นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย (หนังสือที่เปลี่ยนชีวิตผม (3)) | วิชาการ.คอม

นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย

วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ภูมิปัญญา ความหรรษา และคุณค่าของชีวิต
ผู้เขียน: Namchai BioTec ชมแล้ว: 21,720,244 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 16 January 2007, 5:03 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sat 3 April 2010, 6:00 am
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด
สารบัญ
1-20 | 21-40 | 41-60 | 61-80 | 81-100 | 101-120 | 121-140 | 141-160 | 161-180 | 181-200 | 201-220 | 221-240 | 241-260 | 261-280 | 281-300 | 301-320 | 321-340 | 341-360 | 361-380 | 381-400 | 401-420 | 421-440 | 441-460 | 461-480 | 481-500 | 501-520 | 521-540 | 541-560 | 561-580 | 581-600 | 601-620 | 621-640 | 641-660 | 661-680 | 681-700 | 701-720 | 721-740 | 741-753


หน้าที่ 21 - หนังสือที่เปลี่ยนชีวิตผม (3)
ท่านที่สามที่ผมอยากเอ่ยนามไว้ในที่นี้คือ ท่านอาจารย์หมอประเวศ วะสี 3084 ผมจำได้ว่าอ่านประวัติของท่านในหนังสือ “บนเส้นทางชีวิต” แล้ว ต้องอึ้งไปจริงๆ ว่า ... มีคนที่เก่งสุดยอดแบบนี้ในโลกด้วยหรือ (ไม่ใช่แค่ว่าเก่งในหมู่คนไทยนะครับ ผมว่าท่านเป็นหนึ่งในคนที่หาได้ยากยิ่งในโลกเลยนะครับ ) ... ท่านมีสติปัญหาที่ยากเสมอเหมือน มีความอุตสาหะมานะที่น่าชื่นชม และมีความรักในประเทศ ซึ่งเห็นได้อย่างเป็นรูปธรรมจากผลงานตลอดช่วงชีวิตท่าน 3085 ยกตัวอย่างเช่น ถ้าจำไม่ผิด ... ท่านจะเล่าไว้ว่า ความที่เป็นเด็กต่างจังหวัด เมื่อเข้ามาเรียนต่อที่โรงเรียนเตรียมอุดมนั้น วิชาอื่นก็ไม่สู้กระไรนัก แต่ภาษาอังกฤษนั้น ออกจะลำบากอยู่สักหน่อย ... พอปิดเทอม ท่านก็หอบหนังสือกลับไปตั้งหลักที่บ้าน คราวนี้ ผลสอบกลายเป็นคนละเรื่องเลย ... กลับเป็นแนวหน้าของชั้นได้ ผมว่าเด็กๆ ที่ไม่มีเป้าหมายในชีวิต หรือสงสัยว่า เราจะเรียนหนังสือไปเพื่ออะไร หรือจะเรียนอย่างไร ... ลองอ่านประวัติท่านดู ก็อาจจะได้แนวทางดีๆ นะครับ นอกจากประวัติในเรื่องเรียน (ท่านได้รับพระราชทานทุนมูลินิธิอานันทมหิดลด้วยครับ) การทำงานท่านก็โดดเด่นมาก ได้รางวัลมากมายทั้งในและนอกประเทศ จาระไนกันไม่หวาดไม่ไหวครับ ใครไม่เชื่อผม ... ก็เข้าไปดูประวัติท่านได้ที่ http://www.prawase.com/bio.php หรือ http://www.thainhf.org/prawase/biography.asp แต่ที่ผมว่าส่งผลกับชีวิตของผม (ในแง่ของอุดมคติชีวิต และมุมมองชีวิต) ก็คือ หนังสือหลายเล่มที่ท่านพยายามประยุกต์ความรู้ที่ได้จากพุทธศาสนา มาใช้ในการแก้ปัญหาสังคม “อย่างเป็นรูปธรรม” ... เล่มที่เป็นหนึ่งในดวงใจของผมก็คือ หนังสือ "พุทธธรรมกับสังคม" ซึ่งท่านอธิบายและเชื่อมโยงความรู้จากศาสนาของชาติกับแนวทางการแก้ปัญหาต่างๆ ได้อย่างชัดเจน แยบคาย และงดงามมาก 3080 ท่านถามคำถามที่น่าสนใจ ... ซึ่งยังเป็นจริง จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ว่า ... เรามีวัดอยู่มาก มีโรงเรียนอีกเพียบ แต่ดูเหมือนปัญหาสังคมจะไม่ได้ลดน้อยลงเท่าใดเลย ... เกิดอะไรขึ้นกับสังคมไทยกันแน่? ... ในเล่มดังกล่าวนี้ ท่านพยายามจะชี้ว่า จะแก้เรื่องนี้ได้อย่างไร ... อย่างเป็นรูปธรรม อันที่จริง ถ้าใครที่ติดตามข่าวสารบ้านเมืองก็คงจะเห็นหรือได้อ่านบทความที่ท่านออกมาแสดงความเห็น-ชี้แนะแนวทาง แก่ผู้มีอำนาจในยุคต่างๆ ที่อาจจะกำลังเดินทางผิดให้ได้รู้ตัว (แต่ก็ต้องยอมรับความจริงว่า ไม่ค่อยสำเร็จเท่าใด ... เพราะอัตตาแต่ละคนสูงเหลือเกิน ผมจำได้ว่าบางคราวคุณหมอโดนว่าเอาแรงๆ เสียด้วยซ้ำ) ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมมากๆ ก็คือ หนังสือ "จากหมอประเวศถึงทักษิณ 2544-2549" ที่รวบรวมบทความที่คุณหมอประเวศ เคยเขียนเกี่ยวกับคุณทักษิณ ชินวัตร ในช่วง 6 ปีดังกล่าว (จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์มติชน) 3081 เล่มนี้ผมยังไม่ได้มีโอกาสหามาอ่านแบบรวดเดียว ... ปกติอ่านบทความของท่านอยู่แล้วในแต่ละครั้งที่ท่านเขียน ... แล้วก็ตื่นเต้นทุกครั้งที่พบว่า ในท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองที่เคร่งเครียด และดู “ตีบตัน” ... ท่านก็มี “ทางออกดีๆ” มานำเสนอให้อยู่เสมอ (แต่ก็อีกนั่นแหละ ... คนที่มีโอกาสเลือกจะเป็น “คนดี” หรือ “รัฐบุรุษ” ของชาติได้ ... ก็มักจะพลาด โดยกลับไปเลือกที่จะรวยแบบล้นพ้น - แต่ไม่งดงาม - ไปเสียอย่างนั้น) อดคิดไม่ได้นะครับว่า ถ้าคุณหมอจะลองลงมาเป็นนายกฯ ดูสักตั้ง ... ประเทศไทยจะเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยเพียงใด นำชัย ศ. 16 ก.พ. 2550 ปล. ใครที่ไม่เคยอ่านหนังสือของคุณหมอ ลองไปอ่านฉบับแจกฟรีออนไลน์ได้ที่ http://www.prawase.com/books.php ครับ (มีหลายเล่มเชียวครับ) ลองดูตัวอย่างจากหนังสือ "ระบบการเรียนรู้ใหม่ ไปให้พ้นวิกฤติแห่งยุคสมัย" ซึ่งท่านเขียนขึ้นในโอกาสเฉลิมอายุครบ 84 ปีของศาสตราจารย์ระพี สาคริก (4 ธ.ค. 2549) 3152



*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด

จำนวน 976 ความเห็น, หน้า | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | 32 | 33 | 34 | 35 | 36 | 37 | 38 | 39 | 40 | 41 | 42 | 43 | 44 | 45 | 46 | 47 | 48 | 49 |
ความเห็น 244 5 ธ.ค. 2550 (08:42)
ถามความคิดเห็นหน่อยนะครับ คุณอยากทำอะไรให้พ่อมากที่สุด



1.กอดพ่อ

2.ให้การ์ดแก่พ่อ

3.ซื้อของให้พ่อ

4.นอนหลับในวันพ่อ
jumo
ร่วมแบ่งปัน3680 ครั้ง - ดาว 351 ดวง

ความเห็น 245 5 ธ.ค. 2550 (10:29)
ตอนนี้กำลังทำข้อ 4 ครับ



- -"
neverheal
ร่วมแบ่งปัน548 ครั้ง - ดาว 230 ดวง

ความเห็น 246 5 ธ.ค. 2550 (10:56)
ขอบคุณน้องๆ ทุกคนที่แวะเวียนเข้ามาเพิ่มความคึกคัก ยินดีต้อนรับคุณ "มองอย่างบุเรงนอง" ด้วยครับ


น้อง hopun มาพร้อมกับเรื่องและรูปกระจุกกระจิกน่ารัก (มั่กๆ) ตามเคยนะครับ งวดนี้มีเรื่องสิทธิเยาวชนแถมด้วย อืมม์ เรียกว่าถึงคิกขุ เฮฮา แต่ไม่ไร้สาระเลยทีเดียว หายากเหมือนกันนะครับ


สำหรับเรื่องจริยธรรมนี่สำคัญจริงๆ ครับ น้อง neverheal ... อดนึกถึงคำของท่านพุทธทาสไม่ได้ว่า "ถ้าศีลธรรมไม่กลับมา โลกาจะวินาศ"


อยากทำข้อ 1 ครับ น้อง jumo คือ กอดพ่อ ... แต่คุณพ่อไม่อยู่ให้กอดเกือบ 20 ปีแล้วครับ ... ใครที่อยู่ใกล้พ่อก็ใช้ "โอกาสทอง" ที่มีอยู่ให้คุ้มค่านะครับ
Namchai BioTec
ร่วมแบ่งปัน370 ครั้ง - ดาว 31 ดวง

ความเห็น 247 5 ธ.ค. 2550 (11:56)
“เอี๊ยด ” ผมเหยียบเบรกจอดรถที่หน้าบ้านคนที่ผมรัก

ผมมองไปรอบๆบ้านนั้น มันดูทันสมัยเหมาะสำหรับคนกรุงเทพฯจริงๆ

“หลายปีแล้วนะที่ไม่ได้มาที่นี่”ผมพูดกับตัวเองเบาๆ

“พ่อครับ ” ผมหันไปมองต้นเสียงนั้น

สิ่งที่ผมเห็นคือ เด้กชายตัวเล็กๆ อายุราวๆ 6 ขวบ ใส่เสือสูท ผุกไทด์ วิ่งมาหาผม แต่มันไม่ใช่ตอนนี้เด้กชายคนนั้นได้กลายเป้นเด็กหนุ่มอายุ 25 ปี ใส่สูทผูกไทด์

“อ้าว เอโอ้โฮแต่งตัวเสียหล่อเชียว นี่...รู้ไหมพ่อเอาอะไรมาฝากลูก มะม่วงสวนเราไง“ผมพูดแล้วชูถุงมะม่วงให้ลูกดู

“เข้าบ้านกันครับพ่อ” เอเดินมาเปิดประตูรั้ว ก่อนที่จะถือถุงมะม่วงพาผมเดินเข้าบ้าน

ผมมองลูกที่กำลังวุ่นวายอยู่ในบ้านทำให้ผมนึกถึงอดีตที่เขายังเด็ก ๆ อยู่เสมอ

”พ่อครับแล้วแม่ไม่มาด้วยหรือครับ” เอหันมาถามผม

“อ้อ...แม่เขากำลังตั้งกลุ่มแม่บ้านทำผลิตภัณฑ์แปรรูปมะม่วงแม่เขาก็เลยไม่ว่าง”

กรี๊ง !! เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นก้องบ้าน

“สวัสดีครับอ้อ...ใกล้เสร็จแล้วครับ ๆ สวัสดีครับ” เอพูดกับโทรศัพท์อย่างเร่งรีบ

เขาเดินที่บางสิ่งบางอย่างที่ผมไม่รู้จักแล้วนั่งมองมันอย่างเคร่งเครียด

“เอ...พ่อไปปลอกมะม่วงให้กินนะลูก เอ้! แต่ไงเครื่องนี้เขาเรียกว่าอะไรกันนะลูก

“คอมพิวเตอร์ครับพ่อมันเจ๋งมากเลยใช่ไม่ครับ” เขาตอบ

“คอม – ผิว – เตอร์ เอ้อๆ”

“ไม่ใช่ครับพ่อคอมพิวเตอร์ต่างหาก” เขาพูดยิ้ม ๆ

“งั้นพ่อไปปลอกมะม่วงทำน้ำปลาหวานดีกว่า” ผมพูดแล้วเดินไปที่ครัวพร้อมถือถุงมะม่วงไปด้วย

ผมปลอกมะม่วงแล้วทำน้ำปลาหวานสุดฝีมือเพื่อให้ลูกชายของผมได้กิน

“นี่!! เสร็จแล้ว ๆ มะม่วงน้ำปลาหวานฝีมือพ่อ” ผมวางมะม่วงลงบนโต๊ะ

ผมมองไปที่เอซึ่งกำลังนั่งทำงานอย่างขมักเขม็นโดยไม่สนใจผม

“เอไม่กินหรือลูกอร่อยนะ”

“เดี๋ยวครับพ่อเอยังทำงานไม่เสร็จครับพ่อ”

ผมเดินไปดูเอที่กำลังนั่งทำงานอยู่สมัยนี้เขาทำงานกันแบบนี้หรือเนี่ยดูวุ่นวายจริง ๆ

“เอเครื่องนี้มันใช้อย่างไงหรือ”ผมถาม

“คอมพิวเตอร์ครับพ่อเดี๋ยววันหลังผมจะสอนพ่อใช้”

“เอ้อ ๆ”

ผมเดินไปนั่งอ่านหนังสืออยู่นอกระเบียงก่อนจะมองไปที่ท้องฟ้าซึ่งยามนี้ไม่มีพระอาทิตย์เหลืออยู่แล้ว

“เย็นแล้วหรือเนี่ยโอ้โฮเราคงนั่งอ่านหนังสือไปนานเลยที่เดียวยังไม่ได้ทำกับข้าวเย็นเลย”

ผมจึงเดินเข้ามาในบ้านและพบกับจานมะม่วงน้ำปลาหวานที่ยังคงเหมือนเดิมและเอที่กำลังนั่งทำงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย

“ขอโทษครับพ่อเอยังไม่ว่างกินเลย”

ผมถือจานมะม่วงเข้าไปในครัว แล้วไปใส่ไว้ในตู้เย็น และผมก็เริ่มลงมือทำกับข้าวที่เป็นของโปรดลูกอย่างตั้งใจ

“เอมากินข้าวเร็วลูกพ่อทำแต่ของที่เอชอบทั้งนั้นเลยดูซิ”

“พ่อกินไปก่อนเถอะครับเดี๋ยวเอไปกิน”

ผมนั่งกินข้าวคนเดียวจนอิ่ม ก็ยังคงเห็นภาพลูกชายที่กำลังนั่งทำงานอยู่

“กินข้าวด้วยนะลูกเดี๋ยวพ่อไปนอนก่อน”

“ครับ”

ผมเดินขึ้นไปที่ห้องนอนเพื่อทำภาระกิจส่วนตัวก่อนที่จะเข้านอน ผมล้มตัวลงนอนไม่รู้ว่านานเท่าไรก่อนที่จะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมากลางดึก ผมเดินลงไปข้างล่างภาพที่ผมเห็นคือสำรับข้าวที่ยังคงเหมือนเดิมและลูกชายคนเดี่ยวของผมที่กำลังหลับคาบางสิ่งทที่เขาเรียกว่างานของเขา ผมเดินไปเอาผ้าห่มมาห่มให้เอและเก็บสำรับอาหารที่วางอยู่เข้าครัวก่อนที่จะกลับไปนอนเหมือนเดิม รุ่งเช้าผมตื่นขึ้นมาทำอาหารเช้าให้ลูกชายของผม

“กรี๊ง ๆๆๆๆ” เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น

“สวัสดีครับ ครับด่วนที่สุดแล้วครับ บ่าย ๆ นี้คงจะเสร็จแล้วครับ ครับสวัสดีครับ” เสียงเอคุยโทรศัพท์ดังลั่นบ้าน

ผมยกอาหารที่ทำเสร็จแล้วมาวางที่โต๊ะอาหาร “เอกินข้าวลูก” “ครับพ่อ” ผมนั่งกินข้าวคนเดียวเช่นเดิมและภาพที่เอกำลังทำงานเหมือนเดิม เมื่อกินเสร็จแล้วผมจึงเปิดโทรทัศน์ดูเพื่อชมข่าวสารต่าง ๆ และยังคงมองไปที่เอที่ยังคงทำงาน จนเที่ยงผมเดินไปที่โต๊ะอาหารที่ยังคงเหมือนเดิมเช่นเดี่ยวกันผมเก็บจานชามล้างแล้วเดินไปที่เอที่ยังคงโหมงานหนัก

“เอไงเครื่องนี้มันเรียกว่าอะไรนะทำไม่ลูกถึงใช้เวลาอยู่กับมันนานจังผมถามลูก” เอหันมามองผมอย่างเบื่อหน่าย

“คอมพิวเตอร์ ๆๆ พ่อเข้าใจไหม”

ผมเงียบแล้วเดินไปที่ระเบียงอย่างเศร้าใจน้ำตาผมมันตื้นขึ้นมาที่ขอบตาของผม ทำให้ผมหวนนึกถึงอดีตตอนที่เขายังเด็ก ๆ

“พ่อครับ ๆ นี่เขาเรียกว่าอะไรครับ” เด็กชายคนหนึ่งถามขึ้นอย่างสงสัย

บิดาของเขาอุ้มเขาขึ้นมาบนตักแล้วมองเด็กชายด้วยความรักใคร่

“โทรทัศน์ไงลูกมันมีภาพให้ดู” บิดาของเขาตอบ

“ทอ – ทัด“

“ไม่ใช่ลูกโทรทัศน์ต่างหาก”

“ทอ – ทัด ครับ“

ตอนเย็นเด็กชายคนเดิมก็ยังคงถามบิดาว่าสิ่งนั้นเรียกว่าอะไร เป็นเวลานานและหลายรอบ บิดาของเขาก็ยังคงตอบอย่างไม่เบื่อหน่าย

“ทอ – ทัด“นั้นคือคำที่เด็กชายพูด

“โทรทัศน์” สุดท้ายเด็กชายก็พูดถูก

แม้ว่าลูกจะถามพ่อสักกี่ร้อยครั้งพ่อก็ยังคงพร้องจะตอบลูกให้ครบร้อยครั้งอย่างไม่เบื่อหน่ายเพื่อลูก ผมร้องไห้ทันที ลูกจะดีจะเลวแค่ไหนพ่อก็รักลูกในสายตาของพ่อยังคงเห็นลูกเป็นเด็กเสมอแม้ว่าลูกจะเติบโตสักแค่ไหนลูกยังคงเป็นลูกที่พ่อรักไม่เปลี่ยนแปลง น้ำตาพ่อมันคงไม่มีค่าสำหรับลูกแต่น้ำตาลูกมันคือความเจ็บปวดของพ่อ...

”พ่อครับผมขอโทษ ที่ผมให้ความสำคัญกับเจ้าเครื่องที่ผมเรียกว่างาน มากกว่าผู้ที่เป็นพ่อที่มีพระคุณสำหรับผม ไม่ว่าผมจะทำอะไรพ่อก็ยังคงเป็นห่วงผมอยู่เสมอ ผมรักพ่อครับ”

หลังจากที่อ่านเรื่องนี้แล้วก็อยากจะให้เพื่อนรักพ่อมากขึ้นนะค่ะ...
jumo
ร่วมแบ่งปัน3680 ครั้ง - ดาว 351 ดวง

ความเห็น 248 5 ธ.ค. 2550 (14:27)
สวัสดีค่า ทุกคน วันนี้เป็นวันพ่อ ก็ขอให้พ่อทุกคน มีความสุขมากๆนะคะ



ตอบคำถามของคุณ Jumo ก่อนว่า วันนี้ทำอะไรให้พ่อบ้าง วันนี้บอกรักพ่อค่ะ(ตอนบอกมีน้ำตาซึมนิดๆด้วย)



กอดพ่อด้วย(อันนี้ที่จริงทำทุกวันอยู่แล้ว) แล้วก็ซื้อเสื้อให้พ่อ 2 ตัวค่ะ

แล้วก็มี โคลงสี่มาฝากกัน (ดัดแปลงจากที่เคยแต่งไว้ก่อหน้านี้นะคะ) อาจจะไม่เพราะมาก แต่แต่งด้วยใจ



พระมหากษัตริย์เจ้า ภูมิพล สยามเอย

ยกย่องป้องปวงชน ทั่วหล้า

แปดสิบปีพระทรงเป็น- มิ่งขวัญ ไทยนา

นอบน้อมด้วยไทยข้า ขอพระองค์ ทรงพระเจริญ



แล้วก็ขอบคุณ ดร.นำชัยนะคะที่ชม อิอิ ลอยแล้วค่ะ หน้าจากที่เป็นซาลาเปาอยู่แล้วตอนนี้เป็นกระด้งไปเลยทีเดียว ตอนนี้คิดพล็อตการ์ตูนใหม่ได้แล้วแต่ยังไม่ได้วาดเลยค่ะ อีกอย่างเครื่องสแกนรูปพังซะงั้น เลยไม่รู้ว่าจะไปสแกนทีไหน ถ้ามีเวลาลงรูปใหม่ แล้วจะเอามาโพสต์นะคะ ดร.นำชัยคะ รบกวนช่วยอธิบายเรื่องการหายใจระดับเซลล์ให้หน่อยได้มั้ยคะ คือเรียนที่ห้องแล้วก็รู้เรื่องแต่ตอนที่อยู่ในห้อง พอกลับบ้านมาปุ๊บลืมเลย เอาแบบที่เข้าใจและจำได้ง่ายอ่ะค่ะ รบกวนด้วยนะคะ





แล้วก็สวัสดีนะคะ คุณ neverheal



อืมมม ของฝากวันนี้ ขำขันด้วยรูป ที่เข้า กับบรรยากาศวันพ่อนะคะ



ขอตั้งชื่อว่า Like Father Like Son
65497

hopun
ร่วมแบ่งปัน162 ครั้ง - ดาว 171 ดวง

ความเห็น 249 5 ธ.ค. 2550 (14:28)
แล้วก็
65498

hopun
ร่วมแบ่งปัน162 ครั้ง - ดาว 171 ดวง

ความเห็น 250 5 ธ.ค. 2550 (14:34)
65499
และ
hopun
ร่วมแบ่งปัน162 ครั้ง - ดาว 171 ดวง

ความเห็น 251 5 ธ.ค. 2550 (16:31)
ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
jumo
ร่วมแบ่งปัน3680 ครั้ง - ดาว 351 ดวง

ความเห็น 252 5 ธ.ค. 2550 (19:12)
รูปน่ารักดีครับ น้อง hopun ... ภาษิตไทยบอกว่า "ดูนางให้ดูแม่" ... สงสัยว่าจะต้องเพิ่มเป็น "ดูนายให้ดูพ่อ"!



เรื่อง "หายใจระดับเซลล์" ... ให้ตั้งหลักการเรียนอย่างนี้นะครับ เริ่มจากเรารู้ธรรมชาติว่าเราต้องหายใจเอาออกซิเจนเข้าไปใช้ประโยชน์ ... ที่นี้ อันที่จริงแล้วเอาไปใช้อย่างไรล่ะ



วิธีใช้ก็คือ นำเอาออกซิเจนไปใส่รวมกับ "สารที่ให้พลังงาน" ซึ่งก็คือ สิ่งต่างๆ ที่เรากินและนำไปใช้ได้คือ แปลงเป็นรูปง่ายสุดแล้ว (คาร์โบไฮเดรต --> กลูโคส, โปรตีน --> กรดอะมิโน, ไขมัน --> กรดไขมัน เป็นต้น)



::ข้อสังเกต:: กระบวนการ "เผา" ในเซลล์เหมือนกับการเผาทางเคมีที่เราเห็นในชีวิตประจำวันด้วยตานี่แหละครับ (เผาไม้ เผาฟืน) คือ เอาออกซิเจนเข้าไปช่วยเผาให้ได้ "พลังงาน"



ในกระบวนการที่ว่า ก็จะมีการถ่ายเทอิเล็กตรอนเป็นทอดๆ ในเส้นทางเป็นสาย หรือบางทีก็เป็น วงกลม (วัฏจักร) ต่างๆ เฉพาะ (ซึ่งก็จะมี "ตัวให้" และ "ตัวรับ" หลายตัว ชื่อประหลาดๆ ซึ่งต้องจำได้ - กรรมของนักเรียน หุ หุ )



ตัวเก็บรักษาพลังงานที่เซลล์นิยมใช้ก็คือ ATP ... ถ้าเปรียบก็เหมือนเงินสกุลดอลลาร์ที่นิยมกันทั่วโลก ... ซึ่งพอมีเงิน (หรือ ATP) ก็เอาไปใช้ "ซื้อหา" หรือ "สร้าง" สิ่งต่างๆ ที่ร่างกายต้องการ เช่น ซ่อมแซมเซลล์หรือเนื้อเยื่อที่สึกหรอ (biosynthesis) เคลื่อนย้ายโมเลกุลผ่านเยื่อหุ้มต่างๆ เช่น เยื่อหุ้มนิวเคลียส เยื่อหุ้มเซลล์ (เหมือนเราจ่ายเงินค่ารถเที่ยวในประเทศและต่างประเทศ ตามลำดับ ...ฮิ ฮิ) ฯลฯ



ต้องจำพลังงานที่ ATP มีอยู่ และสามารถเปรียบเทียบกับ "เงินสกุลอื่น" ด้วยนะครับ (เช่น NADPH)



ที่เหลือก็จะเป็นรายละเอียดแล้วว่า ...



... การหายใจอาจจะไม่ใช้ออกซิเจนก็ได้ (กล้ามเนื้อบางอย่าง เวลาฉุกเฉิน หรือในสิ่งมีชีวิตที่ไม่อยากใช้ออกซิเจนในชีวิต - anaerobic organisms)



... การย่อยสลายกลูโคสให้ได้พลังงานผ่านกระบวนการที่เรียกว่า ไกลโคไลซิส (Glycolysis) ต้องตั้งต้นอย่างไร ทำปฏิกิริยาอย่างไร ได้อะไรบ้าง



... Citric Acid cycle หรือ Kreb cycle คือ อะไร, มันหมุนเวียนสารและพลังงานในวัฏจักรอย่างไร ตอนผมเรียนนี่ หลับตาเห็นเป็นชาร์ตลอยมาเลยครับ ... พยายามใช้วิธีเขียนลงกระดาษซ้ำๆ จนเคยมือ จะช่วยให้จำได้ง่ายขึ้น



... ยังมี Oxidative phosphorylation ฯลฯ



นอกจากนี้ ยังต้องจำตำแหน่งที่เกิดปฏิกิริยา (แลกเปลี่ยนเงิน) ด้วยว่าเกิดที่ใด เพราะไมโตคอนเดรียจะเป็นแหล่งใช้จ่ายเงินหลักที่เดียว (คล้ายๆ ธนาคารปนซูเปอร์สโตร์!)



ขอให้สนุกกับการใช้สมองให้เต็มประสิทธิภาพครับ
Namchai BioTec
ร่วมแบ่งปัน370 ครั้ง - ดาว 31 ดวง

ความเห็น 253 6 ธ.ค. 2550 (08:54)
อืมม์ ... น่าสนใจดีครับ คุณ jumo (ความที่ยาวหน่อย ผมเก็บไว้อ่านทีหลัง ) ... นี่เป็น version ที่ 2 ของเรื่องแบบเดียวกันที่ผมเคยอ่านนะครับ แต่ที่เคยอ่านก่อนหน้านี้ จะใช้การอ่านหนังสือของพ่อแทนที่จะเป็นการเล่นคอมพิวเตอร์ของลูก ... เรียกว่า ปรับสู่ยุค "คุณลูก ออนไลน์" นะครับ
Namchai BioTec
ร่วมแบ่งปัน370 ครั้ง - ดาว 31 ดวง

ความเห็น 254 6 ธ.ค. 2550 (15:58)
น่าสงสารบริษัทโทรคมนาคมนะครับ (ลงทุนเป็นล้าน )
jumo
ร่วมแบ่งปัน3680 ครั้ง - ดาว 351 ดวง

ความเห็น 255 6 ธ.ค. 2550 (18:28)
พูดถึงเรื่องเทคโนโลยีนี่ ผมขอโหวต นาโนเทค อันดับ 1 ตามด้วย เทคโนโลยีสีเขียวครับ



แล้วก็ที่อยากเพิ่มส่วนตัว ก็คงเป็นทางด้าน IT กับ AI software ครับ <<< ไม่ใช่เทคโนโลยีเท่าใหร่ แต่คิดว่าสำคัญครับ



แล้วตอนนี้ ศักยภาพของประเทศไทย อยู่ระดับไหนแล้วครับ

แล้วเรื่องการเตรียมความพร้อมบุคลากร (ส่งเสริมเด็กสายวิทย์,โฆษณาให้คนเรียนทางด้านวิทย์&tech ฯลฯ)

พร้อมถึงระดับไหนแล้วครับ



แล้วก็เรื่อง การกระจายข้อมูลทางวิทย์ที่ถูกต้อง (ไม่เอาพวก วิทย์เทียม นะคับ) ให้แก่ประชาชน รวมถึงการกระตุ้นให้ประชาชน

สนใจในศาสตร์ด้านนี้ คิดว่าถึงระดับไหนแล้วครับ



เอ่อ..ผมว่า คำถามนี่ เหมือนต้องไปถามรัฐมนตรีเลยนะคับ - -a



ปล.เรื่องการสลายอาหารระดับเซลล์นี่ สนุกครับ นั่งวาดภาพเยอะๆ คับ แล้วจะจำได้เอง
neverheal
ร่วมแบ่งปัน548 ครั้ง - ดาว 230 ดวง

ความเห็น 256 6 ธ.ค. 2550 (20:38)
สวัสดีค่ะ ทุกคน

ขอบคุณ ดร.นำชัยนะคะ ที่ช่วยอธิบายเรื่องการหายใจระดับเซลล์ให้ฟัง ก๊อปปี้ ไว้แล้ว แล้วจะไปอ่านอีกที นะคะ วันนี้เวลาน้อย ขอโพสต์ไว้แค่นี้ ก่อน



เรื่อง เทคโนโลยี สนใจเรื่องชัววิทยาระบบ จังค่ะ รบกวนช่วยอธิบาย เพิ่มเติมด้วยนะคะ

แล้วจะทำตามที่แนะนำนะคะ ที่ว่า เขียนการหายใจระดับเซลล์บ่อยๆ



วันนี้ขอพัก ของฝากไว้ก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ ทุกคน
65769

hopun
ร่วมแบ่งปัน162 ครั้ง - ดาว 171 ดวง

ความเห็น 257 6 ธ.ค. 2550 (23:38)
พี่เจ้เป็นพิธีกรด้วยเหรอครับ ...



ต้องเป็นการเสวนาที่มันส์หยดแน่นอน ฮ่าๆๆๆๆ



ฝากสวัสดีทั้งสองคนด้วยนะครับ :)
yalie
ร่วมแบ่งปัน141 ครั้ง - ดาว 194 ดวง

ความเห็น 258 9 ธ.ค. 2550 (15:58)
สวัสดีค่ะทุกคน

โอ้โห เห็นด้วยกับ ดร.นำชัยเลย ใครคิดคะ monk chat ความจริงเรื่องของธรรมะ เป็นเรื่องที่ไม่ไกลตัวเลยอย่างที่ ดร.นำชัยบอกนั่นล่ะ ค่ะ เพราะถ้าบอกจริงๆแล้ว ธรรมะ ก็คือความจริง และสิ่งที่เป็นไปในทางที่ดี แต่ว่าความวุ่นวายของสังคมทำให้เราลืมตรงนี้ไปว่า ที่ๆเราจะอยู่ได้อย่างสงบใจคือวัด หรือการฟังธรรม หรือสนทนาธรรม กับพระภิกษุสงฆ์ ผู้ที่จะชี้ให้เราเห็นความจริง และสิ่งที่ควรเป็นไป
66120

hopun
ร่วมแบ่งปัน162 ครั้ง - ดาว 171 ดวง

ความเห็น 259 10 ธ.ค. 2550 (15:31)
อืม



แสดงว่าพระที่วัดนั้นพูดภาษาปะกิดได้หรือครับ

ป้ายเชิญชวนฝรั่งซะขนาดนั้น



. . .
ArLim
ร่วมแบ่งปัน9 ครั้ง - ดาว 150 ดวง

ความเห็น 260 10 ธ.ค. 2550 (22:39)
ฮ่าๆๆๆ



Just 2 Cam



อ่านครบทุกตอนแล้ว



ฮาโคตรคับ
neverheal
ร่วมแบ่งปัน548 ครั้ง - ดาว 230 ดวง

ความเห็น 261 11 ธ.ค. 2550 (09:45)
เผลอแผล็บเดียวมีความคิดเห็นมาเติมอยู่หลายความคิดเห็นเลยนะครับ



สำหรับคุณ jumo - ไม่ต้องสงสารเค้าหรอกครับ กำไรไปเยอะแล้ว



ตอบคำถามคุณ ArLim - พระท่านพูดภาษาอังกฤษได้ครับ ก็เลยทำให้นึกไปถึงป้าย "I love Farang" ตามรถแท็กซี่ (ใช้ประจำครับ) ... ไม่รู้ทำกันได้ดีขนาดไหนแล้วนะครับ ผมเคยพูดกับคนรอบๆ ตัวว่า อย่าไปกลัว่าฝรั่งจะไม่เข้าใจว่า เราต้องการพูดอะไร - ให้พูดไป ฝรั่งที่มีนิสัยน่ารักและมีสติปัญญาปกติ จะพยายามเข้าใจเองว่า เราพยายามจะพูดอะไร และ "พอที่จะสื่อสารกันได้" ... ลองดูในมุมกลับ เราฟังฝรั่งพูดไทยไม่ชัด แต่เราก็พอจะเดาได้ว่า เค้าอยากพูดอะไร



ดังนั้น ส่วนสำคัญของ "การสื่อสาร" คือ "ความต้องการจะสื่อสาร" ครับ ... ถ้าไปเจอฝรั่ง (หรือชาติอื่น เช่น ผมเคยเจอแขก) ที่ "ดัดจริต" ฟังไม่รู้เรื่องตลอดเวลา ... ก็ให้ทำใจครับ จากประสบการณ์ที่เคยเจอคนหลายชาติ "accent" หรือ "สำเนียง" ภาษาอังกฤษของคนไทยไม่นับว่า "แย่" แต่อย่างใด



น้อง hopun มีการ์ตูนน่ารักๆ มาฝากตามเคย (น่ารักสุดๆ )... สำหรับชุด Just 2 Cam หรือ "จตุคาม" นี่ก็ผ่านตามาหลายเวอร์ชั่นเต็มที ... และเห็นด้วยกับคุณ neverheal ว่า ฮาสุดๆ และน่ารักน่าชังกันเสียทั้งนั้น เสียดายก็แต่ไม่มีใครผลิต handy drive รูปจตุคามออกมาจริงๆ ... น่าจะขายได้ดีนะครับ ... จองหนึ่งองค์ เอ๊ย หนึ่งอันครับ!



น้อง yalie ครับ - ตอนที่โทร. มาคุยก็เดินอยู่กับพี่แป๋งแล้วก็น้องเจ้นั่นแหละครับ ... การเสวนาก็ได้เนื้อหาและเฮฮาพอประมาณครับ เวทีนี้ต้องถือว่าค่อนข้างดีครับ มีคำถามจากอาจารย์และนักศึกษา และเป็นคำถามที่ดีเสียด้วย
Namchai BioTec
ร่วมแบ่งปัน370 ครั้ง - ดาว 31 ดวง

ความเห็น 262 11 ธ.ค. 2550 (13:57)
อ่านคอมเม้นต์ของอาลิ้มแล้วทำให้นึกถึงเรื่องเมื่อปีก่อน เพื่อนผมคนนึงมาไทย เพราะอยากลองไปปฏิบัติธรรม

กว่าจะหาพระพูดภาษาอังกฤษได้ แทบแย่ แต่พอหาได้ก็ทำให้รู้สึกประทับใจไม่น้อยครับที่ได้พบว่ามีพระต่างชาติหลายรูปทีเดียวที่วัดนั้น ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น เยอรมันหรือแม้แต่อเมริกา ...



เห็นด้วยกับอาจารย์นำชัยด้วยอีกคนครับ สำเนียงคนไทยพูดอังกฤษฟังง่ายมาก ถ้าเทียบกับหลายๆ ชาติ ผมเคยเข้าประชุมเรื่องงานฟังคนจีนพูดตั้งนาน คิดแล้วคิดอีกว่าหอยทากมันเกี่ยวอะไรกับ membrane fusion กับ synnapsis กว่าจะรู้ว่าเขาพูดถึง SNARE complex ...



คนจีนอย่างน้อยห้าคนอ่านสเนล ... เครียด...
yalie
ร่วมแบ่งปัน141 ครั้ง - ดาว 194 ดวง

ความเห็น 263 12 ธ.ค. 2550 (16:47)
สวัสดีทุกคน

กลับมาแล้วครับ ว่าแต่ทำไมโครงการกาลาปากอส (ภาษาอังกฤษยุ่งเหยิง) ไม่มีคนมาแปลกันบ้างล่ะครับ



กาลิเลโอ กาลิเลอี (Galileo Galilei) เกิด ณ เมืองปิซา ประเทศอิตาลี ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2107 (ค.ศ. 1564) – เสียชีวิต ณ เมืออาร์เซทิ (Arcetri) ฟลอเรนซ์ ในวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2185 (ค.ศ. 1642) มีบิดาชื่อ วินเซนซิโอ กาลิเลอิ ซึ่งมีอาชีพเป็นนักดนตรี และมีมารดาชื่อ จูเลีย กาลิเลอิ กาลิเลโอ เป็นนักวิทยาศาสตร์ และยัง ถูกขนานนามในชื่อต่างๆ เช่น "father of modern astronomy" (บิดาแห่งวิชาดาราศาสตร์สมัยใหม่), "father of modern physics" (บิดาแห่งวิชาฟิสิกสมัยใหม่) หรือ "father of science" (บิดาแห่งวิทยาศาสตร์) เป็นผู้ค้นพบ ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์มากมาย เช่น "กฏแห่งการแกว่งของลูกตุ้ม" และ "กฏการตกของวัตถุ"



เหตุที่กาลิเลโอได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ เพราะเขาและโยฮันส์ เคปเลอร์ เป็นผู้ที่ก่อให้เกิด การปฏิวัติวิทยาศาสตร์(Scientific revolution)ขึ้น จริงอยู่ที่ในประวัติศาสตร์อันยาวนานของมนุษยชาติ เราเรียนรู้ที่จะสร้างอารยธรรมขึ้นมา จากการค้นคว้า ทดลอง และจดบันทึกองค์ความรู้สืบทอดต่อๆกันมา จากรุ่นสู่รุ่นตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ หากพิจารณาจริงๆกระบวนการดังกล่าวก็มีขั้นตอนครบถ้วนตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่สอดคล้องกับในแบบเรียนทุกประการ แล้วจะนับกาลิเลโอจะเป็นบิดาของวิทยาศาสตร์ ได้อย่างไร ในเมื่อเขาคงก็ไม่ได้เป็นคนแรกแน่ๆที่เริ่มใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในโลกใบนี้ ประเด็นอันละเอียดอ่อนนี้คงจะเป็นประเด็นเปิดให้ถกเถียง กันอีกยาว แต่หากเรามองอีกแง่มุมหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่ชัดเจนกว่า คือจากมุมของการปฏิวัติวิทยาศาสตร์ โดยนับการตีพิมพ์หนังสือPhilosophiae Naturalis Principia Mathematica ของนิวตันเป็นการสิ้นสุดการปฏิวัติ กาลิเลโอก็นับว่าเป็นบิดาของวิทยาศาสตร์อย่างแท้จริง เพราะงานในยุคนั้นหลายๆชิ้นที่มีส่วนสำคัญต่อ การปฏิวัติวิทยาศาสตร์ มีเพียงงานของกาลิเลโอเพียงคนเดียวที่โดดเด่นที่สุดในแง่ของการใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์



อิทธิพลการแสวงหาความรู้ที่มีแม่แบบจากหนังสือ The Elements ของ Euclidทรงพลังมากในสมัยของกาลิเลโอ เพราะเราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าการวัดจะไม่นำเราคลาดเคลื่อนจากความแท้จริง ยกตัวอย่างเช่น เราจะรู้ได้อย่างไรว่าสามด้านของสามเหลี่ยมมุมฉากจะต้องสอดคล้องกับทฤษฎีบทพีทาโกรัสทุกรูป ? ความจริงข้อนี้คงไม่สามารถหาได้จากการทดลองสร้างสามเหลี่ยมมุมฉากขึ้นมาเป็นหมื่นๆรูปแล้ววัด? หากเราทดลองกับรูปสามเหลี่ยมุมฉากจำนวน 105รูปแล้วพบว่าจริง เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าจะจริงกับรูปที่105 + 1จะจริงด้วย? ดังนั้นเป็นที่น่าสงสัย(โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยของกาลิเลโอ)ว่าความจริงที่หาได้จากการทดลองและการวัด กับความจริงที่หาได้การอนุมาน(deduction)จากสิ่งที่ทุกคนยอมรับว่าจริงอยู่แล้ว อย่างไหนเป็นสิ่งที่น่าเชื่อถือกว่ากัน ซึ่งแน่นอนที่ความจริงแบบเรขาคณิตของEuclid ที่รู้จักกันดีว่าเป็นเรขาคณิตของ"วงเวียนและสันตรง"(สันตรงคือไม้บรรทัดที่ไม่มีเสกลที่ใช้ขีดเส้นตรงได้เพียงอย่างเดียว=ไม่มีการวัดความยาว)



ดูจะมีอิทธิพลเหนือกว่าความรู้ที่ได้จากการสังเกต ทดลอง และวัดค่าเป็นตัวเลขออกมาเป็นตัวเลขในแบบของกาลิเลโอ



แต่ข้อมูลจากการสังเกต ทดลองวัดค่าเป็นตัวเลขในงานกฏการตกของวัตถุมีส่วนสำคัญที่ทำให้นิวตันค้นพบ



ข้อมูลจากวิกิพีเดีย !!



มีปัญหามาถามว่า ที่เขาว่ากาลิเลโอตาบอดเนื่องจากดูอาทิตย์จริงหรือเปล่าครับ
jumo
ร่วมแบ่งปัน3680 ครั้ง - ดาว 351 ดวง






Namchai BioTec
(ดร. นำชัย ชีววิวรรธน์)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 25,222 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 7 ปี
แบ่งปันความรู้ 370 ครั้ง
ได้รับดาว 31 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

Blog อื่น ๆ ของผู้เขียน




Google  
ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
อีเมล : star@vcharkarn.com
โทรศัพท์ : 02-9620127
Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
Page generated in0.3574 seconds !