|
ขอโทษขาประจำทุกท่านนะครับ หายสาบสูญไปเมื่อวันศุกร์ ไม่ยอมมาอัพบล็อกตามปกติ เพราะมีภารกิจต้องไปคุยกับกลุ่มนักเรียนทุนเรียนดีที่คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล น้องๆ เค้าอยู่ปี 4 กำลังจะจบและถึงเวลากำลังจะมองหาเส้นทางชีวิตต่อไป
มีคำถามหนึ่งที่ผู้ดำเนินรายการคือ ดร.ศศิวิมล แสวงผล หรือ “พี่ปูเป้” ที่เป็นหนึ่งในทีมงานร่วมแปลหนังสือ Origin of Species กับผม ได้ถามขึ้นก็คือ คิดว่าวิทยากรแต่ละคนได้ใช้สิ่งที่เรียนไปในชั้นเรียนสักเท่าใด วิทยากรท่านแรกที่ตอบคือ ดร.ศุภจิตรา ชัชวาล (อ.นก เป็นเพื่อนร่วมรุ่น พสวท. ที่ต่อมาไปรับทุนอานันทมหดิล ... เธอได้เกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทองคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ในปีนั้น กล่าวคือ ได้คะแนนรวมสูงสุดในรุ่น ครับ ... ถ้าแบ่งสติปัญญากันได้ จะขอมาสักหน่อยเพราะมีเยอะเหลือเกิน ;-P) ตอบว่า คงไม่เกิน 10% กระมัง
นี่ขนาดจบมาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยนะเนี่ย ... แต่ อ.นก ก็บอกว่า อันที่จริงแล้ว ที่เรียนกันน่ะ เป็นการศึกษาหาความรู้และวิธีคิดแบบวิทยาศาสตร์มากกว่า ซึ่งก็กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานและใช้ในชีวิตประจำวัน
ส่วนผมก็ว่า คงไม่เกิน 5-10% มั๊ง (คือ จริงๆ ไม่เคยวัด ... ไม่รู้สึกว่า อยากจะวัด ;-P) ทั้งๆ ที่เป็นนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ด้วยนะเนี่ย ... แล้วก็ยกตัวอย่างหนึ่ง คือในงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ปี 2004 (ชื่อสมัยนั้น ... ถ้าเป็นเดี๋ยวนี้จะเรียกเป็น “งานมหกรรมวิทยาศาสตร์”) ผมมีอันต้องเป็นวิทยากรใน “โรงภาพยนตร์จำลอง” ที่เลือกเอาหนัง Sci-fi และ Fantasy มาฉายพร้อมวิเคราะห์วิจารณ์ มีเรื่องหนึ่งที่เป็นหนังไทยและผมต้องรับผิดชอบคือ “ปักษาวายุ”
มีใครได้ดูกันหรือเปล่าครับ
ก็เลยเป็นโอกาสได้ระลึกชาติว่า สมัยเรียน “กายวิภาคเปรียบเทียบ (compared anatomy)” เคยรู้อะไรบ้างที่พอจะนำมาอธิบายได้ว่า ถ้าจะมีปักษาวายุจริงๆ จะต้องมีเงื่อนไขอะไรบ้าง








นี่เป็นหนึ่งตัวอย่างและอันที่จริงแล้ว เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเป็นระยะๆ ตลอดเวลา ... เราไม่มีทางรู้เลยว่า จะได้ใช้ความรู้เรื่องใด-เมื่อใด ... เค้าจึงบอกกันว่า คนที่สามารถฉวยจับ “โอกาส” แบบที่คนอื่นๆ ไม่สามารถทำได้ ส่วนหนึ่งก็เพราะการเตรียมตัวเองไว้พร้อมมากกว่าคนอื่นนั่นเอง!
นำชัย
27 ต.ค. 2551
ปล. ผมยังได้ย้ำกับน้องๆ ไปว่า ผมไม่เชื่อหลักคิดที่ว่า “ไม่ต้องท่องจำ แต่ต้องเข้าใจ” เพราะการจะคิดต่อและการที่จะเข้าใจได้อย่างลึกซึ้ง รวมทั้งใช้ประโยชน์ได้อย่างรวดเร็วทันการณ์นั้น เราต้อง “ท่องจำ” บางอย่างไว้ในหัวขอเราพอสมควร ... หลักคิดที่น่าจะถูกต้องมากกว่าคือ เราต้องเรียนรู้ให้ได้ว่า เราควรจะต้องจำอะไร-มากน้อยเพียงใด จึงจะเกิดประโยชน์สูงสุด!
ขอบคุณสมาชิกหน้าใหม่ๆ ที่แวะทักทายกันนะครับ ![]()
ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ ครูป้อม
เห็นช่วงนี้ ครูป้อมก็ขยันอัพเดทหน้า blog อยู่เหมือนกันนะครับ
มีคนเข้าไปดูไม่น้อยเสียด้วย
ขอบคุณมากครับ ครูป้อม ![]()
เป็นแนวคิดที่น่าสนใจดีครับ คุณ KUCHIKI NAMTIP
ถ้าหมั่นอัพเดทข้อมูล และคัดกรองเอาที่น่าเชื่อถือ
จะเป็นแหล่งรวมข้อมูลที่ดีได้ครับ ถ้าไม่รู้จะหาข้อมูลจากไหน
ผมแนะนำให้เริ่มจากเว็บ http://www.sciencedaily.com/
เพราะมีข่าวเยอะดี และอัพเดทบ่อย ... ขอให้สนุกครับ
นำชัย
ขอบคุณครับ คุณ vaseline
คงอีกสักพักครับ
ขอชื่นชมคุณนำชัย สร้างสรรค์ผลงานด้วยใจที่ทุ่มเทเพราะว่ากว่าจะเขียนได้ขนาดนี้ไม่ใช่เรื่อง่าย กว่าจะเป็นะบรรทัด เป็นบท ต้องใช้ทั้งความรู้ ความสามารถ เวลา ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ทรัพยากรมากมาย ที่สำคัญคือจิตใจที่มีแต่ให้ เสียดายหากคุณนำชัยจะไปจริง


|
||||||
![]() |
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง |