นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย
วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ภูมิปัญญา ความหรรษา และคุณค่าของชีวิต
post ครั้งแรก: Tue 16 January 2007, 5:03 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sat 3 April 2010, 6:00 am
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด
หน้าที่ 28 - เกือบเมาจนได้เรื่อง ... ใหญ่โต
ตั้งหัวข้อหวือหวาชวนเข้าใจผิดซะงั้น ... ขอโทษทีนะครับ ถ้าใครคิดว่า ผมจะมาเล่าเรื่องตัวเอง เกือบเมา ... จนไปเกิดเรื่องอะไรเข้า

... เพราะที่ผมจะเล่าวันนี้คือ ประวัติที่มาของ เดอะ กินเนสส์ บุ๊ค ออฟ เรคคอร์ส (The Guinness Book of Records) ครับ
หนังสือ กินเนสส์บุ๊ค (หรือที่ใช้ชื่อเต็มๆ แบบที่เขียนในย่อหน้าที่แล้ว) ใช้ชื่อดังกล่าวมาตั้งแต่ต้น (แต่ฉบับพิมพ์ขายในสหรัฐฯ ใช้ชื่อต่างออกไปเล็กน้อยคือ The Guinness Book of World Records) จนกระทั่งถึงปี 2000 จึงเปลี่ยนชื่อเป็น กินเนสส์เวิลด์เรคคอร์ดส์ (Guinness World Records)
จัดเป็นหนังสือชุดรายปีที่ขายดีที่สุดในโลก
เหตุที่เกิดมีหนังสือเล่มที่ว่าขึ้น เนื่องจากท่าน เซอร์ ฮิวจ์ บีเวอร์ (Sir Hugh Beaver) ซึ่งในปี 1951 เป็นผู้อำนวยการบริหารของบริษัทสุราแห่งหนึ่งคือ Guinness Brewery ไปร่วมงานเลี้ยงปาร์ตี้แห่งหนึ่งในไอร์แลนด์ โดยงานปาร์ตี้ที่ว่าเป็นงานหลังกีฬายิงนก (ผิดศีลทีเดียว 2 ข้อเลยครับ ทั้งฆ่าสัตว์และดื่มสุรา อย่าเอาอย่างนะครับ) แล้ว ท่านเซอร์ก็เกิดไปเถียงกับนักยิงนกอีกคนเข้าว่า นกที่อนุญาตให้ยิงได้ชนิดใด ... ที่บินเร็วที่สุด
แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถสรุปได้ว่า คำตอบของใครกันแน่ที่ถูกต้อง - อันที่จริง ดูเหมือนจะเป็นอย่างนี้ทั่วโลกเลยครับ ... เถียงกันเรื่อง ความเห็น ไม่ได้ข้อสรุปแน่ ... แต่ถ้าเถียงกันเรื่อง ข้อมูล ที่ตรวจวัดได้ วัดทีเดียวก็จบกัน ได้คำตอบชัดแจ้งแดงแจ๋
ทำให้แกคิดเลยไปอีกว่า คงจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกมากมายในผับหลายๆ หมื่นแห่งทั่วอังกฤษและไอร์แลนด์ ... ถ้าเป็นคนทั่วๆ ไป เรื่องก็อาจจะจบลงตรงจุดนี้ ... แต่แกคิดต่อไปว่า น่าจะมีหนังสือสักเล่มที่ยุติการโต้เถียงด้วยหลักฐานข้อมูล ซึ่ง ... น่าจะเป็นหนังสือที่คนชอบและอยากอ่าน
ไอเดียท่านเซอร์บีเวอร์ (ชื่อจำง่ายดี ... ผมชอบครับ) มาเป็นจริงก็ตอนที่ลูกจ้างคนหนึ่งในบริษัทคือ นายคริสโตเฟอร์ แชทอะเวย์ (Christopher Chataway) เสนอให้เพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยคือ นอร์ริส และรอส แมกเวอร์เทอร์ (Noris and Ross McWhirter) ซึ่งกำลังทำงานเก็บข้อมูลในบริษัทแห่งหนึ่งในลอนดอน มาทำหน้าที่เก็บข้อมูล ซึ่งต่อมาได้กลายเป็น กินเนสส์บุ๊ค ในที่สุด
หนังสือ เดอะ กินเนสส์ บุ๊ค ออฟ เรคคอร์ส จัดพิมพ์ออกมาเพื่อแจกจ่ายครั้งแรกในปี 1954 (53 ปีก่อน!) รวม 1 พันชุด ปีต่อมา จัดพิมพ์เป็นรูปเล่มหนังสือหนา 198 หน้า ซึ่งก็กลายเป็นของขวัญคริสต์มาสที่ขายดีมากในอังกฤษ (ฝรั่งชอบสถิตินะครับ โปรดสังเกต) และปีต่อมา ไปขายที่สหรัฐฯ ก็ขายได้ถึง 7 หมื่นเล่ม (ยืนยันครับ ฝรั่งชอบอ่านชอบดูสถิติ ... จริง จริ๊ง)
ต่อมา ยังมีการขยายแนวทางนำข้อมูลไปทำรายการ TV และพิพิธภัณฑ์อีกด้วย ... เห็นด้วยกับผมไหมครับ ท่านเซอร์แกเกือบเมา (ถ้าเมาแล้ว คงจำอะไรไม่ได้แล้วล่ะครับ - แหะ แหะ) ... จนได้เรื่องใหญ่โตไปทั่วโลกแท้ๆ เชียวครับ
นำชัย
23 ก.พ. 2550
ปล. สนใจอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ลองไปอ่านที่ http://en.wikipedia.org/wiki/Guinness_World_Records นะครับ