|
รูปแรกให้ดูเวทีที่จัดงาน จะเห็นชื่องานเด่นหราคือ งานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับวิถีชีวิตเมืองในหมอก ครั้งที่ 8 จะเห็นสัญลักษณ์ของงานนี้ที่ออกแบบอย่างงดงามเป็นรูปช้างพ่นน้ำ (ตอนแรกดูนึกว่ามี พญานาค ด้วย
)
รูปต่อไปให้ดูตอนตัดสินโครงงานวิทยาศาสตร์ ซึ่งอยู่ในกลุ่มส่งเสริมสุขภาพตามโครงการที่ร่วมทำกับ สสส. (จำชื่อเต็มไม่ได้ครับ ... ย่อจนเคยตัว ;-P) ในรูปเด็กๆ เค้ารายงานผลว่า เอาฮูลาฮูปมาใช้ออกกำลังกายแล้วเกิดผลดีอะไรบ้าง สังเกตดีๆ จะเห็นว่าห่วงฮูลาฮูปบางอันมีการดัดแปลง เช่น เอาผ้ามาพัน (สีส้มๆ ในรูป)

ส่วนรูปนี้ กรรมการกำลังให้คะแนนอย่างหน้ามืด ... เพราะตัวชี้วัดมีเป็นสิบๆ ตัว ... เยอะเอาการ - -

รูปต่อมานี่ ตอนที่ไปสอนและชวนเด็กๆ เล่นเกมส์ดีเอ็นเอ ... ปรากฏว่าน้องๆ เด็กนักเรียนที่เป็นพิธีกรดันประกาศไปว่า หลังพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเสร็จก็จบช่วงเช้า ที่คนล้นโรงยิมที่ใช้ทำพิธี (รายการผมเป็นรายการต่อไป) คนเลยลุกหายไปเกือบหมด เลยต้องไปประกาศตามหลัง ... มีหลุดรอดกลับเข้ามาเท่าที่เห็น

อันนี้เริ่มเล่นเกมส์ ... จะเห็นเด็กๆ ขะมักเขม้น ... ไม่แน่ใจเหมือนกันน้องตัวกระเปี๊ยกขนาดนี้เข้าใจคำถามดีแค่ไหนเหมือนกัน เพราะผมฟังมาจากน้องคนประสานงานว่า เด็กๆ ที่เข้าฟังน่าจะเป็นกลุ่ม ม.ต้น กับ ม.ปลาย เกมส์ก็เลยออกแบบสำหรับชั้นมัธยมเป็นส่วนใหญ่ ... เพราะไม่นึกว่าจะมีประถมเยอะ - -



น้องผู้หญิงคนนี้เป็นหนึ่งในรายแรกๆ ที่เป็นผู้กล้ามาท้าชิงรางวัล

ยังมีอีกหลายรูป เอาไว้ต่อทีหลังนะครับ
นำชัย
28 ก.พ. 2551
ปล. สอนเด็กประถมกับเด็กมัธยมต้นนี่สนุกดีครับ มัธยมปลายนี่ ... ถ้าเป็นต่างจังหวัดจะยังสนุกอยู่ แต่ถ้าเป็นในกรุงจะไม่ค่อยสนุกแล้ว เพราะดูเหมือนเด็กๆ จะ "ลดความอยากเรียนรู้" และ "การมีปฏิสัมพันธ์" กับวิทยากรลงมากแล้ว ... เกิดอะไรขึ้นกับระบบการศึกษาของเราก็ไม่รู้นะครับ (หรือว่าแค่อคติส่วนตัวก็ไม่รู้นะครับ) ไม่ต้องพูดถึง ป.ตรี ป.โท-เอก ... ที่สอนไม่สนุกเอาเสียเลย ... ถามอะไรก็ตอบในใจกันหมด - - "
เพิ่งสังเกต รูปอุลตร้าแมนที่ขึ้นอยู่ตรงชื่อบล็อก รู้สึกคุ้นๆยัไงไม่รู้
เหมือนว่าเคยเอามาโพสต์ไว้
ใช่รึเปล่าคะ ไม่แน่ใจ
ยินดีมากเลยครับที่ อ. นำชัย เอารูปมาลงในบล๊อก แอบปลื้มมากเลยนะครับเนี่ย :)
จริงๆ ที่นี่น่าสนใจมากครับ เคยมีศึกนักศึกษากับเจ้าหน้าที่มหาลัยมาแล้วเรื่องต้นไม้่นี่แหละ เพื่อนคนนึงเล่าว่ามีอยู่ครั้งหนึ่ง มหาลัยมีมติให้ตัดต้นไม้ออกเพื่อสร้างตึกใหม่ พอข่าวออกมาเท่านั้นแหละ นักศึกษากลุ่มใหญ่ก็ขึ้นไปกินนอนอยู่บนต้นไม้่กันทันที
เรียกว่าถ้ากล้าตัด นักเรียนก็ตกลงมาบาดเจ็บ เป็นข่าวอื้อฉาวแน่นอน
ได้ยินมาว่าภายหลัง มหาลัยก็ยอมแพ้ ... ต้นไม้จึงยังเขียวขจีเป็นป่าดงดิบแบบนี้แหละครับ :)
อ ตั้งข้อสังเกตได้ดีมากเลยครับ เพราะก็เป็นที่น่าสนใจทีเดียวครับ ห้องปฏิบัติการแห่งชาติหลายๆ แห่งของอเมริกา ซ่อนตัวอยู่ในป่า ถ้าเห็นภาพของเบิร์กเล่ย์แล็บ ที่ผมทำงานอยู่แล้ว จะยิ่งน่าสนใจครับ เพราะมันไปปลิกวิเวกอยู่บนเขาในป่าเหมือนสำนักสงฆ์ หรือวัดป่าในเมืองไทยเลยครับ(ยูซีอยู่เชิงเขา เบิร์กเล่ย์แล็บ อยู่บนยอดเขาน่ะครับ)
แต่น่าเสียดายที่นี่ไม่ค่อยจะยอมให้คนนอกที่ไม่ได้ทำงานในนั้นเข้าไปเยี่ยมชม ยามดุมากกกกกก ขนาดเด็กเบิร์กเล่ย์แท้ๆ จะขอเข้าไปชมยังยุ่งยากเลย (เอาเป็นว่าไว้มีโอกาสจะถ่ายรูปมาให้ชมกันนะครับ อันนั้น ป่าของจริงเลยล่ะ)
--
ถ้าจะพูดถึงเรื่องราวของศาสนากับมหาวิทยาลัย ที่นี่เทียบไม่ได้เลยกับมหาลัยรุ่นบุกเบิกประเทศอย่างเยล หรือว่าเวอร์จิเนียอ่ะครับ
แถวนั้น โบสถ์กับมหาัลัยอยู่ด้วยกัน ทั้งแคมปัสมีโบสถ์คริสต์กระจายอยู่ทั่วไป ถ้ากะไม่ผิดไม่น่าจะต่ำกว่าสิบแห่ง คนแถบนั้นส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์ลัทธิพิวริแทนซึ่งยึดมั่นในพระเจ้าเป็นอย่างมาก มีองค์กรทางศาสนาอยู่มากมายที่ช่วยเหลือสังคม ทำคุณประโยชน์ ลดอาชญากรรม สอนเด็กให้เป็นคนดี (เหมือนโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ที่ปัจจุบันแทบจะไม่มีใครส่งลูกไปเรียนแล้ว เพราะไม่เกี่ยวกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย) ทำใ้ห้ทั้งสังคม ศาสนา การศึกษาในแถบนั้นหลอมรวมกันอย่างแยกไม่ออก
ขนาดแคมปัสเก่าของเยล (Yale Old Campus) ซึ่งตอนนี้เป็นหอพักนักเรียน ยังมีโบสถ์ที่แอคทีฟตั้งสองโบสต์อยู่ในนั้น ลองจินตนาการสิครับว่าศาสนามีอิทธิพลมากขนาดไหนในสังคมของเขา เอาเป็นว่าผมไม่เคยเห็นหอพัก มหาวิทยาลัยไหนที่เมืองไทยมีวัดอยู่สองวัดในตัวหอพักเลยนะครับ :P
เอาเป็นว่าไว้ว่างๆ จะมาเม้าต่อนะครับ
แต่วันนี้ขอไปปลื้มต่อก่อนครับ ดีใจมากเลยครับ ที่อาจารย์เอามาลงในเว็บ
ขอบคุณนะครับ อาจารย์นำชัย และน้องโฮปัน สำหรับคำชมรูปภาพ :D
ขอบคุณ น้อง hopun กับคุณ yalie ที่แวะมาทักทาย รวมไปถึงร่วมแบ่งปันความรู้ความคิดเห็น (แถมยังเป็นต้นเชื้อให้มีเรื่องมาคุยกัน
) ... ลองนึกๆ ดู ก็นึกไม่ออกเหมือนกันครับว่า ... มหาวิทยาลัยที่มีวัดในตัวหอพัก ... จะมีบ้างไหมหนอ? อะไรจะสนิทแนบแน่นขนาดนั้นเนอะ!
ถ้าวันเสาร์ น้อง hopun อยู่ในงาน NAC2009 ก็ลองโทร.ดูก็ได้ครับ อาจจะเจอกันในงานครับ
สวัสดีค่ะ เห็นดร.นำชัยเมื่อตอนเย็นแล้วก็คิดว่าคงเหนื่อยน่าดู
แต่ก็ยังยิ้มได้อีก หุหุเป็นนักสู้จริงๆ
มีของมาฝากไว้ให้อ่านกัน เป็นการเขียนระบายอารมณ์ของรูมเมทที่อยู่ปี 1 เหมือนกัน รู้สึกว่าเวลาอ่านแล้วรู้สึกดี ทั้งๆที่ตอนอยู่ด้วยกันก็เห็นว่าไร้สาระทั้งคู่พอได้มาเห็นอะไรแบบนี้แล้วก็มีมุมมองที่ต่างออกไปเลย
ลองอ่านดูนะคะไม่รู้ว่าจะรู้สึกเหมือนกันรึเปล่า แต่ว่าหนูคิดว่าการใช้ภาษาของเพื่อนหนูเข้าขั้นดีเลยทีเดียว
ณ 03.57 น.
"ความคิดเพ้อเจ้อนั้น อาจจะเป็นแค่มนุษย์เท่านั้นที่มี"
ในเช้าวันหนึ่งที่ข้าพเข้ายังไม่มีโอกาสได้หลับ หลายๆครั้งที่ความคิดมักจะวอกแวกออกนอกเส้นทาง
หากเปรียบความคิดเหมือนคนเดินทาง ก็คงจะเป็นคนที่เอาแน่นอนไม่ได้
เหมือนจะมีเข็มทิศและแผนที่กันหลงได้ทุกเมื่อ แต่เมื่อหลงไปแล้วก็มักจะกลับไปได้ยาก
เพราะอะไรอย่างงั้นหรือ? นั้นก็เพราะว่าเมื่อหลงทางไปเรามักจะคิดว่าเดี๋ยวเราก็กลับมาที่เดิมได้
ทั้งๆที่ลำบากแทบตายที่จะกลับมายืน ณ ที่ปัจจุบันอีกครั้ง
กับอดีต...
เรามักอยากจะเลือกที่ไม่อยากจำมากกว่า ถ้าหากทำได้ก็แทบอยากจะลบมันทิ้ง
ทุกคนล้วนมีความทรงจำอันไม่น่าพิสมัยทั้งสิ้น แม้ว่าจะเป็นยาจกหรือเศรษฐี
แต่บางคนก็สามารถอยู่กับมันได้ โดยไม่เอื้อนเอ่ยมันออกมา
แต่สำหรับบางคนกลับคร่ำครวญถึงมันทุกเช้าเย็น
ข้าพเจ้ารู้ว่าอีกสักสองชั่วโมง แสงสว่างของวันใหม่ก็จะปรากฎ
แต่ข้าพเจ้าไม่รู้ว่าอีกสองชั่วโมงที่กำลังมาจะทำให้ข้าพเจ้าหายหลงทางในความคิดของตัวเองหรือเปล่า
เพราะบางครั้ง กว่าข้าพเจ้าจะกลับมาเป็นคนอย่างที่คนอื่นเห็น
ก็แทบจะสิ้นใจก่อนถึงปลายทางเดิม
"
เดินวกเดินวนบนหนทาง
ที่ขนานระหว่างจริงและความฝัน
เสมือนว่าจะมิเคยบรรจบกัน
ขนานฝัน กั้นจริง เพียงพริบตา
ข้ามิรู้ว่าความคิดวกวนนัก
วนเวียนมักย้อนยลยากค้นหา
หากจัดความคิดได้ใจคงพา
สติมาประคองตนบนความจริง
.....
แต่เมื่อหลงไปบนทางคู่ขนาน
เสมือนว่าคุ้นเคยเพราะเคยฝัน
จับคลำรูปคลุกคลีไปกับมัน
แต่ฉับพลันก็พบว่ามันไม่จริง
ตั้งสติก้าวออกสู่ทางกลับ
เหม่อมองลับความฝันอันจางหาย
เพ้อละเมอไปกับใจเสียมากมาย
แทบจะตายเมื่อจากมายังอาวรณ์
.....
ไออุ่นเอ๋ยที่เคยชิดสิเน่หา
ใยพัดมาให้ใจข้าระรัวระหลัว
อยากจะลืมความรักนั้นที่ข้ากลัว
รักสลัวของอดีตแห่งความจริง
.....
ถ้าชอบก็เข้าไปอ่านได้นะคะ เพื่อนหนูบอกว่าให้มีคนอ่านแล้วก็ทิ้งคอมเม้นไว้ให้เยอะๆ
ขอบคุณ จิ (จิราภรณ์ ศรีแจ่ม)http://asuji7832.exteen.com
แวะเวียนเข้ามาบอกว่า ไม่แน่ใจนามสกุลเพื่อนตัวเองว่าเป็น ศรีแจ่ม รึเปล่า
อ่านะ
จำไม่ได้ค่ะ
สวัสดีและขอบคุณ คุณ chidchaba คุณ dove คุณ hopun คุณ gcm945 คุณ anet882 คุณ Z-1 และคุณ tsunmi นะครับ
ผมขอลบข้อความของคุณ movs นะครับ เพราะแอบทำ link โฆษณามาด้วย ...ไม่น่ารักเอาซะเลย ... มีพื้นที่อื่นในวิชาการที่สามารถโฆษณาหรือทำ link ได้ตรงๆ หรือแม้แต่จะเขียน blog ใหม่ก็ยังได้ครับ ไม่จำเป็นต้องโฆษณาแอบแฝงแบบนี้เลย ... ทำให้เจ้าของ blog เซ็งเปล่าๆ ครับ ![]()
ขอบคุณ คุณ talkofthetown และคุณ Rongsak3dr ครับ ![]()
สวัสดีและขอบคุณ คุณ SofaSoCool ครับ ![]()
สวัสดีและขอบคุณ คุณ teayza33 คุณ steven 555 และคุณ yimnaurk นะครับ
สวัสดีครับอาจารย์
ไม่ได้แวะมาหานานเลย
เผอิญว่าไปเข้าค่ายของคณะ แล้วก็ไปต่อพัทยา
เหอๆๆ
ตะลอนทัวร์
ยังไงก็ขอให้มีความสุขมากๆ นะคับ
คุณ SofaSoCool คงไม่ได้อ่านหรอกมั้งครับ มัวแต่ขายโซฟา ท่าทางจะขายดีนะครับ
วันนี้จัดการล่าล้างพวกแฝงโฆษณาไปได้ทั้งเว็บไซท์รวม เกือบ 20,000 ความเห็นครับ ถ้าใครเห็นอะไรที่ผิดปกติเหมือนที่คุณ mrspammer เห็น รบกวนแจ้งกันเข้ามานะครับ ขอบคุณครับ
ว้าว
พวกโฆษณาหายไปแล้ว
แล้วจะช่วยประกาศนะจ๊ะ ^^
อ่านเเล้วได้กลับมาคิดถึงชีวิตตัวเองเลยครับ
สวัสดีค่ะ
กว่าจะเม้นได้
อิอิ
สวัสดีและขอบคุณทุกท่านที่เข้าพูดคุย โดยไม่แอบโฆษณา (อิอิ) ... ขอบคุณ อ.อ๊อฟและน้องๆ ทีมงานวิชาการดอทคอม มากนะครับ ที่จัดการ "ทำความสะอาด" blog ให้นะครับ ... อ่อนใจจริงๆ ครับ ... แม้แต่การทำความดีด้วยการแบ่งปันกลับให้สังคมอย่างจริงใจและให้เปล่า ก็ยังเป็นเป้าหมายให้คนแอบใช้ประโยชน์อย่างหน้าไม่อาย ... ทำให้นึกถึงคำท่านพุทธทาสที่ว่า ถ้าศีลธรรมไม่กลับมา โลกาจะวินาศครับ ![]()

1 2) อนุโมทนา
แต่จะดีกว่าถ้าตั้งเป็นกระทู้ใหม่ที่ vservice
ขอบพระคุณ อ.นำชัยนะครับสำหรับคำติชม
ไม่น่าเชื่อว่า เจ้าของนิยาม อะตอม (ที่ขยายจากลิวซิปปุสอีกที) จะเป็นคนกล่าวคำคมบทที่ อ.เอามาลง
น่าสนใจว่า เขาน่าจะมีผลงานอย่างอื่นอี่ก
ส่วนคำคมอันหลังนี้....![]()


|
||||||
![]() |
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง |