วิชาการดอทคอม ptt logo

พหุปัญญา ของ Howard Gardner

"ไม่มีสมองใครถูกออกแบบมาให้..โง"่ ปัญญาทั้ง ๘ ด้านมีอยู่ในเราทุกคน แต่คนเราจะมีด้านที่เด่นบางด้าน ในขณะที่บางด้านด้อยกว่า แต่สามารถพัฒนาได้ดั่งเช่นที่ทฤษฎีการเรียนรู้ของ Howard Gardner เสนอให้พัฒนาปัญญาทั้ง ๘ ด้าน
ผู้เขียน: Ocean ชมแล้ว: 79,524 ครั้ง
post ครั้งแรก: Sat 1 December 2007, 8:50 pm ปรับปรุงล่าสุด: Fri 4 January 2008, 4:43 pm
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด

หน้าที่ 7 - ทำความรู้จักกับโฮเวิร์ด การ์ดเนอร์ Howard Gardner
หน้านี้ต้องการความช่วยเหลือในการแก้ไข ช่วยแก้ไขได้ที่นี่
โฮเวิร์ด การ์ดเนอร์ 69670 เป็นนักจิตวิทยาพัฒนาการ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เขาเขียนหนังสือหลายเล่มเกี่ยวกับจิตวิทยาพัฒนาการ ซึ่งเน้นไปที่การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในเด็กและผู้ใหญ่ เขาพบความสัมพันธ์ระหว่างศิลปะกับพัฒนาการของมนุษย์ ดังที่เขียนไว้ในหนังสือชื่อ Artful Scribbles มีเนื้อหาเกี่ยวกับการวิเคราะห์ความคิดสร้างสรรค์ที่เบ่งบานในเด็กเล็ก และลดน้อยถอยลงเมื่อโตขึ้น เขาสรุปว่าเมื่อถึงตอนปลายของวัยเด็กเล็ก หรือเริ่มโตขึ้น เด็กมีทักษะอย่างใหม่คือทักษะทางด้านภาษา จึงไม่จำเป็นต้องสื่อสารด้วยศิลปะอีกต่อไปแล้ว ความคิดสร้างสรรค์จึงหดหายไป ในฐานะที่เป็นนักจิตวิทยาทางการศึกษา การ์ดเนอร์โด่งดังด้วยทฤษฎี Multiple Intelligence ซึ่งไม่ต้องมีการทดสอบหรือมองหาข้อสรุปจากการทดสอบ แต่พิเคราะห์อย่างเป็นธรรมชาติว่า ทำไมผู้คนทั่วโลกถึงสามารถพัฒนาทักษะสำคัญๆ ขึ้นมาใช้ในวิถีชีวิตได้ หนังสือ Frames of Mind ของเขาปลุกนักการศึกษาจำนวนมากให้หันมาคิดใหม่ เขากล่าวว่า ...ความแตกต่างหลากหลายในความฉลาดหรือความสามารถของมนุษย์ที่มี 7 ด้านนั้น แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ กลุ่มแรก ได้แก่ คณิตศาสตร์ และตรรกะ กลุ่มที่สอง ได้แก่ ดนตรี ภาษา และการเคลื่อนไหว กลุ่มที่สาม ได้แก่ ความฉลาดในการเข้าใจตัวเองและผู้อื่น ระบบการศึกษาไม่ได้เตรียมการสำหรับความฉลาดที่แตกต่างเหล่านี้ เด็กจึงไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ... การ์ดเนอร์ยังใช้ทฤษฎี MI นี้ในหนังสือเล่มอื่นๆ ของเขา ได้แก่ Unschooled Mind : How Children Think and How School Should Teach ซึ่งในเล่มนี้เขากล่าวว่า “การเรียนรู้ที่หลากหลายสไตล์ และการจัดการเรียนการสอนให้เหมาะกับเด็กๆ ทุกคน ไม่อาจหาได้ในวิธีเรียนแบบเก่า” โฮเวิร์ด การ์ดเนอร์ ได้รับรางวัลแมคอาฟี่ไพรซ์เฟลโลชิป ได้รับเกียรติเชิดชูจากมหาวิทยาลัย สถานศึกษาหลายแห่งในหลายประเทศ เป็นผู้อำนวยการอาวุโสโครงการ Project Zero ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และงานวิจัยอื่นๆ อีกหลายโครงการ ดร.โฮเวิร์ด การ์ดเนอร์ เล่าประวัติตัวเองว่า “ผมเกิดที่เมืองสแครนตัน รัฐเพนซิลวาเนีย ในปี ค.ศ.1943 พ่ออพยพหนีนาซีมาจากเยอรมัน ผมเป็นเด็กคร่ำเคร่งกับการเรียนที่มีความสุขกับการเล่นเปียโน ดนตรีเป็นสิ่งสำคัญยิ่งต่อชีวิตผมเสมอมา ผมเรียนที่ฮาร์วาร์ด และฝึกฝนเป็นนักจิตวิทยาพัฒนาการ ต่อมาก็เป็นนัก neuropsychologist เป็นเวลาหลายปีที่ผมดูแลงานวิจัย เรื่อง “สติปัญญาและความสามารถในการใช้ภาษา” ในคน 2 กลุ่ม คือเด็กปกติและเด็กอัจฉริยะ กับในผู้ใหญ่ที่ได้รับความกระทบกระเทือนทางสมองประสบการณ์ในการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย ในงานวิจัยทั้งสองกลุ่มนี้นำผมไปสู่การพัฒนาทฤษฎี Multiple Intelligence โดยในปี 1983 เขียนออกมาเป็นหนังสือชื่อ Frames of Mind จนกระทั่งกลางทศวรรษ 1980 ผมเข้าไปเกี่ยวข้องกับการปรับปรุงการศึกษาในโรงเรียน ”ในปี ค.ศ. 1986 ผมเริ่มสอนที่ Harvard Graduate School of Education ขณะเดียวกันก็ทำงานโครงการวิจัยระยะยาว Project Zero ไปด้วย ซึ่งวิจัยเกี่ยวกับสติปัญญาของมนุษย์โดยมุ่งเน้นไปที่ศิลปะ เมื่อเร็วๆ นี้ ผมเริ่มโครงการ Good Work Project ”ผมแต่งงานกับเอลเลน วินเนอร์ นักจิตวิทยาพัฒนาการ ซึ่งเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่บอสตันคอลเลจ มีลูกด้วยกัน 4 คน ในชีวิตนี้สิ่งที่ผมรักคือครอบครัวและงาน ทั้งยังชอบท่องเที่ยวและชื่นชอบงานศิลปะ ”งานส่วนใหญ่ที่ผมทำปรากฏอยู่ในหนังสือที่ผมเขียนหลายเล่ม และผมยังรับเชิญบรรยายในหัวข้อเกี่ยวกับความฉลาด ความคิดสร้างสรรค์ ความเป็นผู้นำ การเรียนรู้ และศิลปะ" ”69672



*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด

จำนวน 9 ความเห็น, หน้า | 1 |
ความเห็น 1 3 ธ.ค. 2550 (17:48)
พหุปัญญา 8 ด้านเป็นยังไงและมีอะไรบ้างค๊ะ
tookkea
ร่วมแบ่งปัน10 ครั้ง - ดาว 150 ดวง

ความเห็น 2 7 ธ.ค. 2550 (17:45)
ตอบคุณ Tookkea ครับ พหุปัญญาทั้ง ๘ ด้านประกอบไปด้วย
๑.อัจฉริยภาพด้านภาษาและการสื่อสาร
๒.อัจฉริยภาพด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว
๓.อัจฉริยภาพด้านมิติสัมพันธ์และการจินตภาพ
๔.อัจฉริยภาพด้านตรรกะและคณิตศาสตร์
๕.อัจฉริยภาพด้านดนตรี
๖.อัจฉริยภาพด้านการเข้าใจตนเอง
๗.อัจฉริยภาพด้านมนุษยสัมพันธ์และการเข้าใจผู้อื่น
๘.อัจฉริยภาพด้านการเข้าใจธรรมชาติ
ส่วนรายละเอียดของแต่ละด้านจะทยอยลงในบทความเรื่องนี้เรื่อยๆ ยังไงช่วยเข้ามาติชมได้นะ
Ocean
ร่วมแบ่งปัน19 ครั้ง - ดาว 150 ดวง

ความเห็น 3 8 ธ.ค. 2550 (19:31)
พหุปัญญาเป็นทฤษฎีที่ดี ที่ช่วยไขความลับของความเป็นอัจฉริยะได้อย่างละเอียด

ทำให้เราเข้าใจระบบสมองของเราเองมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยปรับเปลี่ยนทัศนคติของ

ผู้ใหญ่บ้างกลุ่มที่มีต่อเด็กได้ แต่ถ้าเราพูดถึงพหุปัญญาในประเทศไทยแล้ว หลาย

คนคงต้องคิดถึง "คุณหนูดี" ก่อนเป็นลำดับแรกแน่นอน ซึ่งคุณหนูดีเป็นผู้แต่งหนังสือ

เรื่องอัจฉริยะสร้างได้ และเป็นผู้เผยแพร่ให้คนไทยได้รูปจักพหุปัญญาอย่างกว้างขวาง

แล้วในเมื่อเราเริ่มรู้จักพหุปัญญาแล้ว แต่ทำไมระบบการศึกษาของไทยจึงยังยึดว่า

เด็กเก่งคือเด็กที่สอบได้คะแนนดีในวิชาหลัก และเด็กไม่เก่งก็คือเด็กที่สอบได้คะแนน

ไม่ดีอีก
noi_kanya
ร่วมแบ่งปัน13 ครั้ง - ดาว 150 ดวง

ความเห็น 4 10 ธ.ค. 2550 (22:10)
เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับข้อคิดของคุณบัณฑิต อึ้งรังษี อย่างอัจฉริยภาพด้านดนตรี

(Musical Intelligence) เราคิดว่ามีอยู่ในทุกคน แต่จะได้แสดงออกมาหรือไม่

ขึ้นอยู่กับโอกาสและความสนใจของแต่ละคน
patssru
ร่วมแบ่งปัน12 ครั้ง - ดาว 150 ดวง

ความเห็น 5 10 ธ.ค. 2550 (22:54)
นั่นสิน้า... ทำไมคนเก่งในสายตาคนไทยถึงต้องสอบได้คะแนนดีๆ ด้วย

เวลาสนใจอะไรที่ไม่ใช่วิชาการก็โดนกล่าวหาว่าบ้าบ้าง หัวสูงบ้าง อยากเด่นบ้าง

เฮ้อ...
เนยสด
ร่วมแบ่งปัน1976 ครั้ง - ดาว 2 ดวง

ความเห็น 6 27 ธ.ค. 2550 (17:19)
69479
การเรียนรู้เรี่องพหุปัญญามีประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ปกครองที่นึกไม่ออกว่า

จะให้ลูกเรียนอะไร หรือ เมื่อลูกของเขาโตขึ้นจะให้ประกอบอาชีพอะไร ก็เพียง

แค่สังเกตว่าเขาถนัด หรือ สนใจอะไรเราก็ส่งเสริมให้เขาประสบความสำเร็จ

อย่างที่เขาต้องการแต่ก็คงต้องมีอีกหลายปัจจัยที่จะให้เขาเดินไปสู่จุดหมาย.....

.....เฮ้อเหนื่อยเนอะ.......หนีไปบวชดีกว่า
P_NENG
ร่วมแบ่งปัน13 ครั้ง - ดาว 150 ดวง

ความเห็น 7 28 ธ.ค. 2550 (10:20)
อืม..เห็นด้วยกับแนวคิดพหุปัญญาค่ะ ก่อนหน้านี้น่าจะมีใครคิดออกก่อนการ์ดเนอร์นะคะ เด็กไทยหลายๆ คนจะได้ไม่แย่งกันสอบเข้ามหาวิทยาลัยดังๆ ในคณะดังๆ เพราะคิดว่าจะเป็นการแสดงถึงศักยภาพของตน (ทั้งๆ ที่อาจจะไม่ชอบหรือไม่ถนัดเลย แต่เป็นไปตามกระแสสังคมว่า เด็กที่เก่งต้องติดคณะวิศวะ หรือบัญชีจุฬา หรืออะไรอีกมากมาย) จนเมื่อไม่สมหวัง(ของคนรอบตัว) ก็ต้องหาทางออกหนีอายด้วยการฆ่าตัวตายกันไปหลายราย หรือบางรายก็ถึงกับไม่เรียนต่อ ถ้ามีทฤษฎีนี้ออกมารองรับว่า คนเราเป็นอัจฉริยะได้ในหลายทาง ก็จะเป็นการค้นพบที่ช่วยชีวิตคนได้หลายๆ คน รวมทั้งเป็นทางสว่างให้กับเด็กที่มีความสามารถด้านอื่นๆ ต่างออกไปด้วย
_รัตติยา_
ร่วมแบ่งปัน2 ครั้ง - ดาว 200 ดวง

ความเห็น 8 29 ธ.ค. 2550 (14:25)
ขอบคุณคะ

ดีมากๆเลย

ทำให้หนูรู้ว่ามีความถนัดทางด้านใด

มีทางด้านภาษา เข้าใจตนเอง แล้วก็ธรรมชาติ

และที่สำคัญเวลาท้อ เหนื่อยหนูเหมือนกับสมองมันคุยกัน2ฝ่าย

ด้านซ้ายมันบอกว่าทำต่อไป ด้านขวามันบอกหยุดก่อน

มันเถียงกันในตัวหนู

ทำเอาหนูมึนไปแล้วสมองด้านซ้ายมันก็ชนะเพราะอยู่ดีๆ

ก็มีสมองส่วนกลางคั้นระหว่างซ้ายกับขวาบอกว่าเราไม่ยอมแพ้

แล้วหนูก็ทำต่อไป

หนูมีความถนัดทางด้านใดคะ
natnaa
ร่วมแบ่งปัน23 ครั้ง - ดาว 151 ดวง

ความเห็น 9 13 มี.ค. 2551 (14:46)

ผมในฐานะที่ศึกษาโหราศาสตร์ไทยมาพอสมควร  เห็นว่าปัญญาในด้านละด้านสามารถเทียบได้กับลักษณะของดวงดาวต่างๆในดวงชะตาได้ดังนี้



1. ปัญญาด้านภาษา (Linguistic intelligence) เทียบได้กับพุธ (๔) ซึ่งหากพุธเด่นในดวงชะตามักจะเป็นคนที่สื่อความให้ผู้อื่นเข้าใจได้ง่าย ใช้สำนวนโวหารเปรียบเทียบได้ดี  



2. ปัญญาด้านตรรกะ (Logical-mathematic intelligence) เทียบได้กับพฤหัสบดี (๕) ซึ่งถ้าหากพฤหัสบดีเด่นมักจะเป็นคนที่คิดเป็นเหตุเป็นผล ทำสิ่งใดตามระเบียบแบบแผนเคร่งครัด



3. ปัญญาด้านดนตรี (Musical intelligence) เทียบได้กับศุกร์ (๖) ซึ่งถ้าศุกร์เด่นในดวงชะตามักจะชอบร้องเพลง จับจังหวะดนตรีได้ถูกต้อง บ้างก็เคาะประกอบจังหวะ 



4. ปัญญาด้านมิติสัมพันธ์ (Spatial intelligence) เทียบได้กับจันทร์ (๒)ซึ่งถ้าจันทร์เด่นในดวงชะตามักจะมีจินตนาการที่กว้างไกล บางทีออกจะเพ้อฝันไปบ้าง



5. ปัญญาด้านการเคลื่อนไหวร่างกาย (Bodily-kinesthetic intelligence) เทียบได้กับอังคาร (๓) ซึ่งถ้าอังคารเด่นในดวงชะตามักจะมีความกระตือรือร้นสูง เคลื่อนไหวร่างกายได้คล่อง                                                                                                           



6. ปัญญาด้านการเป็นผู้นำ (Interpersonal intelligence) เทียบได้กับอาทิตย์ (๑) ซึ่งถ้ามีอาทิตย์เด่นในดวงชะตามักจะมีความเป็นผู้นำสูง  สามารถชักชวนผู้อื่นร่วมงานเป็นอย่างดี 



7. ปัญญาด้านเข้าใจตนเอง (Intrapersonal intelligence) เทียบได้กับราหู (๘) ซึ่งหากราหูเด่นในดวงชะตามักจะมีอัตตาสูง หลงใหลสิ่งใดก็จะติดตามอย่างไม่ลดละ



8. ปัญญาด้านธรรมชาติ (Naturalist intelligence) เทียบได้กับเสาร์ (๗) ซึ่งหากเสาร์เด่นในดวงชะตาก็จะเป็นที่เข้าใจทุกอย่างตามความเป็นจริง โบราณว่าคนที่มีเสาร์เด่นมากเจออุปสรรคมากมายกว่าจะประสบความสำเร็จ 



9. ปัญญาด้านการคิดใคร่ครวญ (Existential intelligence) เทียบได้กับมฤตยู (๐) ซึ่งถ้ามฤตยูเด่นในดวงชะตามักครุ่นคิดในสิ่งที่แหวกแนว  คิดในเรื่องที่ผู้อื่นเขาไม่คิดกัน 



10. ปัญญาด้านคุณธรรมจริยธรรม (Moral intelligence) เทียบได้กับเกตุ (๙) หากเกตุเด่นในดวงชะตาก็มักจะประพฤติตนเข้าขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม


benzanova
ร่วมแบ่งปัน2 ครั้ง - ดาว 70 ดวง






Ocean
(Gemini)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 2,154 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 6 ปี
แบ่งปันความรู้ 19 ครั้ง
ได้รับดาว 150 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

Blog อื่น ๆ ของผู้เขียน