ข้อสอบ ข่าววิทยาศาสตร์ ทุนการศึกษา บทความ บทเรียน โครงงาน นิยาย blog รวมลิงค์ : วิชาการ.คอม
เว็บเพื่อการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย) | เว็บสื่อวิทย์ฯ ดีเด่น 2549(กระทรวงวิทย์) | เว็บการศึกษายอดผู้ชมสูงสุด 2549-2551(TrueHits)
เล่าให้ฟัง
ชั่วฟ้าดินสลาย (1955): ชั่วดินฟ้ารักเธอเสมอใจที่ฉัน รำพันทุกวันฝันไปถึงเธอ…
ผู้เขียน: อั๋นน้อย ชมแล้ว: 281,486 ครั้ง
post ครั้งแรก: Mon 24 December 2007, 1:16 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 9 March 2010, 9:41 am
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด
สารบัญ
1-20 | 21-40 | 41-41


หน้าที่ 29 - Dead Poets Society (1989): Oh captain, my captain

“I went to the woods because I wanted to live deliberately. I wanted to live deep and suck out all the marrow of life. To put to route all that was not life; and not when I had come to die, discover that I had not lived.”


ข้าดุ่มด้นเข้าไปในไพรพฤกษ์               หมายเจาะลึกว่าความสุขอยู่หนไหน


แสวงหาถึงแก่นแท้เพื่อแน่ใจ                 มิยอมสิ้นอายุขัยก่อนได้พบ”


- (เรียบเรียงจาก Subtitle ของคุณพัชชา)




...ผมมีเพื่อนเป็นครูอยู่หลายคน และหลายๆครั้งที่ผมมีโอกาสได้พบปะพูดคุยกับเพื่อนๆกลุ่มนี้ ผมพบว่าปัจจุบันแม่พิมพ์ของชาติมีงานล้นมือเหลือเกิน ล้นซะจนไม่มีเวลาที่จะมาเอาใจใส่ลูกศิษย์ บางคนถึงกับไม่มีเวลาเตรียมการเรียนการสอน เนื่องจากระบบใหม่ที่ครูทุกคนต้องทำผลงานเพื่อจะเลื่อนขั้น ผู้ปกครองสมัยนี้จึงไม่สามารถฝากฝังลูกๆให้โรงเรียนเป็นผู้ดูแลอนาคตของชาติได้เพียงลำพัง โดยเฉพาะเด็กมัธยมวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงโฮโมนวัยที่มีพลังในการสร้างสรรค์และแสวงหาตัวเอง ในบรรดาหนัง
Coming of Age ที่ผมชื่นชอบมากที่สุดหนึ่งในนั้นคือหนังเรื่องนี้ “Dead Poets Society” หรือสมาคมกวีไร้ชีพ ที่หนังได้ถ่ายทอดเรื่องราวของเด็กนักเรียนมัธยมชั้นดีแห่งหนึ่งของอเมริกาผ่านระบบการสอนของคุณครู Keating คนที่ใช้วิธีคิดล้ำสมัยและไม่สอดคล้องกับวัฒนธรรมเดิมๆ ในยุค 1959 อเมริกันยังยึดตำราเป็นใหญ่เพื่อให้เด็กสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยดังๆ แล้วประสบความสำเร็จในวิชาชีพของตนเอง หนังที่ทำให้ให้ผู้คนตระหนักว่าวิชาชีพนั้นเป็นสิ่งมนุษย์ไขว่คว้ามาเพื่อเลี้ยงชีพ แต่บทกวีคือสิ่งที่เราต้องมีชีวิตอยู่เพื่อมัน...



...หลายๆคนอาจจะเห็นด้วยกับสังคมการเรียนรู้แบบใหม่และอีกกลุ่มหนึ่งอาจจะไม่เห็นด้วย เพราะผมเชื่อว่าแนวคิดทั้งสองอย่างมันมีทั้งข้อดีข้อเสีย การเรียนรู้ด้วยตัวเองของเด็กมันอาจจะจุดประกายทางความคิดสร้างสรรค์แต่เราอาจจะลืมไปว่ามันเกิดจากคนที่อ่อนด้อยประสบการณ์ ขาดการตัดสินใจที่จะฟันธงลงไปว่าสิ่งไหนคือสิ่งที่ถูกหรือสิ่งไหนคือสิ่งที่ควรจะทำ เด็กจึงต้องมีผู้ชี้ทางให้พวกเขาเดินไปข้างหน้าอย่างปลอดภัย สิ่งที่ชอบกับสิ่งที่ถนัดบางที่มันไม่ได้มาพร้อมกัน ความชอบอย่างเดียวมันไม่ได้ทำให้คนประสบความสำเร็จได้หากขาดการฝึกฝนและพัฒนา  การเรียนรู้จากในตำราบางทีมันก็ทำให้เด็กขาดประสบการณ์จริงที่จะต้องพบในชีวิตข้างหน้า ครูจึงเป็นเหมือนผู้สร้างความเข้มแข็งทางความคิดให้กับลูกศิษย์ การเรียนรู้ที่แท้จริงสำหรับเด็กต้องเรียนรู้ด้วยตนเองโดยผู้ใหญ่ไม่ปล่อยให้โดดเดี่ยว เหมือนกับในหนัง Animation ของ Ghibli Studio เรื่อง Whisper of the Heart โดย Yushifumi Kondo ที่พ่อแม่เปิดโอกาสให้เด็กทดลองเรียนรู้สิ่งที่ตนเองชอบแต่ไม่เคยปล่อยให้เด็กๆเหล่านั้นโดดเดี่ยว พร้อมเสมอที่จะปลอบประโลมเมื่อพวกเขาบาดเจ็บ แต่ใน “Dead Poets Society” นั้นไม่เคยเปิดโอกาสให้เด็กเรียนรู้ และยังปิดกั้นไม่ให้พวกเขาได้สัมผัสฝันแม้โอกาสนั้นผ่านมาให้พวกเขาได้ฉกฉวย...





...
”Seize the Day!” ฉกฉวยวันเวลาเมื่อเธอมีโอกาส อย่าปล่อยให้วันเวลามันผ่านไป เธอไม่รู้หรอกว่าชีวิตมันสั้นนัก นี่อาจจะเป็นนัยยะที่หนังซุกซ่อนเอาไว้เพื่อเตือนไม่ให้เราประมาทกับเวลาที่มันผ่านไปอย่างรวดเร็ว อย่าปล่อยให้ชีวิตล่องลอยไปตามกระแสหลักของสังคม อย่าปล่อยให้ตำราเรียน ประเพณีเดิมๆ ปิดกั้นการแสวงหา เหมือนกวีนิพนธ์ข้างต้นที่แปลโดย “พัชชา” สละสลวยเหลือเกินและครอบคลุมเนื้อหาของตัวหนัง เปรียบได้กับ Neil ลูกศิษย์ของครู Keating ผู้เป็นเหยื่อของระบบเก่า เขาถูกจุดประกายความคิดจากคุณครูที่มาพร้อมกับระบบใหม่ และเลือกทำตามใจตัวเองครั้งแรกในชีวิต แต่ด้วยวุฒิภาวะที่ยังไม่พร้อมจะต้านทานแรงปะทะนั้นได้จึงทำให้เกิดโศกนาฏกรรมตั้งแต่ก้าวแรกที่เขาดุ่มด้นเข้าพงไพร โอกาสแห่งการแสงหาหมดไปพร้อมกับชัยชนะของระบบเดิมโดยมีเจ้าของระบบใหม่ตกเป็นแพะรับบาป แต่อย่างน้อยร่องรอยการต่อสู้ยังคงหลงเหลืออยู่ในตัวลูกศิษย์ที่เหลือของเขา แม้จะไม่ใช่ทั้งหมดแต่มันก็ให้ความหวังและพลังมหาศาลที่จะนำพาหลักการของเขาให้ดำเนินต่อไป...



คนนอกกรอบมักจะถูกมองในแง่ลบเสมอจากคนในกรอบ แต่พวกเขามักจะมีมุมมองใหม่เสมอ นั้นอาจจะเป็นเพราะว่ากรอบเดิมทำให้พวกเขาเหนื่อยหน่ายกับข้อเสียเก่าๆที่ขาดการแก้ไข การฉีกตำราหน้าแรกทิ้งไป หรือการยืนมองนักเรียนจากโต๊ะเขียนหนังสือคือการลบมุมมองเดิมๆของลูกศิษย์เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองจากภายใน เพราะกวีหรือศิลปะนั้นมันไม่ได้มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัวเหมือนกับสาขาวิชาอื่นๆ มนุษย์จึงสามารถใช้ความรู้สึกบอกได้ว่าชอบหรือไม่ชอบได้ การตัดสินคุณค่าเชิงตัวเลขอาจจะไม่สามารถบอกว่าดีหรือไม่ดีได้เสมอไป แต่ว่ามันอาจจะง่ายและชัดเจนกว่าการใช้อารมณ์วัด การประเมินผลเชิงคุณค่าจึงถูกหลงลืมไป คุณค่านั้นไม่สามารถมองที่มุมๆเดียว แต่ต้องมองทุกมุม มองให้รอบทิศทางเหมือนเวลาเรามองลูกกลมๆ 360 องศา การสอนให้เขารู้จักมองหลายๆมุม อาจจะทำให้เราเรียนรู้สิ่งใหม่จากพวกเขา มุมที่เราไม่เคยมองเห็นมันมาเลยชั่วชีวิต...



...ฉากสุดท้ายในหนังเป็นฉากที่ทรงพลังเหลือเกิน ฉากที่ลูกศิษย์แสดงคำอำลาต่อการจากไปของคุณครู
Keating ครูผู้เป็นคนจุดประกายทางความคิดให้ลูกศิษย์ลุกขึ้นยืดหยัดเพื่อฝันของพวกเขา “คุณครูครับ เราจะสู้เพื่อฝัน” จึงเหมาะสมที่สุดแล้วสำหรับชื่อภาษาไทยของหนังเรื่องนี้ ผมบอกเพื่อนที่เป็นครูเสมอว่า พวกเขาเป็นเหมือนแม่พิมพ์ของเด็กๆ เป็นผู้สร้างอนาคตของเด็กทุกคน อย่าได้ท้อถอยหรือหวั่นไหวไปกับระบบหรือระเบียบของสังคมเลย หน้าที่ของพวกเขาคือสร้างอนาคตของชาติ และอนาคตของเด็กนักเรียนอยู่ในมือของคุณครูทุกคน แต่สิ่งหนึ่งที่ผมไม่สามารถทำได้คือส่งเสียงให้พ่อแม่และผู้ปกครองได้ยินว่าการปล่อยให้พวกเขาโดดเดี่ยวจากการเรียนรู้โดยมีโรงเรียนเป็นความหวังมันทำไม่ได้แล้วสำหรับสภาพสังคมปัจจุบัน อย่าปล่อยให้พวกเขาเดียวดายจากการเรียนรู้ หรือปิดกั้นพวกเขามากจนเกินไป เพราะพลังของการสร้างสรรค์นั้น มันเกิดจากโฮโมนของคนรุ่นนี้ทั้งนั้น สิ่งที่ท่านทำได้คือ “ปลดปล่อยให้พวกเขาฉกฉวยโอกาสแห่งการเรียนรู้ โดยไม่ปล่อยให้พวกเขาเดียวดาย” น่าจะเป็นวิถีที่ประนีประนอมที่สุดแล้วสำหรับระบบการเรียนรู้แบบใหม่...



...ขอมอบให้คุณครูทุกคนของผม และให้กำลังใจเพื่อนๆที่เป็นครูทุกคน...

รักและเคารพอย่างยิ่ง



-อั๋นน้อย-

blog อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง




<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 28) หน้าถัดไป (หน้า 30) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 15 ความเห็น, หน้า | 1 |
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 14 พ.ย. 2551 (17:31)

บ้านเราโชคดีกว่านะคะที่ไม่มีการเหยียดสีผิว..


Disk&Dos เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 50 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 30 ธ.ค. 2551 (19:23)

อืม... คงเป็นแบบนี้อีกหลายๆ บริษัท


Ann9 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 25 ม.ค. 2552 (15:46)

{#emotions_dlg.q4}


PT_PUMb* เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 95 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 0 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 8 ก.พ. 2552 (15:26)

น่าอ่านค่ะ


wikawaki เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 41 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 20 ก.พ. 2552 (14:31)

ไปดูมาแล้วสนุกมากมายค้าบ


thai_stemlife

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 47 25 ก.พ. 2552 (15:11)

จะรออ่านอีกนะคะ


cutiebuffy

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 55 27 มี.ค. 2552 (16:02)

ดีครับ


poppong22 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 37 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 51 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 56 28 มี.ค. 2552 (04:43)

สวัสดีค่ะ


WatchSale

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 57 31 มี.ค. 2552 (04:28)

แวะมาทัหทายค่ะ


yimwai

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 69 7 เม.ย. 2552 (03:04)

{#emotions_dlg.d8}


teeama

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 76 18 พ.ค. 2552 (01:30)

อ่านเรื่องที่อั๋นน้อยเขียนไปพลางก่อน  ว่างๆค่อยแวะไปทักทายนะ


anni042 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 62 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 154 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 77 18 พ.ค. 2552 (08:31)

Anni ที่หนองคายฝนตกหรือเปล่า
เชียงใหม่ตกเกือบทุกวัน ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ดูหนัง
ได้ดู Star Trek เรื่องเดียว บอกได้คำเดียวว่า
"สุโค่ย"
ดูแลสุขภาพด้วยนะ วันหลังจะชวนไปอุตรดิตถ์


อ๋นน้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 178 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 153 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 78 23 ก.ค. 2552 (22:47)
บ้านเราโชคดีจัง ไม่มีการเหยียดสีผิวกัน


















































สุธินันท์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 7 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 79 24 ส.ค. 2552 (11:55)

จะรออ่านอีกนะคะ


MEW_LVC เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 10 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 65 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 81 20 ก.ย. 2552 (00:16)

ขอบคุณมากที่แบ่งปัน เรื่องราวดีๆ จะตามอ่านบล็อกคุณเรื่อยๆนะ


อยากเขียนบล็อกบ้างต้องทำยังไงเหรอ ทำไม่เป็น


meritgirl เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


อ๋นน้อย
(ไพรัส แสงสุข)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 5,429 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 2 ปี
แบ่งปันความรู้ 178 ครั้ง
ได้รับดาว 153 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

Blog อื่น ๆ ของผู้เขียน

เล่าให้ฟัง [281,487]


Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน


Google  
องค์ความรู้ เว็บเพื่อนบ้าน
  • thaigoodview
  • ติดต่อเรา ข้อมูลทั่วไป
    ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
    อีเมล : smile@vcharkarn.com
    โทรศัพท์ : 02-5820595
    Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
    ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
    Page generated in2.2472 seconds !