การแนะแนววิชาดนตรีและการประกอบอาชีพดนตรี

สารบัญ

การแนะแนววิชาดนตรีและการประกอบอาชีพดนตรี

การแนะแนววิชาดนตรีและการประกอบอาชีพดนตรี (อุเทน อินทโร) เนื่องจากมีผู้เรียนหลายคนมีความเข้าใจผิดๆกับการเรียนดนตรี บางคนทุ่มเทและเสียเวลากับสิ่งที่ไม่ใช่เป้าหมายของตน แต่หลงกับการสอบเข้าเรียนดนตรีในระบบ ถ้าหากมีเป้าหมายในการประกอบอาชีพดนตรีแบบใด ก็ควรจะเลือกเรียนดนตรีที่ส่งเสริมอาชีพที่ตนใฝ่ฝัน ซึ่งมีทางเลือกต่างๆมากมาย 1. การเรียนดนตรี จะต้องเรียนอย่างมีเป้าหมายและเหมาะสมกับพื้นฐานความรู้ของเรา ลองดูว่าการเรียนดนตรีมีกี่แบบและแบบไหนจะเหมาะสมกับผู้เรียนมากที่สุด 1.1. การเรียนดนตรีในระบบ คือการเรียนดนตรีเพื่อประกอบอาชีพดนตรีแบบมืออาชีพ เปรียบเสมือนลู่วิ่งสำหรับนักแข่งที่มีเส้นชัยรออยู่ ต้องเป็นผู้ที่ตัดสินใจวิ่งสู่จุดหมาย หลายคนเข้าใจผิดว่าแค่ชอบดนตรีแล้วไม่สามารถเรียนต่อได้จึงหันมาเรียนดนตรีหรือต้องการประกอบอาชีพดนตรีในระดับทั่วไป แต่จริงๆ แล้วการเรียนแบบนี้ต้องเป็นผู้ที่รักที่จะเล่นดนตรี • ระดับเตรียมอุดมศึกษา (ม.4 - ม.6) เป็นการเรียนเพื่อผลิตนักเรียนที่มีคุณภาพให้กับมหาวิทยาลัยดนตรี โดยที่ผู้เรียนจะต้องมีเป้าหมายที่จะเข้ามหาวิทยาลัยดนตรีอย่างแท้จริง เนื่องจากไม่สามารถเปลี่ยนสายการศึกษาได้ ดังนั้นผู้ที่สอบเข้าเตรียมอุดมดนตรีจะต้องเตรียมความพร้อมทางดนตรีก่อนสอบเข้าอย่างน้อยในระดับ ม.1- ม.3 โดยมีพื้นฐานทางดนตรีที่สามารถเล่นดนตรีได้ มีทักษะการอ่านโน้ต มีความรู้เรื่องบันไดเสียง ส่วนใหญ่จะเป็นนักเรียนที่เรียนดนตรีนอกระบบควบคู่กับการเรียนสามัญ หากสนใจที่จะสอบเข้าระดับอุดมศึกษาทางดนตรี จะต้องแจ้งความจำนงกับอาจารย์ผู้สอนวิชาดนตรีของโรงเรียนหรือเรียนดนตรีนอกระบบเสริม โดยบอกจุดประสงค์ให้อาจารย์ทราบ เพื่อให้อาจารย์ให้ช่วยเสริมความรู้เพื่อเตรียมความพร้อมในการสอบเข้า • ระดับปริญญาตรี เป็นการเรียนเพื่อประกอบอาชีพดนตรี • มหาวิทยาลัย (ดนตรี) เป็นสถาบันที่มีอาจารย์ให้คำแนะนำและให้คำปรึกษาเฉพาะด้าน บางสถาบันมีอาจารย์เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจากต่างประเทศ จะต้องศึกษาว่าแต่ละสถาบันมีความโดดเด่นทางด้านใด เหมาะสมกับเป้าหมายหมายของตนรึเปล่า เนื่องจากมหาวิยาลัยมีผู้ต้องการเรียนเป็นจำนวนมาก ทางสถาบันจึงต้องคัดสรรผู้เรียนที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะทาง ดังนั้นผู้ที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยจะต้องเตรียมความพร้อมทางดนตรีก่อนสอบเข้าอย่างน้อยในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4 - 6 • มหาวิทยาลัยราชภัฏ (ดนตรี) เป็นสถาบันอีกทางเลือกหนึ่ง สำหรับผู้เรียนที่ต้องการประกอบอาชีพดนตรี แต่มีพื้นความรู้และทักษะทางดนตรีไม่มากนัก ดังนั้นที่ผู้เรียนจะต้องขวนขวายหาความรู้เพิ่มเติม โดยเฉพาะความรู้ทางด้านการปฏิบัติดนตรี เนื่องจากค่าเรียนไม่สูงนัก ดังนั้นควรต้องลงทุนเพิ่มในเรื่องการเรียนเสริมประสิทธิภาพทางด้านดนตรีปฏิบัติจากโรงเรียนนอกระบบ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติให้ดียิ่งขึ้น 1.2. การเรียนดนตรีนอกระบบ / โรงเรียนเอกชนนอกระบบหรือโรงเรียนวิชาชีพ 15 (2) คือการเรียนดนตรีแบบทางเลือก ผู้เรียนสามารถเลือกที่จะประกอบอาชีพดนตรี หรือต้องการเป็นผู้เล่นดนตรีแต่ประกอบอาชีพอื่นๆ ได้ 1. ตอบสนองความต้องการพื้นฐานทางด้านดนตรี ตอบสนองความต้องการในการเล่นดนตรี การร้องเพลง การแต่งเพลง จุดสังเกตุ คือ เป็นโรงเรียนดนตรีที่เปิดตามแหล่งชุมชนหรือห้างสรรพสินค้าต่างๆ 2. เตรียมความพร้อมสำหรับเรียนในระบบ ตอบสนองความต้องการของผู้เรียนที่ต้องการเข้าเรียนในระบบการศึกษาทางดนตรี จุดสังเกตุ คือ เป็นโรงเรียนดนตรีที่เปิดสอนการเรียนกวดวิชาทางด้านดนตรี มีหลักสูตรที่มีจุดประสงค์ในการพัฒนาผู้เรียนเข้าสู่การเรียนในระบบการศึกษาทางดนตรี 3. สร้างความพร้อมสำหรับมืออาชีพ ตอบสนองความต้องการสำหรับผู้เล่นที่ต้องการพัฒนาฝีมือในระดับมืออาชีพ จุดสังเกตุ คือ เป็นโรงเรียนดนตรีที่มีศักยภาพในการจัดหาครูเก่งๆ ระดับสากลที่เรียกว่า Profession ในระดับประเทศและต่างประเทศ หรือโรงเรียนที่เจาะลึกเฉพาะด้านโดยผู้ที่มีฝีมือทางดนตรีในระดับสูงเป็นผู้เปิดสอน 2. การประกอบอาชีพดนตรี เมื่อเราได้รู้ว่าจะเรียนอะไรแล้ว เราจะต้องรู้เป้าหมายว่าจะเรียนเพื่ออะไร ลองตรวจสอบดูว่า ผู้เรียนมีเป้าหมายที่จะประกอบอาชีพอะไร เพื่อที่ประกอบการเลือกรูปแบบการเรียนให้เหมาะสมกับเป้าหมายของตนมากขึ้น 2.1. อาชีพดนตรี • ใช้วุฒิการศึกษาเป็นหลัก (เหมาะสำหรับผู้ที่เรียนดนตรีในระบบ) ส่วนใหญ่จะเป็นอาชีพทางด้านการศึกษา ได้แก่อาชีพ ครูดนตรีในระบบการศึกษา นักวิชาการทางด้านดนตรี • ใช้ฝีมือเป็นหลัก (เหมาะสำหรับผู้ที่เรียนดนตรีทั้งในและนอกระบบ) ส่วนใหญ่จะเป็นอาชีพทางด้านการปฏิบัติอาศัยทักษะทางดนตรี ได้แก่อาชีพ ครูดนตรีนอกระบบ นักดนตรีทั่วไป Conductor ผู้ประพันธ์เพลง นักเรียบเรียงเสียงประสาน บรรเลงดนตรีประกอบการ้องเพลง บรรเลงดนตรีประกอบการบรรเลง นักเล่นดนตรีในห้องบันทึกเสียง Sound Engineer นักดนตรีที่ผลิตอัลบั้มของตนเอง 2.2. อาชีพดนตรีแบบประยุกต์ เป็นการผมผสานระหว่างทักษะทางดนตรีและทักษะอาชีพอื่น (เหมาะสำหรับผู้ที่เรียนดนตรีนอกระบบ) วิชาสามัญทั่วไป = นักดนตรี ครูสอนดนตรีนอกระบบ ผลิตอัลบั้ม นักดนตรีที่ผลิตอัลบั้มของตนเอง ผู้จัดการร้านที่เกี่ยวกับดนตรี พนักงานขายเครื่องดนตรี ธุรกิจ / นักลงทุน = ธุรกิจโรงเรียนดนตรี ธุรกิจค่ายเพลง ธุรกิจร้านขายเครื่องดนตรี ธุรกิจห้องบันทึกเสียง ธุรกิจสถานที่แสดงดนตรี ธุรกิจจัดหานักดนตรีแสดงในงานต่างๆ (เช่น งานแต่งงาน งานเลี้ยงบริษัท) ธุรกิจให้เช่าชุดแสงสีเสียงสำหรับการแสดงดนตรี ธุรกิจของที่ระลึกทางดนตรี สถาปนิก = ออกแบบสถานที่แสดงดนตรี (แบบ Acoustic แบบ Electric) การฟังเพลง = ดีเจ ร้านขาย CD ผู้ปรับเสียง (Mix) ศิลปะ = ออกแบบปก CD Poster ออกแบบแสงในการแสดงดนตรี ถ่ายภาพการแสดงดนตรี (สถานที่จัด Concert ใช้แสงน้อย ถ่ายโดยไม่ใช้แฟล็ต ต้องใช้ความรู้และความชำนาญและอุปกรณ์เป็นพิเศษ) ผู้กำกับ = ผลิตมิวสิก VDO ผลิตการถ่ายทำ Concert งานฝีมือ / วิศวกร = ซ่อมเครื่องดนตรี สร้างเครื่องดนตรี ออกแบบหรือประดิษฐ์เครื่องดนตรี ประดิษฐ์ของที่ระลึกทางดนตรี

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา