|
จู่ๆ ก็มีความสงสัย อยากรู้จักแก๊สน้ำตาขึ้นมา (เอาน่า ... เอาเป็นว่าไม่มีเหตุผลอะไรพิเศษ ;-P) ครั้นพอไปเปิดอ่านบทความที่เกี่ยวข้องในวิกิพีเดียก็ได้รับความรู้ขึ้นมาหลายอย่าง
แก๊สน้ำตา (tear gas) นั้น ศัพท์ทางเคมีเรียกว่าเป็น ลาครีเมเตอร์ (lachrymator) หรือ ลาครีเมเตอรีเอเจนต์ (lachrymatory agent) ที่เห็นศัพท์แปลกๆ สะกดยากก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะมีรากศัพท์มาจาก lacrima ในภาษาละตินที่แปลว่า “น้ำตา” โดยที่สารเคมีในกลุ่มนี้ มักประกอบด้วย CS, CR, CN, โบรโมอะซีโตน (Bromoacetone), ฟีเนซิลคลอไรด์ (phenacyl chloride), ฟีเนซิลโบรไมด์ (phenacyl bromide) และไซลิลโบรไมด์ (xylyl bromide) … บอกชื่อไปเป็นชุด ก็คงไม่มีใครเอาไปผสมเองที่บ้านได้อยู่ดี ;-P
โครงสร้าหลักมักจะมีโครงสร้างเป็น Z=C-C-X โดยที่ Z อาจเป็นธาตุคาร์บอนหรือออกซิเจน และ X อาจเป็นโบรไมด์หรือคลอไรด์

ตัวอย่างกระสุนแก๊สน้ำตา - ภาพจาก http://www.globalsecurity.org/military/library/policy/army/fm/3-23-30/appe.htm
กล่าวโดยย่อๆ ก็คือ เป็นกลุ่มของสารที่ทำให้ระคายเคืองต่อชั้นเมือกของเยื่อหุ้มบริเวณตา, จมูก, ปาก และปอด ผลก็คือ น้ำตาไหล, ไอ, จาม และอาจจะหนักหนาขนาดที่ทำให้ตาบอดชั่วคราวได้ หากมองลึกลงไปอีกว่า ในระดับโมเลกุลล่ะ สารเคมีพวกนี้ไปทำอะไร... ก็มีสมมติฐานว่า สารเคมีพวกนี้โจมตี “หมู่ซัลฟ์ไฮดริล (sulphydry)” ของเอนไซม์บางขนิด แต่กลไกโดยละเอียดยังไม่ทราบชัด
สารเคมีในตระกูลแก๊สน้ำตาใช้งานกันตั้งแต่ยุคสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยสมัยนั้นสารเคมีตัวที่เลือกใช้จะออกฤทธิ์รุนแรงกว่าในปัจจุบัน และสเปรย์พริกไทยที่ทำขายให้คุณสาวๆ ใช้ป้องกันตัว ก็เป็นสารเคมีในกลุ่มนี้เช่นกัน
อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ก็ได้แต่ร้องเพลงโฆษณาว่า ... ดู ดู๊ ดู ... ดูเธอทำ!
นำชัย
8 ต.ค. 2551
ปล. “เธอ” ในประโยคสุดท้ายหมายถึงใคร เดากันเอาเองนะครับ ... คงไม่ยาก ;-P
ว่าจะมาบอกหลายวันแล้ว ... ลืม พอดีงานยุ่งๆ แถมเจ้าฟอสโฟทังสเตตที่เคยไว้ใจได้ ยังมีพฤติกรรมแปลกๆ อีกต่างหาก
เอาเป็นว่า Encyclopedia of life เปิดให้บริการแล้วนะครับ ...
ลองเข้าไปดูกันครับ เป็นแหล่งอ้างอิงที่น่าสนใจทีเดียว ...
อยากอ่านจังครับ ... สเต็มเซลล์ ใกล้คลอดเต็มที ดีใจด้วยครับ
ไว้ถ้ามีโอกาสจะไปช่วยอุดหนุนนะครับ ...
เห็นเขียนถึง E&Y แล้ว นึกถึงเพื่อนเวียดนามผมคนนึงครับ สงสัยต้องเมลล์ไปหาถามสารทุกข์สุกดิบเสียหน่อย
เขาก็ทำงานอยู่ที่ EY ที่ชิคาโก้ครับ ไว้ถ้าเม้าส์แล้วได้อะไรสนุกๆ จะมาเล่าให้ฟังนะครับ ...
ขอบคุณครับ คุณ yalie ... เวลาหนังสือใกล้คลอดนี่ ล้นหน้าตารูปเล่มมากเลยนะครับ ... คล้ายๆ กับคุณพ่อรอเห็นหน้าคุณลูกกระมังครับ ว่าแต่คุณ yalie ไม่สนใจ เอาที่เขียนไว้ตั้งเยอะแยะมารวมเล่มบ้างหรือครับ เพิ่งเห็นที่เขียนอธิบายทฤษฎีใหม่ๆ เกี่ยวกับแวมไพร์ใน "โลกวิทยาศาสตร์" เล่มหลังๆ (เค้าลืมส่งให้ผมมาเกือบครึ่งปี ... นี่เพิ่งรวบยอดส่งย้อนหลังมาให้ ... ก็เลยเพิ่งเห็น ) ....
อ้อ เคยนึกครึ้มๆ จะไปสมัครทำงานกับ EY เหมือนกันครับ อยากรู้วิธีเจาะหาข้อมูลเชิงลึก เพราะข้อมูลทั่วไปนี่หาไม่ยาก บนเน็ตมีเพียบอยู่แล้ว ไอ้เราก็พอจะหาได้หาเป็นอยู่ ... เผื่อจะได้เคล็ดวิชาดีๆ เอามาตั้งบริษัทข้อมูลเจ๋งๆ ของคนไทยมั่ง ... เฮ้อ โครงการที่พันเจ็ดร้อยครับ .. ชีวิตนี้อยากทำอะไรเยอะเกินไปจริงๆ (อิอิ)
สวัสดีค่ะ แวะเวียนเข้ามาอีกจนได้
เหอๆ ถึงหายไปหลายวันแต่ว่าทุกคนก็ยังคุยกันสนุกสนานเช่นเดิม อิจฉาจังง่ะ คุณ Yalie เข้ามาบ่อยขึ้นนะคะ ดีๆ คุยกันหลายๆคนสนุกดี
ตอบคำถามที่คุณ Neverheal ถามเรื่อง O NET ค่ะ คือวิชาที่เพิ่มมา 3 วิชา เป็นศิลปะ ดนตรีนาฏศิลป์ แล้วก็ สุขศึกษา แล้วก็การงานฯค่ะ เนื้อหา ก็พื้นฐานทั่วๆไปตามหนังสือหลักสูตร ข้อสอบปีนี้ไม่ค่อยยากเท่าไหร่ ส่วนคะแนน ออกวันที่ 5 เมษายนค่ะ
สู้ๆนะคะ คุณ Never heal
วันนี้ นำของฝากมาฝากกันด้วยค่ะ ไปดู
ความรักของวงกลมกับสามเหลี่ยม
เรื่องเล่าของวงกลม ...
นานมาแล้ว ... มีวงกลมอยู่วงหนึ่ง
เศษเสี้ยวหนึ่งของมันหายไป

มันกลิ้งไป ... กลิ้งไป
ตามหาเศษเสี้ยวที่หายไปนั้น
มันเจอผู้คนมากมาย
แต่ไม่มีใครเลย ที่จะเติมเต็มมันได้

บางที .. ก็ใหญ่เกินไป
ถ้าฝืน ... ก็จะเจ็บทั้งสองฝ่าย

บางที ... คิดว่าเข้ากันได้
แต่พอจะก้าวไปข้างหน้า ... ถึงได้รู้ว่า 'ไปด้วยกันไม่ได้'

บางที ... เศษเสี้ยวมีหนามแหลมคม
กว่าจะรู้ตัวว่า 'ไม่ใช่'
ก็ได้ทิ้งบาดแผลและความเจ็บปวดมากมายไว้ให้เจ้าวงกลม

มันยังกลิ้งไป ... กลิ้งไป

จนในที่สุด ... ก็ได้พบเศษเสี้ยวของมัน

แล้ววงกลม ... ก็เต็มวง

เรื่องเล่าของสามเหลี่ยม
ยังจำเศษเสี้ยวของวงกลมนั้นได้ไหม?
เสี้ยวรูปสามเหลี่ยม... กำลังตามหาวงกลมของมัน

มันกลิ้งไป ... กลิ้งไป

พบคนมากมาย ...
แต่ไม่มีใครเลย ...ที่เป็นที่ของมัน

นี่ก็ไม่ใช่ ... นั่นก็ยังไม่ใช่

พอเจอคนที่คิดว่าใช่ ...
กลับพบว่า
เขามีส่วนเติมเต็มของเขาอยู่ แล้ว

สามเหลี่ยม ... กลิ้งไป ... กลิ้งไป ...

กลิ้งไป ... กลิ้งไป
จนขอบของมันเริ่มมนลง

ในที่สุดสามเหลี่ยมนั้น
กลายเป็นวงกลม
และพบว่าตัวเอง สามารถกลิ้งไปได้ด้วยตัวของมันเอง
... โดยไม่ต้องการให้ใครมาเติมเต็ม ...

เพื่อนส่งเมลล์มาให้ในวันวาเลนไทน์ค่ะ แต่เพิ่งได้อ่าน เป็นอีกหนึ่งมุมมองในเรื่องความรัก ที่แสดงออกมาได้น่ารักดี
ถ้าว่างก็เข้ามาครับ พยายามจะเข้ามาอ่านบ่อยๆ เผื่อว่าจะได้ฉลาดเหมือน ดร. นำชัยกับเขาบ้างครับ ...
ผมชอบอ่านแนวคิดอาจารย์นำชัยน่ะครับ และชอบอ่านความคิดเห็นของหลายๆ คนด้วย น่าสนใจดี ... อิอิอิ

�
หนังสือ " ไอน์สไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น " มีคนที่เคยอ่านมาแล้ว ให้ความเห็นมากมาย ลองคลิกไปดูได้ที่นี่
http://www.118doctor.com/book/book.htm
) ... เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยมาอ่านและเขียนใหม่ดีกว่านะครับ ... หมดสภาพแล้วครับ ลาไปพักผ่อนแล้วก๊าบบบบบบบบบบบบบบบบ... อยากไปแสดงความดีใจกับพี่จุ๋มจังครับ กับตำแหน่ง รก ผอ ศูนย์ใหม่ของ สวทช
ฟังดูดีจัง หวังว่าคงจะทำให้ประเทศไทยพัฒนาไปได้ไกลๆ ครับ ...
เห็นรูปกอง บก อัพเดทแล้วทำให้คิดถึงอัพเดท สงสัยต้องโทรไปหาบ้างแล้ว ...
อาจารย์นำชัยเป็นกลุ่มผู้บริหารในศูนย์ด้วยหรือเปล่าครับ?
เพิ่งจะได้อ่านการ์ตูนของคุณ hopun ... น่ารักดีจังเลย ... เรื่องของวงกลมวงนั้น เคยอ่านมานานหลายปีแล้ว แต่เรื่องของสามเหลี่ยมชิ้นนั้นก็น่ารักดีนะครับ ... อ่านไปก้มมองตัวเอง ก็เริ่มพบว่า กลมมากขึ้นๆ ... สงสัยว่าในที่สุด จะจบลงแบบ >>> พบว่าตัวเอง สามารถกลิ้งไปได้ด้วยตัวของมันเอง ... โดยไม่ต้องการให้ใครมาเติมเต็ม ... <<< หรือเปล่าหนอ?
ยินดีต้อนรับคุณ nyeb และขอบคุณที่เข้ามาช่วยกันแบ่งปันข้อมูลครับ :)
คุณ yalie ... ผมไม่ได้เป็นกรรมการด้วยหรอกครับ แต่พี่จุ๋มเค้าเชิญไป เผื่อว่ามีข้อมูล ประสบการณ์ หรือแนวคิดอะไรจะแบ่งปันกันได้ครับ ... อันที่จริง ยังกับคืนสู่เหย้าศิษย์เก่าอัพเดทแน่ะครับ คุณเปิ้ลก็ไป บก.ถั่วก็ไป คุณอัครวีร์ก็ไป ... ได้คุยกันนิดๆ หน่อยๆ ครับ
สวัสดีค่ะ ในที่สุดช่วงเวลาของการสอบมหาโหด ก็ผ่านไป เหอๆ จะดีใจหรือเสียใจดี
ข้อสอบคณิตศาสตร์ของ A NET ยากมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
เลยค่ะ สารภาพตรงๆว่า มี 25 ข้อ ทำได้ประมาณ 10 ข้อ ไม่มั่นใจไปเสีย 5 ข้อ ที่เหลือ Verb to dao หมดเลย แถมยังมีข้อที่ให้คิดหาคำตอบอีก 10 ข้อ ทำได้ 3 ข้อ ที่เหลือ หาตัวเลขสวยๆใส่ๆไป อนาจชีวิตจริงๆเลยค่ะ
เรียนมาตั้งนานตกม้าตายตอนจบซะงั้น ส่วนวิชาอื่นๆก็ทั่วๆไปค่ะ ไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินกว่าจะทำได้ อันนี้ช่วยให้มีกำลังสอบอีกนิดนึง
ส่วนเรื่องหนังสืออ่านไปได้แล้วนิดนึงค่ะ อิอิและก็จะตั้งใจอ่านขึ้นอีกค่ะ เพราะว่าคนที่เขียนคำนิยมเข้ามาแนะนำขนาดนี้ โฮะๆ เป็นกำลังใจอย่างยิ่งที่จะอ่านต่อไปและอ่านซ้ำหลายๆรอบด้วยขอบคุณ คุณ Nyeb นะคะ
พูดไปพูดมาก็นึกขึ้นได้ว่าเห็นหนังสืออยู่เล่มนึง (ออกไปเที่ยวเดินในห้างสรรพสินค้าตอนสอบเสร็จ)ชื่อว่า "ต้นไม้ใต้โลก" ได้นั่งอ่านไปกระดกโกโก้ปั่นไป สักพักนึง ก็ต้องกลับบ้านแล้ว แต่ว่ายังติดใจหนังสือเล่มนี้อยู่ เพราะเนื้อหาเป็นอะไรที่สะกิดใจดี แล้วก็อ่านแล้วไม่เครียดด้วยค่ะ เป็นมุมมองอีกมุมที่อาจจะนึกไม่ถึงเลยก็ได้ แล้วก็เป็นเรื่องที่เราคุ้นเคยด้วย แต่ว่าก็ยังซื้อไม่ได้เงินหมดพอดี เพราะว่าดันไปซื้อหนังสืออีกเล่มนึงที่ผู้เขียนได้อัญเชิญพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเขียนประกอบเนื้อหาในหนังสือ หนังสือเล่มนี้ชื่อว่า คำสอนของพ่อ ค่ะซึ่งราคาแค่ 40 บาท ก็วันนั้นเอาเงินไปน้อยนี่นา แต่ว่าหนังสือเรื่องต้นไม้ใต้โลกก็อยากได้ พออีกวันนึงก็เลยต้องเอาหมาญี่ปุ่นหรือแมงกะไซ(มอเตอร์ไซด์)ออกมา เพื่อมาเอาเจ้าหนังสือ ต้นไม้ใต้โลก กลับบ้าน และแล้วเงินก็ลอยออกนอกกระเป๋าไปอีก ดีนะคะที่เป็นเงินเก็บของตัวเองไม่งั้นคุณแม่ผู้ใจดี แว้ดใส่ไป 7 วัน 7 คืนแน่ๆเลย โทษฐานใช้เงินเปลือง(มากๆ)
คุยเสียยาวเลยงั้นวันนี้เรื่องของฝากพักไว้ก่อนนะคะ
มีรูปหนังสือ ต้นไม้ใต้โลกมาให้ชมกันด้วย

สวัสดีครับ คุณแม่แก่ๆ และคุณ hopun
เรื่องภาษาจีนนี่สำคัญจริงๆ นะครับ ดีใจด้วยกับคุณแม่ที่คุณลูกสนใจเรียน ... ผมเคยโดนคุณพ่อบังคับให้เรียนตอนค่ำหลังกลับจากโรงเรียน แต่ตอนนั้นเพิ่งอยู่ ป.2 เอง ยังไม่เห็นความสำคัญและก็ยังเด็กมาก ... เรียนๆ เล่นๆ ทั้งวันก็เหนื่อยมากแล้ว ... ก็เลยไม่มีสมาธิเรียนสักเท่าไหร่ เรียนอยู่ 2-3 เดือนก็ต้องหยุด ... บอกคุณพ่อว่าไม่ไหวจริงๆ ... ตอนไปเรียน ป.เอก ที่ญี่ปุ่นจึงต้องรู้สึกเสียดายอย่าง "สุดซึ้ง" เพราะภาษาญี่ปุ่นใช้ตัวอักษรต้นแบบที่เป็นตัวอักษรจีน (เรียกว่า อักษรคันจิ) เยอะทีเดียว ... ถ้ารุ้ภาษาจีนน่าจะเอาตัวรอดในเรื่องต่างๆ ได้อีกมาก รวมทั้งน่าจะเรียนภาษาญี่ปุ่นได้ง่ายขึ้นอีกเยอะ
�
สำหรับน้อง hopun ... เท่าที่อ่าน ก็คงได้ลุ้นนะครับ
เรื่องผลสอบ ... ผมเคยสอบเทียบตอน ม.5 แล้ววัดดวงว่าชาตินี้ต้องเป็นหมอหรือเปล่า ... เลือกแพทย์ไป 3 อันดับ ก็เลยไม่ติดไปตามระเบียบ ... สมัยนั้นห้าวๆ บ้าๆ ยังไง ... เดี๋ยวนี้ก็ยังทำอะไรแบบนี้อยู่บ้างเป็นครั้งคราวครับ
ได้ยินแล้วอิจฉาครับ ... อยากไปบ้างจัง..
เห็นอาจารย์เขียนแล้วนึกถึงตอนสอบเหมือนกันครับ บางทีจุดหักเหบางจุดก็พาเรามายังจุดที่เราไม่คาดฝันได้เหมือนกันนะครับ...
อ้อ ลืมถาม ภาพนี้ใช่งานของ Giuseppe Arcimboldo หรือเปล่าครับ
สไตล์นี้ น่าจะมีไม่กี่คน ...


|
||||||
![]() |
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง |