|
|
Calculus just easy! ตอน อนุพันธ์ของฟังก์ชัน
หลายๆคนเรียนแคลคูลัสด้วยความพิศวงงงงวย ยิ่งเป็นแคลคูลัสของมหาวิทยาลัยนี่ก็อย่าให้พูดเลย F กระจาย... ผู้เขียนเลยอยากใช้ประสบการณ์ของตัวเองที่เคยเรียนมามาเล่าให้ทุกท่านลองอ่านกันเล่นๆดู สบายๆ ครับ ;)
ผู้เขียน: CM_SnC ชมแล้ว: 30,997 ครั้ง
post ครั้งแรก: Sun 30 December 2007, 2:00 am ปรับปรุงล่าสุด: Sat 2 August 2008, 8:26 pm
|
หน้าที่ 5 - กฏลูกโซ่ (The Chain Rule)
ในบางครั้ง ถ้าเราต้องการหา

โดยที่มีการกำหนดฟังก์ชัน y = f(u) และ u = g(x) ถ้าเราต้องการหาอนุพันธ์ เราต้องทำการแทนค่าในฟังก์ชันให้เรียบร้อยเสียก่อนแล้วจึงหาอนุพันธ์ เช่นสมมติให้ y = 2u และ

จะเห็นได้ว่าแทนไปง่ายมาก
แต่หากพบเจอแบบนี้ล่ะ?

และ

ถ้ามากระจายนี่....ถึงตายได้
ด้วยปัญหาเช่นนี้ เราจึงมาใช้กฏลูกโซ่มาช่วย แต่ก่อนที่จะถึงกฏลูกโซ่ ลองมาดูความสัมพันธ์ของอนุพันธ์ของฟังก์ชัน y = 6x - 10 = 2(3x - 5) โดยจะสมมติให้ y = 2u และ u = 3x - 5
เราจะหาได้ว่า

ทีนี้เราก็ลองหาได้ว่า
เป็นไปได้ไหมโชคชะตาหรือว่าอำนาจบางอย่าง ให้สองอัน ได้เท่ากัน

หรือ 6 = 3*2
lสูตรที่ 9 กฏลูกโซ่ (The Chain Rule)
ถ้า f หาอนุพันธ์ได้ที่ x และ g หาอนุพันธ์ได้ที่ f(x) แล้ว gof หาอนุพันธ์ได้ที่ x และ
(gof)'(x) = g'(f(x))f'(x)
จากที่กำหนด ถ้าให้ u = f(x) และ y = (gof)(x)
จะได้ว่า y = g(f(x)) = g(u)
ดังนั้นแล้ว

= g'(f(x))f'(x)
หรืออีกนัยหนึ่ง คือ
ถ้า u = f(x), y = g(u) = g(f(x))
เราจะได้ว่า
สำหรับการพิสูจน์ดูได้ที่
http://www.math.hmc.edu/calculus/tutorials/chainrule/proof.pdf
มาดูตัวอย่างการประยุกต์กันเลยดีกว่า
ตัวอย่างที่ 1 จงหาอนุพันธ์ของ

กระจายกันเลย เย้!! ตายก่อนพอดีน่ะสิ
ก็เลยใช้วิธีฉลาดๆ โดยให้

และให้ u = 2x - 1
โจทย์ให้หา

นั่นคือ ต้องใช้กฏลูกโซ่หา

เราทราบว่า

และ

ดังนั้น ก็เลยได้
ตอบเลยยยยย
ซะที่ไหนล่ะ

เพราะโจทย์ให้หาอนุพันธ์เทียบกับ x ไม่ใช่ u
ก็แทน u กลับคืนไปซะ!!
คำตอบจริงๆเลยจะได้ว่า
ทีนี้ถ้าเกิดว่าทำบ่อยๆ แล้ว มันก็จะเคยชินเองโดยไม่ต้องกำหนดฟังก์ชันให้มันชัดเจนแบบนี้ครับ
จากความรู้เรื่องกฏลูกโซ่ ทำให้สูตรพื้นฐานที่มี 8 สูตร ขยายเพิ่มได้ โดยใช้สูตรนี้เป็นหลักสำหรับทุกสูตร
สูตรที่ 10 ถ้า
![$y = [f(x)]^n $ $y = [f(x)]^n $](/latexrender/pictures/6bc622f3052a1ff5e8714eb2b3de673b.gif)
แล้ว
นั่นคือ ดิฟแล้ว "อย่าลืมดิฟสิ่งที่อยู่ข้างใน (ที่เขาเรียกกันว่าไส้ๆๆน่ะครับ)"
จะให้หลอนหน่อยก็เหมือนในโฆษณาขนมเวเฟอร์ "ต้องงงงงมีส้ายยยยยย"
เพื่อความรวดเร็ว เลยขอเอามาให้ใช้กันอีกสูตรหนึ่ง
สำหรับรากที่สองแล้ว

เมื่อ u เป็นฟังก์ชันใดๆ
เช่น
ถ้าเราจะใช้สูตรเบื้องต้น ก็จัดรูปเป็น

เราเลยจะได้ว่า

อย่าลืม ดิฟไส้!! ดิฟไส้เสร็จแล้ว ดิฟอีก

สุดท้ายก็เลยได้ว่า

จัดรูปให้สวยงามสักหน่อย
คำตอบสุดท้ายคือ
ถ้าใช้สูตรอย่างว่า ก็คือ

ซึ่งก็ไปลองดิฟไส้กันเองนะครับ
การพิสูจน์สูตรนี้ ก็ใช้นิยามของอนุพันธ์โดยตรงก็ได้ หรือว่าประยุกต์จากสูตร 10 ก็ได้
โฮะๆๆ เหนื่อยกันพอควรแล้ว เดี๋ยวเราไปพักทำแบบฝึกหัดกันดีกว่า
อ้อ...โพสตอนวันที่ 1 มกราคมพอดี สุขสันต์วันปีใหม่ทุกท่านครับ ;)
ดูการ์ตูนกันสักเล็กน้อย (จาก
http://brownsharpie.courtneygibbons.org/?cat=13&paged=2)
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 7 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 30 ธ.ค. 2550 (23:44) คุณ ultratee ช่วยแจ้งลบความเห็นนี้แล้ว ขอบคุณค่ะ เข้ามาชมผลงานดีๆ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 28 ม.ค. 2551 (18:11) thank you
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 28 ม.ค. 2551 (18:12) รู้สึกเข้าใจมากขึ้นก๊ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 16 ก.พ. 2551 (23:29) สูตรการหาอนุพันธ์และอินทิกรัลของฟังก์ชันตรีโกณมิติ รูปร่างมันจะกลับไปกลับมา ชวนสับสนได้ง่าย ดังนั้น จึงถูกต้องแล้วที่ต้องฝึกทำโจทย์เป็นประจำครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 3 ส.ค. 2551 (23:31) ขอบคุณมากๆ เลย
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 11 พ.ย. 2551 (10:32) ขอบคุณมากคร้าบ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 16 พ.ย. 2551 (18:57) ขอเฉลยโจย์หน่อยครับ ใครทำได้บ้าง
ultratee@yahoo.com