|
กลับมาเขียนบล็อกด้วยความคิดถึงอย่างแรง (หุหุหุ ;-P)
กลับมาวันฤกษ์ดีเสียด้วย ฤกษ์ วันตอแหลโลก (April Fools Day) เสียด้วย เลยทำให้อดไม่ได้ที่จะพูดถึงหนังสือเล่มหนึ่งคือ โลกตอแหล ของคุณเยาวนันท์ (สำนักพิมพ์มติชน) ด้วยเหตุที่ผมตามอ่านนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์อยู่เป็นประจำ ทำให้ได้อ่านเรื่องต่างๆ ในหนังสือ "โลกตอแหล" เล่มนี้อยู่หลายเรื่อง แต่ก็ออกจะกระพร่องกระแพร่งไปบ้าง ตามแต่ปริมาณเวลาและงานในแต่ละช่วงเวลา พอสำนักพิมพ์มติชนจัดการรวมเล่ม ผมก็เลยรีบซื้อมาอ่าน โดยพลัน (สำนวน บก.บห. มติชนสุด เค้า)

ถ้าใครไปอ่านเล่มนี้ก็จะเห็นว่า มีบันทึกการโกหกไว้อย่างหลากหลายจริงๆ กลุ่มคนที่คาดได้ว่าน่าจะโกหกกันเป็นว่าเล่นเช่น นักการเมือง นักการทหารในสมัยโบร่ำโบราณ (ไม่กล้าพูดถึงสมัยนี้ ... มันเสียวน่ะครับ
) เช่น เรื่องปดของเนโร, นโปเลียน, จอร์จ วอชิงตัน, นักการเมืองอเมริกันที่ไปโกหกปล้นดินแดนคนอินเดียนพื้นเมือง ไปจนถึงนักคิดนักเขียนคนดังอย่าง อริสโตเติล, เฮมิงเวย์ หรือนักผจญภัยที่เป็นวีรบุรุษของหลายๆ คน คือ โคลัมบัส และอเมริโก เวสปุซซี
ถ้าคุณคิดว่านี่ยังไม่ถึงใจ ก็ยังมีเรื่องที่หลายคนรับไม่ได้ เช่น ประวัติศาสตร์อันเกรียงไกรของชาติอย่างศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง ก็ถูกหลายคนมองว่าเป็นประดิษฐกรรมที่สร้างขึ้นในสมัยรัชการที่ 4 นี่เอง นอกจากนี้ ก็ยังมีเรื่องทางศาสนา (ถ้ามีใครที่เคร่งศาสนาเอาไปโจมตี ... หนังสือคงจะดังขึ้นอีกมาก ;-P) เช่น ในไบเบิลเอง ก็ระบุเรื่องของปีเตอร์ผู้โกหกว่าไม่รู้จักพระเยซู ศึกชิงมรดกของยาโคบต้นตระกูลยิว ไปจนถึงการวิจารณ์เรื่องที่มาของอภิธรรมปิฎกว่าอาจจะไม่ใช่ของจริง ... แต่เสริมแต่งภายหลังเพื่อเพิ่มแรงศรัทธาในหมู่คนที่ไร้ปัญญา!
ยังมีอีกเยอะนะครับรวมทั้งเหตุการณ์นองเลือด 6 ต.ค. 2519 และกรณีข้อสอบเอ็นทรานซ์รั่วในปี 2547
แต่ขอตั้งข้อสังเกตตามวิสัยหนอนหนังสือที่เป็นคนวิทย์ว่า ผมพยายามมองเชื่อมเรื่องการโกหกกับกลไกการป้องกันตนเอง (self defense mechanism) แบบมาตรฐานที่ฝรั่งใช้คำว่า fight or flight (ลุยหรือหลบ) ซึ่งอธิบายว่า ในกรณีที่ต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่คนมองว่าเป็น ภัย แล้ว ก็ต้องเลือกระหว่างการสู้ - ถ้าประเมินว่าพอจะมีโอกาสสู้ได้ ... หรือไม่ก็หนี - หากรู้แน่ว่าสู้ก็เจ็บหรือตายแน่
แต่ในกรณีของการโกหกนั้น ผมมองว่าบางทีมันเป็นได้ทั้งสองอย่าง แต่บางทีมันก็ก้ำกึ่งระหว่างการลุยหรือหลบ คือบางครั้งการโกหกก็ทำไปเพื่อหลีกเลี่ยงความผิดที่ทำไว้ (หลบ) บางครั้งก็เป็นการกล่าวหาฝ่ายตรงข้ามหรือใส่ร้ายป้ายสีเพื่อหวังผลอยากให้ฝ่ายตรงข้ามพินาศ (ลุย) แต่ในบางครั้งก็มีวาระที่ซับซ้อนกว่านั้น เช่น โกหกเพราะละโมบ (เช่น โกหกว่าไม่ได้โกงภาษี, ไม่ได้แอบไปซื้อที่ดินเก็งกำไรเพราะรู้ข้อมูลวงใน ฯลฯ ทั้งๆ ที่ตั้งอกใจตั้งใจทำ เพราะมีตรวจพบหลักฐานเท็จ) หรือมีกระทั่งโกหกเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ เช่น โกหกคนใกล้ตัวว่าเป็นเนื้องอกและรักษาได้ ทั้งๆ ที่เป็นมะเร็ง และบางทีอาจถึงขั้นระยะสุดท้ายที่รักษาไม่ได้ด้วยซ้ำ เคยได้ยินบางคนพยายมจัดให้การโกหกแบบนี้ต่างออกไปจากแบบอื่นๆ โดยเรียกเป็น โกหกสีขาว (white lie) ... แต่ไม่แน่ใจว่า ฝรั่งมังค่าจะเข้าใจคำนี้จริงๆ หรือเปล่านะครับ
อ่านเล่มนี้แล้วก็เห็นแจ้งในสัจธรรมตามคำนำของผู้เรียบเรียงคือ คุณเยาวนันท์ที่ว่า ... เชื่อมั้ยว่า โลกใบนี้หมุน (ไป) ได้ด้วยแรงโกหก
นำชัย
1 เม.ย. 2551
ปล. ทำให้สบายใจขึ้นอีกนี๊ดนึงว่า ไม่ใช่เราเท่านั้นที่เป็นดั่งควายที่ถูกผู้หญิงคนหนึ่งหลอกมาเป็นเวลาหลายปี ... คนอื่นๆ เค้าก็หลอกลวงกันตลอดเวลา และในทุกสถานที่เลยทีเดียว!
ขอบคุณสมาชิกหน้าใหม่ๆ ที่แวะทักทายกันนะครับ ![]()
ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ ครูป้อม
เห็นช่วงนี้ ครูป้อมก็ขยันอัพเดทหน้า blog อยู่เหมือนกันนะครับ
มีคนเข้าไปดูไม่น้อยเสียด้วย
ขอบคุณมากครับ ครูป้อม ![]()
เป็นแนวคิดที่น่าสนใจดีครับ คุณ KUCHIKI NAMTIP
ถ้าหมั่นอัพเดทข้อมูล และคัดกรองเอาที่น่าเชื่อถือ
จะเป็นแหล่งรวมข้อมูลที่ดีได้ครับ ถ้าไม่รู้จะหาข้อมูลจากไหน
ผมแนะนำให้เริ่มจากเว็บ http://www.sciencedaily.com/
เพราะมีข่าวเยอะดี และอัพเดทบ่อย ... ขอให้สนุกครับ
นำชัย
ขอบคุณครับ คุณ vaseline
คงอีกสักพักครับ
ขอชื่นชมคุณนำชัย สร้างสรรค์ผลงานด้วยใจที่ทุ่มเทเพราะว่ากว่าจะเขียนได้ขนาดนี้ไม่ใช่เรื่อง่าย กว่าจะเป็นะบรรทัด เป็นบท ต้องใช้ทั้งความรู้ ความสามารถ เวลา ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ทรัพยากรมากมาย ที่สำคัญคือจิตใจที่มีแต่ให้ เสียดายหากคุณนำชัยจะไปจริง


|
||||||
![]() |
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง |