วันนี้ป่วยครับ โดนฝนตอนกลับบ้านมาสองวัน ... ผล - "เสร็จ" ครับ ... เริ่มเจ็บคอ เลยนอนพักซะหน่อย ก่อนที่จะเป็นมากไปกว่านี้
ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีโอกาสจัดบ้านและจัดกองหนังสือที่บ้าน ทำให้ “มหาสมบัติ” (รวมกับ “มหาขยะ” – อิอิ) บางส่วน รวมไปถึงสิ่งต่างๆ ที่เป็น “ความหลังและความฝันเก่าๆ” ที่ซุกซ่อนอยู่ ก็ค่อยๆ โผล่ออกมาให้เห็น
วันนี้ขอนำ “เพชร” เม็ดหนึ่งมาแจกครับ เป็นบทความเก่าๆ ของ อ.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ที่เคยตีพิมพ์รวมกับเรื่องอื่นๆ เป็นหนังสือเล่มบางๆ ในชื่อ The Great Collection V ชุดปูชนียบุคคล ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ (เล่มที่ 1) ซึ่งแจกมากับนิตยสาร “คู่แข่งธุรกิจ” ในยุคเศรษฐกิจเฟื่องฟู (พ.ศ. 2535) ที่นิตยสารรายสัปดาห์สามารถพิมพ์หนังสือเล่มเล็กๆ แจกไปกับนิตยสารได้

อ.ป๋วย รัฐบุรุษไทยท่านหนึ่ง (ภาพจากวิกิพีเดีย ภาษาไทย)
บทความที่ผมคัดมาฝากนี้ มีชื่อตามหัวเรื่องข้างต้น มี อ.วิทยากร เชียงกูล เป็นบรรณาธิการ ในเล่มระบุว่าเคยตีพิมพ์ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2510 (แต่ไม่ได้ระบุว่าพิมพ์ที่ใด) แต่มีการพิมพ์อีกครั้งใน “อุโฆษสาร” พ.ศ. 2512 บทความออกจะยาวสักนิด สำหรับการลงบล็อก 1 ตอน ... แต่รับรองว่าถ้าอ่านจนจบ จะรู้สึกคุ้มค่าคุ้มเวลาอย่างแน่นอน แฟนๆ บล็อกที่เป็นนักเรียน นิสิต นักศึกษา ก็ก๊อปไปแบ่งเพื่อนๆ อ่านก็ดี ส่วนคุณครูและอาจารย์ เชิญชวนนำไปฝากศิษย์ทั้งหลายครับ
เรียนเพื่อสอบ หรือสอบเพื่อเรียน หรือเรียนเพื่อเรียน
อ.ป๋วย อึ๊งภากรณ์
---------------------
“ผมได้รับจดหมายจากนักเรียนเก่าของคณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์หลายคน ที่ไปศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัยต่างๆ ในสหรัฐอเมริกา บางคนมักจะบ่นไปในทำนองที่ว่า เรียนที่มหาวิทยาลัยอเมริกันนี้ พวกเขาดูหนังสือกันไม่ใคร่ทัน แม้พวกอเมริกันที่อ่านเร็ว เข้าใจเร็วก็มักจะดูหนังสือตำราไม่ใคร่ทัน เพราะตามมหาวิทยาลัยอเมริกันเขามีสอบไล่ (Examination) และทดสอบ (Test) กันบ่อยๆ ในภาคการเรียนหนึ่ง จะต้องมีการทดสอบหลายครั้ง และมีการสอบไล่อย่างน้อยครั้ง ฉะนั้น ถ้าใครอยากจะสอบไล่ได้ ก็ต้องรีบๆ เตรียมตัวสอบอยู่เสมอ
การอ่านหนังสือตำราเพื่อเตรียมสอบนั้น ก็ต้องอ่านแบบกินข้าวที่เรียกกันว่า ยัด เป็นคำไม่สุภาพ คือ รีบๆ อ่าน ไม่ทันได้ย่อย ไม่ทันได้คิด ฉะนั้น เมื่อสอบเสร็จ แม้ว่าสอบไล่ได้คะแนนผ่านไป ดีบ้างไม่ดีบ้าง วิชาความรู้ที่ได้จากการอ่านเตรียมสอบนั้น มักจะบินกลับไปคืนสู่อาจารย์คืนสู่ตำรา มักจะไม่ติดตัวผู้อ่าน ลืมหมดบ้าง ถ้าเป็นเช่นนี้จริง ผมก็ต้องปลงสังเวชว่า นี่เขาเรียนกันเพื่อสอบ ไม่ใช่เรียนเพื่อแสวงวิชา
ในหน้าที่คณบดีที่ธรรมศาสตร์ มีอาจารย์บางท่านปรารถกับผมว่า ที่อาจารย์สอนนั้น ใคร่จะมีการทดสอบเก็บคะแนนไว้บ้างสำหรับนักศึกษา ในระหว่างที่สอนอยู่ เอาไปบวกกับคะแนนสอบไล่ปลายภาคการศึกษา ผมก็เรียนถามอาจารย์นั้นว่า เพราะเหตุใด มักจะได้คำตอบว่า ถ้ามีการทดสอบละก็ นักศึกษาจะขะมักเขม้น ขยันอ่านตำรา และฟังคำบรรยาย ถ้าไม่มีการทดสอบนักศึกษามักจะเนือยๆ ไป อ่านบ้างไม่อ่านบ้าง ฟังบ้างไม่ฟังบ้าง ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ผมก็ปลงสังเวชว่า นี่เขาสอบเพื่อให้เรียน แล้วก็เรียนเพื่อสอบ ไม่ใช่เรียนเพื่อแสวงวิชา
พอปลงสังเวชดังๆ ให้อาจารย์ฟัง อาจารย์ท่านหนึ่งก็ต้องตอบว่า นักเรียนของเราไม่เหมือนกับนักเรียนที่อื่น ถ้าไม่ทดสอบเก็บคะแนนเอาไปรวมกับการสอบไล่ละก้อ นักเรียนเราจะไม่เอาใจใส่ ขาดเรียนบ้าง ไม่เข้าห้องสมุดบ้าง เพราะไปตีกลองกับเดินขบวนเชียร์ ถือเป็นเรื่องสำคัญกว่าการเรียน ดูแต่ที่คณบดีสั่งให้นักศึกษาไปฟังคำบรรยายพิเศษ ซึ่งเชิญศาสตราจารย์ที่มีชื่อเสียงของโลกมาบรรยายซิ ถ้าไม่เกี่ยวกับการสอบไล่ ก็จะไม่ไปฟัง ผมก็ต้องปลงสังเวชว่า อ้อนี่เขาเรียนกันเพื่อสอบ ถ้าไม่สอบก็ไม่เรียน
เมื่อผมเรียนเศรษฐศาสตร์อยู่ที่มหาวิทยาลัยลอนดอนนั้น เขามีภาคการศึกษาปีละสามภาค เรียนสามปีเก้าภาค ถ้าสอบไล่ได้ก็สำเร็จเป็นเศรษฐศาสตร์บัณฑิต ในปีแรกเรียนไปฟังคำบรรยายไป เข้าห้องสมุดอ่านหนังสือตำราไป ภาคแรกก็ไม่ยักมีสอบหรือทดสอบ ภาคสองก็แล้วไม่มีทดสอบหรือสอบไล่ มาสอบกันจริงๆ เมื่อปลายภาคสาม ถ้าสอบได้เขาชมเชยเรียกว่า ผ่านการสอบไล่ชั้นกลาง (intermediate) ไปได้แล้ว พอขึ้นปีสอง มหาวิทยาลัยบอกว่า ปีนี้เธออ่านหนังสือตำราได้ตามชอบใจ ไม่มีสอบเลยทั้งปี ไปสอบเอาปีที่สาม และสอบในตอนปลายปีเสียด้วย
ผมก็เลยย่ามใจ ชอบตำราอะไรก็อ่านไปตามความพอใจ หลักเศรษฐศาสตร์ ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ การเงินการธนาคาร ริคาโดว่าอย่างนี้ มาร์ชาลว่าอย่างนั้น แคนส์มาแปรเป็นอีกอย่าง ฯลฯ อะไรมันถูกอะไรมันผิด เอามาใช้เมืองไทยได้ไหม ยางกับดีบุกพิเศษอย่างไร รถไฟในประวัติเศรษฐกิจมีความสำคัญอย่างไร ทำไมอเมริกาจึงก้าวหน้าไปกว่าอังกฤษหรือยุโรป ทำไมนโยบายเศรษฐกิจจึงขัดกับนโยบายสังคม มุสโสลินีปฏิรูปที่อิตาลีอย่างไรบ้าง และเกี่ยวกับเศรษฐกิจอย่างไร อารยธรรมตะวันตกต่างกับตะวันออกอย่างไร พุทธศาสนาต่างกับศาสนาอื่นอย่างไร ทำไมรัฐบาลอังกฤษจึงมั่นคงเปรียบกับรัฐบาลฝรั่งเศส ฯลฯ ฯลฯ
ผมฟังแล้วอ่าน อ่านแล้วคิด คิดแล้วฟัง ฟังแล้วอ่าน อ่านแล้วถกกับเพื่อน ถกแพ้เพื่อนไปอ่านใหม่ ยังแพ้เพื่อนอยู่อีกก็ถามครู ครูติเตียนกลับไปอ่านใหม่ กลับเอามาชนะครูให้ได้ กลับมาเถียงกับเพื่อนอีก ยิ่งอ่านยิ่งย่ามใจ ยิ่งเถียงยิ่งรู้ตัวว่าจน ยิ่งจนยิ่งขวนขวาย ฯลฯ
พอปลายปีที่สาม ปากก็จัด วิชาก็แน่น ครูออกข้อสอบมา ก็เอาที่อ่านที่เถียงกับเพื่อนกับครู มาบรรยายในคำตอบเป็นฉากๆ ครูบอกว่า วิชาแน่นพอใช้ได้ รับปริญญาเกียรตินิยมได้ ผมมีความพอใจ ผู้ดูแลนักเรียนพอใจ ให้เงินรางวัลยี่สิบห้าปอนด์ไปเที่ยวได้ รัฐมนตรีคลังที่เมืองไทยเจ้าสังกัดมีความพอใจ เพื่อนๆ ปลงสังเวชว่า เจ้าขรัวนี้ เรียนเพื่อเรียน แล้วยังเรียนเพื่อไว้สอบด้วย
คุณทั้งหลายที่เป็นนิสิตแผนกเศรษฐศาสตร์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คุณคงไม่แตกต่างกับลูกศิษย์ของผมที่ธรรมศาสตร์มากนัก เพราะคุณก็รุ่นๆ เดียวกัน ความคิดความอ่านก็คงคล้ายคลึงกัน ผมขอถือวิสาสะถามเหมือนกับที่ถามศิษย์ของผมสักหน่อยเถอะ เราจะเรียนเพื่อสอบ หรือสอบเพื่อเรียน หรือจะเรียนเพื่อเรียน แล้วถึงเวลาสอบก็เหมือนปะเสือ เราก็ชาย (หรือหญิง) ชาติเชื้อ วิชาเกื้อก็จะสู้ดูสักหน จะมุ่งอย่างไรแน่?
คุณจะเลือกอย่างไรเป็นเรื่องของคุณ แต่ถ้าเป็นผม ใครมาประมาทว่า ถ้าไม่สอบแล้วไม่ควรเรียน ผมจะยอมไม่ได้ เพราะเรามามหาวิทยาลัย พ่อแม่หรือผู้อุปการะให้ทุน (ในกรณีของผม ประชาชนทั้งประเทศ) หวังว่าจะให้มาเรียน คติที่พึงยึดถือคือ ไม่เรียนก็อย่าสอบ ไม่ใช่ถ้าไม่สอบก็อย่าเรียน
คณะเศรษฐศาสตร์ มธ.
15 สิงหาคม 2510”
-------------------------
นำชัย
6 ส.ค. 2551
ปล. สมกับเป็นยอดคนจริงๆ ครับ คิดและทำไม่เหมือนคนทั่วไปจริงๆ ... มีทั้งความคิด วินัย และความอุตสาหะ ผิดคนธรรมดาสามัญจริงๆ ครับ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ ครูป้อม
เห็นช่วงนี้ ครูป้อมก็ขยันอัพเดทหน้า blog อยู่เหมือนกันนะครับ
มีคนเข้าไปดูไม่น้อยเสียด้วย
ขอบคุณมากครับ ครูป้อม ![]()
เป็นแนวคิดที่น่าสนใจดีครับ คุณ KUCHIKI NAMTIP
ถ้าหมั่นอัพเดทข้อมูล และคัดกรองเอาที่น่าเชื่อถือ
จะเป็นแหล่งรวมข้อมูลที่ดีได้ครับ ถ้าไม่รู้จะหาข้อมูลจากไหน
ผมแนะนำให้เริ่มจากเว็บ http://www.sciencedaily.com/
เพราะมีข่าวเยอะดี และอัพเดทบ่อย ... ขอให้สนุกครับ
นำชัย
ขอบคุณครับ คุณ vaseline
คงอีกสักพักครับ
ขอชื่นชมคุณนำชัย สร้างสรรค์ผลงานด้วยใจที่ทุ่มเทเพราะว่ากว่าจะเขียนได้ขนาดนี้ไม่ใช่เรื่อง่าย กว่าจะเป็นะบรรทัด เป็นบท ต้องใช้ทั้งความรู้ ความสามารถ เวลา ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ทรัพยากรมากมาย ที่สำคัญคือจิตใจที่มีแต่ให้ เสียดายหากคุณนำชัยจะไปจริง

