มีการลองนำเทคนิค MRI (Magnetic Resonance Imaging) มาตรวจสอบดูว่า ก่อน, ระหว่าง และหลังการเขียนบล็อกมีสมองส่วนไหนบ้างที่แอกทีฟ ก็พบว่ามีกิจกรรมของเซลล์สมองต่างบริเวณกันทั้งสามช่วงเวลา ... ก็เลยมึนกันไปตามระเบียบ แต่ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ ส่วนที่แอกทีฟนั้นอยู่ในสมองที่ลึกลงไปมาก ทำให้ศึกษาต่อด้วยเทคนิคอื่นๆ ได้ลำบากอีกต่างหาก

ภาพจาก http://www.blogoklahoma.com/blog.asp?P=Blog&M=3&Y=2008
นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวถึงผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของสมองและป่วยเป็นโรคที่เกี่ยวกับการพูด ทั้งพูดไม่หยุดหรือหยุดพูดไปเลย ซึ่งก็อาจจะมีบางส่วนเกี่ยวพันกับสมองส่วนที่ทำงานขณะที่เขียนบล็อกก็ได้
สรุปว่าตอนนี้นักวิทยาศาสตร์รู้ว่า การเขียนบล็อกอาจส่งผลดีบางอย่าง แต่ภาพยังมัวๆ ว่าทำไม!
นำชัย
30 พ.ค. 2551
ปล. เมื่อวานตอนเช้าไปพูดเรื่องเกี่ยวกับตำนานเรือบีเกิ้ลให้น้องๆ ที่เข้าร่วมคัดตัวในค่ายวิวัฒนาการของ บ้านวิทยาศาสตร์ หรือในชื่อเดิมคือ ค่ายวิทยาศาสตร์ถาวร ที่อยู่ในสังกัด สวทช. ฟัง (เอาไว้จะมาเล่าให้ฟังครับว่า พูดอะไรไปบ้าง) น้องๆ ฟังกัน ตาแป๋ว มีคำถามดีๆ และตอบคำถามยากๆ กันได้พรึบพรับ ... ดีใจที่เห็น อนาคตของชาติ (อย่างน้อยส่วนหนึ่ง) ที่ดูมีความหวังแบบนี้ครับ
น้องๆ สองคนในกลุ่มนี้จะได้รับการคัดเลือกไปเยี่ยมชม
ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ ครูป้อม
เห็นช่วงนี้ ครูป้อมก็ขยันอัพเดทหน้า blog อยู่เหมือนกันนะครับ
มีคนเข้าไปดูไม่น้อยเสียด้วย
ขอบคุณมากครับ ครูป้อม ![]()
เป็นแนวคิดที่น่าสนใจดีครับ คุณ KUCHIKI NAMTIP
ถ้าหมั่นอัพเดทข้อมูล และคัดกรองเอาที่น่าเชื่อถือ
จะเป็นแหล่งรวมข้อมูลที่ดีได้ครับ ถ้าไม่รู้จะหาข้อมูลจากไหน
ผมแนะนำให้เริ่มจากเว็บ http://www.sciencedaily.com/
เพราะมีข่าวเยอะดี และอัพเดทบ่อย ... ขอให้สนุกครับ
นำชัย
ขอบคุณครับ คุณ vaseline
คงอีกสักพักครับ
ขอชื่นชมคุณนำชัย สร้างสรรค์ผลงานด้วยใจที่ทุ่มเทเพราะว่ากว่าจะเขียนได้ขนาดนี้ไม่ใช่เรื่อง่าย กว่าจะเป็นะบรรทัด เป็นบท ต้องใช้ทั้งความรู้ ความสามารถ เวลา ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ทรัพยากรมากมาย ที่สำคัญคือจิตใจที่มีแต่ให้ เสียดายหากคุณนำชัยจะไปจริง

