วิชาการดอทคอม ptt logo

การศึกษารายกรณี ของ นางวไลพร จันทรศิริ

การศึกษารายกรณีนักเรียนที่มีพฤติกรรมเป็นปัญหา ระดับชั้นมัธยมศึกษา ช่วงชั้นที่ 3 และช่วงชั้นที่ 4 โรงเรียนศรีบุณยานนท์ ปีการศึกษา 2549
ผู้เขียน: worddd ชมแล้ว: 12,998 ครั้ง
post ครั้งแรก: Sat 29 March 2008, 1:40 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sat 29 March 2008, 1:41 pm
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด

หน้าที่ 1 - การศึกษารายกรณี ของ ครูวไลพร จันทรศิริ

บทคัดย่อ

 

หัวข้อเรื่อง

การศึกษารายกรณีนักเรียนที่มีพฤติกรรมเป็นปัญหา ระดับชั้นมัธยมศึกษา  ช่วงชั้นที่ 3  และช่วงชั้นที่ 4 โรงเรียนศรีบุณยานนท์  ปีการศึกษา 2549

ผู้ทำการศึกษา

นางวไลพร      จันทรศิริ

ตำแหน่งครู  วิทยฐานะ  ชำนาญการ  โรงเรียนศรีบุณยานนท์   อำเภอเมือง 

จังหวัดนนทบุรี 

 

 

               

การศึกษารายกรณีครั้งนี้    มีวัตถุประสงค์     1)  เพื่อศึกษาพฤติกรรมที่เป็นปัญหาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ช่วงชั้นที่ 3  และช่วงชั้น 4  โรงเรียนศรีบุณยานนท์  ปีการศึกษา 2549  2) เพื่อช่วยเหลือในด้านพฤติกรรมที่เป็นปัญหาของนักเรียนที่ศึกษาเป็นรายกรณี    กลุ่มตัวอย่าง  ได้แก่  นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาที่ครอบครัวมีปัญหา  ช่วงชั้นที่ 3   และช่วงชั้นที่ 4   โรงเรียนศรีบุณยานนท์    จำนวนนักเรียน

 9  คน   โดยวิธีการสุ่มแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive  Sampling)    เครื่องมือและเทคนิควิธีการ 8 เทคนิค  ได้แก่  การสังเกต   การสัมภาษณ์  การเยี่ยมบ้าน  อัตชีวประวัติ  ระเบียนสะสม   สังคมมิติ   แบบสอบถาม   และแบบทดสอบ  กระบวนการในการศึกษารายกรณี  7  ขั้นตอน คือ การกำหนดปัญหาและตั้งสมมติฐาน   การรวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูล การวินิจฉัย   การทำนายผล   การช่วยเหลือ   การป้องกันและการส่งเสริม   การติดตามผล การสรุปผล และข้อเสนอแนะ   การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาข้อมูลเชิงคุณภาพ  การวิเคราะห์ข้อมูลโดยวิธีการตีความ  วิพากษ์    วิจารณ์   อภิปราย   สรุป และการเขียนรายงานศึกษากรณี เป็นแบบเชิงพรรณณาแบบบรรยาย

 

ผลการศึกษารายกรณีสรุปได้ ดังนี้   

พฤติกรรมที่เป็นปัญหาของนักเรียนที่ศึกษารายกรณี  พบปัญหา คือ  ด้านครอบครัว  6  รายกรณี     ด้านครอบครัวและด้านตนเอง   2  รายกรณี    และ ด้านสุขภาพตนเอง   1 รายกรณี  ดังนี้  

 1.  ครอบครัวพ่อแม่เสียชีวิตตั้งแต่นักเรียนยังเล็ก  ผู้อุปการะเลี้ยงดูนักเรียน ได้แก่ ป้า  น้าและญาติ   นักเรียนเป็นลูกกำพร้าที่ขาดทั้งพ่อและแม่  ผู้อุปการะมีปัญหาเรื่องการเงิน  ส่งผลให้ผู้ศึกษารายกรณีแสดงพฤติกรรมที่เป็นปัญหาออกมา ได้แก่  ความวิตกกังวลระดับค่อนข้างผิดปกติ  มีความเครียด เบื่อหน่าย   ตื่นเต้นง่าย   อารมณ์เสียง่าย  อาจมีผลต่อในด้านการเรียนตามมา  

2.  ครอบครัวพ่อแม่พิการตาบอดและแยกกันอยู่   แม่แต่งงานใหม่  พ่อใหม่ซึ่งตาบอดมองไม่เห็น  ส่วนพ่อได้แต่งงานใหม่กับคนตาบอดด้วยกัน  และแม่เป็นโรคมะเร็ง นักเรียนอาศัยอยู่กับบุคคลอื่น   พี่ชายหนีออกจากบ้านและพยายามฆ่าตัวตาย   พ่อแม่ฐานะยากจน ส่งผลให้ผู้รับการศึกษารายกรณีแสดงพฤติกรรมที่เป็นปัญหา   ได้แก่   สภาพจิตใจมีความวิตกกังวลใจมาก   เกิดความเครียดทางอารมณ์   รู้สึกเศร้าใจเหมือนอยู่คนเดียว  ต้องการมีใครรับฟังเรื่องราวของตนเองในยามไม่สบายใจ    ขาดความกระตือรือร้นในการดำเนินชีวิต   ไม่มั่นใจในตนเอง  รู้สึกท้อใจอยู่บ่อยๆ   

3.  ด้านครอบครัว  โดยที่แม่แต่งงานใหม่ครั้งที่  2   พี่สาว  2  คนเป็นลูกคนละพ่อ    พ่อมีปัญหา

ตกงาน    พี่สาวคนที่หนึ่งปัญญาอ่อนไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้      พี่สาวคนที่สองมีคนรักก่อนวัย

อันควร ตั้งครรภ์โดยไม่ตั้งใจ   เคยติดติดยาเสพติดทั้งสองคน  ครอบครัวมีรายได้น้อย นักเรียนไม่ได้อยู่กับพ่อแม่  แต่อาศัยอยู่กับป้า   ส่งผลให้ผู้ศึกษารายกรณีแสดงพฤติกรรมที่เป็นปัญหาออกมา ได้แก่ สภาพอารมณ์มีปัญหา    ตื่นตกใจง่าย  ชอบคิดวิตกกังวลใจในบางเรื่อง  นอนไม่หลับเป็นบางครั้ง   รู้สึกเหงา   เป็นคนอ่อนไหวง่าย     เอาแต่ใจตนเอง   เป็นคนค่อนข้างเก็บตัวเงียบ   และขาดความมั่นใจในตนเอง

4.  ด้านครอบครัวพ่อแม่แยกทางกัน  นักเรียนอาศัยอยู่กับพ่อ   พ่อเป็นโรคประสาท    ลุงเป็นโรคประสาท   นักเรียนอาศัยอยู่กับป้าอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ จำนวน 7 คน มี ปู่  ยาย ซึ่งอายุมากไม่ได้ทำงาน     ส่งผลให้ผู้ศึกษารายกรณีแสดงพฤติกรรมที่เป็นปัญหาออกมา ได้แก่ สุขภาพจิตที่เป็นปัญหา  เกิดภาวะโรคเครียดสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  ขี้อาย  อ่อนแอ  ชอบวิตกกังวลใจ  อารมณ์เสียง่าย    เป็นคนประหม่าไม่มั่นใจตนเอง  และหงุดหงิดตื่นเต้นง่าย 

5.  ด้านตัวผู้รับการศึกษารายกรณี    นักเรียนไปอาศัยอยู่กับพี่สาวช่วงระยะเวลาหนึ่ง   ทำให้นักเรียนมีนิสัยรักสวยรักงามคล้ายผู้หญิง   เพราะคิดว่าเพื่อนผู้ชายมีนิสัยเกเร ไม่เรียบร้อย    นักเรียนไม่อยากเป็นกระเทย  ส่งผลให้ผู้ศึกษารายกรณีแสดงพฤติกรรมที่เป็นปัญหาออกมา ได้แก่  นิสัยและบุคคลิกภาพคล้ายผู้หญิง    ทุกข์ใจเมื่อโดนเพื่อนๆ ล้อ  ทำให้ขาดความมั่นใจในตนเอง สับสนทางเพศ

6.  ด้านสุขภาพของผู้รับการศึกษารายกรณี    นักเรียนมีโรคประจำตัว   เจ็บป่วยไม่สบายเป็นประจำ    ส่งผลให้ผู้ศึกษารายกรณีแสดงพฤติกรรมที่เป็นปัญหาออกมา ได้แก่   ความวิตกกังวลใจมาก  เกิดความความเครียดอยู่บ่อยๆ  ขาดสัมพันธภาพที่ดีบุคคลอื่น   ไม่กล้าออกความคิดเห็น   เก็บอารมณ์ ไม่ให้ผู้อื่นทราบ     นักเรียนคิดว่าการเป็นโรคประจำตัว  เป็นภาระของพ่อแม่ที่ต้องดูแล    

                7.  ด้านครอบครัวและตัวผู้ศึกษารายกรณี  เนื่องจากนักเรียนโดนเพื่อนล้อเรื่อง ผิวดำ และพ่อมีภรรยาใหม่ไม่ได้อุปการะนักเรียน  แม่ต้องออกจากงานประจำมาประกอบอาชีพขายอาหาร เพื่อจะดูแลปัญหาสุขภาพเป็นโรคภูมิแพ้   โรคโลหิตจางและเส้นเอ็นอักเสบ   ส่งผลให้ผู้รับการศึกษารายกรณีแสดงพฤติกรรมที่เป็นปัญหาออกมา ได้แก่    ทำให้เป็นคนวิตกกังวลใจ  ร้องไห้ง่าย  และเป็นคนที่น้อยใจที่ฝังลึกไม่ยอมหาย  ใบหน้าไม่ยิ้มแย้มแจ่มใส  ไม่มีความสุข ในชีวิต    

8. ด้านครอบครัว  พ่อเสียชีวิตเพราะถูกยิงตายโดยไม่ทราบสาเหตุ  ประกอบกับแม่มีโรคประจำตัว  เป็นโรคเบาหวาน   ความดันโลหิตสูง    นักเรียนย้ายมาอยู่กับผู้มีพระคุณของพ่อที่จังหวัดนนทบุรี     ส่งผลให้ผู้รับการศึกษารายกรณีแสดงพฤติกรรมที่เป็นปัญหาออกมา ได้แก่   ความรู้สึกเศร้าใจบ่อยๆ     อึดอัดใจที่ขาดอิสระและไม่มีความสุขในชีวิต  ชอบอยู่คนเดียว   เป็นคนอ่อนไหวง่าย  รู้สึกเหงา   มีความวิตกกังวลใจในเรื่องเล็กๆ น้อย  บางครั้งชอบนั่งเหม่อลอย   กลัวความผิดหวัง และ อยากให้มีใครรับฟังเรื่องของตนเอง   

                9.  ด้านครอบครัว  พ่อแม่ได้แยกทางกัน  แม่ได้แต่งงานใหม่  นักเรียนอาศัยอยู่กัแม่และพ่อเลี้ยง  ถูกพ่อเลี้ยงลวนลาม  หนีออกจากบ้านไปอยู่บ้านเพื่อน  ปัจจุบันนักเรียนเช่าห้องอยู่  นักเรียนช่วยเหลือตนเองบ้างในด้านค่าใช้จ่าย  โดยทำงานหารายได้พิเศษ  ส่งผลให้ผู้ศึกษารายกรณีแสดงพฤติกรรมที่เป็นปัญหาออกมา   ได้แก่  อาการเก็บกด   ขี้น้อยใจ  ขาดการมีมนุษยสัมพันธ์กับผู้อื่น อารมณ์รุนแรง โกรธอาฆาตคนที่ทำร้าย   ทำร้ายตนเอง  เช่น  กรีดแขน  กำมือแน่น   คับแค้นใจ คร่ำครวญร้องไห้     เมื่อเสียใจ

ไม่เห็นคุณค่าในตนเอง   ไม่แน่ใจในอนาคตของตนเอง  ขาดความรักความอบอุ่นจากครอบครัว คิดว่าตนเองเป็นคนโง่ไม่ฉลาดทันผู้อื่น และส่งผลต่อการเรียนคือผลการเรียนตกต่ำ  ไม่มีสมาธิในการเรียน 

 

                ผลของการศึกษารายกรณีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ช่วงชั้นที่ 3  และช่วงชั้น ที่  4               โรงเรียนศรีบุณยานนท์  ปีการศึกษา 2549   พฤติกรรมที่เป็นปัญหาสามารถช่วยเหลือ  แก้ไขปัญหา และส่งเสริมพฤติกรรมที่ดี   ทั้งในด้านสุขภาพกาย    สุขภาพจิต   และพัฒนาผู้ถูกศึกษาให้เป็นไปตามศักยภาพของแต่ละบุคคล    โดยใช้กระบวนการแนะแนว  โดยการให้คำปรึกษาเป็นรายกรณี   พัฒนานักเรียนโดยใช้เครื่องมือและเทคนิควิธีการ 8 เทคนิค  และพัฒนานักเรียนโดยใช้แบบประเมินตนเอง  โดยให้นักเรียนปรับพฤติกรรมตามมาตรฐานด้านผู้เรียน  8  มาตรฐา   ทำให้ผู้ศึกษารายกรณีมีโอกาสศึกษา ทบทวนพฤติกรรมที่เป็นปัญหาที่ผ่านมา ด้วยเครื่องมือและเทคนิควิธีอย่างมีกระบวนการ อย่างมีขั้นตอน  ทำให้รู้จักตัวเองอย่างแท้จริงว่า ตนเองมีปัญหาในด้านใด  ปัญหาที่พบ ได้แก่    ด้านครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์  ด้านสุขภาพกาย  ด้านสุขภาพจิต เป็นต้น นักเรียนได้รับการฝึกตามกระบวนการแนะแนว   ฝึกการตัดสินใจ   ฝึกการแก้ปัญหาเป็น  และการให้คำปรึกษาบ่อยๆ  ได้ปรับพฤติกรรมในทุกๆ ด้าน และประเมินตนเอง   ส่งผลให้นักเรียนสามารถมองเห็นคุณค่าของตนเอง   ยอมรับตนเอง  เข้าใจตนเอง สามารถปรับตัวให้อยู่อย่างมีความสุข   รักและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น  สามารถปรับตัวให้อยู่ในครอบครัวอย่างปกติสุข  มีสัมพันธภาพที่ดีต่อผู้อื่น    มีแนวทางในการพัฒนาตนเองด้านการเรียน    ทำให้นักเรียนเรียนหนังสือดีขึ้น




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด






worddd
(walaiporn)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 1,085 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 6 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 70 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

Blog อื่น ๆ ของผู้เขียน