|
มีใครที่รู้สึกว่ายิ่งโตขึ้น (แก่ลง!) ก็ยิ่งมีมุมมองต่อโลกเปลี่ยนไปบ้างหรือเปล่าครับ?
ผมรู้สึกแบบนั้นมากขึ้นเรื่อยๆ ในหลายเรื่อง ตัวอย่างล่าสุด เมื่ออ่านบทความเรื่อง กาลิเลโอ กาลิเลอี ผู้บุกเบิกดาราศาสตร์และวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ของ อ.ธวัชชัย ดุลยสุจริต ที่ลงในอัพเดท ฉบับล่าสุด (ปีที่ 24 ฉบับที่ 262 ก.ค. 2552) ก็มีข้อความชวนสะกิดใจว่า ... ในบั้นปลายของชีวิต กาลิเลโอตาบอดสนิท เนื่องจากเป็นต้อและอักเสบ (มิใช่เพราะการสังเกตดวงอาทิตย์) ... เมื่อ พ.ศ. 2181 ขณะอายุได้ 74 ปี และมีปัญหาด้านสุขภาพ ทั้งโรคนอนไม่หลับและไส้เลื่อน และถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2185 อายุได้ 77 ปี
นั่นนะสิครับ ... คนที่ฉลาดหลักแหลมอย่างกาลิเลโอ จะไม่ระวังตัวถึงพิษสงความร้ายแรงของแสงอาทิตย์ จนตาบอดเพราะเหตุที่มองดวงอาทิตย์มากเกินไปได้อย่างไร? ว่าแต่คุณเคยอ่านสรุปซ้ำๆ ในหลายๆ เล่มหลายๆ ที่ (แบบเดียวกับผม) ไหมครับว่า กาลิเลโอตาบอดเพราะส่องดวงอาทิตย์มากเกิน?
กาลิเลโอบนธนบัตรอิตาลีที่ออกใช้ในปี ค.ศ. 1973 ดูอาวุโสสง่างาม - เห็นแล้วนึกถึงฌอน คอนเนอรี อดีตเจมส์ บอนด์ ที่ยิ่งแก่ก็ยิ่งเท่ - สังเกตนะครับว่า สายตามองเห็นยังเบื้องบน ไม่แน่ใจคุณทวดแกมองเทห์วัตถุบนฟ้า หรือมองหาพระเจ้านะครับ ;-P - จาก http://www-personal.umich.edu/~jbourj/money2.htm
มีข้อความที่งดงามของกาลิเลโอในหนังสือเรื่อง Il Saggiatore (อังกฤษ The Assayer) ที่ อ.ธวัชชัย แปลไว้อย่างงดงามเช่นกันว่า ... ปรัชญา (ในที่นี้หมายถึง ฟิสิกส์) ถูกเขียนไว้ในหนังสือเล่มใหญ่ ข้าพเจ้าหมายถึงจักรวาล ซึ่งเผยให้เราแลเห็นมาอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่อาจเข้าใจได้ เว้นแต่จะเรียนรู้เพื่อเข้าใจภาษาและตีความเครื่องหมายที่เขียนไว้ ซึ่งเขียนด้วยภาษาแห่งคณิตศาสตร์ และรูปสามเหลี่ยม วงกลม และรูปเรขาคณิตอื่นๆ หาไม่แล้ว เราก็จะต้องเร่ร่อนไปตามยถากรรมในเขาวงกตอันมืดมิด ...
หน้าหนังสือจักรวาลวันนี้เป็นรูปสุริยุปราคาครับ ... แต่ในหลายที่อาจจะ พิมพ์ ไม่ค่อยชัด อ่านยากอยู่สักหน่อยนะครับ ;-P
นำชัย
http://www.biotec.or.th/Guru/
22
ก.ค. 2552
ปล. วันนี้ วันพระ แรม 15 ค่ำ เดือน 8 มีของฝากเช่นเคยครับ ![]()
ผู้ไหว้พระสวดมนต์ส่วนมาก มักจะไม่สนใจคิดตาม (ถ้าสวดแต่ภาษาบาลี ก็ไม่สามารถจะคิดตามได้) จึงมักจะมีการสวดแต่พอเป็นพิธี เช่นกับรับศีลแต่พอเป็นพิธี ไม่เกิดประโยชน์สมความมุ่งหมาย เหตุนี้ ธรรมทานมูลนิธิ จึงขอชักชวนให้มีการไหว้พระสวดมนต์ มีคำแปลเป็นไทยด้วยทุกวรรค นอกจากเป็นการบำเพ็ญสมาธิ ปัญญาของผู้สวดเองแล้ว ถ้มีผู้ใดฟังสวด เข้าใจไปตามด้วย ก็นับว่าได้บุญถึงสองชั้น คือเป็นการประกาศพระธรรมไปด้วย สำหรับในที่ที่มีผู้ไม่รู้หนังสือ จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ไม่รู้หนังสือนั้น ได้ฟัง ได้ฝึกตามกันไปได้ด้วย
เมื่อจำคำแปลได้แล้ว ไปสวดร่วมในคณะที่สวดแต่คำบาลี ก็จะสวดร่วมกับเขาไปได้ และยังจะระลึกถึงความหมายของคำบาลีที่สวดนั้นได้ เป็นการบำเพ็ญสมาธิ ปัญญา ได้โดยสมบูรณ์ (แม้จะมีการสวดเพียงแต่คำบาลี) ประโยชน์ของการสวดคำแปลจนจำได้ขึ้นใจ มีมากเช่นนี้ ทุกคนจึงควรพยายามฝีกซ้อมสวดตามแบบมีคำแปลนี้ ให้ได้อย่างขึ้นใจจริงๆ ธรรมทานมูลนิธิ, สวนโมกขพลาราม อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี
ที่มา: หนังสือ คู่มืออุบาสกอุบาสิกา บทสวดมนต์ทำวัตร์เช้าเย็น แปลไทย ของ สำนักสวนโมกขพลารามไชยา, สำนักพิมพ์ธรรมสภา, ไม่ปรากฏปีที่ตีพิมพ์
ขอบคุณสมาชิกหน้าใหม่ๆ ที่แวะทักทายกันนะครับ ![]()
ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ ครูป้อม
เห็นช่วงนี้ ครูป้อมก็ขยันอัพเดทหน้า blog อยู่เหมือนกันนะครับ
มีคนเข้าไปดูไม่น้อยเสียด้วย
ขอบคุณมากครับ ครูป้อม ![]()
เป็นแนวคิดที่น่าสนใจดีครับ คุณ KUCHIKI NAMTIP
ถ้าหมั่นอัพเดทข้อมูล และคัดกรองเอาที่น่าเชื่อถือ
จะเป็นแหล่งรวมข้อมูลที่ดีได้ครับ ถ้าไม่รู้จะหาข้อมูลจากไหน
ผมแนะนำให้เริ่มจากเว็บ http://www.sciencedaily.com/
เพราะมีข่าวเยอะดี และอัพเดทบ่อย ... ขอให้สนุกครับ
นำชัย
ขอบคุณครับ คุณ vaseline
คงอีกสักพักครับ
ขอชื่นชมคุณนำชัย สร้างสรรค์ผลงานด้วยใจที่ทุ่มเทเพราะว่ากว่าจะเขียนได้ขนาดนี้ไม่ใช่เรื่อง่าย กว่าจะเป็นะบรรทัด เป็นบท ต้องใช้ทั้งความรู้ ความสามารถ เวลา ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ทรัพยากรมากมาย ที่สำคัญคือจิตใจที่มีแต่ให้ เสียดายหากคุณนำชัยจะไปจริง


|
||||||
![]() |
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง |