|
*** Press Release 2007-10-08 ***
สมัชชาโนเบลแห่งสถาบันคารอลิสกาตัดสิน ในวันนี้ขอประกาศมอบรางวัล
รางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์ 2007
ให้กับ
มาริโอ อาร์. คาเพกซิ (Mario R. Capecchi), มาร์ติน เจ. อีแวนส์ (Martin J. Evans) และ
โอลิเวอร์ สมิธิส์ (Oliver Smithies)
สำหรับการค้นพบของพวกเขาเกี่ยวกับ
หลักการดัดแปลงยีนอย่างจำเพาะในหนูโดยการใช้สเต็มเซลล์จากตัวอ่อน (principles for introducing specific gene modifications in mice by the use of embryonic stem cells)
*สรุป*
ผู้ได้รับรางวัลโนเบลในปีนี้ได้ค้นพบเรื่องสำคัญอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับสเต็มเซลล์ของตัวอ่อน (embryonic stem cell) และดีเอ็นเอรีคอมบิเนชัน (DNA recombination) ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม การค้นพบของพวกเขานำไปสู่การสร้างสรรค์เทคโนโลยีที่ทรงพลังอย่างยิ่งยวดที่เรียกกันว่า ยีนทาเก็ตติ้ง (gene targeting) ในหนู เทคนิคนี้ปัจจุบันมีการนำไปใช้จริงในทุกสาขาของชีวแพทยศาสตร์ (biomedicine) - จากการวิจัยพื้นฐานไปจนถึงการพัฒนาวิธีการรักษาใหม่
[คำว่า สเต็มเซลล์จากตัวอ่อน หมายถึง เซลล์จากระยะหลังไข่ผสมกับอสุจิและแบ่งตัวไปไม่กี่รอบ หากเป็นในคนปกติแล้ว จะเป็นช่วงประมาณ 5-7 วัน, คำว่า ดีเอ็นเอรีคอมบิเนชัน หมายถึง เหตุการณ์ที่มีการแลกเปลี่ยนชิ้นส่วนของดีเอ็นเอจากตำแหน่งต่างกันในเซลล์ ในธรรมชาติจะพบการแลกเปลี่ยนดีเอ็นเอระหว่างโครโมโซม ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเป็นกลไกที่เซลล์ใช้เพิ่มความหลากหลายทางพันธุกรรม, คำว่า ยีนทาเก็ตติ้ง หมายถึง การนำชิ้นส่วนดีเอ็นเอจากภายนอกเข้าไปแลกเปลี่ยนกับดีเอ็นเอในเซลล์สิ่งมีชีวิตในตำแหน่งที่แน่นอน มักใช้กับสัตว์ชั้นสูงเช่น สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม]
ยีนทาเก็ตติ้งมักใช้ในการทำให้ยีนใดยีนหนึ่งไม่ทำงาน (inactivate single genes) เช่น การทำลองทำยีน น็อกเอาท์ (knockout) ได้แสดงให้เห็นถึงบทบาทของยีนจำนวนมากในกระบวนการพัฒนาของตัวอ่อน (embryo), สรีรวิทยาของสิ่งมีชีวิตเต็มวัย, ภาวะชราภาพ (aging), และโรค จนถึงปัจจุบัน มียีนในหนู mouse มากกว่าหมื่นชนิด (ราวๆ ครึ่งหนึ่งของจีโนม (genome) ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม) ที่โดนน็อกเอาท์แล้ว มีความพยายามระดับนานาชาติที่ดำเนินอยู่ซึ่งจะทำ หนูน็อกเอาท์ (knockout mice) สำหรับยีนทุกยีนภายในอนาคตอันใกล้
[คำว่า inactivate gene หมายถึง การทำให้ยีนไม่ทำงาน เช่น โดยการสอดใส่ดีเอ็นเอแทรกเข้าไปในดีเอ็นเอที่ทำหน้าที่เป็น ยีน นั้น เป็นต้น, คำว่า หนูน็อกเอาท์ หมายถึง หนูที่ผ่านกระบวนการยีนทาเก็ตติ้งจนยีนใดยีนหนึ่งไม่ทำงาน เปรียบเทียบคล้ายกับการน็อกเอาท์ของนักมวยที่ทำให้นักมวยที่โดน น็อกเอาท์ ไม่สามารถลุกขึ้นมาต่อสู้ได้อีก, คำว่า จีโนม คือ สารพันธุกรรมทั้งหมดที่อยู่ในเซลล์ ซึ่งควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมทุกอย่างของสิ่งมีชีวิตนั้นๆ ประเมินกันว่า จีโนมของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมน่าจะมียีนอยู่ราว 3 หมื่นยีน]
ด้วยเทคนิคยีนทาเก็ตติ้งนี้ทำให้ปัจจุบันสามารถดัดแปลงดีเอ็นเอในจีโนมของหนูแทบจะทุกรูปแบบ ทำให้นักวิทยาศาสตร์ทราบถึงหน้าที่ของยีนแต่ละยีนในด้านที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและโรค ยีนทาเก็ตติ้งทำให้ได้หนูต้นแบบสำหรับการศึกษาความผิดปกติ (โรค) ในมนุษย์จำนวนมากกว่า 500 แบบแตกต่างกัน รวมทั้งหนูต้นแบบของโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจและการเสื่อมถอยของระบบประสาท, โรคเบาหวาน และโรคมะเร็ง
***การดัดแปลงยีนโดยวิธีการโฮโมโลกัสรีคอมบิเนชั่น (homologous recombination)***
ข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาและหน้าที่ของร่างกายของเราตลอดชั่วชีวิตถูกเก็บไว้ใน DNA DNA ของเราอัดกันอยู่ในโครโมโซม (chromosome) ซึ่งอยู่เป็นคู่ โครโมโซมแท่งหนึ่งได้รับถ่ายทอดมาจากพ่อ และอีกท่อนหนึ่งจากแม่ การแลกเปลี่ยน DNA ภายในคู่โครโมโซมดังกล่าวเพิ่มความแปรผัน (variation) ด้านพันธุกรรมในประชากร และเกิดขึ้นผ่านกระบวนการที่เรียกว่า โฮโมโลกันรีคอมบิเนชั่น (homologous recombination) กระบวนการนี้คงอยู่ตลอดการวิวัฒนาการ และมีผู้แสดงให้เห็นถึงกระบวนการนี้ในแบคทีเรียมานานกว่า 50 ปีแล้วคือ ผู้ได้รับรางวัลโนเบลปี 1958 โจชัว ลีเดอร์เบิร์ก (Joshua Lederberg)
มาริโอ คาเพกซิ และ โอลิเวอร์ สมิธิส์ ต่างก็มีวิสัยทัศน์ว่า โฮโมโลกันรีคอมบิเนชั่น อาจจะใช้ในการดัดแปลงยีนได้อย่างจำเพาะเจาะจงในเซลล์สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และพวกเขาได้ทำงานอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ถึงจุดหมายดังกล่าวนี้
คาเพกซิแสดงให้เห็นว่า โฮโมโลกันรีคอมบิเนชั่นอาจเกิดขึ้นระหว่างดีเอ็นเอที่ใส่เข้าไป (introduced DNA) กับโครโมโซมของเซลล์สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เขาแสดงให้เห็นว่า อาจซ่อมแซมยีนที่ผิดปกติ (defective gene) ได้โดยอาศัยกระบวนการโฮโมโลกันรีคอมบิเนชั่นกับดีเอ็นเอที่ใส่เข้าไป สำหรับสมิธิส์นั้น แรกสุดได้พยายามซ่อมยีนที่กลายพันธุ์ (mutated gene) ในเซลล์มนุษย์ เขาคิดว่าโรคเลือกที่ถ่ายทอดได้บางโรคอาจจะรักษาได้ด้วยการแก้ไขการกลายพันธุ์ที่เป็นต้นเหตุก่อโรคนั้นในสเต็มเซลล์ของไขกระดูก (bone marrow stem cell) ในระหว่างความพยายามเหล่านี้ สมิธิส์ค้นพบว่า ยีนแบบเอนโดจีนัส (endogenous gene) อาจจะเป็นเป้าหมาย (target) ของวิธีการนี้ได้ โดยไม่ขึ้นกับหน้าที่การทำงานของยีนเหล่านั้นแต่อย่างใด เรื่องนี้ชี้ให้เห็นว่า ยีนทั้งหมดทุกยีนอาจจะดัดแปลงได้ด้วยวิธีการโฮโมโลกันรีคอมบิเนชั่น
[เพื่อความชัดเจน คำว่า โฮโมโลกัส (homologous) หมายถึง มีลักษณะโครงสร้างที่คล้ายกัน เช่น โฮโมโลกัสโครโมโซม (homologous chromosome) หมายถึง โครโมโซมที่มีโครงสร้างแบบเดียวกัน มีรูปแบบของยีนที่เรียงตัวอยู่บนโครโมโซมแบบเดียวกัน แต่ทั้งนี้ยีนต่างๆ เหล่านั้นอาจแตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น โครโมโซม 1 ของลูกจะประกอบด้วยโครโมโซม 1 จำนวน 2 แท่ง โครโมโซมแท่งหนึ่งได้รับมาจากพ่อ ส่วนโครโมโซมอีกท่อนหนึ่งได้รับมาจากแม่ หากยีนใดยีนหนึ่งบนโครโมโซมผิดปกติไป ก็จะทำให้ลูกคนนั้นเป็น พาหะ ของโรคได้ และหากยีนทั้งสองยีน (บนโครโมโซมทั้ง 2 แท่งที่เป็นโฮโมโลกัสโครโมโซม) ผิดปกติไป ลูกคนนั้นก็จะป่วยเป็นโรค โรคในกลุ่มนี้เป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม แบบยีนด้อย คือ ต้องมีความผิดปกติของโครโมโซมจากพ่อและแม่ทั้งคู่จึงจะแสดงอาการป่วยให้เห็น โรคในกลุ่มนี้ที่คนไทยเป็นกันมากที่สุดคือ โรคธาลัสซีเมีย
คำว่า endogenous ใช้เป็นคำอธิบายสิ่งต่างๆ ที่มีกำเนิดมาจากภายในสิ่งมีชีวิตเอง เช่น ในกรณีนี้ผู้เขียนใช้อธิบายว่า เป็นยีนที่ร่างกายสร้างขึ้นเอง ไม่ได้สังเคราะห์หรือใส่เข้าไปจากภายนอก (exogenous gene)
ส่วนคำว่า สเต็มเซลล์ ก็คือ เซลล์แบบหนึ่งที่แบ่งตัวเพิ่มจำนวนได้อย่างไม่จำกัด และยังสามารถเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์แบบต่างๆ ได้ แต่เมื่อเปลี่ยนไปแล้วจะไม่เปลี่ยนกลับมาเป็นสเต็มเซลล์อีก มีการค้นพบสเต็มเซลล์ในอวัยวะต่างๆ มากขึ้นเรื่อยๆ ในทางทฤษฎี อาจจะมีสเต็มเซลล์อยู่ในอวัยวะทุกชนิด]
*ยังมีต่อ*
นำชัย
www.biotec.or.th/Guru
9 ต.ค. 2550 ขอบคุณสมาชิกหน้าใหม่ๆ ที่แวะทักทายกันนะครับ ![]()
ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ ครูป้อม
เห็นช่วงนี้ ครูป้อมก็ขยันอัพเดทหน้า blog อยู่เหมือนกันนะครับ
มีคนเข้าไปดูไม่น้อยเสียด้วย
ขอบคุณมากครับ ครูป้อม ![]()
เป็นแนวคิดที่น่าสนใจดีครับ คุณ KUCHIKI NAMTIP
ถ้าหมั่นอัพเดทข้อมูล และคัดกรองเอาที่น่าเชื่อถือ
จะเป็นแหล่งรวมข้อมูลที่ดีได้ครับ ถ้าไม่รู้จะหาข้อมูลจากไหน
ผมแนะนำให้เริ่มจากเว็บ http://www.sciencedaily.com/
เพราะมีข่าวเยอะดี และอัพเดทบ่อย ... ขอให้สนุกครับ
นำชัย
ขอบคุณครับ คุณ vaseline
คงอีกสักพักครับ
ขอชื่นชมคุณนำชัย สร้างสรรค์ผลงานด้วยใจที่ทุ่มเทเพราะว่ากว่าจะเขียนได้ขนาดนี้ไม่ใช่เรื่อง่าย กว่าจะเป็นะบรรทัด เป็นบท ต้องใช้ทั้งความรู้ ความสามารถ เวลา ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ทรัพยากรมากมาย ที่สำคัญคือจิตใจที่มีแต่ให้ เสียดายหากคุณนำชัยจะไปจริง


|
||||||
![]() |
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง |