|
*
ผมกำลังอ่านหนังสือ ชาร์ลส์ ดาร์วิน อัจฉริยะผู้ลังเล ตัวตนที่แท้จริงและที่มาของทฤษฎีวิวัฒนาการ ซึ่งคุณอุทัย วงศ์ไวศยวรรณ แปลจาก The Reluctant Mr. Darwin An Intimate Portrait of Charles Darwin and the Making of His Theory of Evolution ของ David Quammen
เป็นหนังสือเกี่ยวกับดาร์วินที่อ่านสนุกเล่มหนึ่งทีเดียว ... ไม่รู้จะเป็นเพราะผู้เขียนไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์ด้วยหรือเปล่า
หน้าปกฉบับภาษาอังกฤษ ... ซึ่งไม่เหมือนกับหน้าปกไทย (ซึ่งหาไม่ได้บนเว็บ)
มีบทความอยู่ตอนหนึ่งที่ชี้ว่า การค้นพบทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวข้องกับ "บริบททางสังคม (social context)" มากเพียงใด ก็เลยจะขอคัดมาฝากกัน จะได้เห็นว่า "วิทยาศาสตร์" ไม่ได้ลอยอยู่ในอากาศ และไม่เกี่ยวกับเรื่องอื่นๆ แต่อย่างใด
คงเป็นไปไม่ได้ที่จะระบุว่า เมื่อไหร่แน่นอนที่ชาร์ลส์ ดาร์วิน กลายเป็นนักวิวัฒนาการนิยมขึ้นมา เขาไม่ได้โพล่งออกมาดังๆ ว่า ยูเรกา ไม่ว่าในจดหมาย หรือในรายงานวารสาร หรือในการแถลงอย่างกระตือรือร้นในที่ประชุมของสมาคมต่างๆ ณ เวลานั้น เขาค่อนข้างระวัง อึดอัดใจ และปิดปากเงียบ ซึ่งมีเหตุผลที่ต้องทำเช่นนั้น ในปลายทศวรรษ 1830 ประเทศอังกฤษอยู่ในสภาพที่ค่อนข้างสับสนวุ่นวาย เศรษฐกิจหดตัวอย่างหนัก มีกฎหมายใหม่สำหรับคนจน (Poor Law) โดยยกเลิกสถาบันสงเคราะห์และให้ทำงานในโรงงานที่มีกฎเข้มงวดแทน และมีกลุ่มเรียกร้องรัฐธรรมนูญใหม่ (เรียกร้อง รัฐธรรมนูญเพื่อประชาชน เพื่อเพิ่มอำนาจ ต่อรองให้กับชนชั้นกรรมกร) ซึ่งได้จัดการเดินขบวนหลายครั้ง เพื่อเรียกร้องให้มีการปฏิรูประบอบประชาธิปไตย
แนวคิดวิวัฒนาการเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวหน้าในหมู่ชนิดพันธุ์ที่มีมาก่อนหน้านี้ตามที่เสนอโดยนักสัตววิทยาชาวฝรั่งเศสหลายคน เช่น ฌอง-บ๊าฟติสต์ ลามาร์ก (Jean-Baptiste Lamarck) และเอเตรียง เจฟฟรอย แซงต์ ฮีแลร์ (Etienne Geoffroy Saint-Hilaire) ได้รับการยอมรับอย่างดีจากบรรดาฝ่ายซ้ายหัวรุนแรงทั้งในอังกฤษและสก็อตแลนด์ เพื่อใช้เป็นข้ออ้างว่าสมควรแก่การเปลี่ยนแปลงทางสังคมแบบก้าวหน้าเช่นกัน สร้างความอึดอัดใจให้กับสมาชิกพรรคเสรีนิยมซึ่งคุมเสียงข้างมากในสภาอยู่ในขณะนั้น รวมทั้งบรรดาพระราชาคณะนิกายแองกลิกันซึ่งบริหารศาสนจักรอยู่ด้วย เพราะอาจส่งผลกระทบต่อความมั่งคั่งและผลประโยชน์อื่นๆ และ
ความอึดอัดใจของฝ่ายสงฆ์ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะมองข้ามได้ง่ายๆ ศาสนาคริสต์ในความหมายของผู้นำนิกายแองกลิกันไม่เพียงแค่เป็นศาสนาหลักในอังกฤษเท่านั้น แต่ยังเป็นศาสนาประจำชาติอย่างเป็นทางการด้วย อังกฤษไม่มีเหตุการณ์ปฏิวัติรัฐประหารมานานตั้งแต่ ค.ศ. 1688 แต่ขบวนการเรียกร้องรัฐธรรมนูญเพื่อประชาชนผนวกกับภาวะเงินฝืดในระบบเศรษฐกิจ ทำให้เกิดเค้าลางว่าอีกไม่นานอาจปะทุขึ้นได้
สำหรับดาร์วิน เพียงแค่ก้าวแรกที่เดินข้ามเส้นแบ่งระหว่างขนบเดิมกับวิวัฒนาการ ก็พบว่าที่ยืนของตนอยู่ใกล้แนวสมรภูมิของสงครามระหว่างชนชั้นและศาสนาเสียแล้ว เขาจำเป็นต้องก้าวเท้าอย่างระมัดระวัง จึงยังไม่กล้าประกาศการหันหลังให้กับหลักการทางศาสนา อย่างไรก็ตาม ยังพอเป็นไปได้ที่จะคาดคะเนจังหวะเวลาที่เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางความคิดของดาร์วิน นั่นคือในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1837 ไม่นานหลังจากได้หารือกับกูลด์และโอเวน ชนิดพันธุ์เปลี่ยนแปลงได้จากชนิดหนึ่งไปยังอีกชนิดหนึ่ง เขามั่นใจว่าต้องเป็นอย่างนั้น เพียงแต่ไม่รู้ว่า อย่างไร เท่านั้น"
นำชัย
http://www.biotec.or.th/Guru/
16 พ.ย. 2550 -V- สวัสดค่ะทุกคน แวะเอาของฝากมาให้
จาก ฟอร์เวิร์ดเมลล์ค่ะ
สวัสดีน้อง hopun ครับ และขอบคุณสำหรับของฝาก ... เห็นรูปท่านปัญญาฯ แล้วก็อดนึกถึงเสียงเทศน์ท่านทางวิทยุกระจายเสียงไม่ได้ ตอนนี้นักรบธรรมผู้น้องคือ ท่านปัญญาฯ ก็ได้เดินทางไปพบกับผู้พี่ที่รออยู่ก่อนแล้วในสุขคติภพคือ ท่านพุทธทาสฯ ... ผมเคยไปกราบนมัสการท่านพุทธทาสที่สวนโมกข์ แต่น่าเสียดายว่าเป็นช่วงที่ท่านป่วยและหมอห้ามเทศน์แล้ว เลยไม่ได้ฟังเทศน์จากปากท่านโดยตรง ส่วนท่านปัญญาฯ นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกว่า เคยกราบนมัสการต่อหน้าท่านหรือเปล่า ... คิดว่าน่าจะไม่เคยครับ
คิดถึงทั้งสองท่านแล้วก็พลอยนึกไปถึงปัจฉิมโอวาทของพระพุทธองค์ที่ว่า ... จงตั้งตนให้อยู่ในความไม่ประมาทครับ!
คงต้องหมั่นถามตัวเองบ่อยๆ ตามพุทธพจน์สำคัญที่ว่า "บัดนี้ เราทำอะไรอยู่"
มาลงชื่อว่าอ่านบล็อกแล้วค่ะ
สวัสดีและขอบคุณ คุณ sineenart และคุณ dekdeeka นะครับ ... คำทักทายเป็นกำลังใจให้กับนักเขียนได้เสมอ อย่างไม่มีข้อยกเว้นครับ ![]()

สวัสดีค่ะ รู้สึกว่าช่วงนี้ไม่ได้ออกไปไหนเลย อยู่แต่ธรรมศาสตร์
แต่ว่าก็ยังไม่เคยแวะเข้าไปที่ สวทช. เลย
ว่าจะเข้าไปสำรวจตั้งหลายครั้งแล้วค่ะ แต่ก็ไม่ได้ไปทุกที
มีความรู้สึกแบบว่ากล้าๆกลัวๆ จะไปดีไหมน๊อ
พอจะไปก็ไม่กล้าอีก ไม่รู้ว่ารักษาความปลอดภัยจะให้เข้าไหม อิอิ
สุดท้ายก็ยังไม่ได้เข้าไปอีก...เฮ้อ
ลังเลอย่างนี้ ก็เลยทำอะไรไม่ทันใจคนอื่น
แวะมาอ่านบล็อกของดร.นำชัย แล้วแอบบ่นนิดๆคงไม่ว่ากันนะคะ ก่อนไปก็ฝากอะไรไว้เล็กๆน้อยๆ เอาไว้ให้จำกันได้นิดนึงแล้วกันค่ะ
ไม่รู้ว่าจะถูกใจรึเปล่าแต่ดูเถอะ
ตู้ปลานี้ เป็นตู้ปลาทรงกลมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งอยู่ที่โรงแรม Radisson Hotel ประเทศ เยอรมันนี,กรุงเบอร์ลิน
ด้วยความจุถึง 260,000 แกลลอน มีปลามากกว่า 2500 ตัว(56สายพันธ์)

สวัสดีและขอบคุณ คุณ dentalimplant, คุณ hopun, คุณ nachom, คุณ jannyjam และคุณ mrjacky ครับ
โอว ... น้อง hopun ... อะไรมันจะอลังการปานนั้นเนอะ สุดยอด "ตู้ปลา" จริงๆเลยครับ
... อ้อ ถ้าอยากเข้ามาเยี่ยมชม สวทช. แบบมีคนเยอะๆ คึกคักๆ ก็มาช่วง 12-14 มี.ค. นี้ได้ครับ เพราะจะมีงานประชุมประจำปีนะครับ ไปลงทะเบียนที่ http://www.nstda.or.th/nac2009/ ได้ครับ (ฟังฟรี มีของว่างให้ทานด้วย) แต่ถ้าอยากชมไบโอเทคเป็นพิเศษก็นัดพรรคพวก แล้วแจ้งมาได้ พอจะซี้กับ PR อยู่ จะช่วยนัดหมายให้ได้ครับ
สวัสดีครับ คุณ Makato ... ยังมีอีกแยะครับ เอาไว้จะเลือกแบบต้องใส่เกราะอ่านกันถูกบาดกันเลยทีเดียวมาฝากอีกนะครับ
สวัสดีครับ ผมเพิ่งซื้อเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
อ่านสนุกทุักเรื่อง แต่แอบสงสัย เอ ทำไมหนังสือออกเสียปลายสัปดาห์
สมัครบล็อกไว้ แล้วก็ไม่ได้เข้ามานาน จนลืมพาสเวิร์ด อิๆ
วันที่ 12 มี.ค. น่าสนใจครับ ผมไปฟังด้วยได้ไหม
...ธวัชชัย ดุลยสุจริต
สวัสดีครับ อ.ธวัชชัย ... จะดีใจมากนะครับ ถ้าอาจารย์จะไปร่วมฟังด้วย เป็นเสวนาเปิดครับ คนนอกเข้าฟังได้ ... น่าจะเป็นเสวนาที่ "แหกขนบ" นิสัยแบบคนไทยเอาการอยู่ เพราะคนไทยไม่ค่อยชอบเผชิญหน้า และเลี่ยงไม่ค่อยอยากยุ่งกับเรื่องศาสนาเท่าไหร่
ผมเองคงไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความเชื่อทางศาสนาเท่าไหร่ แต่คงจะพยายามแก้ความเข้าใจผิดหลายๆ เรื่องเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และทฤษฎีวิวัฒนาการเป็นหลักครับ
อ้อ...สารคดีเค้าออกปลายเดือนเป็นปกติครับ เห็นพี่จอบ (บก.วันชัย) บอกว่า งานนี้เล่นเอากองบรรณาธิการอดหลับอดนอน ทำงานจนถึงเที่ยงคืนอยู่หลายวันครับ น่าเห็นใจจริงๆ เพราะไม่ได้จบสายวิทย์กันมา แต่ต้องมาตรวจบทความวิทย์ คงต้องเหนื่อยกว่าปกติล่ะครับ ![]()
แถมยังไปสร้างความลำบากใจให้บรรดา บก. อีกไม่น้อย เพราะบทความยาวกว่าที่คุยกันไว้เดิมมาก เลยไปเบียดบังเนื้อที่คอลัมน์ประจำหลายเจ้า ... เล่นเอานักเขียนประจำงอนเลยทีเดียว ![]()
แหะ แหะ ... คงมีคนคิดแบบคุณ cutiebuffy ไม่น้อย แต่ก็อาจจะมีคนอยากลิ้มลองดูสักครั้งในชีวิตไม่น้อยเช่นกัน ![]()
เป็นงงเลยครับ ... ดีใจหรืออะไรหรือครับคุณ doodeeja ![]()
แอบตกข่าวเล็กน้อย อมตะนี่อะไรเหรอครับ งง
ขอบคุณ คุณ titikarnsun, คุณ nekojung และคุณ yalie ครับ อ้อ ... ตอบคำถามคุณ yalie - คุณวิกรมแกทำธุรกิจสร้างและขายพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมครับ และตั้งชื่อกลุ่มบริษัทของตัวเองว่า "อมตะกรุ๊ป" ครับ ระยะหลังแบ่งเวลามาทำกิจกรรมเพื่อสังคมหลายอย่าง รวมทั้งเขียนบทความลงหนังสือพิมพ์และจัดพิมพ์เป็นหนังสือครับ ... ลองใช้ google ค้นดู ก็คงจะทึ่งครับ ![]()
ขอบคุณ ดร.นำชัยค่า เดี๋ยวจะลองชวนเพื่อนดู แต่ถ้าเพื่อนไม่ไปก็จะไปคนเดียวนี่ล่ะ
สวัสดีและขอบคุณ คุณ meepoh23, คุณ Rongsak3dr, คุณ hopun, คุณ steven555, คุณ ornnongnan และคุณ deejingja ครับ ![]()
ตอนแรกว่าจะอาสาพาคุณ hpoun ทัวร์ สวทช. แต่วันที่ 12 ไม่อยู่ (ไปดีเบตวิวัฒนาการที่ ม.มหิดล ข้าง รพ.รามาธิบดี) ส่วนวันที่ 13 ต้องพากย์งานนี้ (NAC2009) ออกทางวิทยุกระจายเสียงช่วงสมเด็จพระเทพฯ ท่านเสด็จชมงาน และวันที่ 14 ซึ่งเป็นวันเสาร์ ยังไม่แน่ว่าจะไปหรือเปล่า (คิดว่าจะไป แต่คงต้องหลังจากแบ่งเวลาให้เจ้าลูกแมวที่บ้านทั้ง 3 ตัวสักพัก ช่วงนี้โยเยน่าดู เพราะยังเจ็บแผลจากที่พาไปทำหมันอยู่)
แหม ชอบเหมือนกันเลยครับ คุณ steven555 ... ตอนไปนครวัด ยังไปดูต้นไม้ใหญ่ที่ใช้ถ่ายทำในเรื่องด้วย ไกด์เน้นใหญ่เลย แบบเดียวกับเกาะตะปูในหนังเจมส์บอนด์เลยครับ
สวัสดีครับ อ.นำชัย
อ่านข่าวล่าสุด(หน้า 575) ชาวบ้านชาวช่องเลยรู้ว่า บก.จอบ เป็นใคร
ส่วน สารคดีฉบับดาร์วินนี่ อ่านสนุกสมคำร่ำลือครับผม
ไว้โอกาสหน้าผมจะแวะมาโพสต์นะครับ
ขอบคุณ คุณศรีปิงเวียง และคุณ ornnongnan นะครับ
เอาไว้จะนำคำชมของคุณศรีปิงเวียง ไปบอกต่อให้ บก.จอบ และกองบก. สารคดี รวมทั้งบรรดานักเขียนรับเชิญทุกท่านนะครับ ... ได้ข่าวจากอาจารย์รุ่นน้องที่ ม.มหิดลว่า แถวๆ รพ.รามาฯ ก็ขายดี ... หาซื้อไม่ได้แล้ว ไม่รู้จะมีมาเพิ่มอีกหรือเปล่า
สวัสดีค่ะ
แล้วอย่างนี้ จะเจอกันไหมคะเนี่ย อิอิ
สงสัยคงต้องไปโก๊ะอยู่ในงาน แน่ๆเลย
แอบดีใจ ที่มีคนอาสาพาชม
หุหุ มุมกล้องสวยน่าดูเลย ไปเป็นช่างภาพได้เลยนะคะ พี่ป๋วยเนี่ย


|
||||||
![]() |
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง |