นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย (ตัวเลขกระแทกใจ (57)) | วิชาการ.คอม

นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย

วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ภูมิปัญญา ความหรรษา และคุณค่าของชีวิต
ผู้เขียน: Namchai BioTec ชมแล้ว: 21,696,549 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 16 January 2007, 5:03 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sat 3 April 2010, 6:00 am
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด
สารบัญ
1-20 | 21-40 | 41-60 | 61-80 | 81-100 | 101-120 | 121-140 | 141-160 | 161-180 | 181-200 | 201-220 | 221-240 | 241-260 | 261-280 | 281-300 | 301-320 | 321-340 | 341-360 | 361-380 | 381-400 | 401-420 | 421-440 | 441-460 | 461-480 | 481-500 | 501-520 | 521-540 | 541-560 | 561-580 | 581-600 | 601-620 | 621-640 | 641-660 | 661-680 | 681-700 | 701-720 | 721-740 | 741-753


หน้าที่ 690 - ตัวเลขกระแทกใจ (57)

นิตยสาร Scientific American ฉบับล่าสุ (November 2009) ให้ตัวเลขเกี่ยวกับโรคเจ็บปวดเรื้อรังไว้อย่างน่าสนใจว่า

10
–20% ของคนอเมริกันและยุโรปเป็นโรคเจ็บปวดเรื้อรังอย่างใดอย่างหนึ่ง

59
% ในจำนวนนี้เป็นผู้หญิง

18
% ของผู้ป่วยที่เป็นผู้ใหญ่มีประสบการณ์ไปรับการรักษาการแพทย์ทางเลือกอื่น (แปลว่า การแพทย์ปัจจุบันล้มเหลวที่จะช่วยคนเหล่านี้)

41
% ของหมอบอกว่า จะไม่ให้ยาแก้ปวดในกลุ่มนาร์โคติก (narcotic – พวกที่อาจเสพติดได้ เช่น ฝิ่น มอร์ฟีน ฯลฯ) จนกว่าผู้ป่วยจะเป็นฝ่ายร้องขอ


ภาพจาก
http://www.healthspablog.org/2009/04/page/2/ และ http://www.popsci.com/scitech/article/2008-11/suicide-relatively-painless

 

ทั้งนี้ ยังได้ระบุปัจจัยเสี่ยงการปวดคอและหลังรวม 12 ข้อไว้ด้วยคือ

(1)     อายุที่เพิ่มขึ้น

(2)     ความกังวล

(3)     ความซึมเศร้า

(4)     เป็นผู้หญิง

(5)     ยกของหนัก

(6)     อยู่คนเดียว

(7)     มีการเสพนิโคติน (เช่น สูบบุหรี่)

(8)     ไม่เล่นกีฬาใดๆ

(9)     อ้วน

(10) ความเครียด

(11) ความไม่พอใจในงานที่ทำอยู่ 

 

หุหุ ... เจอไปมากกว่าครึ่ง แต่ขอไม่บอกว่าข้อไหนบ้าง ;-P

นำชัย

namchai4sci@gmail.com 

12 พ.ย. 2552

ปล. นักเขียนและบรรณาธิการแทบทุกคนที่ผมรู้จัก มีประสบการณ์เจ็บปวดนิ้ว มือ คอ หรือหลัง กันอย่างถ้วนทั่ว!




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด

จำนวน 976 ความเห็น, หน้า | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | 32 | 33 | 34 | 35 | 36 | 37 | 38 | 39 | 40 | 41 | 42 | 43 | 44 | 45 | 46 | 47 | 48 | 49 |
ความเห็น 1072 12 ส.ค. 2552 (21:22)

มาแว้วคับ
ว้า
สงสัยจะไม่ได้คุยกับเจ้าของ
blo.
นานนนนนนนน
เลย
แต่ก็ไม่เป็นไร
เดี๋ยวจะเขียนไว้เยอะๆๆๆ
ตอบให้หมดนะครับบบบบ
ตกลง ดร. จะไม่ไปเข้าค่าย นักสื่อสารฯ จริงจริงหรอ?


wittawat.wat
ร่วมแบ่งปัน7 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็น 1073 14 ส.ค. 2552 (07:16)

อัพเดทเป็นรายสัปดาห์ก็ได้ครับ ไม่ต้องถึงกับลาพักร้อนยาวหรอกครับ ผมว่านะ :)


Z-1
ร่วมแบ่งปัน455 ครั้ง - ดาว 166 ดวง

ความเห็น 1074 17 ส.ค. 2552 (08:28)

สวัสดี น้อง wittawat.wat ครับ – ตอนนี้ ตามตารางเวลา คงไปได้แค่วันที่ 26 ส.ค. ครับ ส่วน 27 ส.ค. มีคิวต้องไปต่างจังหวัดกับอีกโครงการหนึ่ง คนหน้าตาดีก็งี้แหละครับ ใครๆ ก็แย่งตัว (หุ หุ หุ)


 


สวัสดีคุณ Z-1 ครับ ... บังเอิญเป็นคนทำอะไร ต้องเต็ม 100 ครับ – ไม่ชอบทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ น่ะครับ – แต่การทำเต็ม 100 นี่ก็กินเวลาและแรงพลังไม่น้อย ... อีกอย่างก็คือ การหาเรื่องมาเขียนให้ได้ทุกวันนี่ท้าทายมากครับ (ลองดูด้วยตัวเองก็ได้ครับ ... เพราะคนเรา ถ้ามีเหตุให้ไม่ทำก็ได้ ก็จะพาลไม่ทำซะตลอดเวลา (ไม่ทำก็สบายดีแล้ว จะหาเรื่องลำบากใส่ตัวไปทำไม ;-P) ที่แต่ละคนทำอยู่ได้ ก็เพราะมีแรงขับหรือ drive อะไรสักอย่างน้อยหนึ่งอย่าง ... ผมเลยท้าทายตัวเองดู ... แต่ถ้าไปทำแบบเดียวกันสัปดาห์ละครั้งนี่ ความท้าทายแบบเดียวกัน มันไม่มีเอาเสียเลยครับ ;-P   


  


Namchai BioTec
ร่วมแบ่งปัน370 ครั้ง - ดาว 31 ดวง

ความเห็น 1075 29 ส.ค. 2552 (01:24)

แงแง  ร้องไห้ 

พอว่าง ดร.นำชัย ไม่อยู่ซะงั้น

เครียดค่า เหนื่อยด้วย ท้อด้วย แต่ไม่ถอยนะค้า

หุหุ  มาหากำลังใจ จากไอดอล นี่ ไม่ผิดใช่ไหมคะ


hopun
ร่วมแบ่งปัน162 ครั้ง - ดาว 171 ดวง

ความเห็น 1076 29 ส.ค. 2552 (12:08)

ครับ
สุดท้ายก็เห็น ดร.
อีกครั้ง
ว่าแต่ว่าบอร์ดนี้รู้สึกว่าจะเงียบเหงาน้า
(ผมก็เพิ่งกลับมา  งานเยอะท่วมหัวเลย)
ลานะครับ


wittawat.wat
ร่วมแบ่งปัน7 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็น 1078 20 ก.ย. 2552 (11:29)

แวะมาทักทายครับ


 


neverheal
ร่วมแบ่งปัน548 ครั้ง - ดาว 230 ดวง

ความเห็น 1079 20 ก.ย. 2552 (18:47)

สวัสดีครับ อาจารย์ ผมมีความสงสัยในกระทู้ของอาจารย์นี้ อยากจะมาถามครับ

ที่อาจารย์บอกว่า

คนฟังเต็มห้องประชุมเลยครับ น่าจะอยู่ในราว 160-180 คน เห็นจะได้ (ซึ่งถือว่าดีมาก สำหรับหัวเรื่องที่น่าจะถือว่า "หนัก")

หนักในที่นี้ มีความหมายว่าอย่างไรครับ ช้วยขยายด้วยครับ เพราะอาจารย์เน้นคำว่าหนักมากเป็น พิเศษ

พุทธศาสนาไปกันได้ดีกับวิทยาศาสตร์ “มากกว่า” ศาสนาอื่นอีกหลายศาสนา – สังเกตนะครับว่า คำพูดนี้เป็นได้แค่ “สมมติฐาน” และโดยส่วนตัวผมถือว่าเป็นสมมติฐานที่สุ่มเสี่ยงมาก การจะตอบเรื่องนี้ได้คงต้องทำวิจัยกันชุดใหญ่เลยทีเดียวล่ะครับ

เกี่ยวกับ ประโยคนี้ ความสุ่มเสี่ยงที่อาจารย์ว่านั้น จะออกมาในรูปแบบไหนครับ และถ้าจะทำวิจัยเรื่องนี้ อาจารย์ว่า ควรจะทำการวิจัย รูปแบบไหนดีครับ

และจากการที่อาจารย์ก่าวเช่นนี้ ผมพอจะเข้าใจได้ว่า อาจารย์ออกจะไม่เชื่อในคำพูดนั้นสักเท่าไร ถูกต้องไม่ครับ แน่นอน ในที่นี้ ความเชื่อเรายกมาเป็นหลักฐานในการพิสูจย์ไม่ได้ แล้วหลักฐานที่เข้ากันได้ ระหว่าง วิทยาศาสตร์และพุทธ อาจารย์เชื่อได้หรือไม่ครับ?
�อย่าลืมนะครับว่า แง่มุมทางวิทยศาสตร์หลายๆ ข้อและในข้อใหญ่ๆ ยังเป็นในรูปแบบ สมมุติฐานความเป็นไปได้ เช่นกัน เค้ายังยกให้ความคิดเหล่านั้น อยู่ในแง่วิทยศาสตร์เลยนะครับ เช่น ควอนตัม หาข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนได้หรือยังครับ เป็นเรื่องของความน่าจะเป็น ล้วนๆ(และอื่นๆ) เค้ายังเอามันมาอยู่ในทำเนียบฟิสิกส์เลย (การพิสูจน์ทางควอนตัม ได้รับคำตอบที่เหนือสามัญสำนึกทั้งนั้น แต่ทำไม่มันยังเป็นวิทยาศาสตร์อยู่ละ) ผมอาจจะอธิบายได้ไม่ระเอียดนะครับ เรื่อง ควอนตัมเนี้ย แต่ถ้าผู้ศึกษาควอนตัมดีแล้วจะเข้าใจทันที

การที่มีบุคคลนำ วิทยาศาสตร์มาเปรียบเทียบกับพุทธ แสดงว่ามีความหมายที่เหมือนและลึกซึ้งอยู่ ถ้าใครไม่เชื่อ แน่นอนว่าต้องศึกษาว่า ความหมายที่เหมือนกันนั้นคืออะไร เป็นอย่างไร โดยตั้งอยู่บนการ
สังเกตุแบบวิทยศาสตร์ และแน่นอนว่า ถ้าพยายามหาคำตอบด้วยวิธีการทางวิทยศาสตร์ย่อมเป็นเรื่องใหญ่และใช้ระยะเวลานาน ระหว่างที่มีการศึกษานั้น ย่อมมีคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย สิ่งสำคัญระหว่างการศึกษานั้น ผู้ที่มีความรู้ความสามารถไม่ควรจะอคติจริงไมครับ ไม่เชื่อก็พิจารณาต่อไปด้วยความสนใจ แต่ไม่อคติ เพราะคำพูดของคนๆ หนึ่งสามารถ ชี้นำคนได้มากมาย คนที่เชื่อก็พยายามหาข้อพิสูจน์ต่อไปโดยที่ไม่พยายาม ชักจูงใครให้เชื่ออย่างไรเหตุผล

และเว็บ wiki ก็ไม่ได้มีทุกอย่างในโลกนะครับ และประเด็นที่ว่า ไอน์สไตน์ เชื่อในความเป็นศาสนาสากล หรือไม่นั้น ไม่สำคัญหลอกครับ นั้นไม่ใช้เนื้อหาที่สำคัญของความเหมือนของ ศาสตร์สองชนิด หนังสือเล่มใด ก็ตามที่นำ คำพูดของไอน์สไตน์มากล่าวอ้าง ผมเองก็เห็นว่าไม่สมควร เพราะมันแสดงให้เห็นว่า ข้อมูลในหนังสือไม่หนักแน่นพอ ถึงกับต้องนำวาทะของคนดังมาอ้างอิงเพื่อความน่าเชื่อถือของหนังสือ� แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่า หลักการของความเหมือนของศาสตร์สองศาสตร์จะไม่น่าเชื่อถือตามไปด้วย� กรณีนี้ ก็เหมือนกับที่อาจารย์นำหลักฐานที่ว่า เว็บ wiki ไม่มีฐานข้อมูลเรื่อง คำพูดของ ไอน์สไตน์ ที่เกี่ยวกับ ศาสนาคอสมิกมาอ้างในบทความนี้นั้นแหละครับ มันค้นข้างที่จะชี้วัดอะไรไม่ได้หลอกนะครับ กับการที่ wiki จะไม่มีข้อมูลใดที่เราต้องการ และอย่างที่บอกไอน์สไตน์จะพูดยังไงนั้นไม่สำคัญ แต่อาจารย์เอาเรื่องนี้มาอ้างอิง ย่อมเกิดความไม่แน่ใจในคนหมู่หนึ่งทันที และมันส่อให้เห็นว่า อาจารย์มีอคติครับ เช่นอาจารย์เน้นที่ประโยคที่ว่า�� อาจจะไม่เคยกล่าว หรือหากจะกล่าวไว้ ก็ไม่เคยบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษรด้วยตัวของไอน์สไตน์ในที่ใดเลย��

อาจารย์เน้นประโยคนี้ ก็เป็นได้แค่สมมุติฐานเหมือนกันจริงไม่ครับ ในเมื่ออาจารย์คิดว่า พุทธศาสนาไปกันได้ดีกับวิทยาศาสตร์�� จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ� บทความนี้ของอาจารย์ก็ไม่ต่างกัน คือต้องพิจารณาความเห็นอย่างรอบคอบเช่นกัน

และเหตุอีกประการ� อาจารย์ได้อ่านหนังสือเล่มนั้นหรือยังครับ

เหตุผลหนึ่งที่ทำให้บทความๆ นี้ของอาจารย์ไม่มี น้ำหนัก ก็คือ อาจารย์ไปฟังการเสวนา และเอาคำพูดของวิทยากรมาตัดสิน ว่าไม่ค่อยน่าเชื่อถือ ทั้งๆ ที่ตัววิทยากรไม่ใช้ตัวหลักการ ไม่ใช้กฎที่เค้าพูดถึง เหมือนกับครูที่สอนหนังสือไม่รู้เรื่อง เด็กนักเรียน ก็พากันบอกว่า ครูพูดไม่มีเหตุผล ไม่เชื่อวิชาคณิตศาสตร์ ไม่เชื่อวิทยาศาสตร์ มันก็ไม่ใช้จริงไมครับ ครูสอนไม่ถูกต้อง ครูผิดหรือความรู้ในหนังสือผิดครับ

อาจารย์พูดถึงเหตุผล ที่อาจารย์คิดเอง เรื่อง

พุทธไปกันได้ดีกับวิทยาศาสตร์ อาจจะเป็นเพราะ (1) คนไทยไม่ค่อยกล้าวิจารณ์ศาสนาของไทยนัก จึง “โน้มเอียง” ที่จะยกพุทธให้เข้ากับเรื่องที่ตนคิดว่าดี ในกรณีนี้คนที่เชื่อว่าวิทย์ดี ก็จะบอกว่าพุทธ มีความเป็นวิทย์อยู่ในทีด้วย และพยายามยกส่วนที่คิดว่าสอดคล้องกันขึ้นมากล่าว และ (2) คนไทยยังไม่ค่อยมีวัฒนธรรมการวิจารณ์บน “หลักฐาน” มากนัก จึงเป็นการพูดด้วยความเชื่อกันมาก

จากประโยคข้างต้นนี้ ทำให้เห็นว่าอาจารย์เข้าใจผิด และไม่ได้อ่านหนังสือเล่นนั้น (ถึงแม้อาจารย์จะบอกไว้ก่อนแล้วว่า เป็นเพียงความคิดของอาจารย์) และการที่อาจารย์เอาประโยคนี้มาลงในบทความ ยิ่งทำให้ บทความนี้ ด้อย น้ำหนักลงไปอีก เพราะอะไร

ก็เพราะว่าเนื้อหาใน บทความเล่มนั้น ไม่เกี่ยวข้องใดๆ เลยทั้งสิ้นกับคนไทย ผู้เขียนก็ไม่ใช้คนไทย ไม่ได้ตีพิมพ์ในไทย เป็นหนังสือแปลนะครับ
( ขอเน้นมั่ง ^ ^ )

(1) คนไทยไม่ค่อยกล้าวิจารณ์ศาสนาของไทยนัก จึง “โน้มเอียง” ที่จะยกพุทธให้เข้ากับเรื่องที่ตนคิดว่าดี ในกรณีนี้คนที่เชื่อว่าวิทย์ดี ก็จะบอกว่าพุทธ มีความเป็นวิทย์อยู่ในทีด้วย และพยายามยกส่วนที่คิดว่าสอดคล้องกันขึ้นมากล่าว�� >>>� จะขอกล่าวว่า ในหนังสือไม่ได้ " ไม่ได้เรื่อง ไม่มีคุณค่าทาง วิชาการ ถึงขนาดที่ผู้เขียน ยกเมฆ เอาว่า ไอ้นี้เราว่าดี อันนั้นเราก็ว่าดี เลยเอามาเขียนให้เหมือนกัน�� และส่วนที่สอดคล้องกันนั้น ก็หาการทดลองทางวิทย์ศาสตร์ ยากด้วยกันทั้งคู่� การทดลองทางวิทยศาสตร์ สมัยใหม่นี้ มันอยู่นอกเหนือ สามัญสำนึกไปแล้วนะครับ� แต่ถ้าผู้ที่ สนใจวิทยาศาสตร์ และเข้าใจหลัก ปฎิจจสมุปาท จะเข้าใจได้ทันทีว่า มันคล้ายคลึงกันมาก� และไม่ว่า คนไทยจะมีจุดอ่อน อย่างไร� เนื้อแท้ทางวิชาการของงานเขียนนั้น ก็ไม่เกี่ยวกับ อุปนิสัยคนไทยทั้งสิ้น� อาจารย์ยกเหตุตามความเชื่อตัวเองแบบนี้ อาจารย์รับผิดชอบ ความคิดตัวเองได้ไมครับ
อาจารย์บอกว่าอย่าพึ่งเชื่อ จนกว่าจะได้เห็นเอง พิสูจน์เอง นั้นเปนคำพูดที่ถูกต้อง แม้แต่ในหนังสือเล่มนันก็กล่าวถึง แต่อาจารย์กลับเอาความเชื่อตัวเองที่ก็ยังไม่ผ่านการพิสูจย์ มาลงในบทความ ความมีคุณค่าทางวิชาการของบทความนี้ จึงน้อยยิ่งกว่า ความน่าเชื่อถือของหนังสือเล่มนั้น� และยังน้อยยิ่งกว่า คำพูดของวิทยากรคนนั้นที่กล่าวถึง
วาทะของไอน์สไตน์
เพราะอะไร� เพราะข้อมูลในหนังสือเล่มนั้นได้รับการ พิสูจน์แล้วว่า จริง ในส่วนที่พิสูจน์ไม่ได้นั้น ก็เป็นส่วนเดี่ยวที่ทาง วิทยาศาสตร์ ก็ยังพิสูจย์ไม่ได้เช่นกัน และแนวคิดก็ยังตรงกันอยู่ วิทยาศาสตร์พูดถึง สมมุติฐาน และการหาคำตอบ พุทธพูดถึง
วิธีการและคำตอบ สองสิ่งนี้มีแนวทางที่เรียกว่าเหมือนกัน ถ้าคิดว่าแนวทางการหาคำตอบของพุทธ ไม่น่าเชื่อถือ วิทยาศาสตร์เองก็เชื่อไม่ได้เช่นกัน ทำไม?� ลองไปอ่านดูครับ

อีกประโยคหนึ่ง อาจารย์บอกว่า คนไทยยังไม่ค่อยมีวัฒนธรรมการวิจารณ์บน “หลักฐาน” มากนัก จึงเป็นการพูดด้วยความเชื่อกันมาก
อันนี้ผมไม่มีความเห็นครับ แต่ด้วยคำพูดนี้ ทำให้ผมเชื่อว่า อาจารย์เป็นคนมีเหตุผลคนหนึ่ง� ถ้าอาจารย์มี โอกาศได้อ่านหนังสือเล่มนั้น อาจารย์จะพบได้ว่า เนื้อหาในหนังสือเล่มนั้น�� เป็นการวิจารณ์ศาสตร์สองศาสตร์โดยตั้งอยู่บนความมีเหตุผล ในแบบวิทยศาสตร์ของคนสองคนที่เชื่อถือได้ในแง่วิชาการ และเค้าสองคนก็ไม่ได้พูดกันด้วยความเชื่อ แต่พูดด้วยประโยคตามกระบวนการหาคำตอบทางวิทยาศาสตร์ล้วนๆ
เป็นไปตามความต้องการของอาจารย์ที่อยากให้มีการวิจารย์ที่อยู่บน หลักฐาน แบบที่อาจารย์ต้องการเลยครับ


อีกเรื่องที่เลวร้ายที่สุดในบทความนี้ก็คือ
เรื่องนี้

ถ้ายังจำกันได้ผมเคยกล่าวถึงวิทยานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิตของพระอาจารย์โสภณ โสภโณ มีเนื้อความตอนหนึ่งของปาฐกถาของท่านที่กล่าวถึง “การเกิด” แบบอื่นๆ ของมนุษย์ที่ไม่ได้เกิดจาก “ท้องแม่” ทั่วไป เช่น การปุ๊บปั๊บไปเกิดในดอกบัวยักษ์ หรืออีกกรณีหนึ่งที่ ฤาษีตนหนึ่งที่ได้คำแนะนำจากพระอินทร์ให้เอามือลูบท้องนางฤาษิณีที่เป็นภรรยา (แต่ต่างถือพรหมจรรย์ ไม่หลับนอนด้วยกันตามวิสัยคฤหัสถ์) ก็ได้ลูกด้วยวิธีนี้ ซึ่งลูกที่มาเกิดก็คือ พระโพธิสัตว์ ที่มาสั่งสมบุญและช่วยฤาษีและฤาษิณีที่ต้องตาบอดทั้งคู่จากกรรมเก่า เป็นต้น จะเห็นว่าการเกิดทั้ง 2 แบบที่ยกมานั้น ทางวิทยาศาสตร์ถือว่า “ยังมีหลักฐานชัดเจน และยังพิสูจน์ไม่ได้ด้วยข้อมูลเท่าที่มีอยู่ว่า เกิดขึ้นได้จริง”

อาจารย์เอาอะไรมาอ้างในบทความครับเนี้ย� ข้อความนี้มันเกี่ยวอะไรด้วยหรือครับ อาจารย์จะบอกว่าข้อความนี้คือ ตัวตนพุทธศาสนา� อยากรู้จริงๆ ครับอาจารย์เป็นชาวพุทธหรือปล่าว� ข้อความนี้คือหัวใจของพุทธ หรือไงครับที่เอามาอ้าง� ขอบอกว่าข้อความนี้นั้นไม่เกี่ยวอะไรกับพุทธเลย เป็นเพียงความเชื่อที่ไม่ได้ทำให้หลุดพ้น ไม่ใช้สิ่งที่พระพุทธเจ้าสั่งสอนเป็นเพียงความเชื่อของคน ที่สับสนในพุทธกับฮินดู��และเกิดจากวันเวลาที่ทำให้ศาสนาผิดเพี้ยน�ไม่ใช้เรื่องที่เค้าเอาไปเทียบกับ
วิทยาศาสตร์ (เพราะไม่ใช้หลักธรรมของศาสนาพุทธ)�อาจารย์จะบอกว่า ในการเสวนานั้น เค้าย่อมรับหรือยังว่า เหตุการณ์นี้ วิทยาศาสตร์เองก็ยังไม่เชื่อ หรือไงถึงได้เอามาอ้างครับ

ด้วยการอ้างครั้งนี้ของอาจารย์ จึงยิ่งทำให้ สรุปได้ว่า อาจารย์ยังไม่เข้าใจ หลักปฏิจสมุปาท และฟิสิกส์สมัยใหม่ดีพอ ที่จะมาเขียนบทความนี้ เพราะทุกส่วนในบทความของอาจารย์นี้ ไม่เกี่ยวอะไรกับหนังสือเล่มนั้น หรือความพยายามอธิบายว่า พุทธและวิทยศาสตร์เหมือนกันเลย

ปล. ผมเปิดกว้างรับข้อต่อแย้ง เสมอครับ ถ้ามีแนวคิดที่ค้าน ขอความกรุณาชี้แจ้งได้ทันที�� เพราะถ้าผมเข้าใจอะไรผิด การชี้แจ้งจะทำให้ผมเข้าใจถูก� และผมจะขอบคุณเป็นอย่างยิ่งครับ


spintronics
ร่วมแบ่งปัน4 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็น 1080 23 ก.ย. 2552 (11:22)

ขอบคุณ คุณ spintronics ที่เข้ามา comment อย่างยืดยาว ... เสียดายแต่ว่าเป็นช่วงที่ผมต้องตาม "เก็บงาน" ต่างๆ จำนวนมากให้ทันกับเวลา เลยยังไม่มีเวลามากพอจะตอบอย่างเต็มที่ แต่ ... ขอแนะนำแนวทางเบื้องต้นบางประการ สำหรับการอภิปราย (discussion) กันอย่างสร้างสรรค์และเป็นมิตร คือ

(1) การอภิปรายจะชัดเจนและลดทอน "อารมณ์" แย้ง (เพราะต้องการแต่เหตุผลแย้ง - ต่างหาก) ได้มาก หากมุ่งไปที่ความเห็นด้วย หรือเห็นแย้งเนื้อหา และลดการโจมตีว่ากล่าวบุคคล (ผู้เขียน) หรือบุคคลอื่น ผมเองเลี่ยงที่จะเอ่ยชื่อวิทยากรด้วยเหตุดังกล่าวเช่นกัน

(2) การจับประเด็นให้ได้ เป็นเรื่องสำคัญมาก สำหรับการอภิปรายและโต้แย้ง หากคุณ spintronics ย้อนกลับไปอ่านที่หน้า 648 เรื่อง "พุทธกับวิทย์ - ความเหมือนและความต่าง" ที่ผมเขียนไว้ให้ดีอีกครั้ง ... อาจจะสังเกตเห็นได้ (ด้วยใจเป็นธรรม) ว่า ผมพูดถึงเนื้อหาบางส่วนของการเสวนาในวันนั้นเท่านั้น ผมไม่ได้เข้าสู่รายละเอียดในหนังสือเลย (เพราะถึงวันนี้ก็ยังได้แค่แตะๆ ยังไม่ได้อ่านให้จริงจังจนหมดเล่ม)

คงต้องให้รอกันไปก่อนนะครับ แต่บอกได้เลยว่าผมถือพุทธ เป็นศาสนิกที่ดี (คือทำตามคำสอนในศาสนาตามสมควรแก่ตน) แต่ไม่ได้เชื่อทุกอย่างในพระไตรปิฏก และที่เขียนไปทั้งหมด ไม่มีเจตนาทำร้ายหรือทำลายพุทธศาสนา - ส่วนจะรู้น้อยหรือสับสนอย่างที่โดนกล่าวหามาหรือไม่นั้น - คงต้องพิสูจน์กันต่อไปครับ


Namchai BioTec
ร่วมแบ่งปัน370 ครั้ง - ดาว 31 ดวง

ความเห็น 1081 25 ก.ย. 2552 (11:27)

สวัสดีครับ อาจารย์นำชัย ก่อนอื่น ต้องขอบคุณอาจารย์มากเลยครับ ที่สละเวลา ของอาจารย์มาตอบขอสงสัยผม ยังไง งานของอาจารย์ ก็มีความสำคัญต่อประเทศชาติมาก ก็ขอเป็นกำลังใจไว้ ณ ที่นี้ครับ

 และสำหรับ comment ของผมนั้น ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนว่า ผมนั้นยังอายุน้อย กระบวนการเขียน เพื่อให้เข้าหลักวิชาการนั้นยังต้องหัดอีกเยอะ ได้อาจารย์มาแนะนำ ในข้อที่ 1 นั้น ผมรู้สึกช้วยได้เยอะเลยครับ

 จากคำตอบของอาจารย์ในข้อที่ 1 ทำให้ผมค้นพบ ข้อผิดพลาดของตัวเอง แนวทางที่อาจารย์ชี้ให้ดูมีคุณค่าต่อผมมากครับ ขอบคุณครับ
( ไม่ทราบว่า แนวทางเหล่านี้ ตามหลักการข้อที่ 1 ของอาจารย์ ผมสามารถศึกษา เพื่มเติมได้ที่ไหนบ้างครับ หรือเป็นหนังสือก็ได้ครับ )

ส่วนคำตอบในข้อที่ 2 ของอาจารย์ ผมได้ย้อนกลับไปทบทวนบทความ อีกครั้งหนึ่งแล้ว และก็เห็นจริงตามดัง อาจารย์ว่าครับ ผมจึงขออภัย มา ณ นี้ด้วยครับ ส่วนสุดท้ายครับ ผมต้องขออภัย อย่างยิ่งที่กล่าวพาดพิง อาจารย์ไปในเชิง ดูหมิ่น ด้วยความยังด้อย วุฒิภาวะของผมเอง ไม่ได้เจตนาถึงขนาดว่าทำลายศาสนาหลอกนะครับ เพียงเพราะผมเห็น ความเหมือนที่ไม่แตกต่างกันในวิทยาศาสตร์และ ศาสนาพุทธ และต้องการอธิบายถึงความเป็นไปได้นั้น ออกมาครับ


 ขออธิบายเพื่มเติมไว้สักนิด สำหรับผู้สนใจท่านอื่นว่า การนำพุทธมาเปรียบเทียบกับวิทยาศาสตร์นั้น เค้าไม่ได้เอา ส่วนที่เป็นเรื่องเหลือเชื่อ อภินิหาร นรก สวรรค์อะไรแบบนั้นมาเทียบนะครับ ( อาจจะมีบางบ้างคนที่นำมาเปรียบเทียบความลึกลับเหล่านั้น กับการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ ยกตัวอย่างเช่น ภพภูมิชั้นต่างๆ กับ ความจริงที่ว่า จักวาลมีหลายมิติ ใครสนใจเรื่องนี้ก็ลองหา หนังสือชื่อ ศาสตร์แห่งจักรวาล เล่ม 1และ 2 ของ อาจารย์ ชัยพฤกษ์ เพ็ญวิจิตร มาอ่านดูได้ครับ แต่ผู้แต่งก็ได้กล่าวไว้ก่อนว่า เป็นการเปรียบเทียบโดยความเห็นตัวเอง ผู้อ่านต้องใช้ วิจารณญาณในการอ่านครับ )

แต่ที่น่าสนใจ จนผมอยากยกไว้ให้สังเกตุกัน นั้นคือ เค้าเอากระบวนการที่เป็นหัวใจของพุทธศาสตร์ศาสนา มาหาแนวทางการอธิบาย (อาจจะได้แค่ บางส่วน หรือทั้งหมด ในบางเรื่อง เพราะข้อจำกัดทาง วิทยาศาสตร์) ด้วยกฎ ทฤษฎีและสมุมติฐานทาง วิทยาศาสตร์ครับ เช่น ปฎิจจสมุปบาท อธิบาย ด้วยภาษาวิทยาศาสตร์คือ หลักแห่งการอิงอาศัย เปรียบเทียบกับหลัก Causality , ปรากฎการณ์ทางควอนตัม , ความเป็นทวิลักษณ์ของโฟตอน และอีกหลายๆ อย่าง ความไมเที่ยง อธิบาย ด้วยภาษาวิทยาศาสตร์ เช่น กฎข้อที่สองของ เทอร์โมไดนามิกส์ และอื่นๆ เปรียบเทียบกับการเสื่อมสลายตั้งแต่ ระดับจักรวาล บิ๊กแบง บิ๊กครัน ไปจนถึงระดับที่เล็กสุดๆ อย่าง สตริง


ส่วนอื่นๆ ของพุทธศาสตร์ที่เป็นเรื่องพระอินทร์ พระพรหมและอื่นๆ ที่ลึกลับนั้นไม่ใช้หัวใจของ พระพุทธศาสนา ไม่ได้นำพาสู่ความหลุดพ้น การที่พระพุทธเจ้าอธิบายเรื่อง นรกสวรรค์ นั้นเพราะพระองค์ทรงเห็นว่า บุคคลแต่ละประเภท ต้องอธิบายเพื่อให้เห็นธรรมด้วยเรื่องต่างๆ ที่ไม่เหมือนกัน ถ้านักวิทยาศาสตร์ย้อนเวลากลับไปถามพระพุทธเจ้า ท่านจะไม่เสียเวลาอธิบายในเรื่องนรกสวรรค์ ให้เราฟัง ให้เรารู้สึกไม่เข้าใจหลอกครับ แต่ท่านจะดูจริตเรา พอท่านรู้ว่าเรามีจริตที่ต้องการการอธิบายที่มีเหตุผล พิสูจน์ได้ ท่านจะยกหลักธรรมที่ สำคัญๆ และตรงจริตเรามาเทศนาเราครับ แล้วที่นี้แหละเหล่านักบวชก็รวบรวมเป็นพระไตรปิฏก โดยแยกเป็นสามส่วน

1. พระวินัยปิฎก ว่าด้วยวินัยหรือศีลของ ภิกษุและภิกษุณี
2. พระสุตตันตปิฎก ว่าด้วยพระธรรมเทศนาโดยทั่วไป มีประวัติและท้องเรื่องประกอบ
3. พระอภิธรรมปิฎก ว่าด้วยธรรมะล้วน ไม่มีประวัติ และท้องเรื่องประกอบ


ส่วนที่สอง พระสุตตันตปิฎก นี้แหละที่ทำให้ นักวิทยศาสตร์สงสัยกันมาก เพราะมีเรื่องลึกลับแปลกประหลาด อยู่เยอะ แต่ที่เค้าเอามาเทียบคือ ส่วนที่ สามนี้แหละครับ คือส่วน พระอภิธรรมปิฎก ที่ว่าด้วยหลักธรรมล้วนๆ ตั้งอยู่บนพื้นฐานเหตุผล ที่วิทยาศาสตร์สามารถ ศึกษาให้เข้าใจได้
(ขออ้างอิงหน่อยว่า นักวิทยาศาสตร์บางคนเค้ากล่าวหาว่า พุทธ ไม่เป็นจริงจากการได้ อ่าน พระสุตตันตปิฎก แล้วไม่เชื่อเพราะแปลกประหลาด เลยมีอคติ พาลไม่เชื่อพระอภิธรรมไปด้วย เรื่องนี้ก็เปรียบได้กับ การรู้จักไอน์สไตน์ในแง่มุม การใช้ชีวิตของเค้า แล้วเห็นว่าเค้าเป็นผู้ชายที่มีปัญหาครอบครัว หย่ากับภรรยา เอ็นไม่ติด แถมยังทิ้งขว้างลูกสาว แล้วก็พาลไม่เชื่อ ทฤษฎีของเค้านั้นแหละครับ สองสิ่งนี้แม้จะไม่เหมือนกัน ซึ่งพระสุตตันตปิฎกนั้น สอดคล้องกับพระอภิธรรมกว่า ปัญหาครอบครับไอน์สไตน์กับทฎษฎีของเค้า แต่ก็พอเทียบได้ )


ปล. ดันเผลออธิบายเสียยืดยาวอีกแล้ว ผมไม่เก่งเรื่องคัดย่อเลยจริงๆ = = ปล.2 ผมเองก็เรียน ไบโอเทค เหมือนกันครับอาจารย์ ตอนนี้อยากรู้เรื่อง Algae มากว่างๆ จะมารบกวนอาจารย์นะครับ อิอิ สุดท้ายนี้ขอให้อาจารย์มีความสุขมากๆ ครับ ภาระด้านนี้อาจารย์ไม่ต้องรีบตอบก็ได้นะครับ สงสารอาจารย์ งานเยอะ


spintronics
ร่วมแบ่งปัน4 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็น 1082 9 ต.ค. 2552 (12:10)
สวัสดีครับ ดร.นำชัย

หายไปซะนานเลยนะครับ คาดว่าหนังสือคงเสร็จแล้ว

รออ่านอยู่นะครับ ^^

ช่วงนี้ก็กลับมาตาม Blog ได้ต่อแล้วสินะ

ขอบคุณครับ
maxmaonline
ร่วมแบ่งปัน11 ครั้ง - ดาว 146 ดวง

ความเห็น 1084 12 ต.ค. 2552 (08:54)
สวัสดีครับคุณ maxmaonline ... ไม่เห็นกันนานเลยจริงๆ ... หนังสือ Origin of Species ยังไม่เสร็จเลยครับ ที่หยุดไปนั้น นอกจากงานยุ่งสุดๆ แล้ว ยังรู้สึกว่าที่นี่ (blog ผมอันนี้) มันวังเวงและเงียบเหงาจนเหลือทน ... เลยหมดไฟจะเขียนต่อไปเสียเฉยๆ ซะงั้น ก็เลยต้องหยุดไปหาเชื้อไฟมาเติมครับ

นี่ก็ยังยุ่งๆ ทำงานมือเป็นระวิงอยู่ ... ยังติดค้าง ไม่ได้ตอบคำถามและแชร์ความเห็นกับคุณ spintronics ต่อเลยครับ เฮ้ออออออ ....
Namchai BioTec
ร่วมแบ่งปัน370 ครั้ง - ดาว 31 ดวง

ความเห็น 1085 29 ต.ค. 2552 (08:31)


เนื่องจากผมหาวิธีแปะไฟล์ไม่ได้เสียแล้วนะครับ ท่านที่สนใจในรายละเอียด เสวนาวิชาการ "สุดยอดเสวนา-วิวัฒนาการ" ที่จุฬาฯ ไปดูได้ที่เว็บไซต์ของสมาคมวิทย์ฯ นะครับ 

http://www.scisoc.or.th/homepage/index.php?option=com_content&task=view&id=75&Itemid=1


Namchai BioTec
ร่วมแบ่งปัน370 ครั้ง - ดาว 31 ดวง

ความเห็น 1087 30 ต.ค. 2552 (23:28)

อยากไปฟังเสวนาอยู่เหมือนกันครับ


ตอนแรกว่าจะไปบอกอ.ให้พาไปกันเยอะๆ


แต่เห็นจำกัดแค่ 80 คน สงสัยคงจะอดล่ะครับ {#emotions_dlg.d8}


 


ปล.ว่าแต่ E.coli มันทดกรดได้ขนาดนั้นเลยหรอครับ


maxmaonline
ร่วมแบ่งปัน11 ครั้ง - ดาว 146 ดวง

ความเห็น 1089 5 พ.ย. 2552 (09:11)

สวัสดี คุณ ixzyte คุณ maxmaonline และคุณประดิภาครับ ... ขอบคุณที่ทิ้งข้อความไว้ให้นะครับ จะได้มั่นใจขั้นมาได้อีกหน่อยว่า counter นับจำนวนคนอ่านที่วิ่งไปนับพันนับหมื่นในแต่ละวันน่ะ ... เป็นคนเข้ามาอ่านจริงๆ ไม่ใช่ bot เข้ามา count หรือทำ record ข้อมูลเท่านั้น

อ้อ คุณสำหรับคำถามคุณ  maxmaonline - นี่แหละครับ ความน่าประหลาดใจของความสามารถในการเอาตัวรอดของสิ่งมีชีวิตครับ

คุณ spintronics คงต้องรอเพลงรอต่อไปก่อนครับ มีงานเข้าหาพุ่งชนตัวผมอย่างต่อเนื่อง บางอย่างก็เลยต้องรอไปก่อน ขออภัยจริงๆ   


Namchai BioTec
ร่วมแบ่งปัน370 ครั้ง - ดาว 31 ดวง

ความเห็น 1090 13 พ.ย. 2552 (10:52)

สวัสดีค่าาาา

เทอมนี้ ก็ขึ้นหอผู้ป่วยฝึกงานแล้ววววววววว  รวมกับวิชาจุลชีววิทยาอีก ระบาดวิทยาอีก พยาธิสรีรวิทยาอีก เหอๆ ไม่ได้หลับ ไม่ได้กันกันเลย ทีเดียว

แวะมาทักทายเจ้าค่ะ ดร.นำชัย

หนังสือที่ด๊อกเตอร์ให้มา บวกยืมมา ช่วยเอาไว้หลายครั้ง คะแนนอยู่แถวๆเส้น มีนไม่ไปไหนไกลกว่านี้ เหอๆ

กว่าจะหาเวลาว่างมาได้ T^T
รู้สึกเหมือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ทีวีก็ไม่ได้ดู ข่าวก็ไม่ได้อ่าน
จะเล่นเน็ตทั้งทีก็ต้องทำงานส่งอาจารย์ เวลาเอ้อละเหย น้อยเสียเหลือเกิน

ว่างๆ จะแวะเข้ามาถามวิชาที่กลาวไว้ข้างบนนะคะ

ขอบคุณที่กรุณาค่าาา เมตตาธรรมค้ำจุนโลก
อิอิ


hopun
ร่วมแบ่งปัน162 ครั้ง - ดาว 171 ดวง

ความเห็น 1093 16 พ.ย. 2552 (18:00)

แหะ แหะ น้อง hopun คงถามได้แหละครับ แต่ถ้าตอบไม่ได้ ก็อย่าว่ากันเลยนะครับ ... รู้แต่ละอย่าง อย่างนิดๆ กระติ๊ดๆ ทั้งนั้น ;-P ว่าแต่คงต้องสู้ต่อไปครับ เรื่องเรียนก็ประมาณแบบนี้ กันแทบทั้งนั้น (คนธรรมดาด้วยกันนี่นา)


Namchai BioTec
ร่วมแบ่งปัน370 ครั้ง - ดาว 31 ดวง

ความเห็น 1095 7 ธ.ค. 2552 (09:49)

สวัสดีครับอาจารย์


ไม่ได้แวะเวียนมาซะนานเลย


เผอิญยุ่งๆ กับงานน่ะครับ ทั้งจัดประกวดดนตรี ทั้งงานคณะ


 


แหะๆ


neverheal
ร่วมแบ่งปัน548 ครั้ง - ดาว 230 ดวง

ความเห็น 1096 8 ธ.ค. 2552 (10:34)

สวัสดีครับ คุณ neverheal ... ดีใจที่ได้ทราบว่า ยังสุขสบายและ enjoy life อยู่ครับ {#emotions_dlg.d6}


Namchai BioTec
ร่วมแบ่งปัน370 ครั้ง - ดาว 31 ดวง

ความเห็น 1097 17 ธ.ค. 2552 (15:04)

สวัสดีค่ะอาจารย์
หนูเป็นนักเรียนค่ายthai science camp

ชอบการบรรยายของอาจารย์มากค่ะ
เลยมาติดตามดูที่ บล็อก ค่ะ


KUCHIKI NAMTIP
ร่วมแบ่งปัน53 ครั้ง - ดาว 49 ดวง

ความเห็น 1098 18 ธ.ค. 2552 (09:46)

สวัสดีครับ น้อง KUCHIKI NAMTIP ... ค่าย Thai Science Camp ครั้งที่ผ่านมา ผมก็รู้สึกสนุกดีนะครับ เป็นครั้งแรกที่เห็นมีคนฟัง (น้องผู้ชายคนหนึ่ง) หัวเราะงอหายจนน้ำตาเล็ด ต้องเอาผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปาดน้ำตา! {#emotions_dlg.d4} 

มีให้อ่านย้อนหลังได้ 700 กว่าหน้าครับ เชิญหาความสำราญตามอัธยาศัยครับ


Namchai BioTec
ร่วมแบ่งปัน370 ครั้ง - ดาว 31 ดวง






Namchai BioTec
(ดร. นำชัย ชีววิวรรธน์)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 25,219 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 7 ปี
แบ่งปันความรู้ 370 ครั้ง
ได้รับดาว 31 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

Blog อื่น ๆ ของผู้เขียน




Google  
ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
อีเมล : star@vcharkarn.com
โทรศัพท์ : 02-9620127
Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
Page generated in0.3569 seconds !