การศึกษารายกรณี ของ นางวไลพร จันทรศิริ | วิชาการ.คอม


การศึกษารายกรณี ของ นางวไลพร จันทรศิริ

สารบัญ

การศึกษารายกรณี ของ ครูวไลพร จันทรศิริ

บทคัดย่อ

 

หัวข้อเรื่อง

การศึกษารายกรณีนักเรียนที่มีพฤติกรรมเป็นปัญหา ระดับชั้นมัธยมศึกษา  ช่วงชั้นที่ 3  และช่วงชั้นที่ 4 โรงเรียนศรีบุณยานนท์  ปีการศึกษา 2549

ผู้ทำการศึกษา

นางวไลพร      จันทรศิริ

ตำแหน่งครู  วิทยฐานะ  ชำนาญการ  โรงเรียนศรีบุณยานนท์   อำเภอเมือง 

จังหวัดนนทบุรี 

 

 

               

การศึกษารายกรณีครั้งนี้    มีวัตถุประสงค์     1)  เพื่อศึกษาพฤติกรรมที่เป็นปัญหาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ช่วงชั้นที่ 3  และช่วงชั้น 4  โรงเรียนศรีบุณยานนท์  ปีการศึกษา 2549  2) เพื่อช่วยเหลือในด้านพฤติกรรมที่เป็นปัญหาของนักเรียนที่ศึกษาเป็นรายกรณี    กลุ่มตัวอย่าง  ได้แก่  นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาที่ครอบครัวมีปัญหา  ช่วงชั้นที่ 3   และช่วงชั้นที่ 4   โรงเรียนศรีบุณยานนท์    จำนวนนักเรียน

 9  คน   โดยวิธีการสุ่มแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive  Sampling)    เครื่องมือและเทคนิควิธีการ 8 เทคนิค  ได้แก่  การสังเกต   การสัมภาษณ์  การเยี่ยมบ้าน  อัตชีวประวัติ  ระเบียนสะสม   สังคมมิติ   แบบสอบถาม   และแบบทดสอบ  กระบวนการในการศึกษารายกรณี  7  ขั้นตอน คือ การกำหนดปัญหาและตั้งสมมติฐาน   การรวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูล การวินิจฉัย   การทำนายผล   การช่วยเหลือ   การป้องกันและการส่งเสริม   การติดตามผล การสรุปผล และข้อเสนอแนะ   การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาข้อมูลเชิงคุณภาพ  การวิเคราะห์ข้อมูลโดยวิธีการตีความ  วิพากษ์    วิจารณ์   อภิปราย   สรุป และการเขียนรายงานศึกษากรณี เป็นแบบเชิงพรรณณาแบบบรรยาย

 

ผลการศึกษารายกรณีสรุปได้ ดังนี้   

พฤติกรรมที่เป็นปัญหาของนักเรียนที่ศึกษารายกรณี  พบปัญหา คือ  ด้านครอบครัว  6  รายกรณี     ด้านครอบครัวและด้านตนเอง   2  รายกรณี    และ ด้านสุขภาพตนเอง   1 รายกรณี  ดังนี้  

 1.  ครอบครัวพ่อแม่เสียชีวิตตั้งแต่นักเรียนยังเล็ก  ผู้อุปการะเลี้ยงดูนักเรียน ได้แก่ ป้า  น้าและญาติ   นักเรียนเป็นลูกกำพร้าที่ขาดทั้งพ่อและแม่  ผู้อุปการะมีปัญหาเรื่องการเงิน  ส่งผลให้ผู้ศึกษารายกรณีแสดงพฤติกรรมที่เป็นปัญหาออกมา ได้แก่  ความวิตกกังวลระดับค่อนข้างผิดปกติ  มีความเครียด เบื่อหน่าย   ตื่นเต้นง่าย   อารมณ์เสียง่าย  อาจมีผลต่อในด้านการเรียนตามมา  

2.  ครอบครัวพ่อแม่พิการตาบอดและแยกกันอยู่   แม่แต่งงานใหม่  พ่อใหม่ซึ่งตาบอดมองไม่เห็น  ส่วนพ่อได้แต่งงานใหม่กับคนตาบอดด้วยกัน  และแม่เป็นโรคมะเร็ง นักเรียนอาศัยอยู่กับบุคคลอื่น   พี่ชายหนีออกจากบ้านและพยายามฆ่าตัวตาย   พ่อแม่ฐานะยากจน ส่งผลให้ผู้รับการศึกษารายกรณีแสดงพฤติกรรมที่เป็นปัญหา   ได้แก่   สภาพจิตใจมีความวิตกกังวลใจมาก   เกิดความเครียดทางอารมณ์   รู้สึกเศร้าใจเหมือนอยู่คนเดียว  ต้องการมีใครรับฟังเรื่องราวของตนเองในยามไม่สบายใจ    ขาดความกระตือรือร้นในการดำเนินชีวิต   ไม่มั่นใจในตนเอง  รู้สึกท้อใจอยู่บ่อยๆ   

3.  ด้านครอบครัว  โดยที่แม่แต่งงานใหม่ครั้งที่  2   พี่สาว  2  คนเป็นลูกคนละพ่อ    พ่อมีปัญหา

ตกงาน    พี่สาวคนที่หนึ่งปัญญาอ่อนไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้      พี่สาวคนที่สองมีคนรักก่อนวัย

อันควร ตั้งครรภ์โดยไม่ตั้งใจ   เคยติดติดยาเสพติดทั้งสองคน  ครอบครัวมีรายได้น้อย นักเรียนไม่ได้อยู่กับพ่อแม่  แต่อาศัยอยู่กับป้า   ส่งผลให้ผู้ศึกษารายกรณีแสดงพฤติกรรมที่เป็นปัญหาออกมา ได้แก่ สภาพอารมณ์มีปัญหา    ตื่นตกใจง่าย  ชอบคิดวิตกกังวลใจในบางเรื่อง  นอนไม่หลับเป็นบางครั้ง   รู้สึกเหงา   เป็นคนอ่อนไหวง่าย     เอาแต่ใจตนเอง   เป็นคนค่อนข้างเก็บตัวเงียบ   และขาดความมั่นใจในตนเอง

4.  ด้านครอบครัวพ่อแม่แยกทางกัน  นักเรียนอาศัยอยู่กับพ่อ   พ่อเป็นโรคประสาท    ลุงเป็นโรคประสาท   นักเรียนอาศัยอยู่กับป้าอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ จำนวน 7 คน มี ปู่  ยาย ซึ่งอายุมากไม่ได้ทำงาน     ส่งผลให้ผู้ศึกษารายกรณีแสดงพฤติกรรมที่เป็นปัญหาออกมา ได้แก่ สุขภาพจิตที่เป็นปัญหา  เกิดภาวะโรคเครียดสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  ขี้อาย  อ่อนแอ  ชอบวิตกกังวลใจ  อารมณ์เสียง่าย    เป็นคนประหม่าไม่มั่นใจตนเอง  และหงุดหงิดตื่นเต้นง่าย 

5.  ด้านตัวผู้รับการศึกษารายกรณี    นักเรียนไปอาศัยอยู่กับพี่สาวช่วงระยะเวลาหนึ่ง   ทำให้นักเรียนมีนิสัยรักสวยรักงามคล้ายผู้หญิง   เพราะคิดว่าเพื่อนผู้ชายมีนิสัยเกเร ไม่เรียบร้อย    นักเรียนไม่อยากเป็นกระเทย  ส่งผลให้ผู้ศึกษารายกรณีแสดงพฤติกรรมที่เป็นปัญหาออกมา ได้แก่  นิสัยและบุคคลิกภาพคล้ายผู้หญิง    ทุกข์ใจเมื่อโดนเพื่อนๆ ล้อ  ทำให้ขาดความมั่นใจในตนเอง สับสนทางเพศ

6.  ด้านสุขภาพของผู้รับการศึกษารายกรณี    นักเรียนมีโรคประจำตัว   เจ็บป่วยไม่สบายเป็นประจำ    ส่งผลให้ผู้ศึกษารายกรณีแสดงพฤติกรรมที่เป็นปัญหาออกมา ได้แก่   ความวิตกกังวลใจมาก  เกิดความความเครียดอยู่บ่อยๆ  ขาดสัมพันธภาพที่ดีบุคคลอื่น   ไม่กล้าออกความคิดเห็น   เก็บอารมณ์ ไม่ให้ผู้อื่นทราบ     นักเรียนคิดว่าการเป็นโรคประจำตัว  เป็นภาระของพ่อแม่ที่ต้องดูแล    

                7.  ด้านครอบครัวและตัวผู้ศึกษารายกรณี  เนื่องจากนักเรียนโดนเพื่อนล้อเรื่อง ผิวดำ และพ่อมีภรรยาใหม่ไม่ได้อุปการะนักเรียน  แม่ต้องออกจากงานประจำมาประกอบอาชีพขายอาหาร เพื่อจะดูแลปัญหาสุขภาพเป็นโรคภูมิแพ้   โรคโลหิตจางและเส้นเอ็นอักเสบ   ส่งผลให้ผู้รับการศึกษารายกรณีแสดงพฤติกรรมที่เป็นปัญหาออกมา ได้แก่    ทำให้เป็นคนวิตกกังวลใจ  ร้องไห้ง่าย  และเป็นคนที่น้อยใจที่ฝังลึกไม่ยอมหาย  ใบหน้าไม่ยิ้มแย้มแจ่มใส  ไม่มีความสุข ในชีวิต    

8. ด้านครอบครัว  พ่อเสียชีวิตเพราะถูกยิงตายโดยไม่ทราบสาเหตุ  ประกอบกับแม่มีโรคประจำตัว  เป็นโรคเบาหวาน   ความดันโลหิตสูง    นักเรียนย้ายมาอยู่กับผู้มีพระคุณของพ่อที่จังหวัดนนทบุรี     ส่งผลให้ผู้รับการศึกษารายกรณีแสดงพฤติกรรมที่เป็นปัญหาออกมา ได้แก่   ความรู้สึกเศร้าใจบ่อยๆ     อึดอัดใจที่ขาดอิสระและไม่มีความสุขในชีวิต  ชอบอยู่คนเดียว   เป็นคนอ่อนไหวง่าย  รู้สึกเหงา   มีความวิตกกังวลใจในเรื่องเล็กๆ น้อย  บางครั้งชอบนั่งเหม่อลอย   กลัวความผิดหวัง และ อยากให้มีใครรับฟังเรื่องของตนเอง   

                9.  ด้านครอบครัว  พ่อแม่ได้แยกทางกัน  แม่ได้แต่งงานใหม่  นักเรียนอาศัยอยู่กัแม่และพ่อเลี้ยง  ถูกพ่อเลี้ยงลวนลาม  หนีออกจากบ้านไปอยู่บ้านเพื่อน  ปัจจุบันนักเรียนเช่าห้องอยู่  นักเรียนช่วยเหลือตนเองบ้างในด้านค่าใช้จ่าย  โดยทำงานหารายได้พิเศษ  ส่งผลให้ผู้ศึกษารายกรณีแสดงพฤติกรรมที่เป็นปัญหาออกมา   ได้แก่  อาการเก็บกด   ขี้น้อยใจ  ขาดการมีมนุษยสัมพันธ์กับผู้อื่น อารมณ์รุนแรง โกรธอาฆาตคนที่ทำร้าย   ทำร้ายตนเอง  เช่น  กรีดแขน  กำมือแน่น   คับแค้นใจ คร่ำครวญร้องไห้     เมื่อเสียใจ

ไม่เห็นคุณค่าในตนเอง   ไม่แน่ใจในอนาคตของตนเอง  ขาดความรักความอบอุ่นจากครอบครัว คิดว่าตนเองเป็นคนโง่ไม่ฉลาดทันผู้อื่น และส่งผลต่อการเรียนคือผลการเรียนตกต่ำ  ไม่มีสมาธิในการเรียน 

 

                ผลของการศึกษารายกรณีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ช่วงชั้นที่ 3  และช่วงชั้น ที่  4               โรงเรียนศรีบุณยานนท์  ปีการศึกษา 2549   พฤติกรรมที่เป็นปัญหาสามารถช่วยเหลือ  แก้ไขปัญหา และส่งเสริมพฤติกรรมที่ดี   ทั้งในด้านสุขภาพกาย    สุขภาพจิต   และพัฒนาผู้ถูกศึกษาให้เป็นไปตามศักยภาพของแต่ละบุคคล    โดยใช้กระบวนการแนะแนว  โดยการให้คำปรึกษาเป็นรายกรณี   พัฒนานักเรียนโดยใช้เครื่องมือและเทคนิควิธีการ 8 เทคนิค  และพัฒนานักเรียนโดยใช้แบบประเมินตนเอง  โดยให้นักเรียนปรับพฤติกรรมตามมาตรฐานด้านผู้เรียน  8  มาตรฐาน   ทำให้ผู้ศึกษารายกรณีมีโอกาสศึกษา ทบทวนพฤติกรรมที่เป็นปัญหาที่ผ่านมา ด้วยเครื่องมือและเทคนิควิธีอย่างมีกระบวนการ อย่างมีขั้นตอน  ทำให้รู้จักตัวเองอย่างแท้จริงว่า ตนเองมีปัญหาในด้านใด  ปัญหาที่พบ ได้แก่    ด้านครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์  ด้านสุขภาพกาย  ด้านสุขภาพจิต เป็นต้น นักเรียนได้รับการฝึกตามกระบวนการแนะแนว   ฝึกการตัดสินใจ   ฝึกการแก้ปัญหาเป็น  และการให้คำปรึกษาบ่อยๆ  ได้ปรับพฤติกรรมในทุกๆ ด้าน และประเมินตนเอง   ส่งผลให้นักเรียนสามารถมองเห็นคุณค่าของตนเอง   ยอมรับตนเอง  เข้าใจตนเอง สามารถปรับตัวให้อยู่อย่างมีความสุข   รักและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น  สามารถปรับตัวให้อยู่ในครอบครัวอย่างปกติสุข  มีสัมพันธภาพที่ดีต่อผู้อื่น    มีแนวทางในการพัฒนาตนเองด้านการเรียน    ทำให้นักเรียนเรียนหนังสือดีขึ้น

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา