นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย (ตัวประหลาด กับ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ (8)) | วิชาการ.คอม

นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย

วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ภูมิปัญญา ความหรรษา และคุณค่าของชีวิต
ผู้เขียน: Namchai BioTec ชมแล้ว: 21,749,803 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 16 January 2007, 5:03 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sat 3 April 2010, 6:00 am
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด
สารบัญ
1-20 | 21-40 | 41-60 | 61-80 | 81-100 | 101-120 | 121-140 | 141-160 | 161-180 | 181-200 | 201-220 | 221-240 | 241-260 | 261-280 | 281-300 | 301-320 | 321-340 | 341-360 | 361-380 | 381-400 | 401-420 | 421-440 | 441-460 | 461-480 | 481-500 | 501-520 | 521-540 | 541-560 | 561-580 | 581-600 | 601-620 | 621-640 | 641-660 | 661-680 | 681-700 | 701-720 | 721-740 | 741-753


หน้าที่ 361 - ตัวประหลาด กับ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ (8)

จากที่ได้กล่าวไปแล้วในตอนก่อนว่า การพัฒนาร่างกายจนครบถ้วนสมบูรณ์เป็นเรื่องละเอียดซับซ้อน จึงเป็นไปได้ไม่ยากที่หากเราจะพบสัตว์หน้าตาประหลาดอย่างในรูปข้างล่างนี้ ที่ชาวบ้านขนานนามว่าเป็น “หมามีงวง”!                              

 

พอมีคำว่า “งวง” ก็เลยทำให้นึกถึง “ช้าง” ขึ้นมาตะหงิดๆ ... จากนั้นก็เลยทำให้นึกเลยเถิดต่อไปว่า ถ้าเป็นคนมีงวงบ้างจะเป็นอย่างไร ... คำตอบคือ – ก็คงจะได้ฉายาเป็น “มนุษย์ (งวง) ช้าง (the elephant man)” เป็นแน่แท้ แต่ถ้าเป็นชื่อแบบนี้ก็มีคนเอาไปทำเป็นหนังตั้งแต่ปี ค.ศ. 1980 โน่นแล้ว


จะเห็นจากโปสเตอร์ว่า ผู้สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ขายอารมณ์สะเทือนใจอย่างเต็มที่ จากคำพูดที่เขียนไว้ว่า “ผมไม่ใช่สัตว์! ผมเป็นมนุษย์! ผม ... เป็น ... คน

หลายคนอาจจะพอเคยได้ยินว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างขึ้นจากชีวิตจริงของผู้ชายคนหนึ่ง ชื่อจริงของเขาก็คือ โจเซฟ แครีย์ เมอร์ริก (1862-90) แต่รู้จักกันมากกว่าในชื่อ จอห์น เมอร์ริก (John Merrick) ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้เรียกในหนังสือชื่อ The Elephant Man and Other Reminiscences (1923) ของคุณหมอที่มีโอกาสตรวจเขาคือ หมอเฟรเดอริก ทรีฟส์ (ภายหลังได้รับยศเป็นเซอร์ด้วย)


ประวัติของจอห์น เมอร์ริก ในวิกิพีเดียภาคภาษาอังกฤษ - เขียนเล่าไว้อย่างน่าสนใจและน่าสะเทือนใจ เขาเกิดมาเป็นคนในแบบที่เพลงน้องพลับเคยว่าไว้ว่า “ใครๆ ก็ไม่รักผม ... (แม้แต่พัดลมยังส่ายหน้าเลย)” ... เขาเกิดมาพร้อมกับความพิกลพิการที่ทำให้แม้แต่คนในครอบครัวก็รู้สึกรังเกียจ ภายหลัง เขาหนีออกจากบ้านร่อนเร่ไป ก็ยังถูกหลอกใช้นำไปโชว์ตัวแล้วโกงค่าแรง (เออหนอ คนหน้าตาปกติแต่ทำไมใจผิดปกติทำได้เพียงนี้หนอ) ฯลฯ

เสียดายว่าผมไม่มีโอกาสดูภาพยนตร์เรื่องนี้ (หรือดูแต่จำไม่ได้เสียแล้ว เพราะ ... หลายปีเต็มทีดีดัก) แต่ในวิกิพีเดียระบุว่า เขาเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุคอหักเนื่องจากความพยายามที่จะนอนหงายแบบคนทั่วไป ทำให้น้ำหนักศีรษะกดทับจนทำให้กระดูกคอเคลื่อนและเสียชีวิตในที่สุด

ครับ ... เขาเป็นผู้ชายหนึ่งในไม่กี่คนในโลกนี้ ... ที่ไม่สามารถแม้แต่จะนอนแบบคนปกติธรรมดาทั่วไป!


 


แต่ยังโชคดีนะครับที่ได้ทราบว่า แม้ว่าแทบจะตลอดชีวิตของเขา ดูจะมืดมนและขมขื่น ซึ่งก็ทำให้บางครั้ง เขาดูเป็นคนเก็บกดและฉุนเฉียว แต่ในช่วงสุดท้ายของชีวิต เขายังโชคดีที่ได้รับการอุปการะจากราชวงศ์ และมีความสุขมากขึ้น ... จนถึงกับมีโอกาสออกไปวาดรูปหรือแม้แต่มีอารมณ์สุนทรีย์จนคิดแต่งกลอน!

แต่ว่าสิ่งที่หลายคนคงอยากจะรู้ก็คือ จอห์น เมอร์ริก “มนุษย์ช้าง” คนนี้ มีรูปร่างหน้าตาพิกลพิการเช่นนั้นได้อย่างไร? เป็นกรรมเก่าหรือไฉน? ตอนหน้า พ่อหมอ (หมายถึง หมอนี่นะครับ – ฮา) จะเฉลยให้ฟังครับ


นำชัย

http://www.biotec.or.th/Guru/

22 เม.ย. 2551

ปล. แม้ว่าจะได้ชื่อว่า "elephant man" แต่ดูจากรูปแล้ว ... ก็อาจจะงงกันว่า ดูยังไงๆ ก็ไม่เห็นจะเหมือนช้างตรงไหนเลย ... เอ ... หรือว่าผมจะมีตาหรือจินตนาการไม่ดีพอหว่า




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด

จำนวน 976 ความเห็น, หน้า | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | 32 | 33 | 34 | 35 | 36 | 37 | 38 | 39 | 40 | 41 | 42 | 43 | 44 | 45 | 46 | 47 | 48 | 49 |
ความเห็น 82 14 ส.ค. 2550 (11:04)
;)
sineenart
ร่วมแบ่งปัน182 ครั้ง - ดาว 164 ดวง

ความเห็น 83 15 ส.ค. 2550 (09:44)
:))
Namchai BioTec
ร่วมแบ่งปัน370 ครั้ง - ดาว 31 ดวง

ความเห็น 84 16 ส.ค. 2550 (16:46)
เยี่ยมครับ ผมชอบเรื่อง "ก่อนจะไปลงประชามติกัน มีใครบอกผมได้ไหมว่า ... " มาก
jumo
ร่วมแบ่งปัน3680 ครั้ง - ดาว 351 ดวง

ความเห็น 85 17 ส.ค. 2550 (08:51)
ขอบคุณครับ คุณ jumo

คิดแล้วเชียวว่า ต้องมีคนคิดแบบเดียวกัน - หุ หุ ;-P
Namchai BioTec
ร่วมแบ่งปัน370 ครั้ง - ดาว 31 ดวง

ความเห็น 86 21 ส.ค. 2550 (12:00)
อาจารย์คะ เห็นรูปไดโนเสาร์สเตโกซอรัส ที่ปราสาทหินในเขมรหรือยัง

มาได้ยังไง ? งง



(อ่านเจอในคอลัมน์ของ ปริญญา ผดุงถิ่น ในมติชนสุดสัปดาห์เล่มล่าสุด)



เรื่องราวในสังคมโลกนี้มีอะไรมากมายที่ยังไม่รู้จริง ๆ
sineenart
ร่วมแบ่งปัน182 ครั้ง - ดาว 164 ดวง

ความเห็น 87 21 ส.ค. 2550 (18:30)
49339
อันนี้ก็ดีนะครับ
jumo
ร่วมแบ่งปัน3680 ครั้ง - ดาว 351 ดวง

ความเห็น 88 21 ส.ค. 2550 (18:31)
ว่าแต่อาจารย์นำชัยนำข้อมูลเหล่านี้มาจากไหนบ้างครับ
jumo
ร่วมแบ่งปัน3680 ครั้ง - ดาว 351 ดวง

ความเห็น 89 21 ส.ค. 2550 (19:56)
คุณ sineenart ครับ ... มีคำแนะนำทางวิทยาศาสตร์ (บางคนบอกว่าเป็น "กฎ") อยู่อันหนึ่งครับที่ใช้การได้ดีมาก ใจความว่า ... คำอธิบายที่ง่ายและตรงไปตรงมาที่สุด มักจะเป็นคำตอบที่ถูกต้องที่สุด



ดังนั้น ... สำหรับรูปไดโนเสาร์ที่ปราสาทหินนครวัด (ไปดูด้วยตามาแล้ว ... มีจริงๆ ด้วย) น่าจะมาจากคนรุ่นใหม่ (ที่ขี้เล่นน่าดู) ทำเพิ่มไปแปะแทนอันเก่านะครับ เพราะมีการบูรณะมาหลายครั้งแล้ว ใครที่เพิ่งไปไม่นานก็จะเห็นว่ามีหลายส่วนที่ปิดซ่อมอยู่ครับ



สำหรับคุณ jumo ... ผมมักจะบอกแหล่งที่มาไว้กับบทความนั้นอยู่แล้วนะครับ โดยหลักก็มาจากนิตยสารต่างประเทศ (Time, Popular Sciences, Scientific American, etc.) และหนังสือต่างๆ (อันนี้เยอะเกิน ... จาระไนยไม่ไหว) รวมไปถึงเว็บวิทยาศาสตร์ที่ผมเข้าไปดูอยู่ประจำ (เพราะเค้าอัพเดททุกวัน) ทั้ง Nature, Science, New Scientist, Scientific American, BBC, etc. รวมทั้ง Wikipedia ด้วย



บางทีก็มีเว็บไทยด้วยนะครับ เช่น สารคดี, หนังสือพิมพ์ต่างๆ ฯลฯ



สำหรับกฎต่างๆ ที่คุณ jumo ถามนั้น มาจากบทความของ Dr. Carl Sagan ในหนังสือ Billions of Billions Thought on Life and Death at the Brink of Millenium ครับ
Namchai BioTec
ร่วมแบ่งปัน370 ครั้ง - ดาว 31 ดวง

ความเห็น 90 26 ส.ค. 2550 (11:40)
ลาป่วยครับ .... ก็ขอให้ท่าน นำชัยมีสุขภาพแข็งแรง จะได้นำเรื่องดี ๆ มาฝากอีกครับ ส่วนคุณ white_rabbit รู้สึกว่าตัวเลขร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 19 ครั้งจำนวนไม่ขยับครับ
ครู...ชิต
ร่วมแบ่งปัน2626 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็น 91 28 ส.ค. 2550 (16:32)
ขอให้ อ.นำชัยมีสุขภาพแข็งแรงมาก ๆ ครับ
jumo
ร่วมแบ่งปัน3680 ครั้ง - ดาว 351 ดวง

ความเห็น 92 2 ก.ย. 2550 (10:31)
ขอให้หายไวๆ นะครับ
yalie
ร่วมแบ่งปัน141 ครั้ง - ดาว 194 ดวง

ความเห็น 93 3 ก.ย. 2550 (09:22)
ขอบคุณทั้ง 3 ท่านนะครับที่แวะมาให้กำลังใจ (คุณครู...ชิต, คุณ jumo, และคุณ yalie) ... กลับมารายงานตัวตามปกติแล้วครับ
Namchai BioTec
ร่วมแบ่งปัน370 ครั้ง - ดาว 31 ดวง

ความเห็น 94 3 ก.ย. 2550 (10:14)
มาอ่านประสบการณ์จากการพบแพทย์ค่ะ

ตัวเองเคยเจอหลายครั้งเหมือนกันใน รพ. รัฐ บางแห่งค่ะ



หายไว ๆ นะคะ
sineenart
ร่วมแบ่งปัน182 ครั้ง - ดาว 164 ดวง

ความเห็น 95 3 ก.ย. 2550 (16:52)
กลับมาอ่านเรื่อง หมอ vs. หมอผี แล้วครับ
jumo
ร่วมแบ่งปัน3680 ครั้ง - ดาว 351 ดวง

ความเห็น 96 4 ก.ย. 2550 (10:51)
สวัสดีทุกๆท่านนะครับ

ติดตามผลงาน อ.นำชัย(บล็อกนี้)มานานแล้วครับ แต่เพิ่งมีโอกาสมาแวะทักทายตอนนี้ครับ

ขอให้ อ.หายไวๆนะครับ

เรื่อง หมอ-หมอผี เป็นเรื่องตลกที่ไม่ตลกอีกเรื่องหนึ่ง หลายคนคงเคยเจอมาแล้วครับ

แม้แต่ผมก็เคยเจอ

แม้เรื่องนี้จะไม่มีการสอนในโรงเรียนที่ไหน แต่การพูดอย่างมีกาลเทศะ รู้จักใช้มธุรสวาจาก็สำคัญกับหลายๆกรณี และต้องฝึกไว้ครับ (ตอนนี้ผมก็พยายามฝึกอยู่ )

แต่เรื่องนี้ไม่ใหญ่เท่าตอนต้นเรื่อง ที่ อ.กล่าว คือ การทำอะไรล่าช้าเยิ่นเย้อโดยไม่ดูสภาพคนไข้ สักแต่ว่า "ช่างมันเถอะ" ทำเป็นเช้าชามเย็นชาม คล้ายๆปัดสวะไปให้พ้นตัว ซึ่งเราพบบ่อยมากนอกเหนือกับกรณีที่ อ.นำชัยพบครับ

อีกเรื่องคือ หมอรักษาคนไข้โดยดูแต่อาการเจ็บป่วย แต่ไม่ถามสาเหตุ (ลองอ่านบทความนี้ดีๆ จะเห็นว่าหมอถามอาการคนไข้หรือเปล่า นอกเหนือจากพูดๆๆ และก็จ่ายยา)



ดูท่าเรื่องนี้คงต้องคุยกันยาวมาก...ตั้งแต่คุณหมอเองยันไปถึง สกอ.+กระทรวงสาธารณสุข

ส่วนเรื่องหมอไม่ต่างจากหมอผี แก้ได้ถ้าเรามีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโรค อาการเจ็บป่วยและปฏิบัติตนเพื่อไม่ให้เกิดโรค

แต่หลายๆอย่าง เราอาจไม่ทราบ ก็ต้องพึ่งหมออยู่ดี (เช่น โรคทางพันธุกรรม)เพราะเราไม่ได้เรียนมาทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ (หรือเราไม่มีความรู้เพราะไม่ใส่ใจ หรือไม่มีใครบอกไว้น้า...)
ศรีปิงเวียง
ร่วมแบ่งปัน1209 ครั้ง - ดาว 142 ดวง

ความเห็น 97 6 ก.ย. 2550 (09:40)
ขอบคุณ คุณ sineenart คุณ jumo และคุณศรีปิงเวียง (ดีใจจังได้รู้จักชื่อ "ขาประจำ" อีกท่านหนึ่ง ;-P) ที่แวะเวียนเข้ามาให้กำลังใจและทักทายกันครับ



เพื่อความยุติธรรมกับบุคคลที่ 3 ผมขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกนิดนะครับ คือ หมอตาที่ผมไปเจอ ก็ถามคำถาม (ซักประวัติ) อยู่บ้างนะครับ แต่ว่าดูเหมือนว่าแกจะไม่ค่อยสนใจผลจากการซักประวัติสักเท่าไหร่ นั่นก็คือ ถามว่าป่วยมานานหรือยัง อาการเป็นอย่างไร ... แต่พอผมให้ข้อมูลดังที่เขียนเล่าไว้คือ ออกไปลงประชามติแล้วรู้สึกเคืองตา (... และอื่นๆ ต่อจากนั้น) แกก็พูดออกมาอย่างที่เล่าไว้



ความจริงที่ผมพบก็คือ ข้อมูลที่ผมได้จากแพทย์ท่านหนึ่งในงานสมัชชา ว&ท ที่ผ่านมานั้นใกล้ความจริงมากก็คือ จากการสำรวจพบว่า แพทย์มีเวลาให้คนไข้ราว 4-6 นาทีเท่านั้น ... ดังนั้น คงจะคาดหวังจากหมอไม่ได้มากนัก และระบบการให้บริการด้านนี้ของรัฐ (และเอกชนอีกหลายแห่ง) กำลังอยู่ในขั้นวิกฤติแล้ว เรียกได้ว่า เป็นการบริการที่มี "คุณภาพ" ต่ำ



คุณหมอประเวศเคยเขียนไว้ในหนังสือ "บันทึกเวชกรรมไทย" ประมาณว่า ... หมอเดี๋ยวนี้ยุ่งอยู่กับ "การรักษาโรค" จนลืมไปเลยว่ากำลัง "รักษาคนไข้" อยู่



ก็คงจะเป็นอย่างที่คุณศรีปิงเวียงว่า เราต้องหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องความเจ็บป่วยและวิธีป้องกันตัว ... ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และก็ทำใจเผื่อไว้ด้วยอีกส่วนหนึ่งเพราะว่า โรคนั้นมีหลายประเภท บางประเภทไม่ไปพบแพทย์แผนปัจจุบันก็หายได้เอง (ไข้หวัดธรรมดา) บางโรคไปพบจะดีกว่า เพราะจะหายเร็วและไม่เกิดโรคแทรกซ้อน หรือถ้าไม่ไปอาจเสียชีวิตได้ เพราะร่างกายไม่สามารถต่อสู้กับโรคเหล่านั้นได้ดีนัก (โรคติดเชื้อต่างๆ)



และอีกบางโรคที่ไปพบก็ไม่มีประโยชน์อะไร ... เพราะแพทย์ปัจจุบันไม่สามารถรักษาได้ เช่น เอดส์หรือมะเร็งขั้นท้ายๆ



อ้อ ... ที่ผมเขียนเรื่องนี้ ไม่ได้เขียนด้วยอาการ "เคียดแค้น" นะครับ แต่เป็นการเขียนด้วยอาการ "สมเพชเวทนา" ทั้งคนไข้ (คือตัวผม) และหมอพยาบาล และด้วย "อารมณ์ขันประชดประชัน" หรือ "ตลกร้าย" แบบที่ฝรั่งเรียกว่า satiring หรือ black comedy (ลองไปหาภาพยนตร์เรื่อง Life is Beautiful มาดู แล้วจะเข้าใจว่าผมกำลังพูดถึงอารมณ์ประมาณไหน)



ปัญหาอาจจะไม่ได้อยู่ที่โรงเรียนแพทย์เท่านั้น ... แต่คำถามอาจจะกว้างขนาดว่า "สังคม" อะไรแบบไหนกันที่สร้าง "คนในสังคม" ซึ่งพิกลพิการทาง "ความรู้สึก" ได้มากขนาดนี้!
Namchai BioTec
ร่วมแบ่งปัน370 ครั้ง - ดาว 31 ดวง

ความเห็น 98 6 ก.ย. 2550 (17:04)
การลงโทษ ทำให้เกิดการเปลี่ยนพฤติกรรม ? ผมว่าไม่จริงนะครับ ดังตัวอย่างเช่น นักโทษที่ปล่อยไปหลังถูกจำคุกแล้ว กลับทำความผิดอีก ที่ อ.นำชัยนำภาพมาให้ดู
jumo
ร่วมแบ่งปัน3680 ครั้ง - ดาว 351 ดวง

ความเห็น 99 6 ก.ย. 2550 (17:44)
นั่นแหละครับ คุณ jumo ที่บอกไว้ในเนื้อหาหน้า 171 คือ กระบวนการลงโทษที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน มีส่วนทำให้นักโทษจำนวนหนึ่งเปลี่ยนพฤติกรรมได้ แต่นักโทษอีกส่วนหนึ่ง เมื่อออกไปแล้วก็ยังทำผิดซ้ำซากอยู่ ... ซึ่งก็แสดงว่า วิธีการลงโทษที่ใช้อยู่ไม่ได้ผล (ซึ่งก็ต้องปรับการลงโทษให้เหมาะสมมากขึ้น) ... แต่ก็ไม่เคยมีการพูดถึงการลงโทษ "แบบอื่น" ที่ดีกว่าแบบเดิม เช่น เคยติดคุกแล้วทำผิดซ้ำ ก็ยังใช้วิธีการส่งเข้าไปติดคุกอีก ซึ่งก็คงพอจะเดาได้ว่าไม่น่าจะประสบความสำเร็จมากเท่าใด เป็นต้น (สำหรับในหน้า 120 นั้น เคยพูดถึง "ความหละหลวม" ของกระบวนการยุติธรรมที่ส่ง "คนบริสุทธิ์" จำนวนหนึ่งเข้าไปอยู่ในคุก)
Namchai BioTec
ร่วมแบ่งปัน370 ครั้ง - ดาว 31 ดวง

ความเห็น 100 7 ก.ย. 2550 (21:31)
สวัสดีดีค่ะ เพิ่งเข้ามาเล่นวิชาการได้ไม่นาน พอเห็นบล็อกของ ดร.นำชัยปุ๊บก้เข้ามาดูเลย ดร.นำชัยเก่งจังค่ะ ชอบทุกเรื่องที่ ดร.นำชัยเขียนนะคะ ขอบคุณพี่ๆทีมงานทุกคนที่สร้างวิชาการขึ้นมา ขอบคุณอาจารย์ทุกท่านที่ให้ความกรุณาให้ความรู้ในหลายๆด้าน ขอบคุณ ดร.นำชัยมากๆที่สอนและให้ความรู้ในหลายๆเรื่อง หนูเป็นแฟนคลับ ดร.นำชัยจาก นิตยสาร อัพเดทนะคะ สวัสดีทุกคนค่ะ
hopun
ร่วมแบ่งปัน162 ครั้ง - ดาว 171 ดวง

ความเห็น 101 11 ก.ย. 2550 (08:52)
ขอบคุณ คุณ hopun ครับ (ตอนนี้ถ้าใครมาเห็นหน้าผมก็จะบอกได้ว่า "หน้าบาน" จนแทบจะปริแล้วละครับ )


อย่างไรก็ดี ... อย่าเรียกว่า "สอน" เลยนะครับ ผมเพียงแต่คิดว่าถ้าจะมีอะไรที่ทดแทนคุณสังคมกลับได้บ้าง (หลังจากรับทุน พสวท. ที่มาจากภาษีอากรประชาชนไทยอยู่หลายปี) เช่น การสละเวลาและแรงสติปัญญาเผยแพร่ความรู้และความคิดที่อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยทำให้สังคมไทยเข้าใกล้ความเป็น "สังคมใฝ่รู้" และ "สังคมความรู้" (อีกสักคืบสักศอกก็ยังดีครับ) โดยมีวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นเครื่องสนับสนุน


ฝากช่วยแนะนำบอกต่อกันไปนะครับ ให้ช่วยเข้ามาอ่านและแสดงความคิดเห็น ... โดยประสบการณ์ ผมพบว่าการพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้และความคิดเห็น (แม้ว่าจะต่างกันแบบสุดขั้ว) โดยมีเจตนาดีเป็นที่ตั้ง ก่อให้เกิด "พลัง" และ "ความคิดสร้างสรรค์" ใหม่ๆ ได้มากเลยครับ
Namchai BioTec
ร่วมแบ่งปัน370 ครั้ง - ดาว 31 ดวง






Namchai BioTec
(ดร. นำชัย ชีววิวรรธน์)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 25,226 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 7 ปี
แบ่งปันความรู้ 370 ครั้ง
ได้รับดาว 31 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

Blog อื่น ๆ ของผู้เขียน




Google  
ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
อีเมล : star@vcharkarn.com
โทรศัพท์ : 02-9620127
Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
Page generated in0.3357 seconds !