|
เปิดตอนมาคราวนี้ ผมให้ดูป้ายจารึกหน้าหลุมฝังศพของกัปตันพริงเกิล สโตกส์ ถ้าใครสายตาดีอาจจะอ่านออกว่า เค้าเขียนอธิบายไว้ด้วยว่า เสียชีวิตเนื่องจากความกังวลใจ (anxiety) และความยากลำบาก (hardships) จากการเดินทางไปสำรวจ “ปฐพีเพลิง” นั่นเอง
กัปตันสโตกส์เริ่มเกิดอาการซึมเศร้าเมื่อเดินทางไปถึงช่องแคบแมกเจลแลน และขังตัวเองอยู่ในห้องพักถึง 14 จนในที่สุด วันที่ 2 ส.ค. 1828 แกก็ตัดสินใจยิงตัวตาย ... แต่ช่างเป็นคนที่น่าสงสารอะไรเช่นนั้น ... แกทรมานอยู่อีกนานถึง 12 วันจึงเสียชีวิตลง!
โรเบิร์ต ฟิทซ์รอย ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกัปตันคนใหม่ของเรือ Beagle ชั่วคราว ก่อนนำเรือกลับสู่ประเทศอังกฤษในวันที่ 14 ต.ค. 1830 ... อันเป็นการสิ้นสุดการเดินทางและโศกนาฏกรรมสำคัญของเรือ
ปีต่อมา (ค.ศ. 1831) กัปตันฟิทซ์รอยได้รับมอบหมายให้นำเรือหลวง Beagle ออกเดินทางสำรวจรอบโลก (คราวนี้รอบโลกจริงๆ และทำได้สำเร็จในที่สุดเสียด้วย) ฟิทซ์รอยวางแผนการเดินทางเป็นอย่างดี เริ่มจากการปรับปรุงเรือใหม่ เช่น มีการยกพื้นสูงขึ้นและปรับความกว้างเพื่อเพิ่มจำนวนห้องพักและพื้นที่เก็บ “ตัวอย่าง (samples)” จากการสำรวจ
ฟิทซ์รอยเองสนใจด้านวิศวกรรมอยู่ไม่น้อย แกสั่งให้นำอุปกรณ์ที่น่าจะมีประโยชน์ต่อการสำรวจติดไปด้วยจำนวนมากทีเดียว เช่น อุปกรณ์ที่เรียกว่า “โครโนมิเตอร์ (chronometer)” ที่ใช้กำหนดตำแหน่งเส้นแวงและเวลาได้ (เอาไป 22 เครื่องทีเดียว!) นอกจากนั้น ยังมีเครื่องชื่อไม่เคยได้ยินคือ “ซิมไพโซมิเตอร์ (sympiesometer)” ซึ่งเป็นบารอมิเตอร์ (barometer) หรือเครื่องวัดความกดดันบรรยากาศชนิดไม่ใช้ปรอทอีก 5 เครื่อง เป็นต้น
ที่สำคัญยิ่งกว่าการปรับปรุงเรือและติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มก็คือ การเตรียมพร้อมด้านบุคลากรและจิตใจ เพราะกัปตันฟิทซ์รอยนั้น นอกจากเป็นประจักษ์พยานการจากไปของกัปตันคนแรกของเรือแล้ว คุณลุงของเขาเองก็ยังเสียชีวิตจากสาเหตุเดียวกันอีกด้วย การควบคุมลูกเรือให้มีความเคารพรัก แต่ไม่เล่นหัวกันจนเกินเลย และภารกิจที่ต้องเห็นแต่ท้องน้ำกับท้องฟ้าแทบจะตลอดเวลานี่ ... ชวนให้ซึมเศร้าได้ไม่ยากเลยนะครับ
เขาจึงมีเรื่องขอร้องกับกัปตันรุ่นพี่คือ ฟรานซิส บัวฟอร์ท (Francis Beaufort) ... ชื่ออ่านยากนิดนึง ผมอาจจะสะกดผิดก็ได้นะครับ อาจจะเป็น “เบาฟอร์ท” หรือ “เบียวฟอร์ท” – ต้องรอเช็คกับฝรั่งชาติอังกฤษดูก่อน ... แต่เพื่อการจดจำได้ง่ายๆ นามสกุลของแกจะจำได้ง่ายขึ้นหากคุณนึกหน้าและชื่อของ “บัวชมพูฟอร์ด” แล้วตัด “ชมพู” ออกทีหลัง (ฮา)
ฟิทซ์รอยขอร้องให้บัวฟอร์ทหาสุภาพบุรุษสักคนเพื่อมาเป็น “เพื่อนร่วมทาง (companion)” พูดคุยและพักด้วยกันและคอยทำหน้าเป็น “นักธรรมชาติวิทยา (naturalist)” ประจำเรืออีกตำแหน่งหนึ่งด้วย ซึ่งในที่สุด เขาคนนั้นก็จะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากชาร์ลส์ ดาร์วิน ผู้ทำให้การเดินทางรอบโลกของ Beagle ในคราวนี้ กลายเป็น “ตำนาน” ที่คนกล่าวขานถึงจนถึงปัจจุบัน
นำชัย
10 มิ.ย. 2551
ขอบคุณสมาชิกหน้าใหม่ๆ ที่แวะทักทายกันนะครับ ![]()
ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ ครูป้อม
เห็นช่วงนี้ ครูป้อมก็ขยันอัพเดทหน้า blog อยู่เหมือนกันนะครับ
มีคนเข้าไปดูไม่น้อยเสียด้วย
ขอบคุณมากครับ ครูป้อม ![]()
เป็นแนวคิดที่น่าสนใจดีครับ คุณ KUCHIKI NAMTIP
ถ้าหมั่นอัพเดทข้อมูล และคัดกรองเอาที่น่าเชื่อถือ
จะเป็นแหล่งรวมข้อมูลที่ดีได้ครับ ถ้าไม่รู้จะหาข้อมูลจากไหน
ผมแนะนำให้เริ่มจากเว็บ http://www.sciencedaily.com/
เพราะมีข่าวเยอะดี และอัพเดทบ่อย ... ขอให้สนุกครับ
นำชัย
ขอบคุณครับ คุณ vaseline
คงอีกสักพักครับ
ขอชื่นชมคุณนำชัย สร้างสรรค์ผลงานด้วยใจที่ทุ่มเทเพราะว่ากว่าจะเขียนได้ขนาดนี้ไม่ใช่เรื่อง่าย กว่าจะเป็นะบรรทัด เป็นบท ต้องใช้ทั้งความรู้ ความสามารถ เวลา ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ทรัพยากรมากมาย ที่สำคัญคือจิตใจที่มีแต่ให้ เสียดายหากคุณนำชัยจะไปจริง


|
||||||
![]() |
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง |