DHA and AA (นม) | วิชาการ.คอม

DHA and AA

ความรู้ด้านโภชนาการ
ผู้เขียน: สร้างโดย: ทองหวาน2 - อนุญาติให้: แก้ไขได้โดยสมาชิกทุกคน ชมแล้ว: 9,245 ครั้ง
post ครั้งแรก: Wed 16 January 2008, 9:45 am ปรับปรุงล่าสุด: Wed 16 January 2008, 9:48 am
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด

หน้าที่ 1 - นม

ทำไมนมผสมต้องเติม DHA และ AA ???

DHA เป็นกรดไขมันสายพันธุ์โอเมกา 3 ส่วน AA เป็นกรดไขมันสายพันธุ์โอเมกา 6 ที่ช่วยในการพัฒนาด้านสายตาและ สมองของทารก ในสมองของทารกจะประกอบด้วย ไขมันร้อยละ 60   และร้อยละ 15-20 ของกรดไขมันเป็น   DHA

 

 และ AA โดยที่ DHA กระจายอยู่ทั่วไปในเซลล์ประสาท สมอง และจอตา ส่วน AA กระจายอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ในร่างกาย

ในช่วง 2 ขวบปีแรก ทารกจะมีความต้องการ DHA และ AA ในการพัฒนาการเจริญเติบโตของร่างกายและสมองเป็นอย่างมาก แต่ในระยะเริ่มต้น 4-6 เดือนแรก น้ำย่อยไขมันของทารกยังไม่เพียงพอต่อการสังเคราะห์กรดไขมัน โอเมกา 3 และ โอเมกา 6 ได้เต็มที่ จึงยังไม่สามารถเปลี่ยนสารตั้งต้นเป็น DHA ได้พอ ดังนั้นทารกจึงจำเป็นที่จะต้องได้รับสาร DHA และ AA จากน้ำนมแม่

 นอกจากนี้เด็กทารกสามารถรับสารเหล่านี้ได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์จากอาหารที่แม่รับประทานเข้าไป ดังนั้นในช่วงตั้งครรภ์แม่จะต้องรับประทานอาหารที่โอเมกา 3 และ 6 ซึ่งไม่ได้มีอยู่ในอาหารจำพวกปลาทะเลเท่านั้น แต่ยังมีในปลาอื่น ๆ อาทิ ปลาช่อน ปลาสวาย ปลาดุก ปลาสำลี ปลาสลิด ปลาตะเพียน ฯลฯ สัปดาห์ละ 3-4 ครั้งด้วย

 ปัจจุบันผู้ผลิตนมผสมพากันเติมส่วนผสมต่าง ๆ มากมายลงไปในนมผสม เพื่อให้นมผสมมีสรรพคุณใกล้เคียงกับนมแม่ พร้อมทั้งอวดอ้างสรรพคุณสารพัด  DHA กับ AA เป็นอีกหนึ่งส่วนผสมยอดนิยมที่ถูกเติมลงไปในนมผง เพราะ DHA และ AA มีในนมวัวน้อยมาก แต่พบปริมาณมากกว่าในน้ำนมแม่

 

 

 แต่เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่า ทารกจะได้ประโยชน์จริง และไม่มีอันตรายต่อทารก เพราะ DHA และ AA ที่ผสมอยู่ในนมผง ไม่ใช่ DHA และ AA ที่ได้จากนมแม่ แต่เป็น DHA และ AA จากเชื้อราที่อยู่ในพื้นดิน และสาหร่ายขนาดเล็ก

เมื่อทารกกินนมผงผสม DHA และ AA เข้าไปแล้ว ร่างกายจะย่อยและดูดซึมได้เหมือนไขมันในน้ำนมแม่หรือไม่ ???

 ถ้าดูดซึมเข้าไปในร่างกายแล้ว จะออกฤทธิ์เหมือน DHA และ AA ในน้ำนมแม่หรือไม่ ??
 และที่สำคัญจะมีความปลอดภัยไหม ???

พญ.ศิริพัฒนา ศิริธนารัตนกุล กล่าวว่า “ปัจจุบันยังไม่สามารถสรุปผลของ DHA และ AA ต่อพัฒนาการของทารกได้ การที่ทารกที่กินนมแม่มีพัฒนาการดีนั้น มิได้เกิดจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากหลายปัจจัยที่เอื้อ และเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน ทั้งสารอาหาร DHA และ AA ในน้ำนมแม่ การอุ้มขึ้นกินนมแม่ ผิวหนังลูกได้รับการสัมผัส แม่ได้โอบกอด พูดคุยกับลูก ล้วนสนับสนุนให้มีการสร้างเส้นใยในสมองลูกเพิ่มมากขึ้น”

ในเรื่องของความปลอดภัย จากข้อมูลที่ส่งให้กับ FDA ของสหรัฐอเมริกา มีการระบุว่า ขนาดสูงสุดของไขมัน (จากเชื้อราและสาหร่าย) ที่ทดสอบในหนูทดลอง พบว่ามีการโตของตับและม้ามอย่างมีนัยสำคัญ เป็นไปได้ว่าอาจมีผลต่อไต และการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในเลือด

 ผู้บริโภคควรพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ก่อนปักใจเชื่อและใช้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ตามคำโฆษณา อย่าตกหลุมพรางของบริษัทนมผสม ที่อ้างถึงคุณประโยชน์ที่อาจไม่ได้มีอยู่จริง ซ้ำยังอาจมีโทษโดยไม่รู้ตัว

คำตอบสำหรับคำถามที่ว่า ทำไมนมผสมต้องเติม DHA และ AA ก็คือ การเพิ่มยอดขายและราคา โดยอาศัยการอ้างอิงกับน้ำนมแม่ และการตลาดที่โน้มน้าวใจ

 แต่คำตอบสุดท้ายที่ดีที่สุดสำหรับคุณแม่ทุก ๆ คน ยังคงเป็น “น้ำนมแม่ดีแท้แน่อน”.

 

เดลินิวส์ ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

 

 จัดทำโดย.....นิสิตฝึกงาน  ภาควิชาสุขศึกษา  คณะพลศึกษา

                                    มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด






ทองหวาน2
(Numwhan)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 4,945 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 5 ปี
แบ่งปันความรู้ 34 ครั้ง
ได้รับดาว 130 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

Blog อื่น ๆ ของผู้เขียน




Google  
ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
อีเมล : star@vcharkarn.com
โทรศัพท์ : 02-9620127
Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
Page generated in0.0848 seconds !