|
สัตว์สำคัญที่ผมกล่าวถึงไว้ในตอนก่อนว่า เป็นสัตว์ที่ทำให้ดาร์วินประหลาดใจ และหันมาคิดจริงจังเรื่องทฤษฎีวิวัฒนาการด้วยการคัดสรรตามธรรมชาติก็คือ นกฟินช์ (finch) หรือในชื่อไทยว่า “นกจาบปีกอ่อน” (ตอนเรียนก็ไม่เคยรู้หรอกนะครับว่ามีชื่อไทยแบบนี้ มารู้ตอนที่แปลหนังสือ “จากอณูถึงอนันต์ วิทยาศาสตร์ต้องรู้” แล้ว บก.ของ สนพ. สารคดี เค้าไปหามาให้)
ในรูปจะเห็นนกฟินช์แบบต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในเกาะต่างๆ ในหมู่เกาะกาลาปากอส โดยจุดสำคัญที่เห็นความแตกต่างชัดเจนและเชื่อมโยงความสัมพันธ์ไปยังสิ่งแวดล้อมได้อย่างน่าสนใจก็คือ ปากของนกฟินช์นี่เอง เรื่องนี้ทำให้มีงานวิจัยในยุคหลังที่ “ตามรอย” ไปย้อนสำรวจนกฟินช์ เป็นโครงการระยะ 20 ปีโดยเริ่มจากปี 1970 และในที่สุด ก็ทำให้ได้หนังสือชื่อ “จงอยปากนกฟินช์ (The beak of the finch)” ซึ่งได้รางวัลพูลิตเซอร์ด้วย ผู้เขียนก็คือ โจนาธาน ไวเนอร์ (Jonathan Weiner)
ผมยังไม่มีโอกาสได้อ่านเล่มนี้นะครับ แต่ได้ยินมาว่าเป็นเล่มสำคัญที่นักชีววิทยาหรือนักวิวัฒนาการทั้งหลายใช้ตอบโต้ข้อกล่าวหาว่า ทฤษฎีวิวัฒนาการอ้างว่าต้องใช้เวลานานมากในการพัฒนารูปร่างลักษณะต่างๆ ของสิ่งมีชีวิตต่างๆ ดังนั้น เป็นแค่ทฤษฎีที่ยากจะพิสูจน์ แต่ข้อมูลในเล่มนี้พิสูจน์ว่าระยะเวลาสั้นๆ แค่ทศวรรษเดียวก็มากเกินพอแล้ว ที่จะแสดงว่ามีวิวัฒนาการเกิดขึ้นจริงจากแรงกดดันต่างๆ ของสภาพแวดล้อม (รายละเอียดอยู่ด้านล่างครับ)
สไลด์ด้านล่างนี้ ผมให้ดูผลงานวิจัยบางส่วนเกี่ยวกับนกฟินช์ มาดูด้านซ้ายกันก่อนนะครับ จะเห็นได้ไม่ยากว่าระยะเวลาแค่ 4-5 ปีที่รวบรวมข้อมูลภาคสนามก็แสดงให้เห็นชัดเจนว่า จำนวนนกฟินช์แปรตามจำนวนปริมาณเมล็ดพืชในพื้นที่อย่างเห็นได้ชัดเจน ที่น่าสนใจยิ่งไปกว่านั้นก็คือ หากดูทางด้านขวาของสไลด์จะเห็นได้ว่า เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลปี 1976 กับ 1978 ที่ห่างกันเพียง 2 ปี แต่ปี 1978 เกิดความอดอยากมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ก็จะเห็นได้ว่าช่วงระยะ “ความลึกของจงอยปาก (beak depth)” โดยเฉลี่ยขยับมากขึ้นเกือบ 1 มม. ... เรียกว่าเป็น “วิวัฒนาการแบบทันตาเห็น” ก็คงพอจะได้!
อันที่จริงแล้ว นอกจากนกฟินช์แล้ว สัตว์อื่นก็มีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเช่นกัน เช่น คนในพื้นที่บางคนว่า เพียงแค่ดูลวดลายของเต่าก็บอกได้แล้ว มาจากเกาะย่อยใดของหมู่เกาะกาลาปากอส!
พบข้อมูลจากในอินเทอร์เน็ตว่า ตามตำนานของเกาะนี้คือ ตอนที่มีคนเข้าไปพบครั้งแรกมีเต่าเต็มไปหมด จึงตั้งชื่อว่า "เกาะเต่า" หรือในภาษาพื้นเมืองว่า "กาลาปากอส" นั่นเอง
ดังนั้น นี่เป็นอีกครั้งหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า บ่อยครั้งที่ความจริงกองอยู่ต่อหน้าเรานี่เอง ... อยู่ที่ว่า เราจะสามารถ “มองเห็น” ความจริงเหล่านี้ได้หรือไม่ – ก็เท่านั้น
นำชัย
18 มิ.ย. 2551
วันนี้วันพระ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7 มี “ของฝาก” เช่นเคยครับ
ที่มา: หนังสือ “เรื่องที่ต้องรู้หรือควรรู้” โดย ท่านพุทธทาสภิกขุ, สำนักพิมพ์อตัมมโย

ภาพหยิบยืมมาจาก http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=yyswim&group=12&month=05-2006&date=27&gblog=7
“ ... ธรรมชาติมี 4 ความหมายคือ ตัวธรรมชาติเอง ตัวกฎของธรรมชาติ ตัวหน้าที่ตามกฎของธรรมชาติ ตัวผลที่เกิดตามหน้าที่ หน้าที่นั้นคือพระธรรม ธรรมะแปลว่าหน้าที่ หน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติให้ถูกต้อง ... ปฏิบัติให้ถูกต้องตามหน้าที่ รุ้จักว่าเรามันเกี่ยวข้องกันอยู่กับธรรมชาติ ซึ่งมีอยู่ 4 ความหมาย เราคนเดียวก็เป็นอย่างนี้ คนอื่นก็เป็นอย่างนี้ ทั้งโลกทั้งจักรวาลก็เป็นอย่างนี้ ...
ฉะนั้น อยากจะมีความเจริญรุ่งเรือง เป็นสุขสบาย ก็ทำหน้าที่ให้ถูกต้องตามกฎของธรรมชาติ เกือบจะทุกวัน วันละหลายๆ คน มาขอพรๆ อาตมานึก โอ้ มันบ้าแล้ว พวนนี้มันบ้าแล้ว มันให้พรๆ กันจนจะไม่โกดังจะเก็บ ยังมาขอพรอีก พรอย่างนั้น ฉันไม่มีหรอก มีพรแท้จริงคือหน้าที่ คือปฏิบัติหน้าที่ ปฏิบัติหน้าที่ให้ถูกต้อง แล้วก็จะเกิดเป็นพรแท้จริงของพระพุทธเจ้า เป็นผลดี ผลจริงขึ้นมา ... “
ขอบคุณสมาชิกหน้าใหม่ๆ ที่แวะทักทายกันนะครับ ![]()
ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ ครูป้อม
เห็นช่วงนี้ ครูป้อมก็ขยันอัพเดทหน้า blog อยู่เหมือนกันนะครับ
มีคนเข้าไปดูไม่น้อยเสียด้วย
ขอบคุณมากครับ ครูป้อม ![]()
เป็นแนวคิดที่น่าสนใจดีครับ คุณ KUCHIKI NAMTIP
ถ้าหมั่นอัพเดทข้อมูล และคัดกรองเอาที่น่าเชื่อถือ
จะเป็นแหล่งรวมข้อมูลที่ดีได้ครับ ถ้าไม่รู้จะหาข้อมูลจากไหน
ผมแนะนำให้เริ่มจากเว็บ http://www.sciencedaily.com/
เพราะมีข่าวเยอะดี และอัพเดทบ่อย ... ขอให้สนุกครับ
นำชัย
ขอบคุณครับ คุณ vaseline
คงอีกสักพักครับ
ขอชื่นชมคุณนำชัย สร้างสรรค์ผลงานด้วยใจที่ทุ่มเทเพราะว่ากว่าจะเขียนได้ขนาดนี้ไม่ใช่เรื่อง่าย กว่าจะเป็นะบรรทัด เป็นบท ต้องใช้ทั้งความรู้ ความสามารถ เวลา ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ทรัพยากรมากมาย ที่สำคัญคือจิตใจที่มีแต่ให้ เสียดายหากคุณนำชัยจะไปจริง


|
||||||
![]() |
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง |