
...พระผู้เป็นเจ้าทรงพระพิโรธที่มนุษย์สร้างหอคอยเพื่อขึ้นไปอยู่บนสวรรค์กับพระองค์ พระองค์จึงสาปให้มนุษย์ซึ่งแต่เดิมพูดกันรู้เรื่องด้วยภาษาเดียวกลายเป็นเผ่าพันธ์ที่พูดกันหลายภาษาเพื่อทำให้มนุษย์ไม่สามารถสื่อสารกันอย่างง่ายดาย ผู้กำกับชาว Mexican อย่าง Alejandro Gonzalez Inarritu ได้นำเรื่องราวของ หอคอยคนบาป มาตีความเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบันซึ่งนอกจากภาษาแล้ว เผ่าพันธ์ ชนชั้นและศาสนายังเป็นอุปสรรคต่อการปฏิสัมพันธ์กันของมนุษย์ร่วมโลก มากไปกว่านั้นหนังเรื่องนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความหวาดกลัวและการดูแคลนของมนุษย์ต่อมนุษย์เพียงเพราะว่าพวกเราแตกต่างกัน สิ่งที่ได้จากหนังยังมีคุณค่ายิ่งนักสำหรับสถานการณ์ในปัจจุบันที่มีผู้ก่อการร้ายเกิดขึ้นมากมายในทุกมุมโลกเหตุการณ์ต่างๆ ในโลกที่เกิดขึ้นล้วนส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่นๆ ในโลกเสมอ เฉกเช่นเดียวกับ 3 สถานการณ์ใน 3 ซีกโลกล้วนส่งผลกระทบต่อกันและกันโดยที่ทุกคนไม่รู้ตัว Alejandro Gonzalez Inarritu ได้ส่งสารให้ทุกคนได้รับรู้ว่า แท้จริงแล้วเราอยู่ใกล้กันแค่ไหน การกระทำของเราส่งผลยังไงกับอีกหลายๆ คนในโลกใบนี้...

...หนังเริ่มเรื่องจาก Morocco ท่ามกลางความแห้งแล้งมีครอบครัวหนึ่งมีอาชีพเลี้ยงแกะ ลูกชาย 2 คนของครอบครัวได้ปืนไรเฟิลมากระบอกหนึ่งเพื่อยิงไล่หมาในที่มารังควานฝูงแกะ ทั้งสองทดลองยิงรถบัสของนักท่องเที่ยวเพื่อทดสอบว่าปืนกระบอกนี้ยิงได้ไกล 3 กิโลเมตรเหมือนที่โฆษณาเอาไว้หรือเปล่า แต่ว่ามันบังเอิญที่กระสุนนัดนั้นไปโดนภรรยาของนักท่องเที่ยวชาว American คนหนึ่ง ฝ่าย America เชื่อว่าเป็นฝีมือของผู้ก่อการร้าย ส่วนฝ่ายตำรวจ Morocco กลับเชื่อว่าเป็นการปล้นนักท่องเที่ยว เรื่องราวดังกล่าวยังส่งผลให้แม่บ้านชาว Mexican ตัดสินใจนำลูกสาวและลูกชายของครอบครัว American คู่นั้นข้ามแดนจาก America ไปยัง Mexico เพื่อไปร่วมงานแต่งงานของลูกชายสุดที่รักของตัวเองเนื่องจากพ่อและแม่ของเด็กไม่สามารถกลับมาจาก Morocco ได้ และต่อเนื่องไปถึงครอบครัวของนักล่าสัตว์ชาวญี่ปุ่นที่เคยเป็นเจ้าของปืนกระบอกนั้น เขาเองก็มีเรื่องระหองระแหงกับลูกสาวที่เป็นใบ้นับตั้งแต่ภรรยาของเขาฆ่าตัวตาย เขาถูกสงสัยว่ามีส่วนร่วมกับการก่อเหตุดังกล่าวด้วยเช่นกัน ...

...แท้จริงแล้วภาษาเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อแสดงถึงความเป็นอารยะของชนชาติ การสื่อสารที่แท้จริงแล้วคืออะไร การส่งเสียงเป็นคำพูดหรือว่าการแสดงออกทางกาย มันก็ยังไม่สามารถรับรู้สิ่งที่อยู่ภายในใจของมนุษย์อยู่ดี ถ้ามนุษย์ยังไม่กล้าเปิดเผยความจริง Yussef ไม่สารภาพกับตำรวจตามความเป็นจริง Chieko กับพ่อซึ่งมีความเศร้าจากเรื่องเดียวกันแต่ไม่เคยเปิดใจคุยกัน เฉกเช่นเดียวกับ Richard และ Susan กว่าจะมาเปิดใจก็เกือบจะเสียอีกคนหนึ่งไป Amelia ไม่กล้าที่จะพูดความจริงกับนายด่านเพียงเพราะว่า คน American ไม่ไว้วางใจคน Mexican ปัญหาที่เกิดขึ้นในเรื่องคือเราไม่กล้าสื่อสารสิ่งที่เป็นความจริงให้คนอื่นๆ รับรู้เพียงเพราะว่าเราไม่ไว้วางใจกันและกัน มันสะท้อนให้เห็นว่าในปัจจุบันแม้ว่าการสื่อสารจะรุดหน้าไปมากเพียงใหนแต่ความไว้วางใจที่มนุษย์มีให้เพื่อนมนุษย์ด้วยกันกลับเท่าเดิมเหมือนเมื่อพระเจ้าลงโทษเราเมื่อหลายล้านปีก่อน สิ่งแรกที่จะทำให้เราเข้าใจกันคือการให้เกียรติและไว้วางใจกัน อย่าตัดสินกันเพียงแค่ว่า เขาเป็นมุสลิม เธอเป็น Mexican เธอเป็นใบ้ Babel มาไกลกว่าการสื่อสารปกติ คือ การส่งสารจากคนในโลกเงียบให้คนทั่วไปได้รับรู้ ในเรื่อง Chieko เด็กสาวชาวญี่ปุ่นที่มีชีวิตไปวันๆ ด้วยความเงียบ เด็กผู้ชายทุกคนเดินหนีจากเธอเมื่อรู้ว่าเธอเป็นใบ้ บางคนดูถูกดูแคลนเธอ ทุกคนไม่เห็นคุณค่าของเธอ เพียงเพราะว่าเธอไม่สามารถสื่อสารได้เหมือนคนปกติ ความเก็บกดในใจของเธอทำให้เธอแสดงออกเหมือนเด็กสาววัยรุ่นใจแตก เช่น การโชว์ของลับ การใช้ลิ้นยั่วยวนหมอฟัน เพื่อกระตุ้นให้ผู้ชายอยากมี Sex กับเธอสักคน เพียงเพื่อคนทั่วไปได้รับรู้ว่าเธอยังมีคุณค่าและมีตัวตนอยู่ในโลกใบนี้ ...

...อุปสรรคอย่างหนึ่งของมนุษย์นอกจาก เผ่าพันธ์ ศาสนา ยังมีเรื่องของชนชั้นที่แตกต่างกันไปตามแต่ละที่ การที่หญิงผิวขาวกินโค๊กโดยไม่ใส่น้ำแข็งเพียงเพราะว่าเธอไม่รู้ว่าชาว Morocco เอาน้ำจากไหนมาทำ นักท่องเที่ยว American ไม่สามารถอยู่ในหมู่บ้านชนบทของ Morocco ได้เนื่องจากความเกรงกลัวต่อชาวบ้านมุสลิมแม้ว่าจะยอมทิ้งเพื่อนร่วมชาติเดียวกันที่บาดเจ็บสาหัส ตำรวจชาว Morocco ใช้ความรุนแรงในการไต่สวนคนเลี้ยงแกะเพื่อสืบหาตัวคนร้าย แม้ว่าจะพูดความจริงเพียงไรชายชราก็ยังเจ็บตัวอยู่ดี ใน Morocco กับประเทศไทยคงไม่แตกต่างกันมาก แม้ว่าปัจจุบันนี้ชาวบ้านไม่จำเป็นต้องหมอบคลานเพื่อเข้าพบข้าราชการ แต่ช่องว่างระหว่างข้าราชการกับชาวบ้านยังคงมีเหลืออยู่มากมาย ในชนบทชาวบ้านที่ไม่มีความรู้บางคนยังคงเกรงกลัวข้าราชการไทย...

...ภาพหญิงผิวขาวเจ็บปวดทุรนทุรายจากพิษบาดแผล หญิงชราชาวมุสลิมจุดฝิ่นให้เธอสูบเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดพร้อมกับลูบหัวและสวดมนต์ให้เธอ เป็นภาพที่งดงามที่แสดงว่ามนุษย์ไม่ว่าจะเป็นชนชาติหรือศาสนาใดก็ตามเมื่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันได้รับความเดือดร้อนเราก็พร้อมที่จะช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ เหตุการณ์ใน Morocco ไม่ได้แตกต่างจากเหตุการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยในตอนนี้เลย...

...แม้ว่าหนังจะเศร้าสร้อยและบีบคั้นอารมณ์ถึงเพียงใด แต่หนังกลับแสดงออกว่าแท้จริงแล้วจิตใจของมนุษย์ล้วนดีงามเพียงแต่เราถูกสภาพแวดล้อมและสถานการณ์ต่างๆ ทำให้ทำสิ่งชั่วร้าย ภาพที่ Yussef คร่ำครวญขณะที่ทุบปืนไรเฟิลกระบอกนั้น พร้อมกับสารภาพกับตำรวจว่าเป็นความผิดของเขาเองเพื่อไม่ให้พ่อถูกทำร้าย ภาพของคนขับรถทัวร์ไม่ยอมรับเงินจาก Richard เพื่อเป็นค่าตอบแทนที่ช่วยเหลือเขาและภรรยา ภาพของนายตำรวจหนุ่มไม่ล่วงเกิน Chieko แม้ว่าเธอจะยั่วยวนเขาเพียงไรก็ตาม หรือพี่เลี้ยงเด็กจิตใจดีงามอย่างป้า Amelia ที่แม้จะลำบากเพียงไรก็ไม่ยอมทิ้งเด็ก American ทั้งสองคน เหตุการณ์เหล่านี้ช่วยผ่อนคลายความหนักน่วงของตัวหนังโดยให้เราเห็นด้านดีของความเป็นมนุษย์...
...ผมกับเพื่อนๆ หลายคนหลังจากได้ดูหนังของ Alejandro Gonzalez Inarritu นับตั้งแต่ Amores Perros, 21 Grams และ Babel ที่ใช้การเล่าเรื่องแบบเดียวกันเพียงแต่ระยะทางมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากประเทศเดียวกันในเรื่องแรก มาเป็นทวีปเดียวกันในเรื่องที่สอง เรื่องที่สามไกลกว่าเดิม คือ ข้ามซีกโลก พวกเราเห็นพ้องว่าถ้าเขาจะทำเรื่องที่สี่ต่อจากนี้คงต้องเป็นเรื่องราวข้ามดวงดาว อย่างไรก็ตามระยะทางไม่ใช่ปัญหาในการสื่อสารอีกแล้วในปัจจุบัน ปัญหามันยังเป็นเหมือนในอดีต มนุษย์ยังคงหวาดระแวงกันและกันด้วยความแตกต่างของเผ่าพันธ์ ศาสนา ชนชั้น ฯลฯ ผมอยากให้เรามีมุมมองใหม่กับเพื่อนมนุษย์ Inarritu ได้ส่งสารมาแล้วว่าแท้จริงมนุษย์อยู่ใกล้กันเพียงใด ผลของเหตุการณ์ต่างในโลกนี้ล้วนสงผลกระทบถึงทุกคน รักกันให้มากๆ นะครับ...
อั๋นน้อย
blog อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง