วันนี้ มาโพสต์เอาช่วงบ่าย เพราะตอนเช้าไปเล่น “เกมวิวัฒนาการ” กับน้องๆ ระดับประถม 4-6 ที่มาเข้าค่ายที่บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร ผมเอาเกมวิวัฒนาการที่คิดขึ้นใหม่สดๆ ร้อนๆ รวม 3 เกม ไปเล่นกับน้องๆ มา ... สนุกทีเดียวล่ะครับ สนุกจนเข้าใจภาษิตไทยที่ว่า “จับปูใส่กระด้ง” นี่เป็นยังไงกันแน่ ;-P
มีข่าวสั้นๆ ผมว่าน่าสนใจดีเกี่ยวกับ “กลิ่นความกลัว” เลยขอนำมาเล่าสู่กันฟัง ใครอยากอ่านแบบเต็มๆ (แต่เป็นภาษาอังกฤษ ให้ไปอ่านที่ http://www.sciencedaily.com/releases/2009/03/090306142536.htm ได้ครับ) แต่เอาแบบสรุปย่อๆ ก็คือ นักวิทยาศาสตร์อยากรู้ว่า ประสาทสัมผัสด้านกลิ่นของมนุษย์ตอบสนองต่อความกลัวหรือไม่อย่างไร ... ก็เลยต้องทดลองกันดู
ภาพจากเว็บไซต์ข้างบนครับ
วิธีการทดลองก็คือ จับเอาอาสาสมัครชายมานั่งดูภาพยนตร์ที่กระตุ้นความกลัว โดยมีผ้าก๊อซแปะติดที่รักแร้ไว้ จากนั้น ก็เอาอาสาสมัครหญิงมานั่งดูภาพใบหน้าที่เปลี่ยนแปลงรูปร่างไปแบบกำกวม ซึ่งอาจตีความว่าใบหน้าที่กำลังหวาดกลัวได้ หรือแปลเป็นอย่างอื่นก็ได้ โดยเอาผ้าก๊อซที่ได้มาก่อนหน้านี้ไปวางใต้จมูก (แหวะ ... อี๋ย์ย์ย์ ... หลายคนคงอุทานแบบนี้
… ไม่รู้ว่าบอกอาสาสมัครหญิงหรือเปล่าว่า เอามาจากไหน?) จากนั้น บันทึกผลการตีความของความรู้สึกบนใบหน้านั้นของบรรดาอาสาสมัครหญิง
ผลหรือครับ?
หากภาพใบหน้ากำกวม และมีผ้าก๊อซใต้จมูก ก็มีแนวโน้มที่จะแปลว่า เป็นอารมณ์หวาดกลัวมากกว่ากลุ่มควบคุม (เช่น ใบหน้าบอกอารมณ์ชัดเจน หรือไม่มีผ้าก๊อซ) ผู้ทดลองสรุปว่า นี่เป็นหลักฐาน “โดยตรง” ว่า เหงื่อของมนุษย์มีความหมายทางอารมณ์ความรู้สึก แบบเดียวกับที่พบการสื่อสารด้วยกลิ่นสำหรับการเตือนภัยในสารพัดสัตว์โลก ... ไม่แน่ว่าการรับรู้กลิ่น (ซึ่งลดรูปไปมากในมนุษย์ ที่ไปพัฒนาด้านการมองเห็นและการฟังมากขึ้น) อาจจำเป็นสำหรับการอยู่รวมเป็นสังคม โดยเฉพาะเมื่อการรับสัญญาณอื่นๆ ไม่ชัดเจน (เช่น เห็นภาพใบหน้าแล้วตีความได้อย่างกำกวมในกรณีนี้)
ผมก็เลยเรียกว่า นี่แหละที่เป็น “กลิ่นของความกลัว”!
นำชัย
17 มี.ค. 2552
นำชัยโพล # 1
เนื่องจากผมอยากรู้ว่า คนไทยตอบคำถามในหน้า 572 ของ blog นี้ http://www.vcharkarn.com/vblog/3008/572 กันว่าอย่างไรบ้าง ก็เลยขอทำโพลโดยมีเงื่อนไขง่ายๆ ว่า
1. ขอให้ช่วยตอบคำถามในหน้า 572 ให้ครบทั้ง 5 ข้อ (ถ้าไม่ครบจะไม่นำชื่อมาจับฉลากด้วย)
2. ผมขอข้อมูลเพิ่มเติมอีก 2 เรื่องคือ เพศ และอายุ ของท่าน (เพราะอยากรู้ว่าคำตอบที่เลือกขึ้นกับปัจจัยเพศหรืออายุหรือไม่) ส่วนชื่อที่จะให้ประกาศ ท่านสามารถใช้ชื่อจริงหรือนามปากาก็ได้ครับ หากลืมแจ้งมา ผมจะแจ้งเป็น e-mail address
3. มีของรางวัลเล็กน้อยๆ ให้ครับ เบื้องต้นกำหนดไว้ 10 ชิ้น จะทะยอยเล่าให้ฟังว่า จะนำอะไรมาแจกให้บ้าง
4. เชิญตอบไปที่ namchaicwww@yahoo.com (รับเฉพาะทาง e-mail ครับ...ขออภัยสำหรับผู้ไม่สะดวกนะครับ) ได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 31 มี.ค. นี้ โดยผมจะจับรางวัลผู้โชคดีและแจ้งชื่อทาง blog นี้ก่อนสงกรานต์ และจะส่งของขวัญให้เสร็จสิ้นภายในเดือน เม.ย. นี้นะครับ
5. เนื่องจากเป็นการสำรวจเชิงสถิติ ไม่จำเป็นต้องส่งกันมาหลายๆ อันนะครับ เดี๋ยวโพลจะเบี้ยว...ถ้ามีจำนวนมากพอให้วิเคราะห์อะไรได้ ผมจะนำข้อมูลและข้อสรุปมาเล่าให้ฟังกันอีกครั้ง แต่ถ้ามีคนร่วมสนุกน้อยมาก ก็จะ (ถอนหายใจและ) เคาะผ่านไป...ไม่พูดถึง ;-P
ของขวัญชิ้นที่ 2 คือ “รวมการ์ตูนชีวจริยธรรม” ที่ผมเคยกล่าวถึงไว้ในหน้า 331-332 ของ blog นี้
ปล. ข่าวดีคือ ยังไม่มีใครตอบมาเลย ... ถ้าตอบมาวันนี้ ก็มีโอกาสใกล้ 100% มากที่จะได้ของขวัญ ;-P
ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ ครูป้อม
เห็นช่วงนี้ ครูป้อมก็ขยันอัพเดทหน้า blog อยู่เหมือนกันนะครับ
มีคนเข้าไปดูไม่น้อยเสียด้วย
ขอบคุณมากครับ ครูป้อม ![]()
เป็นแนวคิดที่น่าสนใจดีครับ คุณ KUCHIKI NAMTIP
ถ้าหมั่นอัพเดทข้อมูล และคัดกรองเอาที่น่าเชื่อถือ
จะเป็นแหล่งรวมข้อมูลที่ดีได้ครับ ถ้าไม่รู้จะหาข้อมูลจากไหน
ผมแนะนำให้เริ่มจากเว็บ http://www.sciencedaily.com/
เพราะมีข่าวเยอะดี และอัพเดทบ่อย ... ขอให้สนุกครับ
นำชัย
ขอบคุณครับ คุณ vaseline
คงอีกสักพักครับ
ขอชื่นชมคุณนำชัย สร้างสรรค์ผลงานด้วยใจที่ทุ่มเทเพราะว่ากว่าจะเขียนได้ขนาดนี้ไม่ใช่เรื่อง่าย กว่าจะเป็นะบรรทัด เป็นบท ต้องใช้ทั้งความรู้ ความสามารถ เวลา ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ทรัพยากรมากมาย ที่สำคัญคือจิตใจที่มีแต่ให้ เสียดายหากคุณนำชัยจะไปจริง

