วิชาการดอทคอม ptt logo

วิชาหลักเศรษฐศาสตร์

เศรษฐศาสตร์เป็นวิชาที่ศึกษาถึงพฤติกรรมของมนุษย์ ในการเลือกหาหนทางที่จะนำเอาทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดไปใช้ในการผลิตสินค้าและบริการ เพื่อบำบัดความต้องการของมนุษย์ซึ่งมีอยู่อย่างไม่จำกัด
ผู้เขียน: พิณพาทย์ แตงสี ชมแล้ว: 63,520 ครั้ง
post ครั้งแรก: Wed 19 March 2008, 8:59 pm ปรับปรุงล่าสุด: Thu 20 March 2008, 7:43 am
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด

หน้าที่ 1 - ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับวิชาเศรษฐศาสตร์

1.1  ความหมายของวิชาเศรษฐศาสตร์

             เศรษฐศาสตร์  (economics)  หมายถึง วิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์ในการเลือกหาหนทางที่จะนำเอาทรัพยากรหรือปัจจัยการผลิตที่มีอยู่อย่างจำกัดมาใช้ในการผลิตสินค้าและบริการ  เพื่อบำบัดความต้องการของมนุษย์  ซึ่งมีอยู่อย่างไม่จำกัด

                ดังนั้นวิชาเศรษฐศาสตร์จึงเกิดขึ้นเนื่องจาก

·        ทรัพยากรหรือปัจจัยการผลิตมีจำกัด      ในทางเศรษฐศาสตร์ปัจจัยการผลิตจำแนกออกเป็น   

4   ประเภท  ได้แก่  ที่ดิน (land)   แรงงาน (labour)  ทุน (capital)   และการประกอบการ (entrepreneur)

·        ความต้องการของมนุษย์มีไม่จำกัด   สิ่งที่สนองความต้องการของมนุษย์  ได้แก่   สินค้าและ

บริการ   ( goods & services )  ซึ่งแบ่งออกได้  2 ประเภทคือ

1.       สินค้าและบริการที่ได้เปล่าหรือทรัพย์เสรี  (free goods & services)  ได้แก่    สินค้าและ

บริการที่ใช้บำบัดความต้องการของมนุษย์  ซึ่งมีอยู่มากมายเกินความต้องการของมนุษย์  และเมื่อนำมาใช้ไม่ต้องมีสิ่งใดมาแลกเปลี่ยน  เช่น  อากาศ   น้ำฝน   น้ำในแม่น้ำลำคลอง  น้ำทะเล  เป็นต้น

2.       สินค้าและบริการทางเศรษฐกิจหรือเศรษฐทรัพย์ (economic  goods  services)     ได้แก่


สินค้าและบริการที่ใช้บำบัดความต้องการของมนุษย์ซึ่งมีอยู่จำกัด  เมื่อมนุษย์ต้องการใช้ก็ต้องซื้อหามาหรือมีค่าตอบแทนให้จึงจะได้มา  เช่น  น้ำมัน  แร่ธาตุ  หรือสินค้าที่มนุษย์ผลิตขึ้นมา ได้แก่ เสื้อผ้า  อาหาร  เครื่องนุ่งห่ม  ยารักษาโรค  เป็นต้น 

1.2  วิธีการศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์

                ในการศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์มีวิธีการศึกษา  3  วิธีด้วยกัน คือ

1.  การศึกษาโดยวิธีอนุมานหรือวิธีหาผลจากเหตุ (deductive  method)    เป็นการศึกษาโดยการกำหนดสมมติฐานหรือสร้างแบบจำลองไว้ก่อนแล้วจึงทำการพิสูจน์ โดยอาศัยข้อสังเกตจากปรากฏการณ์ทั่วไปหรือข้อมูลต่าง ๆ ที่รวบรวมได้ หรือโดยการทดลองว่าทฤษฎีหรือสมมติฐานที่วางไว้นั้นถูกต้องหรือไม่

2.  การศึกษาโดยวิธีอุปมาน หรือวิธีหาเหตุจากผล (inductive  method)  เป็นการศึกษาโดยการรวบรวมผลของปรากฏการณ์ต่าง ๆ มาเป็นข้อมูลแล้วตั้งเป็นกฎหรือทฤษฎีไว้  เพื่อนำไปใช้ในการอธิบายเหตุการณ์อื่น ๆ ในระดับใหญ่ขึ้น

                3.  การศึกษาโดยวิธีสังเกตจากประวัติศาสตร์  (historical  method)  เป็นวิธีการศึกษาที่อาศัยเรื่องราวหรือเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอดีตมาใช้ในการศึกษาเรื่องราวในปัจจุบัน  และคาดคะเนเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

 

 




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด






พิณพาทย์ แตงสี
(พิณพาทย์ แตงสี)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 1,258 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 6 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 70 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

Blog อื่น ๆ ของผู้เขียน