมายถึง หนูที่ผ่านกระบวนการยีนทาเก็ตติ้งจนยีนใดยีนหนึ่งไม่ทำงาน เปรียบเทียบคล้ายกับการน็อกเอาท์ของนักมวยที่ทำให้นักมวยที่โดน “น็อกเอาท์” ไม่สามารถลุกขึ้นมาต่อสู้ได้อีก, คำว่า “จีโนม” คือ สารพันธุกรรมทั้งหมดที่อยู่ในเซลล์ ซึ่งควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมทุกอย่างของสิ่งมีชีวิตนั้นๆ ประเมินกันว่า จีโนมของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมน่าจะมียีนอยู่ราว 3 หมื่นยีน] ด้วยเทคนิคยีนทาเก็ตติ้งนี้ทำให้ปัจจุบันสามารถดัดแปลงดีเอ็นเอในจีโนมของหนูแทบจะทุกรูปแบบ ทำให้นักวิทยาศาสตร์ทราบถึงหน้าที่ของยีนแต่ละยีนในด้านที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและโรค ยีนทาเก็ตติ้งทำให้ได้หนูต้นแบบสำหรับการศึกษาความผิดปกติ (โรค) ในมนุษย์จำนวนมากกว่า 500 แบบแตกต่างกัน รวมทั้งหนูต้นแบบของโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจและการเสื่อมถอยของระบบประสาท, โรคเบาหวาน และโรคมะเร็ง ***การดัดแปลงยีนโดยวิธีการโฮโมโลกัสรีคอมบิเนชั่น (homologous recombination)*** ข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาและหน้าที่ของร่างกายของเราตลอดชั่วชีวิตถูกเก็บไว้ใน DNA DNA ของเราอัดกันอยู่ในโครโมโซม (chromosome) ซึ่งอยู่เป็นคู่ – โครโมโซมแท่งหนึ่งได้รับถ่ายทอดมาจากพ่อ และอีกท่อนหนึ่งจากแม่ การแลกเปลี่ยน DNA ภายในคู่โครโมโซมดังกล่าวเพิ่มความแปรผัน (variation) ด้านพันธุกรรมในประชากร และเกิดขึ้นผ่านกระบวนการที่เรียกว่า โฮโมโลกันรีคอมบิเนชั่น (homologous recombination) กระบวนการนี้คงอยู่ตลอดการวิวัฒนาการ และมีผู้แสดงให้เห็นถึงกระบวนการนี้ในแบคทีเรียมานานกว่า 50 ปีแล้วคือ ผู้ได้รับรางวัลโนเบลปี 1958 โจชัว ลีเดอร์เบิร์ก (Joshua Lederberg) มาริโอ คาเพกซิ และ โอลิเวอร์ สมิธิส์ ต่างก็มีวิสัยทัศน์ว่า “โฮโมโลกันรีคอมบิเนชั่น” อาจจะใช้ในการดัดแปลงยีนได้อย่างจำเพาะเจาะจงในเซลล์สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และพวกเขาได้ทำงานอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ถึงจุดหมายดังกล่าวนี้ คาเพกซิแสดงให้เห็นว่า โฮโมโลกันรีคอมบิเนชั่นอาจเกิดขึ้นระหว่างดีเอ็นเอที่ใส่เข้าไป (introduced DNA) กับโครโมโซมของเซลล์สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เขาแสดงให้เห็นว่า อาจซ่อมแซมยีนที่ผิดปกติ (defective gene) ได้โดยอาศัยกระบวนการโฮโมโลกันรีคอมบิเนชั่นกับดีเอ็นเอที่ใส่เข้าไป สำหรับสมิธิส์นั้น แรกสุดได้พยายามซ่อมยีนที่กลายพันธุ์ (mutated gene) ในเซลล์มนุษย์ เขาคิดว่าโรคเลือกที่ถ่ายทอดได้บางโรคอาจจะรักษาได้ด้วยการแก้ไขการกลายพันธุ์ที่เป็นต้นเหตุก่อโรคนั้นในสเต็มเซลล์ของไขกระดูก (bone marrow stem cell) ในระหว่างความพยายามเหล่านี้ สมิธิส์ค้นพบว่า ยีนแบบเอนโดจีนัส (endogenous gene) อาจจะเป็นเป้าหมาย (target) ของวิธีการนี้ได้ โดยไม่ขึ้นกับหน้าที่การทำงานของยีนเหล่านั้นแต่อย่างใด เรื่องนี้ชี้ให้เห็นว่า ยีนทั้งหมดทุกยีนอาจจะดัดแปลงได้ด้วยวิธีการโฮโมโลกันรีคอมบิเนชั่น [เพื่อความชัดเจน คำว่า “โฮโมโลกัส (homologous)” หมายถึง มีลักษณะโครงสร้างที่คล้ายกัน เช่น โฮโมโลกัสโครโมโซม (homologous chromosome) หมายถึง โครโมโซมที่มีโครงสร้างแบบเดียวกัน มีรูปแบบของยีนที่เรียงตัวอยู่บนโครโมโซมแบบเดียวกัน แต่ทั้งนี้ยีนต่างๆ เหล่านั้นอาจแตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น โครโมโซม 1 ของลูกจะประกอบด้วยโครโมโซม 1 จำนวน 2 แท่ง โครโมโซมแท่งหนึ่งได้รับมาจากพ่อ ส่วนโครโมโซมอีกท่อนหนึ่งได้รับมาจากแม่ หากยีนใดยีนหนึ่งบนโครโมโซมผิดปกติไป ก็จะทำให้ลูกคนนั้นเป็น “พาหะ” ของโรคได้ และหากยีนทั้งสองยีน (บนโครโมโซมทั้ง 2 แท่งที่เป็นโฮโมโลกัสโครโมโซม) ผิดปกติไป ลูกคนนั้นก็จะป่วยเป็นโรค โรคในกลุ่มนี้เป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม แบบยีนด้อย คือ ต้องมีความผิดปกติของโครโมโซมจากพ่อและแม่ทั้งคู่จึงจะแสดงอาการป่วยให้เห็น โรคในกลุ่มนี้ที่คนไทยเป็นกันมากที่สุดคือ โรคธาลัสซีเมีย คำว่า “endogenous” ใช้เป็นคำอธิบายสิ่งต่างๆ ที่มีกำเนิดมาจากภายในสิ่งมีชีวิตเอง เช่น ในกรณีนี้ผู้เขียนใช้อธิบายว่า เป็นยีนที่ร่างกายสร้างขึ้นเอง ไม่ได้สังเคราะห์หรือใส่เข้าไปจากภายนอก (exogenous gene) ส่วนคำว่า “สเต็มเซลล์” ก็คือ เซลล์แบบหนึ่งที่แบ่งตัวเพิ่มจำนวนได้อย่างไม่จำกัด และยังสามารถเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์แบบต่างๆ ได้ แต่เมื่อเปลี่ยนไปแล้วจะไม่เปลี่ยนกลับมาเป็นสเต็มเซลล์อีก มีการค้นพบสเต็มเซลล์ในอวัยวะต่างๆ มากขึ้นเรื่อยๆ ในทางทฤษฎี อาจจะมีสเต็มเซลล์อยู่ในอวัยวะทุกชนิด] *ยังมีต่อ* นำชัย www.biotec.or.th/Guru 9 ต.ค. 2550



*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด

จำนวน 976 ความเห็น, หน้า | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | 32 | 33 | 34 | 35 | 36 | 37 | 38 | 39 | 40 | 41 | 42 | 43 | 44 | 45 | 46 | 47 | 48 | 49 |
ความเห็น 1106 21 ธ.ค. 2552 (08:48)

ขอบคุณสมาชิกหน้าใหม่ๆ ที่แวะทักทายกันนะครับ {#emotions_dlg.a2}


Namchai BioTec
ร่วมแบ่งปัน370 ครั้ง - ดาว 32 ดวง

ความเห็น 1108 22 ม.ค. 2553 (11:31)
สวัสดีค่ะอาจารรย์นำชัย
รบกวนอีกครั้งนะคะ
คือหนูอยากได้รูป เบรน โบว ที่อาจารย์นำเสนอที่ค่ายthai science camp
ช่วยบอกลิงค์ด้วยนะคะ
ขอบคุณค่ะ


น้ำทิพย์
KUCHIKI NAMTIP
ร่วมแบ่งปัน53 ครั้ง - ดาว 49 ดวง

ความเห็น 1109 25 ม.ค. 2553 (10:03)
สวัสดีครับ น้องน้ำทิพย์ - ใน blog นี้ก็มีครับ (รู้สึกว่าจะสวยกว่าที่เอาไปโชว์ในค่ายเสียอีก) ทีหน้า http://www.vcharkarn.com/vblog/3008/229/n/78772/11 อีกที่ก็คือ ที่เว็บของ NG เค้ามีบรรดาสิ่งมีชีวิตเรืองแสงเป็น collection เลยทีเดียว ไปดูได้ที่ http://news.nationalgeographic.com/news/2009/05/photogalleries/glowing-animal-pictures/photo6.html


หากยังไม่จุใจลอง search ดูดีๆ จะมีให้เลือกหลายรูปเลยครับ
Namchai BioTec
ร่วมแบ่งปัน370 ครั้ง - ดาว 32 ดวง

ความเห็น 1110 1 มี.ค. 2553 (20:33)
ขอขอบคุณมากครับกับบทความดีๆ มีประโยชน์แก่ผมมากครับ ดร.นำชัย ..
ครูป้อม คนล่าฝัน
ร่วมแบ่งปัน6 ครั้ง - ดาว 48 ดวง

ความเห็น 1111 2 มี.ค. 2553 (09:52)
ขอบคุณคุณครูป้อม ที่แวะมาเยี่ยมเยียนครับ
Namchai BioTec
ร่วมแบ่งปัน370 ครั้ง - ดาว 32 ดวง

ความเห็น 1112 6 มี.ค. 2553 (05:45)
ขอบคุณครับ
daanaina
ร่วมแบ่งปัน68 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็น 1113 8 มี.ค. 2553 (09:47)
สวัสดีครับ คุณ daanaina ... หวังว่าคงพอมีประโยชน์บ้างนะครับ
Namchai BioTec
ร่วมแบ่งปัน370 ครั้ง - ดาว 32 ดวง

ความเห็น 1114 8 มี.ค. 2553 (21:57)
เยี่ยมมากครับ ดร.ชิ้น
ครูป้อม คนล่าฝัน
ร่วมแบ่งปัน6 ครั้ง - ดาว 48 ดวง

ความเห็น 1115 9 มี.ค. 2553 (17:49)

ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ ครูป้อม
เห็นช่วงนี้ ครูป้อมก็ขยันอัพเดทหน้า blog อยู่เหมือนกันนะครับ
มีคนเข้าไปดูไม่น้อยเสียด้วย


Namchai BioTec
ร่วมแบ่งปัน370 ครั้ง - ดาว 32 ดวง

ความเห็น 1118 21 มี.ค. 2553 (20:09)
ขอบคุณนะครับ ดร.ชิ้น
ครูป้อม คนล่าฝัน
ร่วมแบ่งปัน6 ครั้ง - ดาว 48 ดวง

ความเห็น 1119 22 มี.ค. 2553 (20:36)
ยอดเยี่ยมทุกคร่าครับ พี่นำชัย
ครูป้อม คนล่าฝัน
ร่วมแบ่งปัน6 ครั้ง - ดาว 48 ดวง

ความเห็น 1120 24 มี.ค. 2553 (09:24)

ขอบคุณมากครับ ครูป้อม {#emotions_dlg.a2}


Namchai BioTec
ร่วมแบ่งปัน370 ครั้ง - ดาว 32 ดวง

ความเห็น 1125 5 เม.ย. 2553 (22:01)
สวัสดีค่ะอาจารย์นำชัย
อยากให้อาจารย์ช่วยดูและวิจารณืคลับให้หน่อยค่ะ
เป็นคลับ nocancer คือหนูสนใจเกี่ยวกับเรื่องมะเร็งเป็นพิเศษ
แต่เนื่องจากยังอยู่ ม.ปลาย ยังไม่มีความรู้มากเท่าไร
คลับนี้ตั้งคลับไว้นานมากแล้วค่ะ แต่ว่าไม่ได้ปรับปรุงเลย
นี่เป็นlink club ค่ะ http://www.vcharkarn.com/vclub/club.php?cluburl=cancer


ขอบคุณค่ะ
KUCHIKI NAMTIP
ร่วมแบ่งปัน53 ครั้ง - ดาว 49 ดวง

ความเห็น 1126 7 เม.ย. 2553 (08:43)

เป็นแนวคิดที่น่าสนใจดีครับ คุณ KUCHIKI NAMTIP


ถ้าหมั่นอัพเดทข้อมูล และคัดกรองเอาที่น่าเชื่อถือ


จะเป็นแหล่งรวมข้อมูลที่ดีได้ครับ ถ้าไม่รู้จะหาข้อมูลจากไหน


ผมแนะนำให้เริ่มจากเว็บ http://www.sciencedaily.com/


เพราะมีข่าวเยอะดี และอัพเดทบ่อย ... ขอให้สนุกครับ


นำชัย


 


 


Namchai BioTec
ร่วมแบ่งปัน370 ครั้ง - ดาว 32 ดวง

ความเห็น 1127 8 เม.ย. 2553 (08:21)
ขอบคุณค่ะอาจารย์

ยินดีเสมอทั้งคำติ และคำชม

ท่านอื่นก็สามารถติชมclub nocancer ได้ตามเว็บลิงค์ด้านบนนะคะ
หรือจะส่งมาทางe-mail ก็ได้ namtip_benjama@hotmail.com

ขอบคุณค่ะ
KUCHIKI NAMTIP
ร่วมแบ่งปัน53 ครั้ง - ดาว 49 ดวง

ความเห็น 1129 12 เม.ย. 2553 (10:31)

ขอบคุณครับ คุณ vaseline


คงอีกสักพักครับ


Namchai BioTec
ร่วมแบ่งปัน370 ครั้ง - ดาว 32 ดวง

ความเห็น 1131 28 เม.ย. 2553 (15:24)
เหอๆ เข้ามาอีกที ก็ไม่อยู่กันเสียแล้วววววววววววววววววว
hopun
ร่วมแบ่งปัน162 ครั้ง - ดาว 171 ดวง

ความเห็น 1132 21 ก.ค. 2553 (01:18)
ดีดีครับ
ไม่รู้ว่าจำกันได้หรือป่าว
ห่างหายไปนาน
ครับ
ขอถามอะไรหน่อยครับ
คือ
กล้วยหอมไม่มีเมล็ดอย่างกล้วยป่าและกล้วยตานีเนื่องจากสาเหตุใดครับ
เป็นเพราะ mutation หรือจำนวนชุดโครโมโซม หรือ สภาพแวดล้อมหรืออะไรครับ

อีกข้อนะครับ
คือเส้นทางการดูดซึมยาบำรุงสมองจากตับต้องไปอย่างไร
ผ่านไตหรือไม่ครับ
เช่น ตับ ->ไต->หัวใจ->ปอด->สมอง
หรือว่า ตับ ->หัวใจ->ปอด->หัวใจ->สมอง ดีครับ
ผมหาคำตอบหาเท่าไรก็หาไม่เจอครับ
ขอบคุณล่วงหน้าครับ
สวัสดีครับ
wittawat.wat
ร่วมแบ่งปัน7 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็น 1134 16 ก.พ. 2554 (16:31)

ขอชื่นชมคุณนำชัย สร้างสรรค์ผลงานด้วยใจที่ทุ่มเทเพราะว่ากว่าจะเขียนได้ขนาดนี้ไม่ใช่เรื่อง่าย กว่าจะเป็นะบรรทัด เป็นบท ต้องใช้ทั้งความรู้ ความสามารถ เวลา ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล  ทรัพยากรมากมาย ที่สำคัญคือจิตใจที่มีแต่ให้ เสียดายหากคุณนำชัยจะไปจริง


ครู...ชิต
ร่วมแบ่งปัน2628 ครั้ง - ดาว 285 ดวง






Namchai BioTec
(ดร. นำชัย ชีววิวรรธน์)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 25,395 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 7 ปี
แบ่งปันความรู้ 370 ครั้ง
ได้รับดาว 32 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

Blog อื่น ๆ ของผู้เขียน




Google  
ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
อีเมล : star@vcharkarn.com
โทรศัพท์ : 02-9620127
Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
Page generated in0.3609 seconds !