นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย
วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ภูมิปัญญา ความหรรษา และคุณค่าของชีวิต
ผู้เขียน: Namchai BioTec ชมแล้ว: 7,663,762 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 16 January 2007, 5:03 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sat 3 April 2010, 6:00 am
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด
สารบัญ
1-20 | 21-40 | 41-60 | 61-80 | 81-100 | 101-120 | 121-140 | 141-160 | 161-180 | 181-200 | 201-220 | 221-240 | 241-260 | 261-280 | 281-300 | 301-320 | 321-340 | 341-360 | 361-380 | 381-400 | 401-420 | 421-440 | 441-460 | 461-480 | 481-500 | 501-520 | 521-540 | 541-560 | 561-580 | 581-600 | 601-620 | 621-640 | 641-660 | 661-680 | 681-700 | 701-720 | 721-740 | 741-753


หน้าที่ 753 - ลาที มิใช่ลาก่อน


ในฐานข้อมูลบอกว่าผมเริ่มเขียน blog ในวิชาการดอทคอม ตั้งแต่ 16 ม.ค. 2007 หรือกว่า 3 ปีมาแล้ว ผมเขียน blog
นี้ โดยคิดว่าน่าจะถือเป็นการ บริการสาธารณะ ในการให้ความรู้ทางวิชาการ และเป็นการตอบแทนสังคม (ผมเขียน blog นี้ โดยไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น) เพราะผมเคยเป็นนิสิตทุน
พสวท. ซึ่งก็มาจากเงินภาษีอาการของคนทั้งประเทศ
จึงควรตอบแทนประเทศในแบบที่ตนเองถนัดทำได้ดีและมีประโยชน์


ผมวางขอบเขตว่าเกี่ยวกับ วิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี ภูมิปัญญา ความหรรษา และคุณค่าของชีวิต
และตั้งเป้าว่าจะดึงดูดครู อาจารย์ และนักเรียน
ที่น่าจะเป็นคนกลุ่มใหญ่ที่เข้ามาในวิชาการดอทคอม ให้รู้สึกว่า (1)
เรื่องราวความรู้ทางวิทยาศาสตร์นั้นน่าพิศวง (2)
เราสามารถเรียนรู้วิทยาศาสตร์ได้อย่างสนุกสนาน (3)
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์สำคัญกว่าตัวความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงไปได้ทุกวัน
... บางเรื่องอาจกลับจากผิดเป็นถูกด้วยซ้ำ ด้วยเหตุนี้ การเรียนรู้การสอนในสังคมไทยจึง
“ผิดปกติ” เป็นอย่างมากที่สอนให้เด็กเชื่อตามครูและหนังสือเรียนเป็นหลัก
แต่ไม่สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองจากการทดลองและสรุปความจริง
แต่ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ ไม่สามารถโยงใยความรู้ทางวิทยาศาสตร์
และนำมาใช้ในชีวิตจริงได้ ... ซึ่งเป็นเรื่องน่าเศร้ามาก


ในระหว่างที่เขียนอยู่
ผมเองก็ได้ซึมซาบความจริงบางอย่างที่ไม่ได้คาดหมาย เช่น
มิตรภาพจากผู้ที่ไม่เคยรู้จักพบปะกันมาก่อนเลยในชีวิต หรือในทางลบเช่น
การขาดไร้มรรยาทของบางคนที่ตั้งใจแต่เข้ามาแปะโฆษณา (ทั้งๆ ที่วิชาการดอทคอมเอง
ก็เปิดทางให้เปิดหน้า
blog
ใหม่หรือแม้แต่โฆษณาเลยตรงๆ ในส่วนล่างสุดของหน้าเว็บหลักอยู่แล้ว)
หรือเข้ามาวิจารณ์ก่นด่าผมแบบเสียๆ หายๆ ทั้งๆ
ที่สามารถเห็นแย้งกันได้อย่างสุภาพ
(สังคมไทยเจ็บป่วยอะไรอยู่หรือเปล่า
?)


แต่ไม่มีงานเลี้ยงที่ไม่เลิกรา
ถึงวันนี้ผมอยากจะหยุด
blog
นี้ลงชั่วคราว (คาดว่าจะไม่ถาวร) อย่างไม่มีกำหนดว่าจะกลับมาอีกเมื่อไหร่
ใครที่ยังไม่เคยอ่าน
blog หน้าเก่าๆ ก่อนหน้านี้ ก็มีให้อ่านแก้คิดถึงกันมากกว่า
700 หน้า ... ใครที่อยากอ่านบทความหรือติดต่อผม ก็คงสามารถทำได้โดยตรงต่อหน้า
หรืออ่านบทความผ่านทางนิตยสาร เช่น UpDATE หรือไม่ก็ผ่านทาง
e-mail หรือเครือข่ายรูปแบบอื่นๆ เช่น Facebook (ลองค้นด้วยคำว่า Namchai Chewawiwat) และ twitter http://twitter.com/namchai_sciman เป็นต้น


ลาที
มิใช่ลาก่อนครับ
    


นำชัย


namchai4sci@gmail.com 


2 เม.ย. 2553


ป.ล. ผมยังไม่ใช้ Hi5 นะครับ


 


 


 


 




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด

จำนวน 977 ความเห็น, หน้า | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | 32 | 33 | 34 | 35 | 36 | 37 | 38 | 39 | 40 | 41 | 42 | 43 | 44 | 45 | 46 | 47 | 48 | 49 |
ความเห็น 62 4 ส.ค. 2550 (23:17)
ขอบคุณ คุณ white_rabbit อีกครั้งครับ ก็เลยเกิดเป็นปรากฎการณ์ว่า นำชัย --> ผิด-หก-ตก-หล่น-ซ้ำซ้อน แบบที่ต้องยืมคำพูดยอดฮิตในรายการ "คดีเด็ด" มาใช้ว่า "แหม ... ทำไปได้" ... แม้ว่าอาจจะอ้างได้ว่า ต้นฉบับไม่ถูก แต่ก็ยังมีส่วนที่ต้องรับผิดชอบ ที่ปล่อยให้มีข้อผิดพลาดหลุดไปจากหน้าตักตัวเองได้ (ลำดับ 13 นี่ก็ว่า ทะ แม่งๆ หน่อยๆ ตอนแปล ... แต่เผอิญว่า "ทะแม่ง" ไม่มากพอ - แหะ แหะ)


แต่ไม่เป็นไรครับ ... ไม่เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ ก็จะไม่รู้ว่ายังมีคนไทยที่สนใจ "คำคม" และ "ละเอียดถี่ถ้วน" ในการอ่านในระดับน่าตะลึงพรึงเพริดติดตามอ่านบล็อกของผมอยู่


ขอบคุณอีกครั้ง สำหรับความรู้เรื่องต่างๆ ที่คุณ white_rabbit นำมาฝาก รวมไปถึง comments ต่างๆ ที่น่าสนใจด้วยนะครับ ... ขอปล่อยคำคนฯ ลำดับ 13 ไว้ประจานตัวเองอีกวันนะครับ แล้ววันจันทร์ที่ 6 ส.ค. จะกลับมาแก้ไขให้ถูกต้องครับ
Namchai BioTec เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน370 ครั้ง - ดาว 31 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 63 5 ส.ค. 2550 (11:41)
ผมคิดว่าเป็นพลัง google มากกว่าครับ ไม่ใช่ระดับการอ่านของผมหรอก ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ สิบกว่าปีที่แล้วเราคงไม่สามารถค้นอะไรอย่างนี้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองไทยจริงมั๊ยครับ



ผมยังใหม่กับ"วิชาการ" เวลาแก้ไขไม่รู้ว่ากด ผิดอย่างไรเป็นลบ และไม่รู้จะแก้อย่างไร ขอโพสต์ซ้ำข้อความที่ถูกลบไปนะครับ



ดร. นำชัยครับ ผมคิดว่าเว็บที่ ดร. ใช้มีปัญหาแล้วล่ะครับ เข้าทำนอง"ฝรั่งชุ่ย" แล้วล่ะครับ



แต่ผมก็ยอมรับว่าคำคมที่เค้านำมาก็เป็นคำคมที่ดีนะครับ



แต่เมื่อเห็น Maxwell Planck ผมก็งงว่าเป็นใคร แต่ไม่น่าจะเป็นนักฟิสิกส์ดังได้ เพราะ



เรามีคนสำึคัญอยู่สองท่านอยู่แล้วคือ



James Clerk Maxwell ผู้รวมแรงแม่เหล็กกับไฟฟ้าเค้าด้วยกัน ทำนายคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า คลื่นวิทยุบนเศษกระดาษก่อน ที่จะนำไปสู่การค้นพบจริง และนำไปสู่การส่งคลื่นวิทยุราวๆปี 1900



กับ

Max Planck บิดาทฤษฎีควอนตัม



แต่ชื่อคน เราอาจจะไม่รู้จักก็ได้ เพื่อให้แน่ในผมลองเช็คดู พบว่าเป็นคำพูดของ Max Planck ครับดูได้จาก http://scienceworld.wolfram.com/biography/Planck.html





เว็บนี้เชื่อถือได้แน่นอนครับ เค้าทำงานมีคุณภาพมากครับ



ข้อความมีดังนี้ครับ



Planck was also a philosopher of science.



In his Scientific Autobiography and Other Papers, he stated Planck's Principle, which holds that



"A new scientific truth does not triumph by convincing its opponents and making them see the light, but rather because its opponents eventually die and a new generation grows up that is familiar with it."



This view contradicts that forwarded by Karl Popper known as Popper's Principle.



คมมากครับ และสังเกตได้ว่าในเว็บที่ ดร.นำชัยใช้ ตกคำว่า "new" ด้วยครับ แค่คำๆเดียวแต่ความหมายหายไปเยอะเลย
white_rabbit เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน19 ครั้ง - ดาว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 64 5 ส.ค. 2550 (11:42)
แถมนิดนึง หลังจากที่เช็คดูแล้ว

คำคม 12 ท่าน Poincare กล่าวไว้ใน

La Science et l'Hypothèse (Of Science and Hypotheses) จริงๆด้วย พิมพ์ในปี 1901 เหมือนกับที่ ได้เดาไว้ข้างบน



และคำคมที่ 13 ท่าน Planck กล่าวไว้ในหนังสือ ที่อ้างไว้ด้านบน ตีพิพม์ปี 1949 โดยแปลจาก ต้นฉบับภาษาเยอรมัน ปี 1948



เนื่องจากทั้งแปลทั้งลอกกันหลายรอบ บางเว็บก็อาจตกคำว่า new นำหน้า scientific truth อย่างที่บอก แต่แหล่งที่เชื่อถือได้ มีคำว่า new ครับ



แต่คำคมของท่าน Poincare ที่จับใจนักฟิสิกส์ที่สุด ผมคิดว่าน่าจะเป็นด้านล่าง แม้แต่ในเว็บส่วนตัวของนักฟิสิกส์ไทยบางคน ก็ยังคำคมนี้ มาลงไว้



(ขอไม่แปลนะครับ)



The scientist does not study nature because it is useful to do so. He studies it because he takes pleasure in it, and he takes pleasure in it because it is beautiful. If nature were not beautiful it would not be worth knowing, and life would not be worth living.



แค่นี้ก็พอที่ทำให้นักฟิสิกส์อย่างไอน์สไตน์และคนอื่นๆอีกหลายคน (อาจจะโดยเฉพาะพวกที่อยู่ในรัสเซียตอนที่ล่มใหม่ๆ) ที่ไม่ว่าลำบากลำบนอย่างไร ก็ต้องเจียดเวลามาคิดฟิสิกส์



และเป็นปรัชญาสำคัญ ถ้าเราไปถามฝรั่งว่า ทำ research pure science ไปทำไม ก็จะได้คำตอบส่วนหนึ่งประมาณนี้ แต่อาจคมน้อยกว่านี้นะครับ
white_rabbit เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน19 ครั้ง - ดาว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 65 5 ส.ค. 2550 (11:51)
ต้องขอโทษที่ โพสต์ซ้ำนะครับ เพราะผมคิดว่า ข้อความสองอันข้างบน คงจะถูกลบไป

คราวนี้เปลี่ยนมาใช้ ie คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา "คุณช่วยแจ้งลบความเห็นนี้แล้ว ขอบคุณค่ะ"

ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเมื่อกด "ส่งข้อความ" เฉยๆถึงขึ้นอย่างนี้ได้ครับ



ดร. นำชัยครับ ผมคิดว่าเว็บที่ ดร. ใช้มีปัญหาแล้วล่ะครับ เข้าทำนอง"ฝรั่งชุ่ย" แล้วล่ะครับ



แต่ผมก็ยอมรับว่าคำคมที่เค้านำมาก็เป็นคำคมที่ดีนะครับ



แต่เมื่อเห็น Maxwell Planck ผมก็งงว่าเป็นใคร แต่ไม่น่าจะเป็นนักฟิสิกส์ดังได้ เพราะ



เรามีคนสำึคัญอยู่สองท่านอยู่แล้วคือ



James Clerk Maxwell ผู้รวมแรงแม่เหล็กกับไฟฟ้าเค้าด้วยกัน ทำนายคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า คลื่นวิทยุบนเศษกระดาษก่อน ที่จะนำไปสู่การค้นพบจริง และนำไปสู่การส่งคลื่นวิทยุราวๆปี 1900



กับ

Max Planck บิดาทฤษฎีควอนตัม



แต่ชื่อคน เราอาจจะไม่รู้จักก็ได้ เพื่อให้แน่ในผมลองเช็คดู พบว่าเป็นคำพูดของ Max Planck ครับดูได้จาก http://scienceworld.wolfram.com/biography/Planck.html





เว็บนี้เชื่อถือได้แน่นอนครับ เค้าทำงานมีคุณภาพมากครับ



ข้อความมีดังนี้ครับ



Planck was also a philosopher of science.



In his Scientific Autobiography and Other Papers, he stated Planck's Principle, which holds that



"A new scientific truth does not triumph by convincing its opponents and making them see the light, but rather because its opponents eventually die and a new generation grows up that is familiar with it."



This view contradicts that forwarded by Karl Popper known as Popper's Principle.



คมมากครับ และสังเกตได้ว่าในเว็บที่ ดร.นำชัยใช้ ตกคำว่า "new" ด้วยครับ แค่คำๆเดียวแต่ความหมายหายไปเยอะเลย
white_rabbit เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน19 ครั้ง - ดาว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 66 5 ส.ค. 2550 (11:52)
พบปัญหาเหมือนเดิม

คุณ ช่วยแจ้งลบความเห็นนี้แล้ว ขอบคุณค่ะ

งั้นก็ขอเลิกก่อนครับ ใช้งานยากจริงๆนะครับ
white_rabbit เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน19 ครั้ง - ดาว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 67 5 ส.ค. 2550 (13:25)
คุณ white_rabbit ครับ ผมทดลอง กดตรงแก้ไข Edit Katoo and Body ก็ใช้งานได้ตามปกติส่วนความคิดเห็นที่ 63 - 66 เห็นท่านแจ้งลบเอาไว้อาจจะเกิดจากความผิดพลาดก็เลยนำกลับมาใหม่หรือยังยืนยัน(จะลบ)เหมือนเดิม ก็โปรดยืนยันอีกครั้ง ครับ และต้องขออภัยด้วยหากทำอะไรผิดพลาด เพราะคนที่ไม่ผิดพลาดคือคนที่ไม่ทำอะไรครับ
ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน2434 ครั้ง - ดาว 284 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 68 5 ส.ค. 2550 (21:08)
ขอบคุณครับ อย่างที่คุณครูชิตแก้ให้ดีแล้วครับ

การแจ้งลบที่ขึ้นผมไม่เข้าใจว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร

ผมไม่ได้กดแจ้งลบ เพียงแต่ก๊อบมาแล้วกดส่งเฉยๆ

มือใหม่หัดใช้ เว็บวิชาการครับ ค่อยๆเรียนรู้ กันไป ขอบคุณที่แนะนำครับ
white_rabbit เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน19 ครั้ง - ดาว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 69 5 ส.ค. 2550 (21:47)
เป็นอันว่าความเห็นที่ 68 ที่คุณ white_rabbit แจ้งลบอีกแล้ว แต่ผมขอไว้เป็นกรณีศึกษาดูก่อนครับ คงไม่ว่านะครับ ดูจากจำนวนความเห็นที่ตอบก็คงจะเป็นสมาชิกใหม่ ก็ถือโอกาสนี้กล่าวคำว่า ยินดีต้อนรับครับ อีกอย่างผมได้ติดตามอ่านแทบทุกความเห็นอย่างละเอียด แต่ผมก็แปลกใจในประเด็นการกดแจ้งลบไม่ทราบว่าสมาชิกท่านอื่นเป็นเหมือนคุณ white_rabbit หรือไม่ ว่าแล้วก็ คลิกส่งข้อความ 1 ครั้ง
ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน2434 ครั้ง - ดาว 284 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 71 5 ส.ค. 2550 (22:07)
คุณ white_rabbit ครับ ผมทดลองดูแล้วก็เห็นปกติดีครับ และต้องขออภัย ดร.นำชัย ด้วยนะครับที่ผมเข้ามาแก้ไข ทดลองในห้องนี้ครับ
ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน2434 ครั้ง - ดาว 284 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 72 6 ส.ค. 2550 (09:35)
อันที่จริง ต้องขอบคุณ คุณครู..ชิต ที่ช่วยกันเข้ามาให้คำแนะนำครับ ผมไม่ค่อยจะรู้เรื่องเท่าไหร่ก็เลยขอผ่าน ไม่ได้เข้าไปแจมด้วย


พื้นที่ตรงนี้เปิดกว้างสำหรับความร่วมมือกันสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ครับ


ชอบที่คุณครู...ชิตว่า "คนที่ไม่ผิดพลาดคือคนที่ไม่ทำอะไรครับ" ครับ ... ชีวิตจริงไม่สวยหรูและไม่เคยสมบูรณ์แบบจริงๆ ครับ
Namchai BioTec เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน370 ครั้ง - ดาว 31 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 73 6 ส.ค. 2550 (23:10)
ต้องขอบคุณครู...ชิต อีกครั้งครับ คราวนี้เปลี่ยนจาก Firefox เป็น IE คิดว่าอาจช่วยได้ครับ จะลองพิมพ์เสร็จ แล้วกด "ส่งข้อความ" แค่นั้นครับ



ผมไม่ค่อยทราบประวัติศาสตร์ช่วงสงครามโลกครั้งที่สองละเอียดนัก แต่อย่างไรผมก็คิดว่า การทิ้งระเบิดปรมาณูลูกที่สอง เป็นความเลวร้าย ที่ไม่อาจยอมรับได้ไม่ว่าจะคิดในแง่ไหน



ถ้าคิดว่าทิ้งระเบิดลูกแรก เป็น ยูเรเนียม แล้ว ระเบิดลูกที่สอง ที่เป็น พลูโตเนียม เพียงเพื่ออยากรู้ความแตกต่าง หรือ เพียงเพื่อจะแสดงให้โลกรู้ว่ามีระเบิดสองชนิต อยู่ในมือ

ไม่ว่าจะคิดในแง่ไหนก็ ... (ไม่อาจเขียนบรรยายให้สม...ได้)



ระเบิดเพียงลูกเดียวก็น่าจะเพียงพอที่จะทำให้ประเทศใดก็ได้ ในเวลานั้นยอมแพ้ได้ จริงไหมครับ



ผมไม่อยากพาดพิงประเทศมหาอำนาจมาก ขอร่วมเสริมในประเด็นอื่นนะครับ



ผมได้อ่าน หนังสือ ที่ผู้ก่อตั้งบริษัท SONY คุณ Akio Morita เขียนชื่อ Made In Japan

สะท้อนให้เห็นถึงทัศนคติในการทำงานที่น่าประทับใจ ตั้งแต่สมัยเก่าก่อนมา คนญี่ปุ่นเชื่อว่าอะไรที่คนชาติอื่นทำได้ ถ้าตัวเองทุ่มเทและตั้งใจจริงก็จะทำได้(ดีกว่า) ผมดูจากหนังเรื่อง

Tora! Tora! Tora! (1970) http://www.imdb.com/title/tt0066473/



ซึ่งจะเป็นคนละมุมกับหนังเรื่อง Pearl Harbor (2001) http://www.imdb.com/title/tt0213149/



แต่ทั้งสองเรื่องสะท้อนเหตุการณ์เดียวกัน แต่เรื่องแรกสาระมากกว่า ประสิทธิภาพในการรบของญี่ปุ่นนี่เหนือชั้นกว่ามาก คุณ Morita เองตอนนั้นอายุ 24 เรียนฟิสิกส์ประยุกต์อยู่ที่ Osaka Imperial University ถูกเกณฑ์มาช่วยงานกองทัพ พัฒนา อาวุธนำวิถีด้วยความร้อน เครื่องช่วยมองเห็นเวลากลางคืน เท่าที่อ่านๆดู ฟิสิกส์ประยุกต์ของญี่ปุ่นในตอนนั้นแข็งแกร่งมากครับ สมัยสงครามโลกครั้งที่สองนี่ห้าสิบกว่าปีแล้วนะครับ ญี่ปุ่นมีผู้เชี่ยวชาญที่เป็นเจ้าของทฤษฎีใหม่ๆเกี่ยวกับเรดาร์ได้แล้ว ทฤษฎีและการทดลองต่างๆเกี่ยวกับไมโครเวฟ ก็ทำกันมาตั้งแต่ตอนนั้น



เราไม่ได้พูดถึงความอัจฉริยะ แต่เราพูดถึงความอุตสาหะ ใจสู้ การไม่กลัวที่จะก้าวไปสู่ดินแดนความรู้ใหม่ๆของคนญี่ปุ่น ยิ่งอ่านไปก็ยิ่งรู้สึกนับถือ



และก็อดไม่ได้ที่จะมองดูความเป็นไปของวงการวิทยาศาสตร์บ้านเรา



สิ่งที่ผมประทับใจมากจากหนังสือของคุณ Morita ก็คือ ระเบิดปรมาณูไม่ได้มีผลเพียงแค่ทำลายผู้คนบ้านเมือง แต่ยังทำลายความฝัน กำลังใจ และศรัทธาของนักวิจัยญี่ปุ่นในตอนนั้นด้วย



คุณ Morita คนหนุ่มเลือดร้อนในเวลานั้น เมื่อรู้ข่าวระเบิดที่ทางการบอกเพียงแต่ว่าเป็นระเบิดชนิดใหม่ แต่ท่านรู้ว่ามันคือระเบิดปรามณู ท่านเดินไปหาหัวหน้าแล้วบอกว่า

"เราควรเลิกงานวิจัยทั้งหมดที่ทำอยู่นี้ดีกว่า ถ้าอเมริกาสามารถทำระเบิดปรมาณูได้ สิ่งที่เราทำอยู่นี้ไม่มีทางไล่ตามเทคโนโลยีของอเมริกาทัน" ท่านเสริมในหนังสือว่า ท่านพอรู้ถึงศักยภาพของระเบิดปรมาณู แต่ตอนนั้นคิดว่าต้องใช้เวลาอีก 20 ปีกว่ามนุษย์จะรู้จักใช้มัน



แต่ญี่ปุ่นก็สามารถ เอาชนะความรู้สึก "ด้อย" ในช่วงเวลานั้นไปได้ ก้าวสู่ช่วงเวลาปัจจุบันที่เทคโนโลยีไม่มีใครตามทัน และวิทยาศาสตร์พื้นฐานก็ไม่น้อยหน้าใคร ซึ่งคิดว่า คนที่เคยศึกษาที่ญี่ปุ่นอย่าง ดร.นำชัย น่าจะรู้ความ(ไม่)ลับนี้ดี ว่าเค้าทำได้อย่างไร



มองทางฝั่งอเมริกา

ในตอนนั้น อเมริกา ได้ "สมองไหล" จากเยอรมัน ได้คนเก่งๆอย่าง ไอน์สไตน์ และท่านอื่นๆมา

แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรในการพัฒนาระเบิดโดยตรง เพราะท่านเหล่านั้นอาวุโสแล้ว แต่ความยิ่งใหญ่ของท่านเหล่านั้นก็เป็นแรงบันดาลในให้เกิดเลือดใหม่ เข้ามาเสริมทัพมากมาย

ไอน์สไตน์ ไม่ได้ทำระเบิด อันนี้ บรรดาแฟนพันธุ์แท้ของท่านคงแก้ต่างให้แล้ว



แต่ผมไม่คิดว่า พวกที่ทำระเบิดจะเป็นคนชั่วช้า ซึ่งจริงๆปัญหาเรื่องจริยธรรมคงเถียงกันไม่จบ หลายครั้งนักวิทยาศาสตร์เหล่า ก็ไม่ได้คิดอะไรมากว่า ความท้าทายที่อยู่ตรงหน้า การแก้ปัญหาให้ได้ก่อนคนอื่น นักวิทยาศาสตร์+ตัววิทยาศาสตร์เอง ก็คือพลังอย่างหนึ่ง ก็คล้ายกับพลังงานอื่นๆที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ถ้านักวิทย์ A ไม่ทำ ก็ต้องมีนักวิทย์ B มาทำอยู่ดี

เขียนไป ก็สรุปอะไรไม่ได้...



มองในแง่พลัง ความรู้และเทคโนโลยีที่ใช้ในการก่อกำเนิดระเบิดปรมาณู แต่มาก็ถูกนำมาใช้ทำความเข้าใจ เกี่ยวกับกำเนิดดวงดาว และจักรวาล ก็โดยนักฟิสิกส์คนเดิมๆที่ทำระเบิด ทั้งฝั่งอเมริกา และก็รัสเซีย นั่นล่ะครับ
white_rabbit เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน19 ครั้ง - ดาว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 74 6 ส.ค. 2550 (23:25)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 70 5 ส.ค. 2550 (21:56) คุณ white_rabbit ช่วยแจ้งลบความเห็นนี้แล้ว ขอบคุณค่ะ



อันนี้ขอโทษครับ ผมคลิ๊กผิดจริงๆ จะกด "แก้ไข" เพื่อดูข้อความครูชิตว่าเป็นว่าไร



เพราะผมหา ที่ครูชิตบอก



"คุณ white_rabbit ครับ ผมทดลอง กดตรงแก้ไข Edit Katoo and Body ก็ใช้งานได้ตามปกติ"



Edit Katoo and Boday ผมไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน เลยจะลองคลิ๊กดู แต่ลืมไปว่า คงไปแก้ของคนอื่นเขียนไม่ได้เลยกลายเป็นกดผิดแจ้งลบไป



ความเห็นนี้

ผมจะคลิ๊ก"ส่งข้อความ" เหมือนเดิม แต่ถ้าขึ้นแจ้งลบอีก



ก็ขอ วาน ท่านผู้รู้ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คงจะ เป็นคุณครู...ชิตช่วยแก้ไข ด้วยครับ



ส่วนพวก ความเห็น ทดลอง และผิดพลาด ถ้าช่วยแจ้งลบ ออกจากบอร์ดคุณ ดร. นำชัยด้วยก็จะดีนะครับ



ส่วนความเห็นอันนี้ ถ้าอ่านแล้วก็ ปล่อยให้ลบไปก็ได้ครับได้ไ่ม่รก แต่ผมก็แปลกใจว่า ทำไมตอนตอบ Blog อื่น ทำไม่ผิดครับ



ผมเอง ไม่ได้ต้องการแจ้งลบข้อความใดเลยนะ ครับ มันเกิดเองยังแก้ไม่เป็น

แต่ข้อความของครูชิตนี่คลิ๊กผิดโดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ครับ ขออภัยอีกครั้งครับ
white_rabbit เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน19 ครั้ง - ดาว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 75 7 ส.ค. 2550 (09:32)
ผมเห็นด้วยกับคุณ white_rabbit ครับว่า ระเบิดปรมาณูเพียงลูกแรกลูกเดียวที่ปล่อยลงฮิโรชิมา ก็เพียงพอสำหรับการหยุดกองทัพญีปุ่นอย่างถาวรได้แล้ว



ผมต้องสารภาพตามตรงว่า ตอนที่ไปชมอนุสรณ์สถานทั้งสองแห่งและได้อ่านบันทึกต่างๆ มีบางช่วงบางตอนที่น้ำตามันขึ้นมาเอ่อๆ เช่น ตอนที่อ่านพบว่า สาเหตุที่เลือกเมืองทั้งสองนั้นมีหลายประการ แต่สาเหตุหนึ่งก็คือ เป็นเมืองในภูเขา ซึ่งจะทำให้เห็นผลกระทบได้รุนแรงมากยิ่งขึ้น!



แต่ก็นั่นแหละครับ ... ในยุคสมัยของสงคราม ความบ้าแบบนรกแตกทุกอย่างก็เกิดขึ้นทุกหนทุกแห่ง กองทัพของพระมหาจักรพรรดิญี่ปุ่นก็ได้สร้างรอยแผลที่ยากจะลบเลือนจากใจของคนจีน คนเกาหลี ฯลฯ ที่ต้องตกภายใต้ทารุณกรรมของทหารเหล่านั้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2



แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม สงครามควรจำกัดแต่ในหมู่ผู้ทำสงครามคือ เหล่าทหาร เป็นหลักนะครับ การทิ้งระเบิดปรมาณูอย่างที่รู้แน่ๆ ว่า ผู้รับเคราะห์ส่วนใหญ่คือคนทั่วไปนั้น ยอมรับไม่ได้จริงๆ ... ยังไม่นับข้อครหาที่ว่า ที่โดนทิ้งระเบิดเพราะญี่ปุ่นเป็นชาติเอเชีย (เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมสหรัฐฯ ไม่ทิ้งระเบิดปรมาณูในเยอรมนีหรือประเทศอื่น?) ... อันที่จริงก็มีคำอธิบายเขียนบอกไว้นะครับ แต่ผมอ่านแล้วไม่ค่อยจะเชื่อสักเท่าไหร่!
Namchai BioTec เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน370 ครั้ง - ดาว 31 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 76 7 ส.ค. 2550 (09:38)
สำหรับเรื่องของคุณมอริตะ ผู้ก่อตั้ง Sony ก็เป็นชีวประวัติที่แสดงให้เห็นจิตวิญญาณของการต่อสู้ของคนญี่ปุ่นได้ดีครับ ... อันที่จริง ผู้ก่อตั้งบริษัทยักษ์ใหญ่ของเค้าเป็นอย่างนี้ทั้งนั้นเลยครับ ผมเคยอ่านประวัติของคุณ ฮนดะ ผู้ก่อตั้งบริษัท Honda ก็ไม่ต่างกันสักเท่าไหร่เลยนะครับ


ถ้า "ความมุ่งมั่น" ในการทำสิ่งต่างๆ ให้ "ดีที่สุด" ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนไทยแล้ว ... ประเทศไทยจะไปไกลกว่านี้มากๆ ครับ ... ปัจจุบัน ลองไปถามวัยรุ่นดู หลายๆ โพลชี้ว่า ไม่มีใครสนใจจะมุ่งมั่นบากบั่น วัยรุ่นจำนวนมากอยากรวยเร็วๆ ... ไดยไม่สนใจว่า จะต้องใช้วิธีการใด (แม้ว่าอาจจะต้องโกง ก็ขอให้รวยก็พอ!)


หากเป็นอย่างนี้ต่อไป ... สังคมไทยก็จะเข้าใกล้กับลักษณะนรกอเวจีในตำนานที่มีเปรต อมนุษย์ และอสุรกายเต็มไปหมด
Namchai BioTec เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน370 ครั้ง - ดาว 31 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 77 8 ส.ค. 2550 (14:06)
อาจจะเป็นอย่างนั้นครับ เพราะว่ากระแสสังคมของไทยไม่เน้นวิทยาศาสตร์....
yalie เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน141 ครั้ง - ดาว 194 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 78 8 ส.ค. 2550 (14:21)
เคยได้ติดสอยห้อยตามรุ่นพี่เพื่อไปคุยงานกับอาจารย์ยงค์วิมลมาครั้งนึงครับ



เปลี่ยนแนวคิดไปเลยว่าชีวะ ไม่จำเป็นต้องใช้เลข ฮ่าๆๆ
yalie เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน141 ครั้ง - ดาว 194 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 79 8 ส.ค. 2550 (18:19)
ผมเป็นคนช่างสงสัยนะครับ คุณ yalie ... ถ้าสังคมไทยไม่เน้นวิทยาศาสตร์ ... คำถามที่นอกเหนือจากว่า "ทำไม" ก็คือ "ทำอย่างไร" จึงจะหันมาเน้นหรือสนใจวิทยาศาสตร์มากยิ่งขึ้นล่ะครับ



ถ้าคิดออกและทำได้ ... คงจะเป็นคุณูปการต่อสังคมไทยไม่น้อย ... ว่าอย่างนั้นไหมครับ?
Namchai BioTec เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน370 ครั้ง - ดาว 31 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 80 12 ส.ค. 2550 (17:21)
ผมเองก็เข้ามาอ่านความรู้จาก ดร.นำชัย เริ่มจะประจำแล้วครับ ที่มีความหลากหลายทั้งด้านปริมาณและคุณภาพที่ดี ขอบคุณ สำหรับความตั้งใจ ส่วน คุณ white_rabbit ไม่เป็นไรครับ ผมเองตั้งใจที่จะลบอยู่แล้วครับ หวังว่า คงจะได้รับความรู้ ความคิดเห็นที่ดีมีประโยชน์ จาก คุณ white_rabbit ต่อไปนะครับ
ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน2434 ครั้ง - ดาว 284 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 81 14 ส.ค. 2550 (10:19)
ขอบคุณ คุณครู...ชิต มากนะครับที่แวะเวียนมาดู ผมก็แวะไปดูของครูอยู่แบบแว้บๆ เรื่อยๆ นะครับ เพียงแต่ยังไม่เจอประเด็นที่จะให้ความคิดเห็นน่ะครับ ก็ขอเป็นกำลังใจสำหรับความพยายามเผยแพร่สิ่งดีๆ ให้กับชุมชนออนไลน์ต่อไปนะครับ
Namchai BioTec เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน370 ครั้ง - ดาว 31 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 82 14 ส.ค. 2550 (11:04)
;)
sineenart เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน181 ครั้ง - ดาว 164 ดวง - โหวตเพิ่มดาว






Namchai BioTec
(ดร. นำชัย ชีววิวรรธน์)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 22,283 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 6 ปี
แบ่งปันความรู้ 370 ครั้ง
ได้รับดาว 31 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

Blog อื่น ๆ ของผู้เขียน