ประหยัดและรวดเร็วกว่า: เปลี่ยนมาใช้ SB บัฟเฟอร์แทน TBE/TAE เป็นสื่อพาดีเอ็นเอ (ประหยัดและรวดเร็วกว่า: เปลี่ยนมาใช้ SB บัฟเฟอร์แทน TBE/TAE เป็นสื่อพาดีเอ็นเอ) | วิชาการ.คอม

ประหยัดและรวดเร็วกว่า: เปลี่ยนมาใช้ SB บัฟเฟอร์แทน TBE/TAE เป็นสื่อพาดีเอ็นเอ

งานวิจัยมากมายทางด้านโมเลกุลที่เกี่ยวข้องกับการใช้เทคนิคการแยกดีเอ็นเอ (เจลอิเลคโตรโฟรีซิส) รวมทั้งงานทางด้านการศึกษาโปรตีน งานวิจัยส่วนใหญ่ต้องอาศัยเครื่องมืออิเลคโตรโฟรีซิสเป็นเทคนิคหนึ่งในการศึกษา ยกตัวอย่าง เช่น งานทางด้านโคลนยีน งานการศึกษาการทำงานขอ
ผู้เขียน: Nattawut ชมแล้ว: 5,750 ครั้ง
post ครั้งแรก: Wed 1 August 2007, 10:21 am ปรับปรุงล่าสุด: Wed 1 August 2007, 10:23 am
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด

หน้าที่ 1 - ประหยัดและรวดเร็วกว่า: เปลี่ยนมาใช้ SB บัฟเฟอร์แทน TBE/TAE เป็นสื่อพาดีเอ็นเอ
งานวิจัยมากมายทางด้านโมเลกุลที่เกี่ยวข้องกับการใช้เทคนิคการแยกดีเอ็นเอ (เจลอิเลคโตรโฟรีซิส) รวมทั้งงานทางด้านการศึกษาโปรตีน งานวิจัยส่วนใหญ่ต้องอาศัยเครื่องมืออิเลคโตรโฟรีซิสเป็นเทคนิคหนึ่งในการศึกษา ยกตัวอย่าง เช่น งานทางด้านโคลนยีน งานการศึกษาการทำงานของดีเอ็นเอของสิ่งมีชีวิตต่างๆ การทำพีซีอาร์ (ดูวิธีการทำ PCR ที่: www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=66372) งานทางด้านนิติวิทยาศาสตร์ เป็นต้น ซึ่งงานบางอย่างต้องการผลการทดลองที่รวดเร็วเพื่อในไปวิเคราะห์ต่อไป เช่น การหาวิธีที่รวดเร็วในการตรวจเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรค เป็นต้น (อ้างอิง: www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=37145) รวมทั้งมีความพยามศึกษาหาสารเคมีหรือหาวิธีหรือเทคนิคใหม่ๆในการ พัฒนาปรับปรุงขบวนการที่ใช้อยู่เดิมให้มีประสิทธิภาพ ยกตัวอย่างเช่น การตรวจสอบดีเอ็นเอโดยการใช้แสงฟลูโอเรสเซ้นต์ อย่างรวดเร็วและประหยัด (อ้างอิง: www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=67216) เป็นต้น เจลอิเลคโตรโฟรีซิสเป็นเทคนิคทางชีวเคมี ในการแยกขนาดของ สารพันธุกรรม (ดีเอ็นเอ) หรือโมเลกุลของโปรตีนออกจากกันโดยใช้กระแสไฟฟ้า ซึ่งมีการเคลื่อนที่ไปด้วยความเร็วที่ต่างกัน โดยขนาดโมเลกุลและรูปร่างต่างๆ จะมีผลต่อการเคลื่อนที่ในชิ้นวุ้นอะกาโลสเจล ซึ่งโมเลกุลขนาดเล็กเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าโมเลกุลขนาดใหญ่ การทำเจลอิเลคโตรโฟรีซิส: ยกตัวอย่างงานทางด้านดีเอ็นเอ สารพันธุกรรม ดังกล่าวจะถูกโหลดรวมกับสี เพื่อระบุตำแหน่ง ลงไปด้านบนของวุ้นแบบพิเศษ บางครั้งเรียกว่า อะกาโลสเจล (Agarose Gel) สำหรับเป็นตัวกลาง ซึ่งแช่ในสารละลายบัฟเฟอร์ อดีตถึงปัจจุบัน นิยมใช้ TBE ย่อมาจาก Tris-boric acid-disodium EDTA หรือ บางห้องปฏิบัติการนิยมใช้ TAE ย่อมาจาก Tris-acetic acid disodium EDTA เป็นตัวกลาง เพื่อที่ช่วยในการนำกระแสไฟฟ้า สารละลายบัฟเฟอร์จะเป็นสื่อพาให้โมเลกุลของดีเอ็นเอ ที่มีประจุลบ เคลื่อนไปหาประจุบวก เมื่อกระบวนวิเคาระห์เสร็จสิ้น กระแสไฟฟ้าทำให้ โมเลกุล DNA อยู่ที่ตำแหน่งต่างๆกันในชิ้นวุ้นอะกาโลสเจล จากนั้นนำวุ้นอะกาโลสเจล ไปแช่ในสารละลายเอธิเดียมโบรไมด์ซึ่งจะจับกับ ดีเอ็นเอแล้วนำไปดูด้วยแสงอุลตราไวโอเลต จะเห็นแถบ ดีเอ็นเอ ขนาดต่างๆ เมื่อเทียบกับโมเลกุลที่ทราบขนาดแน่นอน (marker) จะทำให้ทราบว่าขนาดของดีเอ็นเอ ที่นำมาศึกษา มีรายงานในการตีพิมพ์ในวารสาร BioTechniques เกี่ยวกับการค้นพบของ 2 นักวิจัย มีชื่อว่า ดร. โจนาธาน บอดี และ ดร. สกอต เคริน แห่งภาควิชา ภาควิชาศัลยศาตร์ ที่เจฟเฟอร์สัน โรงเรียนการแพทย์แห่ง ม. จอนฮอบกินส์ (Brody and Kern, 2004) ได้ทำการพัฒนาเทคนิคการแยกดีเอ็นเอในเครื่องอิเลคโตรโฟรีซิส โดยเปลี่ยนมาใช้สารละลายบัฟเฟอร์ตัวใหม่มีชื่อว่าโซเดียม บอริก อะซิด (Sodium boric acid; SB) เป็นตัวนำไฟฟ้าแทน TBE บัฟเฟอร์/TAE บัฟเฟอร์ พบว่าจากการลองผิดลองถูกของ ดร. โจนาธาน บอดี และ ดร. สกอต เคริน ได้มีการลองใช้สารสะลายต่างๆมาทดสอบ จากผลงานวิจัย พบว่า โซเดียม บอริก อะซิด เป็นสารละลายที่ใช้เป็นสื่อพาให้โมเลกุลของดีเอ็นเอ ที่ดีที่สุด สามารถเป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดีในการแยกสารดีเอ็นเอ อีกทั้งให้ผลการทดลองในการแยกสารพันธุกรรม (ดีเอ็นเอ) ได้รวดเร็วกว่า การใช้สารละลายบัฟเฟอร์ TBE/TAE ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน ในปริมาณโวลล์ของกระแสไฟฟ้าเดียวกัน โดยเฉพาะงานวิจัยบางงานต้องใช้กระแสไฟสูงๆ ในการแยกโมเลกุลดังกล่าวออกจากกัน ซึ่งข้อเสียที่พบทั่วไปในการใช้กระแสไฟสูงๆในสารละลายบัฟเฟอร์ TBE/ TAE พบคือ การเคลื่อนไหวอาจเสียไป รวมทั้งการหลอมละลายของสารพันธุกรรม (ดีเอ็นเอ) ด้วย เมื่อเปรียบเทียบ ราคาขายพบว่า โซเดียม บอริก อะซิด (Sodium boric acid; SB) มีราคาขายประมาณ 0.07 ดอลลาร์ต่อหน่วย เท่านั้น (ประมาณ 2.10549 บาท ต่อหน่วย อัตตราแลกเปลี่ยน ณ.วันที่ 01/08/07) ซึ่งถือว่าในปัจจุบันมีราคาขายถูกกว่าสารละลายบัฟเฟอร์ TBE และ TAE ในรูปผง/น้ำ โดย TAE จะมีราคาขายอยู่ที่ 0.27 ดอลลาร์ต่อหน่วย (คิดเป็นเงินไทย โดยมีราคาประมาณ 8.12029 บาทต่อหน่วย อัตตราแลกเปลี่ยน ณ.วันที่ 01/08/07) ในขณะที่ TBE มีราคาขาย อยู่ที 0.67 ดอลลาร์ต่อหน่วย (ประมาณ 20.1525 บาทต่อหน่วย ณ.วันที่ 01/08/07) ตามลำดับ ในงานวิจัยยังกล่าวถึงว่า ถ้า ถ้านักวิทยาศาสตร์ใน อเมริกาหันมาใช้ โซเดียม บอริก อะซิด หรือ SB แทน TBE/TAE แล้ว จะช่วย ประหยัดเงินการทำวิจัยได้ถึง 37 ล้านดอลลาร์ ต่อปีทีเดียว รวบรวมข้อมูลและเรียบเรียงโดย: Nattawut Boonyuen อ้างอิงจาก: Brody JR and Kern SE (2004) Sodium boric acid: a Tris-free, cooler conductive medium for DNA. electrophoresis. BioTechniques 36:214-216 http://www.vcharkarn.com/va2/index.php/my/show/154 http://www.sciencedaily.com/releases/2004/02/040210075111.htm http://www.hopkinsmedicine.org/Press_releases/2004/02_09_04.html47125



*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด

Google  
ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
อีเมล : star@vcharkarn.com
โทรศัพท์ : 02-9620127
Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
Page generated in0.0582 seconds !