|
ประเด็นสำหรับวันนี้มาจากความบังเอิญ 2 เรื่องที่มาบรรจบเจอกันในสัปดาห์นี้ หนึ่งก็คืออ่านจาก A Day Bulletin (22-28 May 2009) ว่า มีนิตยสารเกี่ยวกับภาพยนตร์ฉบับหนึ่งได้จัดทำฉบับพิเศษ เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 20 ปีของภาพยนตร์เรื่อง Dead Poets Society ก็เลยได้รำลึกถึงภาพยนตร์เปี่ยม “อุดมคติ” และน่าประทับใจที่สุดเรื่องหนึ่งที่เคยดู
หากใครยังไม่ดูภาพยนตร์เรื่องนี้หรืออ่านหนังสือแปลเรื่องนี้ ... ผมแนะนำเป็นอย่างยิ่งให้หามาดูหรือหามาอ่านนะครับ
ภาพจาก http://en.wikipedia.org/wiki/Dead_Poets_Society
อีกเรื่องหนึ่งคือ ภาพยนตร์ชุด (series) ญี่ปุ่นเรื่อง Change ที่จบลงไป ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับนายกฯ หนุ่มที่มี “อุดมคติ” และความตั้งใจจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดแบบ “มองปัญหาต่างๆ ด้วยสายตาแบบประชาชนทุกคน” ก็เลยอดรู้สึกเสียดายไม่ได้ว่า สื่อสารมวลชนไทยที่มีอิทธิพลที่สุดแขนงหนึ่งคือ โทรทัศน์ ยังมีบทบาทในการสร้าง “อุดมคติ” อันดีงามและสดสวยให้อยู่ในจิตใจคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เยาวชนของชาติน้อยมาก (เราจะมีการแข่งขันร้องรำทำเพลงของเด็กและผู้ใหญ่อีกสักกี่รายการ ... คนไทยต้องการสิ่งเหล่านี้จริงๆ หรือ? เรื่องเหล่านี้มีประโยชน์อะไรโดยรวมกับประเทสชาติจริงๆ บ้าง? ... รายการบันเทิงจะเสนอข่าวการได้เป็นแฟน, การแย่งแฟน, การแต่งงานกัน, การแยกทางกัน, การทะเลาะเบาะแว้งของคนในวงการบันเทิงไปอีกนานเท่าไหร่ และคนไทยต้องการรู้สิ่งเหล่านี้กันจริงๆ หรือ? เรื่องเหล่านี้มีประโยชน์อะไรกับประเทศนี้บ้างหรือไม่?)
ภาพจาก http://media.photobucket.com/image/change%20japan/bumblebeeee7/ed2a460a56b2e0_full.jpg
ผมดูภาพยนตร์ซีรีส์ญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อย (ส่วนหนึ่งเพราะเคยอยู่ญี่ปุ่นพักใหญ่ๆ ด้วย) และมีข้อสังเกตคือ
หนึ่ง มีภาพยนตร์ญี่ปุ่นจำนวนมากที่เมื่อกล่าวถึงอาชีพของตัวละคร จะมีเรื่องราวที่เจาะลึกเกี่ยวกับอาชีพ, ปัญหาที่ต้องเจอ และ “อุดมคติ” ในการแก้ปัญหาอยู่ แต่เรามีภาพยนตร์ไทยแบบเดียวกันน้อยมากๆ (ลองนึกถึงภาพยนตร์สักเรื่อง แล้วลองนึกดูว่ายังจำได้ไหมว่า นางเอกหรือพระเอกทำงานอาชีพอะไร ... พูดแล้วก็อายแทน ผมเคยเห็นผ่านตาฉากที่พระเอกคนไทยที่กำลังอ่านแฟ้มที่กลับหัวอยู่!)
สอง มีหลายเรื่องของญี่ปุ่นมากๆ ที่กล่าวถึง การต่อสู้ฝ่าฟันและก้าวสู่เป้าหมายของ “กลุ่ม” ไปจนถึงปัญหาของประเทศชาติอย่างมี “อุดมคติ” แต่เนื้อเรื่องของไทยมักเป็นเรื่องส่วนตัวล้วนๆ ... ชิงรักหักสวาทกันไปทั้งชาติ ... คิดคับแคบแต่ในเรื่องตัวเอง – น่าเศร้าดีแท้
ทั้งหลายทั้งปวงที่ยกมาทำให้อดตั้งข้อสังเกตไม่ได้ว่า เป็นเรื่องน่าเศร้าจริงๆ ที่ต้องอยู่ในสังคมไทยที่ช่างเป็นสังคมไร้ “อุดมคติ” แท้ๆ
... ไม่ต่างจาก “สังคมแล้งกวี” ของครูคีตติ้งในเรื่อง Dead Poets Society เลยจริงๆ!
นำชัย
29 พ.ค. 2552
ขอบคุณสมาชิกหน้าใหม่ๆ ที่แวะทักทายกันนะครับ ![]()
ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ ครูป้อม
เห็นช่วงนี้ ครูป้อมก็ขยันอัพเดทหน้า blog อยู่เหมือนกันนะครับ
มีคนเข้าไปดูไม่น้อยเสียด้วย
ขอบคุณมากครับ ครูป้อม ![]()
เป็นแนวคิดที่น่าสนใจดีครับ คุณ KUCHIKI NAMTIP
ถ้าหมั่นอัพเดทข้อมูล และคัดกรองเอาที่น่าเชื่อถือ
จะเป็นแหล่งรวมข้อมูลที่ดีได้ครับ ถ้าไม่รู้จะหาข้อมูลจากไหน
ผมแนะนำให้เริ่มจากเว็บ http://www.sciencedaily.com/
เพราะมีข่าวเยอะดี และอัพเดทบ่อย ... ขอให้สนุกครับ
นำชัย
ขอบคุณครับ คุณ vaseline
คงอีกสักพักครับ
ขอชื่นชมคุณนำชัย สร้างสรรค์ผลงานด้วยใจที่ทุ่มเทเพราะว่ากว่าจะเขียนได้ขนาดนี้ไม่ใช่เรื่อง่าย กว่าจะเป็นะบรรทัด เป็นบท ต้องใช้ทั้งความรู้ ความสามารถ เวลา ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ทรัพยากรมากมาย ที่สำคัญคือจิตใจที่มีแต่ให้ เสียดายหากคุณนำชัยจะไปจริง


|
||||||
![]() |
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง |