|
ต่อจากหน้า 674675
ตั้งแต่วันศุกร์ที่แล้วจนถึงเมื่อวาน ดูเหมือนคุณเมอร์ฟี (Murphy) แกจะขยันมาก ... เรื่องก็คือ ฝรั่งเค้าบอกว่ามีกฎอยู่ข้อหนึ่งที่เรียกว่า กฎของเมอร์ฟี (Murphys Law) มีใจความสั้นๆ ว่า อะไรก็ตาม (ข้าวของ, สถานการณ์, ฯลฯ) หากจะเกิดผิดพลาดได้ มันก็จะเกิดเหตุผิดพลาดขึ้น และมักจะเกิดในช่วงเวลาคับขันเสียด้วย ... วันศุกร์ที่แล้ว ผมพยายามเข้ามาโพสต์แต่เปิด blog ไม่ได้เลย วันเสาร์ลองดูอีกครั้ง ก็ยังไม่ได้เหมือนเดิม แถมคอมพิวเตอร์ที่บ้านพังอีก ทำให้วันอาทิตย์ต้องเข้ามาเตรียมสไลด์ที่ออฟฟิศใน สวทช. สำหรับค่ายการ์ตูนไซไฟวันจันทร์ถึงวันพุธ แล้วก็วุ่นๆ อยู่ จนถึงตอนนี้ จึงเข้ามาโพสต์ได้
บทเรียนจาก Murphys Law สำหรับผมก็คือ ต้องเตรียมการ เผื่อไว้ สำหรับทุกเรื่อง เช่น save ไฟล์ที่จะใช้ present ไว้ทั้งในแผ่น CD และ thumb drive เสมอ (thumb drive อาจพังหรือหายขึ้นมาดื้อๆ ในตอนนั้น) ในระยะยาวก็ควรต้องลง hard disk ไว้ด้วย, พยายามเตรียมสไลด์ให้เสร็จก่อนวันจริงอย่างน้อย 2 วัน (เพราะในที่สุดมันจะไปเสร็จในวันสุดท้ายพอดี หรือไม่ก็ไม่กี่ชั่วโมงก่อนพูดพอดี) แหะ แหะ

รูปนี้ปรากฏขึ้นเมื่อผมค้น google ด้วยคำว่า aether ซึ่งจะพาดพิงในบทความข้างล่างนี้ ... ที่น่าสนใจคือ ตัวอักษรในกรอบดำด้านล่าง --> มีใครอ่านออกบ้างไหมครับ? แปลกที่ว่าน่าจะมีหลายคนที่อ่านออกเหมือนกับผมว่า มันคือ This is a Picture in a Post ... ความสามารถการอ่านหรือวิธีการอ่านของคนเรานี่ ช่างมหัศจรรย์จริงๆ มันช่างไม่ตรงไปตรงมาเสียเหลือเกิน!
มาต่อกันคำสอนของคุณปู่ไวน์เบิร์กกันต่อดีกว่าครับ
คำแนะนำข้อที่สามของข้าพเจ้าอาจจะเป็นข้อที่ยากที่สุดที่จะทำตาม นั่นก็คือ ควรต้องยกโทษให้แก่ตนเองที่ใช้เวลาสิ้นเปลืองทิ้งไปเปล่าๆ นักศึกษามักจะถูกขอให้แก้โจทย์ปัญหาที่มีแต่บรรดาศาสตราจารย์ของพวกเขา (ซึ่งก็ใจร้ายอย่างเหลือเชื่อ) เท่านั้น ที่รู้ว่าจะแก้ปัญหาเหล่านั้นได้อย่างไร ยิ่งไปกว่านั้น ไม่สำคัญเลยว่าโจทย์ปัญหาเหล่านั้นจะสำคัญทางวิทยาศาสตร์หรือไม่ นักศึกษาเหล่านั้นต้องโจทย์ปัญหาเพื่อผ่านวิชานั้นไปให้ได้ แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง เป็นเรื่องยากเย็นยิ่งที่จะรู้ได้ว่า โจทย์ปัญหาใดสำคัญ และคุณก็ไม่รู้อีกด้วยว่า จะมีช่วงจังหวะวินาทีใดในประวัติศาสตร์ที่จะแก้โจทย์ปัญหาสักข้อออกได้
ในตอนต้นศตวรรษที่ยี่สิบ นักฟิสิกส์ชั้นนำหลายๆ คน รวมทั้ง ลอเรนซ์ (Lorentz) และอับราฮัม (Abraham) (5) ต่างก็พยายามแก้ปัญาทฤษฎีเกี่ยวกับอิเล็กตรอน ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะต้องการจะเข้าใจว่า ทำไมความพยายามทั้งหลายทั้งปวงที่จะตรวจจับผลกระทบของอีเธอร์ (6) ต่อการเคลื่อนที่ของโลกจึงได้ล้มเหลวกันไปหมด ทุกวันนี้เรารู้แล้วว่า พวกเขาทำวิจัยบนโจทย์ปัญหาที่ตั้งไว้ผิด แต่ในตอนนั้น ไม่มีใครสักคนที่สร้างพัฒนาทฤษฎีเกี่ยวกับอิเล็กตรอนได้สำเร็จ เพราะยังไม่มีการค้นกลศาสตร์ควอนตัม (7) แต่อย่างใด จนปี 1905 ที่ความอัจฉริยะของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ทำให้เขาตระหนักรู้ว่า ปัญหาที่ถูกต้องที่ควรต้องทำวิจัยได้แก่ การศึกษาผลกระทบการเคลื่อนที่ต่อการวัดของอวกาศและเวลา
เนื่องจากคุณไม่มีทางแน่ใจได้เลยว่า โจทย์ปัญหาใดที่เป็นโจทย์ปัญหาอันถูกต้องที่ควรต้องทำวิจัย คุณก็จะใช้เวลาส่วนใหญ่ทิ้งเปล่าไปในห้องปฏิบัติการหรือที่โต๊ะทำงานของคุณ หากคุณต้องการทำวิจัยแบบสร้างสรรค์ คุณก็จะต้องทำตัวให้คุ้นเคยกับการใช้เวลาส่วนใหญ่แบบไม่สร้างสรรค์ ทำตัวให้สงบไม่หวาดหวั่นอยู่ในห้วงมหาสมุทรแห่งความรู้ทางวิทยาศาสตร์
(มีต่อ)
(5) ลอเรนซ์ (Lorentz) และอับราฮัม (Abraham) น่าจะหมายถึง เฮนดริก ลอเรนซ์ (Hendrik Lorentz) นักฟิสิกส์ชาวดัทช์ และแม็กซ์ อับราฮัม (Max Abraham) นักฟิสิกส์ชาวเยอรมัน ทั้งคู่ศึกษาเกี่ยวกับสมบัติของอิเล็กตรอน
(6) อีเทอร์ (มีสะกดทั้งแบบ aether และ ether) เป็นสิ่งที่เคยเชื่อกันในฟิสิกส์ยุคต้นว่า เป็นตัวกลางที่แทรกซึมและเติมเต็มอยู่ในสสารทุกอย่าง และทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการส่งคลื่นหรือพลังงานรูปแบบต่างๆ ซึ่งต่างจากอีเทอร์ในยุคกลางหรือยุคเก่ากว่านั้น ซึ่งเชื่อกันอีเทอร์มีตำแหน่งอยู่ในจักรวาลเหนือพื้นโลกขึ้นไป และเป็น ธาตุที่ห้า ถัดจากธาตุดิน น้ำ ลม และไฟ คำว่า อีเทอร์ มีรากศัพท์มาจากภาษากรีก หมายความว่า อากาศส่วนบน (upper air) หรือ อากาศสดใหม่บริสุทธิ์ (pure, fresh air)
(7) กลศาสตร์ควอนตัม (quantum mechanics) เป็นสาขาหนึ่งของฟิสิกส์ที่ศึกษาสสารในระดับอะตอมหรือเล็กกว่าอะตอม (อนุภาคพื้นฐานต่างๆ)
นำชัย
22 ต.ค. 2552
ขอบคุณสมาชิกหน้าใหม่ๆ ที่แวะทักทายกันนะครับ ![]()
ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ ครูป้อม
เห็นช่วงนี้ ครูป้อมก็ขยันอัพเดทหน้า blog อยู่เหมือนกันนะครับ
มีคนเข้าไปดูไม่น้อยเสียด้วย
ขอบคุณมากครับ ครูป้อม ![]()
เป็นแนวคิดที่น่าสนใจดีครับ คุณ KUCHIKI NAMTIP
ถ้าหมั่นอัพเดทข้อมูล และคัดกรองเอาที่น่าเชื่อถือ
จะเป็นแหล่งรวมข้อมูลที่ดีได้ครับ ถ้าไม่รู้จะหาข้อมูลจากไหน
ผมแนะนำให้เริ่มจากเว็บ http://www.sciencedaily.com/
เพราะมีข่าวเยอะดี และอัพเดทบ่อย ... ขอให้สนุกครับ
นำชัย
ขอบคุณครับ คุณ vaseline
คงอีกสักพักครับ
ขอชื่นชมคุณนำชัย สร้างสรรค์ผลงานด้วยใจที่ทุ่มเทเพราะว่ากว่าจะเขียนได้ขนาดนี้ไม่ใช่เรื่อง่าย กว่าจะเป็นะบรรทัด เป็นบท ต้องใช้ทั้งความรู้ ความสามารถ เวลา ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ทรัพยากรมากมาย ที่สำคัญคือจิตใจที่มีแต่ให้ เสียดายหากคุณนำชัยจะไปจริง


|
||||||
![]() |
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง |