วันนี้มาอัพบล็อกตอนบ่าย เพราะตอนเช้าน้องๆ ขอให้ไปช่วยเป็นพิธีกรในงานมอบหนังสือ "น้ำปลา: แหล่งสารอาหารของชาวเอเชีย" แก่ผู้เกี่ยวข้องคือ ตัวแทนจากโรงงานน้ำปลาต่างๆ และแก่นายกสมาคมโรงงานน้ำปลาคือ คุณสันติ ตันติเวชวุฒิกุล เพื่อให้ไปมอบต่อ
หนังสือเล่มดังกล่าวนี้ รศ.ดร.ช่อฟ้า ทองไทย เป็นผู้เรียบเรียง (ร่วมกับอาจารย์ฝรั่งอีกท่านหนึ่งคือ ดร.แอ็สบยอน กิลด์เบิร์ก ที่เป็นชาวนอรเวย์- แต่ตีพิมพ์เป็นภาษาไทยนะครับ)
โดยที่พิธีมอบหนังสือนี้มีท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศ.ดร.ยุงยุทธ ยุทธวงศ์ และท่านรองอธิการบดี ม.มหิดล ศ.ดร.พญ.นราธร บานชื่นให้เกียรติมาเป็นประธานและร่วมงานตามลำดับ

กระบวนการผลิตน้ำปลาสมัยใหม่ - ภาพจาก http://www.kanchanapisek.or.th/kp8/cbr/cbr501d.html
ผมเห็นว่ามีข้อมูลบางส่วนน่าสนใจและส่วนใหญ่คงไม่มีโอกาสได้ซื้อหาเล่มนี้ (ตั้งราคาไว้สูงทีเดียวครับ - 350 บาท) เลยขอคัดมาฝากกัน
ข้อมูลส่วนประวัติศาสตร์น่าสนใจไม่น้อย เพราะว่า ...
"ถึงแม้ว่าน้ำปลาจะเป็นที่ยอมรับกันทั่วว่าเป็นผลิตภัณฑ์ของชาวเอเชีย แต่มีเอกสารบ่งบอกชัดเจนว่า น้ำปลานั้นมีทำกันอยู่แล้วและเป็นที่ชื่นชอบสูงส่งในหมู่ชาวโรมันและชาวกรีกมาแต่โบราณ นักเขียนชาวโรมันผู้เป็นที่นับถือกันมากชื่อ พลินนี่เดอะเอลเดอร์ มีชีวิตอยู่ในราว ค.ศ.1 ได้จารึกไว้ว่า น้ำปลาเป็นของเหลวชนิดพิเศษ
ชาวกรีกก็มีน้ำปลาที่เรียกชื่อว่า การอส (Garos) และไอเมทอน (Aimeteon) น้ำปลาชาวโรมันที่คล้ายคลึงกับการอสคือ การุ่ม (Garum) นอกจากนี้ ยังมีลิควาเมน (Liquamen) อัลเล็คซ์ (Allex) และเมอเรีย (Muria) ซึ่งเป็น "น้ำปลา" ชนิดต่างๆ ที่บริโภคโดยชาวโรมันในสมัยนั้น
การุ่มและลิควาเมนเป็นน้ำปลาเกรดสูง มีราคาเทียบเคียงได้กับน้ำหอมน้ำปรุง!"
อ่านแล้วนึกถึง "เกลือ" ที่โรมันใช้แทน "เบี้ยหวัด" บางส่วนให้กับทหารในกองทัพตนเลยครับ ... สารให้ "ความเค็ม" นี่มี "มูลค่า" สูงไม่น้อยทีเดียวนะครับในหน้าประวัติศาสตร์โลก (แต่เดี๋ยวนี้สวนทางกันนะครับคือ แนะนำว่าไม่ให้ทานเค็มมากนัก เพราะเดี๋ยวจะเดี้ยง!)
นำชัย
http://www.biotec.or.th/Guru/
18 ม.ค. 2551
ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ ครูป้อม
เห็นช่วงนี้ ครูป้อมก็ขยันอัพเดทหน้า blog อยู่เหมือนกันนะครับ
มีคนเข้าไปดูไม่น้อยเสียด้วย
ขอบคุณมากครับ ครูป้อม ![]()
เป็นแนวคิดที่น่าสนใจดีครับ คุณ KUCHIKI NAMTIP
ถ้าหมั่นอัพเดทข้อมูล และคัดกรองเอาที่น่าเชื่อถือ
จะเป็นแหล่งรวมข้อมูลที่ดีได้ครับ ถ้าไม่รู้จะหาข้อมูลจากไหน
ผมแนะนำให้เริ่มจากเว็บ http://www.sciencedaily.com/
เพราะมีข่าวเยอะดี และอัพเดทบ่อย ... ขอให้สนุกครับ
นำชัย
ขอบคุณครับ คุณ vaseline
คงอีกสักพักครับ
ขอชื่นชมคุณนำชัย สร้างสรรค์ผลงานด้วยใจที่ทุ่มเทเพราะว่ากว่าจะเขียนได้ขนาดนี้ไม่ใช่เรื่อง่าย กว่าจะเป็นะบรรทัด เป็นบท ต้องใช้ทั้งความรู้ ความสามารถ เวลา ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ทรัพยากรมากมาย ที่สำคัญคือจิตใจที่มีแต่ให้ เสียดายหากคุณนำชัยจะไปจริง

