|
เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมไปได้หนังสือ พจนานุกรมไทย ฉบับทันสมัยและสมบูรณ์ ที่จัดทำโดยฝ่ายวิชาการภาษาไทย ของ บ.ซีเอ็ดฯ มา ... เล่มหนาหนัก (ทั้งน้ำหนักกระดาษและราคาหนังสือ ;-P) ทีเดียว เล่มนี้มาพร้อมกับคำโปรยที่หน้าปกว่า รวมศัพท์กว่า 38,000 คำและความรู้เสริมกว่า 350 หน้า
เปิดดูไปแบบคร่าวๆ ทำได้ไม่เลวทีเดียวครับ มีอะไรน่าสนใจเยอะดีเหมือนกัน พลิกๆ ไปก็สะดุดกับ เกร็ดความรู้เสริม ตรงคำว่า เข้ากระดูกดำ (เข้ากระดูกดำ ว. ติดแน่นจนถอนไม่ขั้น, มาก, ลึก, ที่สุด) ดังนี้
เข้ากระดูกดำ มีที่มาจากโรคไข้ทรพิษหรือฝีดาษ ผู้ที่เป็นโรคนี้จะได้รับพิษร้ายแรงลึกเข้าไปภายในจนถึงกระดูก ทำให้กระดูกเป็นรอยดำไม่หาย เมื่อมีความรู้สึกที่ฝังลึกติดแน่น จึงเปรียบได้กับลึกถึงกระดูกดำ เช่น เกลียดเข้ากระดูกดำ
เด็กที่ติดไข้ทรพิษ - ภาพจากวิกิพีเดีย http://en.wikipedia.org/wiki/Smallpox
อ่านแล้วนึกไปถึงเนื้อหาที่อยู่ในหนังสือ โรคอุบัติใหม่ ... มหาภัยใกล้ตัว (บ.ฐานการพิมพ์ จำกัด, 2551) ที่ผมและน้องๆ อีกสามคนช่วยกันเขียนไว้ดังนี้ โรคไข้ทรพิษหรือฝีดาษ (smallpox) อาจมาจากเชื้อไวรัสที่เกิดขึ้นครั้งแรกในสัตว์จำพวกวัวควาย และประเมินกันว่า โรคนี้น่าจะคร่าชีวิตชาวยุโรปไปราว 4 แสนคนต่อปีในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 18 และเป็นสาเหตุของอาการตาบอดมากถึง 1 ใน 3 ของสาเหตุการตาบอดทั้งหมด โรคนี้มีอัตราการเสียชีวิตสูงมากถึง 20-60% ของผู้ติดเชื้อทั้งหมด โดยมากกว่า 80% ที่เป็นเด็ก หากติดเชื้อจะเสียชีวิต ในศตวรรษ 20 ที่ผ่านมา โรคนี้เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของผู้คนราว 300-500 ล้านคน!
เมื่อเทียบกับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ที่กำลังระบาดอยู่ที่มีอัตราการเสียชีวิตไม่ถึง 1% (ตัวเลขสรุปล่าสุดจาก WHO นับถึง 22 มิ.ย. คือ ติดเชื้อรวมแล้ว 52,160 คน ในจำนวนนี้เสียชีวิตไป 231 คน) ... ต้องนับว่า ไข้ทรพิษนี่เป็นนักฆ่าชั้นยอดเลยครับ
นำชัย
http://www.biotec.or.th/Guru/
24 มิ.ย. 2552
element 9 งานได้ไหมครับ?
9 ภารกิจ
พึ่งจะย้อนกลับไปอ่านเจอเรื่องโนโมโฟเบียครับ
น่าสนใจมากครับ โน โมบายล์โฟสโฟเบีย
ตอนแรกนึกว่าโรคกลัวนม เสียอีก แบบว่ากินแล้วท้องเสียไงครับ อย่าคิดลึกนะ :P
สวัสดีคุณย่าเหลและอาจารย์นำชัย
ผมขอถามอาจารย์เรื่องการตัดต่อยีนว่าต้องทำอย่างไร ช่วยอธิบายอย่างคร่าว ๆ ด้วยครับ
ตอบคำถามคุณ jumo นะครับ
ย่อๆ นะครับ ยีนคือท่อนหนึ่งของสายของดีเอ็นเอ (นึกเชิงเปรียบเทียบเหมือนถนนสั้นๆ ช่วงหนึ่ง) ซึ่งมีรหัสประกอบด้วยตัวย่อ A T C และ G เพียง 4 อย่างเรียงกันไปต่างๆ นานา นักวิทย์พบว่า มีเอนไซม์ (โปรตีนแบบหนึ่ง) ที่ตัดสายพวกรหัสพวกนี้ได้ และยังพบอีกว่ามีเอนไซม์อีกแบบหนึ่งที่ต่อรหัสพวกนี้เข้าด้วยกันได้
ความที่ว่ารหัส A T C G พวกนี้เหมือนกันหมดในสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่ใช้ DNA เป็นสารพันธุกรรม เราจึงสามารถ "ตัด" และ "ต่อ" ดีเอ็นเอหรือยีนของสิ่งมีชีวิตต่างๆ สลับกันไปมาได้ตามใจ เพราะเรามี "เทคโนโลยี" ที่ดีพอ เทคโนโลยีที่ว่านี้มีชื่อว่า "พันธุวิศวกรรม (genetic engineering)" หรือ "เทคโนโลยีรีคอมบิแนนท์ดีเอ็นเอ (recombinant DNA technology) ... ทั้งสองคำนี้ ในปัจจุบันใช้แทนกันได้ (เดิมต่างกันเล็กน้อย)
หากต้องการทราบละเอียดกว่านี้ สามารถอ่านเรื่อง "มหัศจรรย์ดีเอ็นเอ" ในเว็บวิชาการดอทคอมนี้ หรือไปซื้อที่พิมพ์ขายในชื่อเดียวกัน - สนพ. สารคดี - ได้เช่นกันครับ ... เลือกได้ตามใจชอบ
ขอเพิ่มติม ของอาจารย์นำชัยสักเล็กน้อยครับ
เอนไซม์ที่ใช้ในการตัดนั้นเราเรียกว่า restriction enzyme หรือภาษาไทยเรียกว่าเอนไซม์ตัดจำเพาะ ซึ่งถูกโปรแกรมไว้ให้ตัดเฉพาะรหัสเบส ATCG ที่ตรงกับกับที่มันโดนโปรแกรมไว้เท่านั้น เช่น
เอนไซม์ A ตัด
CC|GCGG
GGCG|CC
มันก็จะไล่ตัดเฉพาะรหัส CCGCGG เท่านั้นโดยที่แทบจะไม่แตะต้องรหัสอื่นเลย (ยกเว้น บางที ก็มีบ้างที่อาจจะเบลอตัดมั่วบ้าง ถ้าใช้งานมันหนักไป)
ที่เจ๋งก็คือเอนไซม์ตัดจำเพาะเหล่านี้มีหลายร้อยหลายพันชนิด
เพราะงั้น เราก็สามารถที่จะหั่นดีเอ็นเอได้มากมายหลายแบบตามที่เราต้องการได้ครับ
ขอบคุณทั้งสองท่านมากครับ และขอแสดงความยินดีที่บทความของอาจารย์ได้ลงคอลัมน์ "ตัวเลขกระแทกใจ" ฉบับที่ 35 ด้วย
ใน Blog นี้แหละครับ เป็นมุกตลก ๆ (ฝืด !) ของผมเอง
ความจริงตอนที่ผมจะเขียน Blog ของ Jumo ต่ออยู่ ปุ่ม HTML อะไรทั้งหลายหายหมดเลยครับ ทำต่อไม่ได้เลย
จะเขียนเรื่องอะไรเหรอครับ
น่าเสียดายจัง
ไหนละกลอน4
บทความเทคโนโลยีอุบัติใหม่กับประเด็นด้านสาธารณสุข ของ ดร.นำชัย ชีววิวรรธน์
ชอบหน้าปกเล่มนี้ที่สุด สื่อได้ดีมากๆ หุหุ
ไปหาดีกว่า...
หวัดดีก๊าบบบ
มาแวะอ่านครับ วันนี้ไม่มีความคิดเห็นอะไรมาก ![]()


|
||||||
![]() |
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง |