|
ชื่อเรื่อง : การพัฒนารูปแบบการสอนแบบเพื่อนร่วมคิด (Think Pair Share) ในกลุ่มนักเรียน
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่มีพฤติกรรมขาดเรียนรายคาบ ปีการศึกษา 2548
ผู้วิจ้ย : นายพันธ์ศักดิ์ ภูทอง
ครูชำนาญการ โรงเรียนนาเยียศึกษา รัชมังคลาภิเษก
อำเภอนาเยีย จังหวัดอุบลราชธานี
ปีทีพิมพ์ : 2548
บทคัดย่อ
ในการวิจัยครั้งนี้ ได้นำหลักการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action research) เป็นรูปแบบในการดำเนินการวิจัยมี 4 ขั้นตอน คือ ขั้นวางแผน ขั้นปฏิบัติ ขั้นสังเกตการณ์ และขั้นสะท้อนผล โดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนแบบเพื่อนร่วมคิด (Think Pair Share) เป็นรูปแบบการพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 วัตถุประสงค์การวิจัยเพื่อศึกษาพฤติกรรมและทัศนคติ ของนักเรียนในการเรียนคณิตศาสตร์ที่ใช้รูปแบบการสอนแบบเพื่อนร่วมคิดและเพื่อนำผลของการวิจัยไปเป็นแนวทางในการปรับปรุงการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในระดับชั้นอื่นๆ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาวิจัย เป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่มีพฤติกรรมขาดเรียนรายคาบ จำนวน 20 คน เครื่องมือที่ใช้ในการจัดรวบรวมข้อมูลประกอบด้วย แบบสังเกตพฤติกรรม แบบสอบถาม แบบทดสอบรายจุดประสงค์และแบบสัมภาษณ์ สถิติที่ใช้ในการศึกษาวิจัย ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสถิติ t-test
ผลการศึกษาวิจัย พบว่า
1. พฤติกรรมการเรียนของนักเรียนหลังใช้รูปแบบการสอนแบบเพื่อนร่วมคิด โดยรวม นักเรียนมีพฤติกรรมการเรียนในห้องเรียนอยู่ในเกณฑ์เหมาะสม ระดับมาก เฉลี่ย 4.47
2. ทัศนคติของนักเรียนหลังใช้รูปแบบการสอนแบบเพื่อนร่วมคิด โดยรวม นักเรียนมีความคิดเห็น เห็นด้วยระดับมาก ที่ใช้รูปแบบการสอนแบบเพื่อนร่วมคิดในวิชาคณิตศาสตร์ เฉลี่ย 4.41
3. การดำเนินการพัฒนารูปแบบการสอนแบบเพื่อนร่วมคิด โดยรวม บรรลุวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรม นักเรียนสามารถแบ่งเวลาในการทำกิจกรรมได้อย่างเหมาะสม มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับเพื่อนได้ จึงส่งผลให้นักเรียนทำคะแนนผ่านเกณฑ์การทดสอบรายจุดประสงค์
4. นักเรียนที่มีพฤติกรรมขาดเรียนรายคาบ มีคะแนนทดสอบก่อนและหลังการใช้รูปแบบการสอนแบบเพื่อนร่วมคิด แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 นั่นคือ การจัดกิจกรรมการเรียนแบบเพื่อนร่วมคิดในรายวิชาคณิตศาสตร์มีผลทำให้นักเรียนมีการพัฒนาการเรียนรู้สูงขึ้น


|
||||||
![]() |
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง |