นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย (กว่าจะกำเนิดทฤษฎีวิวัฒนาการ) | วิชาการ.คอม

นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย

วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ภูมิปัญญา ความหรรษา และคุณค่าของชีวิต
ผู้เขียน: Namchai BioTec ชมแล้ว: 22,398,550 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 16 January 2007, 5:03 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sat 3 April 2010, 6:00 am
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด
สารบัญ
1-20 | 21-40 | 41-60 | 61-80 | 81-100 | 101-120 | 121-140 | 141-160 | 161-180 | 181-200 | 201-220 | 221-240 | 241-260 | 261-280 | 281-300 | 301-320 | 321-340 | 341-360 | 361-380 | 381-400 | 401-420 | 421-440 | 441-460 | 461-480 | 481-500 | 501-520 | 521-540 | 541-560 | 561-580 | 581-600 | 601-620 | 621-640 | 641-660 | 661-680 | 681-700 | 701-720 | 721-740 | 741-753


หน้าที่ 228 - กว่าจะกำเนิดทฤษฎีวิวัฒนาการ
*ขอบคุณทุกท่านที่แวะเยี่ยมเยียนให้กำลังใจนะครับ ... ยังไม่หายดีนัก นิ้วกลางมือขวายังตึงๆ อยู่ แต่ก็ไม่เจ็บมากเท่าเดิม เลยถือเป็นโอกาส "แปลงวิกฤตให้เป็นโอกาส" หัดใช้ "เม้าส์" ด้วยมือซ้าย ... ให้ความรู้สึกแปลกใหม่ไม่น้อยทีเดียว * ผมกำลังอ่านหนังสือ “ชาร์ลส์ ดาร์วิน อัจฉริยะผู้ลังเล ตัวตนที่แท้จริงและที่มาของทฤษฎีวิวัฒนาการ” ซึ่งคุณอุทัย วงศ์ไวศยวรรณ แปลจาก The Reluctant Mr. Darwin An Intimate Portrait of Charles Darwin and the Making of His Theory of Evolution ของ David Quammen เป็นหนังสือเกี่ยวกับดาร์วินที่อ่านสนุกเล่มหนึ่งทีเดียว ... ไม่รู้จะเป็นเพราะผู้เขียนไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์ด้วยหรือเปล่า 62482 หน้าปกฉบับภาษาอังกฤษ ... ซึ่งไม่เหมือนกับหน้าปกไทย (ซึ่งหาไม่ได้บนเว็บ) มีบทความอยู่ตอนหนึ่งที่ชี้ว่า การค้นพบทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวข้องกับ "บริบททางสังคม (social context)" มากเพียงใด ก็เลยจะขอคัดมาฝากกัน จะได้เห็นว่า "วิทยาศาสตร์" ไม่ได้ลอยอยู่ในอากาศ และไม่เกี่ยวกับเรื่องอื่นๆ แต่อย่างใด “คงเป็นไปไม่ได้ที่จะระบุว่า เมื่อไหร่แน่นอนที่ชาร์ลส์ ดาร์วิน กลายเป็นนักวิวัฒนาการนิยมขึ้นมา เขาไม่ได้โพล่งออกมาดังๆ ว่า “ยูเรกา” ไม่ว่าในจดหมาย หรือในรายงานวารสาร หรือในการแถลงอย่างกระตือรือร้นในที่ประชุมของสมาคมต่างๆ ณ เวลานั้น เขาค่อนข้างระวัง อึดอัดใจ และปิดปากเงียบ ซึ่งมีเหตุผลที่ต้องทำเช่นนั้น ในปลายทศวรรษ 1830 ประเทศอังกฤษอยู่ในสภาพที่ค่อนข้างสับสนวุ่นวาย เศรษฐกิจหดตัวอย่างหนัก มีกฎหมายใหม่สำหรับคนจน (Poor Law) โดยยกเลิกสถาบันสงเคราะห์และให้ทำงานในโรงงานที่มีกฎเข้มงวดแทน และมีกลุ่มเรียกร้องรัฐธรรมนูญใหม่ (เรียกร้อง “รัฐธรรมนูญเพื่อประชาชน” เพื่อเพิ่มอำนาจ ต่อรองให้กับชนชั้นกรรมกร) ซึ่งได้จัดการเดินขบวนหลายครั้ง เพื่อเรียกร้องให้มีการปฏิรูประบอบประชาธิปไตย แนวคิดวิวัฒนาการเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวหน้าในหมู่ชนิดพันธุ์ที่มีมาก่อนหน้านี้ตามที่เสนอโดยนักสัตววิทยาชาวฝรั่งเศสหลายคน เช่น ฌอง-บ๊าฟติสต์ ลามาร์ก (Jean-Baptiste Lamarck) และเอเตรียง เจฟฟรอย แซงต์ ฮีแลร์ (Etienne Geoffroy Saint-Hilaire) ได้รับการยอมรับอย่างดีจากบรรดาฝ่ายซ้ายหัวรุนแรงทั้งในอังกฤษและสก็อตแลนด์ เพื่อใช้เป็นข้ออ้างว่าสมควรแก่การเปลี่ยนแปลงทางสังคมแบบก้าวหน้าเช่นกัน สร้างความอึดอัดใจให้กับสมาชิกพรรคเสรีนิยมซึ่งคุมเสียงข้างมากในสภาอยู่ในขณะนั้น รวมทั้งบรรดาพระราชาคณะนิกายแองกลิกันซึ่งบริหารศาสนจักรอยู่ด้วย เพราะอาจส่งผลกระทบต่อความมั่งคั่งและผลประโยชน์อื่นๆ และ ความอึดอัดใจของฝ่ายสงฆ์ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะมองข้ามได้ง่ายๆ ศาสนาคริสต์ในความหมายของผู้นำนิกายแองกลิกันไม่เพียงแค่เป็นศาสนาหลักในอังกฤษเท่านั้น แต่ยังเป็นศาสนาประจำชาติอย่างเป็นทางการด้วย อังกฤษไม่มีเหตุการณ์ปฏิวัติรัฐประหารมานานตั้งแต่ ค.ศ. 1688 แต่ขบวนการเรียกร้องรัฐธรรมนูญเพื่อประชาชนผนวกกับภาวะเงินฝืดในระบบเศรษฐกิจ ทำให้เกิดเค้าลางว่าอีกไม่นานอาจปะทุขึ้นได้ สำหรับดาร์วิน เพียงแค่ก้าวแรกที่เดินข้ามเส้นแบ่งระหว่างขนบเดิมกับวิวัฒนาการ ก็พบว่าที่ยืนของตนอยู่ใกล้แนวสมรภูมิของสงครามระหว่างชนชั้นและศาสนาเสียแล้ว เขาจำเป็นต้องก้าวเท้าอย่างระมัดระวัง จึงยังไม่กล้าประกาศการหันหลังให้กับหลักการทางศาสนา อย่างไรก็ตาม ยังพอเป็นไปได้ที่จะคาดคะเนจังหวะเวลาที่เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางความคิดของดาร์วิน นั่นคือในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1837 ไม่นานหลังจากได้หารือกับกูลด์และโอเวน ชนิดพันธุ์เปลี่ยนแปลงได้จากชนิดหนึ่งไปยังอีกชนิดหนึ่ง เขามั่นใจว่าต้องเป็นอย่างนั้น เพียงแต่ไม่รู้ว่า “อย่างไร” เท่านั้น" นำชัย http://www.biotec.or.th/Guru/ 16 พ.ย. 2550



*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด

จำนวน 976 ความเห็น, หน้า | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | 32 | 33 | 34 | 35 | 36 | 37 | 38 | 39 | 40 | 41 | 42 | 43 | 44 | 45 | 46 | 47 | 48 | 49 |
ความเห็น 264 12 ธ.ค. 2550 (17:18)
โดยส่วนตัวคิดว่า กาลิเลโอไม่น่าจะตาบอดเพราะมองดวงอาทิตย์อย่างเดียวครับ

แต่น่าจะเป็นการสะสมความล้าของดวงตาไปเรื่อยๆ มากกว่า

พอใช้สายตาสำรวจท้องฟ้านานวันเข้า ก็บอดในที่สุดครับ



เนื่องจากผมเคยใช้กล้องโทรทัศน์ทำมือ ส่องดูดาวโจร (ไม่ใช่ตลาดหุ้นนะ อิอิ)

ปรากฎว่า ดูได้แป๊ปเดียว (ไม่ถีงวินาทีมั้ง) ต้องรีบเอาตาออกจากกล้องครับ

เพราะแสงสว่างมันจ้ามากๆ มองแป๊ปเดียวก็ปวดตาจะแย่แล้ว



ประสบการณ์อีกครั้งนึงก็คือ ใช้กล้องตัวเดิมส่วงพระจันทร์เต็มดวง (ไม่เข็ด ^^")

ที่รู้ๆ กันคือ ดวงจันทร์สว่างกว่าซีรีอุส (เรียกชื่อสากลดีกว่า จะได้ไม่งง) หลายเท่า

แม้จะเป็นจันทร์ในคืนขึ้น 1 ค่ำ ก็สว่างกว่าดาวเกือบทั้งท้องฟ้าแล้ว

ยิ่งเป็นวันพระจันทร์ขึ้น 15 ค่ำจะยิ่งสว่างขนาดไหน ลองคิดดูละกันครับ

ผมจากการส่อง ผมมีอาการตาบอดชั่วคราวครับ (อาการหน้ามืดนั่นเอง?)



ผมคิดว่า กาลิเลโอก็คงเคยทำอย่างผมบ้างหละ

พอถึงคราวของดวงอาทิตย์ ก็รู้ตัวว่าเจ็บตาอีกแน่ๆ

ตรงจุดนี้ ผมว่ากาลิเลโอน่าจะใช้วิธีอื่นใการสำรวจดวงอาทิตย์ครับ

อาจจะมีการประดิษฐ์อุปกรณ์อย่างกล้องรูเข็ม หรือใช้เลนส์สร้างดวงอาทิตย์บนฉาก

ซึ่งเทียบความล้าของดวงตาแล้ว ถ้ามีการทำอุปกรณ์อย่างที่ว่าจริง ก็คงไม่มากครับ

ไม่มากเท่ากับเอากล้องโทรทัศน์ไปส่องดวงจันทร์ตรงๆ แน่!
เนยสด
ร่วมแบ่งปัน1976 ครั้ง - ดาว 2 ดวง

ความเห็น 265 13 ธ.ค. 2550 (11:20)
สวัสดีค่ะ ทุกคน โอ้โหมีสามชิกใหม่ด้วย สวัสดีนะคะคุณเนยสด

จะว่าไปแล้วจุลินทร๊ย์นี่สุดยอด จริงๆ คุณ Jumo มีสาระน่ารู้มาให้อ่านอยู่เรื่อยเลยนะคะอันที่จริงกาลิเลโอ นี่เจอในหนังสือที่อ่านอยู่บ่อยๆ รวมทั้งหนังสือเรียนด้วย แต่ว่าก็ไม่ได้รู้ประวัติอะไรมากมายนัก ต้องขอขอบคุณ คุณ Jumo จริงๆ อ๊ะ ขอบคุณ คุณเนยสดด้วยที่เพิ่มความรู้ให้อีก



ของฝากวันนี้คือ

sweetchics ฝากมาบอกว่า ... ถ้าท่านรู้เรื่องนี้ ท่านจะดื่มน้ำมากขึ้น เพราะน้ำเป็นส่วนสำคัญของร่างกาย 75%



มีงานวิจัยพบว่าในคน 100 คน ที่ดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้ว จะช่วยให้คน 80 คนลดอาการปวดหลังปวดข้อลงได้



ดื่มน้ำวันละ 5 แก้วลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งของลำไส้ใหญ่ได้ถึง 45 % มะเร็งเต้านมได้ 79% และมะเร็งกระเพาะปัสสาวะได้เกือบ 50%



ทีนี้มาลองรู้จักน้ำ "โค้ก" กันหน่อย



แน่นอนโค้กรสชาดยอดเยี่ยม แต่ตำรวจทางหลวงจะบรรทุกโค้ก 2 แกลลอนในช่องท้ายรถเพื่อเวลามีรถชนกันสามารถเอา 'น้ำโค้ก' ล้างเลือดบนถนนได้เกลี้ยงเกลา



ถ้าเอา T-bone steak ใส่ในชามกะละมังที่มีน้ำโค้กเต็ม จะพบว่าจะถูกละลายไปหมดใน 2 วัน



รินโค้ก 1 กระป๋องลงในโถส้วมทิ้งไว้ 1 ชั่วโมงแล้วชักโครกกรดซิตริกในโค้กจะล้างคราบสกปรกในโถส้วมได้สะอาด



ถ้าต้องการกัดสนิมที่กันชน ชุมโครเมี่ยมของรถ ให้เอาที่ขัดที่ทำด้วย foil ชุบโค้ก ขัดสนิมจะออกหมด



ถ้าจะล้างทำความสะอาดขั้วแบตเตอรี่ที่มีคราบกรดเกลือเกาะขาวๆ ให้เทน้ำโค้ก ฟองจะกัดคราบขาวออกได้หมด



ถ้าจุดขวดติดแน่น งัดไม่ออก เอาผ้าชุบน้ำโค้กหุ้มไว้หลายๆ นาที จะบิดจุดขวดออกได้โดยง่าย



ถ้าจะปิ้ง moist ham ให้เทโค้ก 1 กระป๋อง เทลงในกระทะ ห่อแฮมด้วยอะลูมิเนียมฟอล์ยแล้วปิ้ง 30 นาที ก่อนแฮมจะสุก แกะฟอล์ยออก ปล่อยให้น้ำเนื้อหยดลงไปผสมกับน้ำโค้กในกระทะ ท่านจะได้น้ำเกรวี่สีน้ำตาล



การล้างคราบไขมันจากเสื้อผ้า ให้ใช้น้ำโค้ก 1 กระป๋อง ผสมกับผงซักฟอกในปริมาณที่จะใส่ในเครื่องซัก ปล่อยให้ซักด้วยเครื่องตามปกติ โค้กจะช่วยกำจัดคราบไขมันได้สะอาดหมดจด



ท่านสามารถผสมโค้ก ลงในน้ำล้างกระจกรถยนต์ ฟอสฟอริคแอซิดในโค้ก จะช่วยทำความสะอาดกระจกได้ดี



น้ำโค้กมี pH 2.8 ถ้าตัดเล็บแช่ในน้ำโค้ก 4 วัน จะละลายหมด



เวลาขนย้ายน้ำโค้กเข้มข้นเพื่อส่งตามโรงงานทั่วโลก ที่รถ truck จะต้องติดป้ายไว้ว่า "มีวัตถุที่มีกรดกัดกร่อนได้ เป็นอันตราย"



บริษัทขายน้ำโค้ก ใช้น้ำโค้กทำความสะอาดเครื่องยนต์ของรถ truck มานานประมาณ 20 ปีแล้ว



ท่านยังอยากดื่ม โค้ก หรือดื่มน้ำกัน เลือกเอาเอง



แปลโดย ศ.กิตติคุณ นพ.เสก อักษรานุเคราะห์

หน่วยงาน: ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู

วันที่ลงบทความ 21 เม.ย.45



นึกว่าเท่
66876

hopun
ร่วมแบ่งปัน162 ครั้ง - ดาว 171 ดวง

ความเห็น 266 13 ธ.ค. 2550 (14:56)
แล้วกล้าดื่มน้ำประปา"ดื่มได้" กันหรือเปล่าล่ะครับ



. . .
ArLim
ร่วมแบ่งปัน9 ครั้ง - ดาว 150 ดวง

ความเห็น 267 13 ธ.ค. 2550 (15:16)
คำถามทดสอบจิตใจพวกนี้ ถามเพื่ออะไรหรือครับ

มีคำตอบเฉลยพฤติกรรมหรือจะเอา้ข้อมูลไปวิเคราะห์เพิ่มเติมต่อ



แต่คำถามที่ถามกันเมื่อเทียบกับถ้าเกิดเหตุการณ์นั้นจริงๆเกิดขึ้น



คำตอบที่ได้ ก็คงไม่เหมือนกันหรอกครับ



. . .



วันก่อนดู UBC ที่มีเรื่องคนที่รอดจากเครื่องบินตก แล้วติดอยู่กลางภูเขาหิมะ



ผมก็ถามเพื่อนเหมือนกันว่า ถ้าเป็นเขา เขาจะกินเนื้อศพ เพื่อเอาชีวิตรอดไหม



ก็ตอบไม่ได้



. . .
ArLim
ร่วมแบ่งปัน9 ครั้ง - ดาว 150 ดวง

ความเห็น 268 13 ธ.ค. 2550 (17:12)
"น้ำโค้กมี pH 2.8 ถ้าตัดเล็บแช่ในน้ำโค้ก 4 วัน จะละลายหมด"




ทีหลังผมลองทดสอบดูบ้างดีกว่า
jumo
ร่วมแบ่งปัน3680 ครั้ง - ดาว 351 ดวง

ความเห็น 269 13 ธ.ค. 2550 (17:17)
1) 1

2) 2

3) 2
jumo
ร่วมแบ่งปัน3680 ครั้ง - ดาว 351 ดวง

ความเห็น 270 13 ธ.ค. 2550 (21:36)
สวัสดีทุกคนครับ ... คึกคักดีจัง หนุ่มๆ สาวๆ มาแลกเปลี่ยนความรู้และความคิดเห็นกัน ... ว้าว!


อ่านเรื่องกาลิเลโอที่คุณ jumo นำมาฝากแล้วก็นึกถึงข้อสังเกตอันหนึ่งในหนังสือเล่มหนึ่ง (จำไม่ได้แน่แล้วว่าเล่มไหน) ... เค้าบอกว่า คนดังสมัยก่อน ... ถ้าดังจริงๆ จะมาชื่อลอยๆ เลยครับ ไม่ต้องอ้างอิงนามสกุล (กาลิเลโอ, อริสโตเติล, ยูคลิด ฯลฯ) ทั้งๆ ที่เพื่อความชัดเจน คนพวกนี้มักจะมีชื่อและตามด้วยชื่อสถานที่แทนนามสกุล เพื่อให้รู้แน่ๆ ว่าเป็นคนเดียวกัน เช่น อริสโตโตลแห่ง (ชื่อเมือง) ... คนไทยเดี๋ยวนี้ก็ยังมีย้อนยุคไปใช้ด้วยเหมือนกันนะครับ เช่น ชัช เตาปูน ฯลฯ (ฮา)


เรื่องกาลิเลโอเอากล้องโทรทรรศน์ไปส่องดวงอาทิตย์นั้น ... เห็นด้วยกับคุณเนยสดว่าน่าจะโคมลอยนะครับ ลำพังแค่ดูดาวดูจันทร์ทุกบ่อยๆ ตาก็คงล้าแย่แล้วครับ .. เหมือนดูคอมฯ ทุกวัน ทั้งนิ้วทั้งตาก็ย่ำแย่ไปตามๆ กันแล้วครับ
Namchai BioTec
ร่วมแบ่งปัน370 ครั้ง - ดาว 32 ดวง

ความเห็น 271 13 ธ.ค. 2550 (21:46)
สำหรับของฝากจากน้อง hopun นั้น ผมเคยลองทำบางข้อไปแล้ว เช่น ที่ว่า ... รินโค้ก 1 กระป๋องลงในโถส้วมทิ้งไว้ 1 ชั่วโมงแล้วชักโครกกรดซิตริกในโค้กจะล้างคราบสกปรกในโถส้วมได้สะอาด ... ปรากฏว่า ไม่จริงครับ!



อีกหลายๆ ข้อ ก็เห็นค้านกันเหยงๆ อยู่ในบอร์ดหว้ากอของ pantip.com ว่ามั่วๆ พิกล ... ก็เอาเป็นว่า อย่าเพิ่งเชื่อเสียหมดนะครับ อันไหนทดลองได้ไม่ยาก อยากรู้ก็ลองดูเองเลยครับ!



สำหรับเรื่องน้ำประปาดื่มได้ที่คุณ ArLim นี่ ... ผมไม่คัดค้านอะไรนะครับ (ไม่มีข้อมูลอะไรจะแย้ง) เพียงแต่ว่าผมไม่ไว้ใจ "ท่อประปา" เท่าไหร่ (แหะ แหะ)



เลยนึกไปถึงเที่ยวบินจากญี่ปุ่นกลับไทยหลังเรียนจบ (ปี 2542) แอร์โฮสเตสประกาศเป็นภาษาญี่ปุ่น (เที่ยวนั้นใช้ 3 ภาษารวดเลยครับ - อังกฤษ ไทย ญี่ปุ่น) เพิ่มเติมข้อความที่ไม่มีในภาษาอังกฤษบอกคนญี่ปุ่นที่มาเที่ยวไทยเป็นครั้งแรกว่า ... ห้ามดื่มน้ำประปาจากก๊อกเด็ดขาด (คนญี่ปุ่นจำนวนหนึ่งมีนิสัยเปิดน้ำประปาดื่มโดยตรงเลย)!



ฟังแล้วเจ็บกระดองใจพิลึก ... ไม่รู้เดี๋ยวนี้ยังมีประกาศแบบนี้หลงเหลืออยู่อีกหรือเปล่า?
Namchai BioTec
ร่วมแบ่งปัน370 ครั้ง - ดาว 32 ดวง

ความเห็น 272 13 ธ.ค. 2550 (21:59)
สำหรับคำถามคุณ ArLim เรื่องคำถามเกี่ยวกับ "สถานการณ์" เพื่อวัดระดับจริยธรรมพวกนี้มีไว้เพื่ออะไรนั้น ... จากบทความเค้าว่า นักวิทยาศาสตร์จะวัดว่า ส่วนไหนของสมองจะตอบสนอง (คือคนนั้นใช้คิด) ตอนที่ตอบปัญหาพวกนี้บ้าง และเกี่ยวพันกับการตอบใช่-ไม่ใช่ อย่างไร



ประโยชน์อีกข้อหนึ่ง เรียนรู้มาตอนที่เข้าอบรมคอร์สผู้นำตอนปริญญาตรี ... เค้าใช้โจทย์คำถามพวกนี้ในการชี้ให้เห็นถึง "กรอบความคิด" ของคนเราว่า ขึ้นกับพื้นเพประวัติชีวิต และปัจจัยต่างๆ อีกหลายปัจจัย (โจทย์พวกนี้ไม่มีคำตอบที่ดีที่สุด) ทำให้ทำงานด้วยกันได้ดีขึ้น เพราะเห็นว่าโดยพื้นฐานตามธรรมชาติและตามการอบรมเลี้ยงดู คนเรา "แตกต่างกัน" มากบ้างน้อยบ้างเสมอ และก็มักจะคิดว่า "ตัวกูของกู" ถูกสุดดีสุดตลอดเวลา!



ดังนั้น ในทางชีววิทยาแล้ว ... ความแตกต่างคือความงามโดยแท้
Namchai BioTec
ร่วมแบ่งปัน370 ครั้ง - ดาว 32 ดวง

ความเห็น 273 14 ธ.ค. 2550 (23:04)
อ่านคำคมล่าสุดแล้ว

รู้สึกว่าโดนตบอย่างแรง



- -"



ตั้งแต่เกิดผมไม่เคยรู้สึกถึงคำว่าประชาธิปไตยในรัฐบาลไทยเลยครับ

การเลือกตั้ง ก็เหมือนกับเลือกนางตู้กระจก

เอาเบอร์มา แล้วกาคนที่ชอบ คนที่พูดจาดี คนที่มีเงินโฆษณาตัวเอง



ตอนนี้ผมว่าประเทศไทยเป็นแค่ เงินตราธิปไตย ไม่ก็ อิธิพลธิปไตย



ผมขาดศรัทธามานานแล้ว ปีนี้ได้เลือกตั้งครั้งแรก ก็คงจะเลือก

พรรคที่คิดว่า แม้จะโกงกินไปแล้ว แต่ก็ยังเหลือเงินให้ประเทศ

เพราะดูแล้ว คนไม่โกงนี่ 0.000001% หรือน้อยกว่า

เหอๆๆ



แล้วทุกๆคนล่ะครับ มีพรรคในใจกันหรือยัง



ปล.ฟังแล้วแก่ๆ อะ ผม 19 เองน้าาา
neverheal
ร่วมแบ่งปัน548 ครั้ง - ดาว 230 ดวง

ความเห็น 274 15 ธ.ค. 2550 (15:31)
ยังงัยเรื่องของประชาธิปไตย (หรือการปกครองบริหารบ้านเมือง) นี่

ความสำคัญก็อยู่ที่ระดับความรู้ของประชาชนอยู่ดีล่ะครับ





. . .



แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ สนุกอยู่อย่างนึง

ตรงที่แต่ละพรรคจะมีการโฆษณานโยบายออกทางทีวี

ทั้งพรรคเล็กพรรคน้อยก็เอากับเขาด้วย



ดูแล้วขำครับ



แล้วก็ยิ่งทำให้ไม่กล้าเลือกพวกนี้ขึ้นไปอีก



. . .
ArLim
ร่วมแบ่งปัน9 ครั้ง - ดาว 150 ดวง

ความเห็น 275 16 ธ.ค. 2550 (05:27)
ลืม...T^T
yalie
ร่วมแบ่งปัน141 ครั้ง - ดาว 194 ดวง

ความเห็น 276 17 ธ.ค. 2550 (09:19)
ยังไงก็ต้องไปเลือกล่ะครับ ... จนปัญญาไม่รู้จะเลือกใครจริงๆ ก็คงต้องกาที่ช่องไม่เลือกใครนั่นแหละครับ



ว่าแต่น้อง yalie ลืมอะไรครับ ... ลืมไปเลือกตั้งล่วงหน้าหรือครับ?
Namchai BioTec
ร่วมแบ่งปัน370 ครั้ง - ดาว 32 ดวง

ความเห็น 277 17 ธ.ค. 2550 (13:51)
นอกจากชัช เตาปูนแล้ว ยังมีโก๋ ลำลูกกา ด้วยนะคะ

(นามปากกาแต่งเพลงของคุณประภาส ชลศรานนท์)



เบียร์แพง ดื่มน้ำเปล่าละกัน แล้วถ้าอนาคตน้ำเปล่าแพง

จะดื่มอะไรกันดี
sineenart
ร่วมแบ่งปัน182 ครั้ง - ดาว 164 ดวง

ความเห็น 278 17 ธ.ค. 2550 (15:14)
เมื่อวานไปเลือกตั้งล่วงหน้ามาแล้วล่ะครับ



ตอนแรกคิดว่าจะกาช่อง "ไม่ลงคะแนนเสียง"



ก็รู้สึกว่าช่องนี้จะมีคนกาไม่มาก



กาไปก็เสียเปล่าๆ



จึงเลือกการให้พรรคอีกพรรคนึงแทน



เลือกพรรคที่ไม่ดีไม่เสีย



ถ่วงๆไว้ก่อนน่ะครับ



เพราะผมกลัวหัวหน้าพรรคโนมินีคนนั้นจริงๆ



. . .
ArLim
ร่วมแบ่งปัน9 ครั้ง - ดาว 150 ดวง

ความเห็น 279 17 ธ.ค. 2550 (18:08)
ผมมีพรรคในใจไว้แล้ว



แต่ไม่บอกเป็นอะไรที่ใดเล่า

พรรคของเราบอกทำไมให้ใครรู้

จะบอกไปอยู่ใยนะคุณครู

ช่างน่ารู้ประชาธิปไตยของไทยเอย
jumo
ร่วมแบ่งปัน3680 ครั้ง - ดาว 351 ดวง

ความเห็น 280 17 ธ.ค. 2550 (21:58)
สวัสดีค่ะ ทุกคน

พูดถึง ประชาธิปไตย แล้วนึกถึงหนังสือของนักเขียนในดวงใจของตัวเองหลายเล่มเลยค่ะ



ใครเคยอ่านหนังงสือของคุณวินทร์ เลียววาริณกันบ้างไหมคะ( มีหลายเล่มที่เกี่ยวกับประชาธิปไตย) เหอๆ ความรู้สึกประมาณนั้นเลยค่ะ



แล้วก็นึกถึงความแปลกอย่างหนึ่งคือ ครั้งนึงในอดีตคนไทยเคยเรียกร้องประชาธิปไตยเสียอย่างยิ่งใหญ่(แต่หนูไม่รู้ว่าตอนนั้น เขารู้จักประชาธิปไตยกันมั้ย)



พอมาตอนนี้ก็แปลกอีก ทั้งที่เราเป็นคนเรียกร้องประชาธิปไตยเอง แต่กลับต้องมีคนมาบอกว่า อย่าลืมไปเลือกตั้งนะ อย่าลืมไปใช้สิทธิ์ของเรานะ อะไรประมาณนี้ เหอๆ



ของฝากวันนี้

ชาชนิดไหนเหมาะกับคุณ?



1. ผู้ที่ทำงานแบบใช้สมอง ต้องซีเรียสเครียดทั้งวัน หรือ นักเรียนนักศึกษาที่ตรากตรำอ่านตำหรับตำราจนดึก ดื่น ควรดื่ม ชามะลิ



2. ผู้ที่รักการออกกำลังกาย หรือทำงานที่ต้องใช้แรง เสียเหงื่อมากเหมาะกับ ชาอูหลง



3. ผู้ที่ต้องผจญสูดดมอากาศเป็นพิษอยู่เสมอ อาทิ ผู้ที่ขับขี่ หรือ สัญจรไปมาด้วยรถจักรยานยนต์เป็นประจำ เหมาะกับชาเขียว



4. ผู้ที่ในแต่ละวันนั่งตัวติดกับเก้าอี้ ไม่ค่อยขยับเขยื้อนกายไปไหนเลย อีกทั้งปกติไม่ชอบออกกำลังกายด้วยแล้ว เหมาะอย่างยิ่งกับ ชาเขียว หรือ ชาดอกไม้



5. ผู้ที่ชอบดื่มสุรา เครื่องดื่มมึนเมา ควรดื่ม ชาเขียว



6. ผู้นิยมรับประทานเนื้อสัตว์ เป็นชีวิตจิตใจ เหมาะกับ ชาอูหลง



7. ผู้ที่เข้าห้องน้ำแต่ละครั้งช่างทุกข์ทรมานเสียเหลือเกิน แล้วยังมักท้องผูกเสมอๆ เหมาะกับชาผสมน้ำผึ้ง



8. ผู้ที่มีระดับคอเรสเตอรอลสูง ไขมันในเลือดสูง เหมาะที่จะดื่ม ชาอูหลง หรือชาเขียว



9. สำหรับมนุษย์ยุคไฮเทค ทั้งหลายที่ต้องนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวันทั้งคืน หากได้ดื่มชาเป็นประจำจะดีมากๆ (ชาอะไรก็ได้ทั้งนั้น) เช่นว่างเมื่อไหร่ก็คว้าแก้วน้ำชาข้างมือยกมาดื่มสักอึกสองอึกแก้กระหาย จะช่วยป้องกันรังสีที่แผ่ออกมาจากเครื่อง อีกทั้งช่วยคลายเส้นคลายกระดูก ลดความอาการอ่อนเพลียได้อย่างชะงัดนักแล ค้นพบชาถ้วยโปรดแล้ว รีบชงมาดื่มนะคะ

ที่มา : www.saranair.com
hopun
ร่วมแบ่งปัน162 ครั้ง - ดาว 171 ดวง

ความเห็น 281 18 ธ.ค. 2550 (10:39)
เคยอ่านประชาธิปไตยบนเส้นขนาน อ่ะคับ

สนุกดี อ่านได้เพลินๆ



แต่พออ่านไปอ่านมา

ก็เริ่มเบื่อการเมือง



ไม่อำนาจ ก็เงินตรา



เหอะๆ



สุดท้ายก็ยุบสภา - -"



ปล.แล้วถ้า อกหักนี่ กินชาใบบัวบกจะพอได้ไหมครับ อิอิ
neverheal
ร่วมแบ่งปัน548 ครั้ง - ดาว 230 ดวง

ความเห็น 282 18 ธ.ค. 2550 (16:40)
ผมดูเรื่องราวทาง "การเมือง" ด้วยอารมณ์ที่แตกต่างไปจากอีกหลายๆ คนนะครับ ... ผมว่าถ้าใครอยากเห็น "นามธรรม" ทางศาสนาพุทธกันอย่างชัดๆ เนี่ย ให้ดูจากการเมืองเรื่องใกล้ตัวนี่แหละครับ ชัดเจนที่สุด ... ความละโมบโลภมากที่ไม่มีที่สิ้นสุด (มีหมื่นล้านก็อยากได้แสนล้านหรือล้านล้าน) โทสะที่ลอยข้ามหัวคุณไปมา (เมื่อคืนคุณไปเสพเมถุนกับใครมา - จ้างก็ไม่บอก อิอิ) ความลุ่มหลงมัวเมาในอำนาจวาสนา อยากเป็นตำแหน่งนั้น อยากได้ตำแหน่งนี้



ความเป็นอนิจจัง หาความยั่งยืนไม่ได้ (ตั้งพรรคแล้วก็แตก - วันนี้ชมหัวหน้าพรรค พรุ่งนี้ออกมาด่า ... หน้าตาเฉย (ถามเฮียชู) - ชิ้ว ชิ้ว ตาเฉยไปยุ่งอะไรกับเค้า กลับบ้านไป๊ --" (มุขนี้ แป๊กแหงแซะ)... วันนี้บอกยุบพรรค พรุ่งนี้บอกไม่ยุบแล้ว ... วันนี้บอกร่วมมือกัน อีกวันบอกจำหน้ากันไม่ได้ ฯลฯ) ความเป็นทุกข์ร้อน (โดนขุดประวัติพ่อมาแซะ โดนขู่และโดนวางระเบิด - จริงบ้าง หลอกบ้าง) อนัตตา ไม่มีตัวตน (พรรคต่างๆ ที่คุณเห็นในวันนี้ ไม่ต่างอะไรกับทีมฟุตบอลในพรีเมียร์ลีก ที่มีการ "ซื้อตัวนักเล่น" โยกไปย้ายมา ... เป็น "แม่งูเอ๋ย"



ช่วงใกล้เลือกตั้ง ... ผมแทบไม่ต้องดูตลกเพิ่มเลยครับ ... แค่ดูข่าวประจำวันก็ฮาจน ... น้ำตาเล็ดแล้วล่ะครับ



อ้อ ... น้อง hopun ครับ ... พี่ (แฮ่ม - เขินเล็กน้อย) ว่า ไอ้อะไรๆ ที่ว่า "เขียวๆ" นี่มันสมัยนิยมดีเนาะ ชาเขียวเนี่ยก็ดีจริงๆ ... เท่าที่นึกดูตอนนี้มีที่ "หวาดเสียว" อยู่แค่ 2 เรื่อง ... เรื่องแรกคือ จะมีเหตุการณ์อะไรมาทำให้ "หน้าเขียว" (อันนี้ไม่ชอบ) ส่วนอีกเขียวหนึ่งที่ไม่อยากได้ก็คือ ข่าวลือที่ว่าจะมี "สีเขียวๆ" ออกมา exercise อีกรอบ



เฮ้อ ... นึกถึงมนุษย์ตัวเขียว Hulk ... ขึ้นมาตะหงิดๆ เลยครับ
Namchai BioTec
ร่วมแบ่งปัน370 ครั้ง - ดาว 32 ดวง

ความเห็น 283 18 ธ.ค. 2550 (16:58)
สวัสดีครับ



อันที่จริงผมก็ชอบชาเขียวนะเนี่ย พอเลือกดูก็ดันไปเลือกข้อ 4 (ชาเขียวอีก -_-')
jumo
ร่วมแบ่งปัน3680 ครั้ง - ดาว 351 ดวง






Namchai BioTec
(ดร. นำชัย ชีววิวรรธน์)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 25,418 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 7 ปี
แบ่งปันความรู้ 370 ครั้ง
ได้รับดาว 32 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

Blog อื่น ๆ ของผู้เขียน




Google  
ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
อีเมล : star@vcharkarn.com
โทรศัพท์ : 02-9620127
Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
Page generated in0.3729 seconds !