|
)
มาต่อกันเกี่ยวกับเทคโนโลยีอุบัติใหม่นะครับ
เทคโนโลยีเรื่องที่ 3 จะเป็นชีวโมเลกุลที่ผลิตในแบคทีเรียหรือจุลินทรีย์ หรือใช้เป็นภาษาอังกฤษว่า bacterial factory หรือ microbial factory.. บังเอิญว่าผมเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มากอยู่สักหน่อย (เป็นคนเขียนเนื้อหาให้ บวท.) ก็เลยจะขอเล่าละเอียดมากสักหน่อย
จากสไลด์ข้างบนนี้จะเห็นได้ว่า "โมเลกุล" ที่มีคุณค่าสูงและผลิตได้ในจุลินทรีย์นั้น สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นในทางการเกษตร (ผลิตสารฆ่าแมลงศัตรูพืช) การพลังงาน (กำจัดของเสียพร้อมกับแปลงให้เป็นก๊าซที่นำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงได้ ) การแพทย์ (ผลิตฮอร์โมน ยา วิตามิน ฯลฯ)
นอกจากนี้ ยังใช้การผลิตอาหาร (เช่น ขนมปัง เบียร์ โยเกิร์ต ฯลฯ) รวมไปถึงในชีวิตประจำวันต่างๆ เช่น เอนไซม์ผสมในผงซักฟอกเพื่อเพิ่ม "พลังสะอาด" (คำที่ใช้ในโฆษณา) ย่อยเส้นใยทำกระดาษ และทำเครื่องสำอาง เป็นต้น
ตัวอย่างอื่นๆ ของการประยุกต์ใช้เอนไซม์ทางด้านอุตสาหกรรม ดูได้ตาม link ข้างล่างนี้นะครับ http://www.biotec.or.th/biotechnology-th/newsdetail.asp?id=3053
คราวหน้ามาดูกันนะครับว่า ผลกระทบ (impact) ในเชิงการตลาดจะมีมากมายเพียงใด
นำชัย
http://www.biotec.or.th/Guru/
11 ธ.ค. 2550 สวัสดีคุณ neverheal และคุณ abezoey ครับ - ขอให้คุณ neverheal มีความสุขกับสิ่งที่เลือกทำก็แล้วกันนะครับ
ขอบคุณ คุณ abezoey เช่นกันครับที่เข้ามาอ่าน
ขอบคุณ คุณ abeletitia ครับ
![]()
มันอาจจะไม่ง่ายยังงั้นหรอกนะครับ คุณ yalie เพราะถ้า neuroscience=ประสาทวิทยา แล้ว neurology = ?
ผมกำลังนึกถึงกรณีของคำว่า forensics = นิติเวชวิทยา และ forensic science = นิติวิทยาศาสตร์ ครับ
แวะมาทักทายค่ะ
หุหุ
ช่วงนี้อาจจะหงอยๆหน่อย
เกรดลด
ฮือๆๆ
อ่านหนังสือๆ
เช็คดูจากเว็บไซต์ศัพท์บัญญัติของราชบัณฑิตฯ แล้ว ได้ผลว่า neuroscience = ประสาทวิทยาศาสตร์ จริงๆ เสียด้วยสิครับ คุณ yalie
http://rirs3.royin.go.th/coinages/webcoinage.php
โอ๊ะ โอ ... น้อง hopun สู้ๆ ครับ
ม้าตัวนั้นเข้าเส้นชัยเป็นลำดับที่ 5
.
.
.
.
.
เจ้ามือได้แต่หัวเราะ 555 รวมทั้งสิ้น 5 ครั้ง
!!
นี่แหละหนา การพนันมันก็เป็นอย่างนี้
สวัสดีครับ อ.
5555 เป็นอย่างที่คุณศรีปิงเวียงว่าจริงๆ นั่นแหละครับ ... ขอบคุณที่แวะเวียนมาครับ ![]()
ขอบคุณครับ อาจารย์นำชัย :D
ผมมาขอเพิ่มเติมให้นิดนึงครับ พอดีลองเสิร์ชเล่นๆ แล้วเจอ ข้อมูลของคนที่ใช้สแกนเนอร์ความละเอียดสูง (high resolution scanner) มาสแกนตัวผีเสื้อกลางคืน เขาบอกว่าตัวนึงใช้เวลาสแกนราวๆ ยี่สิบนาทีเลยทีเดียว (ความละเอียดหกสิบเจ็ดล้านจุดต่อตารางนิ้ว)ทำให้ภาพที่ออกมานั้นใหญ่ถึง 2700 เท่าถ้าเทียบกับของจริง
ก็พูดง่ายๆ ว่าผีเสื้อกลางคืนตัวเท่ากระจิ๋วเท่าเล็บมือ พี่แกสามารถเอามาอัดขยายภาพขนาด 34 * 46 นิ้ว (86 * 116 เซนติเมตร) ได้ออกมาัชัดแจ๋ว ...แล้วเอาออกมาจัดนิทรรศการได้สบายๆ
แถมทิ้งท้ายอัดขายไว้ใน artnet อีกต่างหาก
ลืมบอกไป เขาชื่อว่า Joseph Scheer ครับ เป็นอาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยอัลเฟรดในประเทศสหรัฐอเมริกาครับ
ถ้าใครสนใจลองไปอ่านเพิ่มเติมได้นะครับ :
1) บทความของเขาในนิตยสาร National geographic
http://ngm.nationalgeographic.com/ngm/0205/feature3/
2) ข่าวเกี่ยวกับนิทรรศการภาพถ่าย (ภาพสแกน) ผีเสื้อกลางคืนที่อริโซน่า
http://media.wildcat.arizona.edu/media/storage/paper997/news/2006/08/24/WildLife/Moths.The.Emo.Butterflies-2238787.shtml
3) แกลลอรี่ของเขาที่อาร์ตเน็ต (artnet)
http://www.artnet.com/artist/423996459/joseph-scheer.html
---
อธิบายคำศัพท์เทคนิค :�
EM (Electron Microscope) กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน = กล้องถ่ายรูปขนาดใหญ่ ใช้ลำแสงอิเล็กตรอน แทนแสงไฟสำหรับถ่ายรูป
SEM (Scanning Electron Microscope) กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด : ชิ้นตัวอย่างต้องเคลือบโลหะหนักครับ ดังนั้น มดจะกลายเป็นมดเคลือบทอง หรือที่ผมบอกว่าเป็นมดชุบทองนั่นแหละครับ เพราะงั้น ภาพที่ได้ออกมาจากการถ่ายภาพแบบนี้จะไม่มีสีสันใดๆ ส่วนใหญ่คนทำจะมานั่งลงสีเป็นส่วนๆ เอง หลังจากล้างรูปและสแกนเข้าคอมพิวเตอร์เรียบร้อยแล้วในกรณีที่ใช้่ฟิล์ม หรือหลังจากที่บันทึกรูปลงฮาร์ดไดรฟ์ไปแล้ว ในกรณีที่ใช้กล้องดิจิตอล (CCD) ...
TEM (Transmission Electron Microscope) กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องผ่าน : ชิ้นตัวอย่างจะต้องบางมากๆ ครับ ไม่งั้นอิเล็กตรอนจะส่องผ่านไม่ได้ ความหนาไม่ควรมากเกินกว่าหนึ่งถึงสองไมครอน (ไมโครเมตร = หนึ่งในล้านเมตร) แ่ต่ตัวแมลงมีความหนาอยู่ในระดับมิลลิเมตร (หนึ่งในพันเมตร) เพราะฉะนั้น นอกจากจะเอาไปฝันในเรซินและเฉือนเป็นแผ่นบางๆ มาส่องแล้ว ไม่งั้น ไม่เวิร์คแน่นอน ดังนั้น ถ้าจะส่องแมลงทั้งตัว ลืมไปได้เลย ... :P
ขอบคุณ คุณ yalie ที่มาขยายความเพิ่มเติมนะครับ คงเป็นประโยชน์กับอีกหลายๆ คนครับ ![]()
วิทยาศาสตร์คือความน่าเชื่อถือจริงหรอ
ผมไม่ค่อยแน่ใจว่า คุณ "ถั่วลิสง" ต้องการจะถามว่าอย่างไรกันแน่นะครับ เอาเป็นว่า ถ้าคำถามคือ "ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เชื่อถือได้จริงหรือ" คำตอบแบบกลางๆ ก็คือ ถ้าคุณทำตามระเบียบแบบแผนการทำวิจัยทางวิทยาศาสตร์จริงๆ โดยไม่เกิดความลำเอียงหรือมีอคติส่วนตัวแล้ว ผลการวิจัยก็มีความน่าเชื่อได้ครับ แต่แม้กระนั้น ก็ไม่จำเป็นต้องถูกต้องเสมอไป ด้วยเหตุนี้ เรื่องที่นักวิทยาศาสตร์สนใจกันมากๆ จึงมักจะมีคำอธิบายหรือ "ทฤษฎี" อยู่มากกว่า 1 เสมอ (เช่น ตอนนี้ก็ยังคงมีคนเชื่อและพยายามพิสูจน์ด้วยข้อมูลและหลักฐานว่า ภาวะโลกร้อนไม่ได้รุนแรงอย่างที่คนส่วนใหญ่เชื่อกัน)�แต่เมื่อผ่านการตรวจสอบซ้ำๆ และต่อยอดโดยนักวิทยาศาสตร์ท่านอื่นๆ "ความแม่นยำและความน่าเชื่อถือ" ก็จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ครับ �
สวัสดีค่ะทุกคน
อิอิ กลับมาแล้วเน้อ จากนี้ก็จะเข้ามาบ่อยๆ
เพิ่งรู้ซึ้งว่าเรียนพยาบาลเหนื่อยจริงๆเลยค่ะ
ตอนนี้เรียนรู้เรื่องขึ้นเยอะแยะ
ซุ่มเงียบ..อ่านหนังสือเรียน+นิยายเล็กน้อย+การ์ตูนบ้างเล็กน้อย
แต่ก็มีเรื่องไม่ค่อยจะเข้าใจอยู่�� จำได้ว่าตอนที่สมัครสอบเข้าคณะนี้ไม่ได้เลือกภาคอินเตอร์เอาไว้
แต่ทำไมภาษาอังกฤษเยอะแยะไปหมด อาจารย์ที่สอนก็ไม่อธิบายอีกว่าศัพท์คำนี้ๆคืออะไร ถามเล่นพูดภาษาอังกฤษแทบทั้งคาบ ตาลายเลยที่เดียว(วิชาคณะแพทย์)
ก็เลยต้องลากสังขารอันอ่อนแรงไปซื้อดิกชันนารี ที่เป็นศัพท์เทคนิกมา
เล่นเอาเหนื่อยเลยทีเดียว ไม่นึกว่าหนังสือประเภทนี้จะหาซื้อยาก
เลือกไม่ถูก กะเลยซื้อมาเสีย 2 เล่ม ดีที่เป็นคนละแบบกัน
รู้สึกได้ว่าสังขารอ่อนแรงลงทุกวัน เทอมหน้าขึ้นวอร์ดแล้วค่ะ
คิดถึงบทความของดร.นำชัย อิอิ คิดถึงดร.นำชัยด้วย
ตอนนี้กำลังคิดหาวิธีคลายเครียดแบบใหม่ในรูปแบบของตัวเองอยู่
แต่อาจารย์บอกว่าให้ไปออกกำลังกายบ้างจะได้มีแรงเยอะ อาจารย์ให้ไปรำจี้กง แล้วก็ว่ายน้ำ อาทิตย์ละ 4 -5 วันค่ะ (T^T)แงแง แค่คิดก็เหนื่อย
แต่ก็เห็นด้วยกะอาจารย์ ตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัยมายังไม่ได้ออกกำลังกายบ้างเลย
...
คิดถึงทุกคนค่ะ
Copyleft contrast Copyright
For N' Hopun,
Fight-to
สวัสดีน้อง hopun กับคุณศรีปิงเวียง ครับ ... สำหรับน้อง hopun - กำลังใจยังคงมีให้เสมอนะครับ ![]()
สวัสดีค่ะ ทุกคน ขอบคุณกำลังใจที่มีให้กันนะคะ
มีของมาฝากค่ะ อิอิ
เป็นกระทู้ที่โพสท์ไว้นานแล้ว แต่ว่า ก็อยากให้ลองอ่านดู
บางเรื่องเราก็ยังไม่รู้ แต่บางเรื่องก็รู้แล้ว
อ่าานเล่นเพลินๆ แล้วกันค่ะ
คุณรู้หรือไม่?
- อเล็กซานเดอร์มหาราชค้นพบกล้วยหอมเป็นครั้งแรกก่อนปี ค.ศ.327ขณะทำสงครามที่อินเดีย
- แอปเปิ้ลเป็นพืชตระกูลเดียวกับกุหลาบ
- จำนวนแถวของข้าวโพดแต่ละฝักเป็นเลขคู่เสมอ
- ยีราฟที่ตัวโตเต็มวัยสามารถเตะหัวสิงห์โตจนหลุดได้
- ถ้าพ่นสเปรย์ฆ่าเชื้อไปที่หมีขั้วโลกขนของมันจะเปลี่ยนเป็นสีม่วง
- ช้างเป็นสัตว์โลกพันธุ์เดียวที่กระโดดไม่ได้
- ปลาฉลามเป็นปลาชนิดเดียวที่กระพริบตาได้
- บ้านของบิลล์เกตส์ออกแบบด้วยคอมพิวเตอร์แมคอินทอช
- ฮิตเลอร์และนโปเลียนมีลูกอัณฑะเพียงข้างเดียว
- ลีโอนาโด ดาวินชี สามารถใช้มือข้างหนึ่งวาดรูปและใช้มืออีกข้างหนึ่งเขียนหนังสือไปพร้อมๆกันได้
- เมือง Aiea ในฮาวายเป็นเมืองเดียวที่สะกดด้วยชื่อสระเพียงอย่างเดียว
- เมืองอิสตัลบูลเป็นเมืองเดียวในโลกที่ตั้งอยู่ใน 2 ทวีปคือยุโรปและเอเชีย
- สัตว์เลี้ยงในบ้านชนิดเดียวที่ไม่มีชื่ออยู่ในคัมภีร์ไบเบิ้ล คือ แมว
- 111,111,111x111,111,111 = 12345678987654321
- เดือนที่ขึ้นต้นด้วยวันอาทิตย์จะมีวันศุกร์ที่ 13 เสมอ
- โทรศัพท์สาธารณะกลางทะเลทรายที่ซาอุดิอารเบียใช้พลังงานแสงอาทิตย์
- ลีโอนาโดดาวินชีเป็นผู้คิดค้นกรรไกร
- ทอม แฮงก์เป็นลูกหลานของประธาณาธิบดีลินคอร์น
- ในนมเปรี้ยวยาคูลท์1ขวดมีจุลินทรีย์ แอล คาเซอิ ชิโรต้า ที่มีชีวิต 8000ล้านตัว
- อาหารมื้อแรกที่โทมัส อัลวาเอดิสัน ทานตอนที่เดินทางมาถึงนิวยอร์กครั้งแรกคือน้ำชา
- ชาวไทยที่เป็นเจ้าของรถยนต์คันแรกคือพระยาสุรศักดิ์มนตรี แต่คนไทยที่ได้ขับรถเป็นคนแรกคือพระยาอนุฑูตซึ่งเป็นน้องชาย
- ตวนอู อับดุลราหมาน อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเคยเป็นศิษย์เก่าของเทพศิรินทร์
- กรุงศรีอยุธยาแตกครั้งที่ 1 ปีจุลศักราช931(9+3+1=13) ครั้งที่ 2 ปี 1129(1+1+2+9=13)
- คำว่า BYTE เป็นคำย่อมาจาก By Eight
- คำว่า set ถูกนิยามความหมายไว้มากกว่าคำอื่นๆ
- คำว่า stewardesses เป็นคำที่ยาวที่สุดในการพิมพ์ด้วยมือซ้ายข้างเดียว
- คำว่า typewriter เป็นคำที่สามารถพิมพ์ได้ยาวที่สุดในบรรทัดตัวอักษรบนสุดของแป้นพิมพ์
- คำศัพท์ที่สามารถอ่านได้จากทั้งหน้าไปหลังและหลังไปหน้าที่ยาวที่สุดในโลกคือคำว่า Saippuakivikauppias เป็นภาษาฟินนิชแปลว่าคนขายสบู่หิน
- คาราเต้มีถิ่นกำเนิดอยู่ในอินเดีย
- ไพ่คิงโพธิ์แดงเป็นคิงคนเดียวที่ไม่มีหนวด ส่วนไพ่แจ๊คที่ไม่มีหนวดคือ แจ๊คดอกจิก
- รหัสโทรศัพท์ของรัสเซียคือ 007
- ประธานาธิบดีลินคอร์นมีเลขาชื่อเคนเนดี ส่วนประธานาธิบดีเคนเนดีมีเลขาชื่อลินคอร์น
- ค่าโดเมนเนมที่แพงที่สุดคือ business.com มีราคา 7.5 ล้านดอลล่าร์
- กำไร 40% ของแมคโดนัลมาจากการขายชุดแฮปปี้มีลแมคโดนัลเป็นผู้จัดจำหน่ายของเล่นที่ใหญ่ที่สุดของโลก
- ดิสนีย์แลนด์มีขนาดใหญ่กว่าประเทศที่เล็กที่สุดในโลก 5 ประเทศรวมกัน
- เจ้าของดิสนีย์แลนด์กลัวหนู
- โดนัลดั๊กถูกแบนในประเทศฟินแลนด์เพราะไม่ได้ใส่กางเกงใน
- โทมัส เอดิสันผู้ค้นพบหลอดไฟเป็นโรคกลัวความมืด
- ปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 ฝ่ายพันธมิตรตั้งใจมาทิ้งระเบิดที่บางกอกน้อย ระเบิดลูกหนึ่งพลัดหลงตกลงตรงห้องพักเด็กแรกเกิด เด็กในห้องตายหมดเหลือรอดเพียงคนเดียว คุณตาของเขาจึงตั้งชื่อว่า เด็กชายปลอดประสพ สุรัสวดี
ขอบคุณค่า สำหรับพื้นที่คลายเครียด
ว้าวๆๆๆๆ ... ไม่เจอกันนานเลยครับ คุณ jumo ... สบายดีนะครับ ![]()


|
||||||
![]() |
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง |