|
คราวนี้เป็นตอนจบของการ “ย้อนรอยตำนานเรือบีเกิ้ล” แล้วนะครับ
ภายยหลังจากเดินทางไปกับเรือบีเกิ้ลในปี ค.ศ. 1831-36 รวม 5 ปี จากเดิมที่คาดกันว่าน่าจะใช้เวลาไม่เกิน 2 ปี ดาร์วินกับเรือบีเกิ้ลและพลพรรครักเอย – เอ๊ย - พลพรรคลูกเรือกับกัปตันฟิทซ์รอยก็เดินทางกลับสู่ประเทศอังกฤษโดยสวัสดิภาพ
ตอนที่ออกเรือ ดาร์วินเป็นเพียงชายหนุ่มคนหนึ่งที่มองไม่เห็นว่า อนาคตตนเองจะมุ่งไปทางใด แต่ในบางแหล่งอ้างอิงระบุว่า เมื่อกลับถึงอังกฤษ เขาไม่ได้ “โนเนม” อีกต่อไปแล้ว เพราะตลอดการเดินทาง เขาส่งตัวอย่างสิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์กลับไปให้ผู้เชี่ยวชาญในอังกฤษจัดจำแนก ซึ่งก็ทำให้พบว่ามีสัตว์สปีชีส์ใหม่ๆ อยู่มากมายในภูมิภาคที่ยังไม่เป็นที่รู้จักกันดีนักในขณะนั้น นอกจากนี้ เขายังได้สานสัมพันธ์กับเหล่าผู้เชี่ยวชาญและได้เพิ่มพูนความรู้ตนเองจากประสบการณ์ที่ได้จากการสังเกตอย่างละเอียดลออถี่ถ้วน
ที่น่าสนใจก็คือ นิสัยประจำตัวอย่างหนึ่งที่ทำให้ดาร์วินได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อคือ ดาร์วินเป็นคนที่ชมชอบการเขียนจดหมายหามิตรสหายและคนไม่รู้จัก ซึ่งประโยชน์อย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ กรณีที่สามารถใช้จดหมายนี่เองเป็นหลักฐานอ้างอิงว่า ได้พูดคุยและคิดเรื่อง “ทฤษฎีวิวัฒนาการผ่านการคัดสรรตามธรรมชาติ (Evolution theory by natural selection)” กับมิตรสนิทบางคนก่อนวอลเลซจะเขียน “บทคัดย่อ” ฉบับประวัติศาสตร์เรื่องเดียวกันมาหาเขา – นานถึง 20 ปี!
นึกถึงเรื่องนี้แล้วเทียบกับเด็กๆ สมัยนี้ที่พิมพ์ M แชทกันบ้าง เขียน M ส่งผ่านมือถือกันบ้าง แม้แต่ส่งการ์ดต่างๆ ก็เป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์กันเสียหมด ... อีกหน่อยพออายุเยอะ อาจจะเสียดายว่าไม่มีอะไรที่พอให้เก็บและ "เตือนความจำ" ถึงอดีตอันหอมหวานหรือเจ็บปวดได้เลย ... ก็เป็นได้
สำหรับเรือบีเกิ้ล ยังมีการเดินทางออกสำรวจโลกอีกครั้งในปี 1837 คราวนี้ เรือมีภารกิจไปสำรวจแถบชายฝั่งของดินแดนใหม่ใต้อาณัติของอังกฤษคือ ประเทศ (และทวีป) ออสเตรเลีย ซึ่งก็ได้กัปตัน จอห์น ซี. วิคก์แฮม (John C. Wickham) ที่เคยไปกับการเดินทางในรอบแรกและรอบที่ 2 ด้วย
ผลจากการสำรวจครั้งสุดท้ายนี้ ทำให้ได้ที่ระลึกสำคัญคือชื่อ “อ่าวบีเกิ้ล”, “ท่าดาร์วิน” และแม้แต่ “เมืองดาร์วิน” ในออสเตรเลีย จึงกลายเป็นเรื่องแปลกเมื่อออสเตรเลียกลายเป็นประเทศใหม่ว่า มีชื่อสถานที่ที่มีต้นกำเนิดมาจากชื่อคนและชื่อเรือของอังกฤษ (มากกว่าในอังกฤษเอง?) ไปซะงั้น!
ผมจบการพูดครั้งนั้นด้วยสไลด์สุดท้ายว่า ... ความที่พูดถึงเรื่อง "เรือ" ผมก็นึกไปถึงอาขยานเก่าแก่ "วิชาเหมือนสินค้า ... " ซึ่งน่าจะมีความหมายสำหรับน้องๆ ที่เป็นนักเรียน นักศึกษา ว่าจะขับเคลื่อน "เรือชีวิต" ให้สำเร็จได้อย่างไร
นำชัย
20 มิ.ย. 2551
ปล. อาขยานเต็มๆ ตามที่ค้นได้จากเน็ต ... ลองเทียบกับความทรงจำแล้ว คิดว่าน่าจะไม่ผิดนะครับ
วิชาเหมือนสินค้า อันมีค่าอยู่เมืองไกล ต้องยากลำบากไป จึงจะได้สินค้ามา จงตั้งเอากายเจ้า เป็นสำเภาอันโสภา ความเพียรเป็นโยธา แขนซ้ายขวาเป็นเสาใบ นิ้วเป็นสายระยาง สองเท้าต่างสมอใหญ่ ปากเป็นนายงานไป อัชฌาศัยเป็นเสบียง สติเป็นหางเสือ ถือท้ายเรือไว้ให้เที่ยง ถือไว้อย่าให้เอียง แล่นเลาะเลี่ยงข้ามคงคา ปัญญาเป็นกล้องแก้ว ส่องดูแถวแนวหินผา เจ้าจงเอาหูตา เป็นล้าต้าฟังดูลม ขี้เกียจคือปลาร้าย จะทำลายให้เรือจม เอาใจเป็นปืนคม ยิงระดมให้จมไป จึงจะได้สินค้ามา คือวิชาอันพิศมัย จงหมั่นมั่นหมายใจ อย่าได้คร้านการวิชา
หมายเหตุ
ล้าต้า คือ คนถือบัญชีเรือสำเภา
by Visoot Prasitsiriwongse — last modified 2005-11-18 17:23
http://www.oeadc.org/caution/plonearticle.2005-11-18.5753911555
ขอบคุณสมาชิกหน้าใหม่ๆ ที่แวะทักทายกันนะครับ ![]()
ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ ครูป้อม
เห็นช่วงนี้ ครูป้อมก็ขยันอัพเดทหน้า blog อยู่เหมือนกันนะครับ
มีคนเข้าไปดูไม่น้อยเสียด้วย
ขอบคุณมากครับ ครูป้อม ![]()
เป็นแนวคิดที่น่าสนใจดีครับ คุณ KUCHIKI NAMTIP
ถ้าหมั่นอัพเดทข้อมูล และคัดกรองเอาที่น่าเชื่อถือ
จะเป็นแหล่งรวมข้อมูลที่ดีได้ครับ ถ้าไม่รู้จะหาข้อมูลจากไหน
ผมแนะนำให้เริ่มจากเว็บ http://www.sciencedaily.com/
เพราะมีข่าวเยอะดี และอัพเดทบ่อย ... ขอให้สนุกครับ
นำชัย
ขอบคุณครับ คุณ vaseline
คงอีกสักพักครับ
ขอชื่นชมคุณนำชัย สร้างสรรค์ผลงานด้วยใจที่ทุ่มเทเพราะว่ากว่าจะเขียนได้ขนาดนี้ไม่ใช่เรื่อง่าย กว่าจะเป็นะบรรทัด เป็นบท ต้องใช้ทั้งความรู้ ความสามารถ เวลา ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ทรัพยากรมากมาย ที่สำคัญคือจิตใจที่มีแต่ให้ เสียดายหากคุณนำชัยจะไปจริง


|
||||||
![]() |
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง |