วิชาการดอทคอม ptt logo

สงคราม สันติภาพ ไฟใต้

สันติภาพอยู่ที่ใด ไกลเกินไหมหากฉันจะเรียกหา
ผู้เขียน: Little Sun ชมแล้ว: 314,671 ครั้ง
post ครั้งแรก: Sun 30 March 2008, 11:48 am ปรับปรุงล่าสุด: Mon 2 May 2011, 10:45 pm
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด
สารบัญ
1-20 | 21-30


หน้าที่ 30 - รุ่นน้องฮีโร่ 'ผู้กองแคน-หมวดตี้ (ร.ต.ต.กฤตติกุล บุญลือ)'

แค่ชื่อ ปิ่นทัพ ก็สอดรับกับภารกิจ สำหรับชาวบ้านในดินแดนปลายด้ามขวาน ผู้หมวดนายนี้ มีความหมายกว่านั้น ที่สำคัญ มีคนบอกว่าเขาเหมือนผู้กองแคน

เสียงเครื่องยนต์ขนาด 150 ซีซีแผดก้องมาตามทางคดเคี้ยวที่ถูกแนวสีเขียวของผืนป่าปกคลุมอยู่จนแทบมองไม่ออก แม้จะเป็นทางโค้งขึ้นเนิน แต่มอเตอร์ไซค์คันนั้นก็ไม่ได้มีทีท่าจะผ่อนความเร็วลง คนขับคอยกวาดสายตาดูถนนที่อยู่ตรงหน้า ขณะที่คนซ้อนกระชับปืนเตรียมพร้อมระวังการ 'ซุ่มยิง' ที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

ภารกิจลาดตระเวน 'รอบนอก' ตัวเมือง หรือ 'รอยต่อ' ระหว่างหมู่บ้านของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนใหญ่เป็นแบบนี้แทบทั้งสิ้น ตำรวจขี่มอเตอร์ไซค์สะพายเอ็ม 16 ถือเป็นฟอร์มปกติ หรือไม่บนถนนบางสายอาจได้เห็นรถบางคันปาดหน้าฮัมวี่ 

"ก็อาชีพเราน่ะครับ"

คำพูดนั้นอธิบายถึงภาพแปลกตาสำหรับคนต่างถิ่นให้เปรียบเทียบ ระหว่างนั่งทำงานในตรอกขนาดกว้างคูณยาวไม่ถึงเมตร กับ ทุกตารางเมตรของหมู่บ้านในหุบเขาที่กินรัศมีไม่ต่ำกว่า 10 กิโล

แลบท็อปขนาดพอฟัดพอเหวี่ยงกระดาษเอ 4 ที่ใครหลายคนบ่นว่าหนักในชุดยูนิฟอร์มภูมิฐาน กับ ปืนยาว ปืนพก และอุปกรณ์อีกนานาชนิดบนเสื้อเกราะกันกระสุน (อย่าคิดน้ำหนักรวมให้รู้สึกหนักเลย)

เข้างาน 8 โมงครึ่ง เลิกงาน 5 โมงเย็น กับ ไม่รู้ว่า 'งานจะเข้า' ตอนไหน 

สำหรับอาชีพอื่น ทำงานผิดพลาด อย่างมากคือโดนไล่ออก แต่สำหรับพวกเขา ถ้าพลาด หมายถึงจบชีวิต

และอีกหลายๆ ข้อเปรียบเทียบ ที่เพียงเพราะอยากเห็น 'ไฟใต้ดับ' จึงยอมลงมาตรากตรำลำบากอยู่กลางป่ากลางดงนานนับปี ที่ไม่ใช่แค่เฉพาะ 'ตำรวจ' ในความรู้สึกของเขา แต่ยังหมายถึง 'เจ้าหน้าที่รัฐ' ทุกคนที่เสียสละตัวเองลงมาอยู่ในพื้นที่

"ทุกหน่วยงานที่อยู่ที่นี่ ต่างช่วยกันเต็มที่" ร.ต.ท.ปิ่นทัพ ปุราเท ผู้บังคับหมวดกองร้อย รบพิเศษ 4 กองกำกับการ 1 กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ตำรวจพลร่ม ค่ายนเรศวร ยืนยันหนักแน่นทุกครั้งเมื่อมีใครถามถึงบทบาทของการทำงานระหว่าง 'ตำรวจ' กับ 'ทหาร' หรือเจ้าหน้าที่ส่วนอื่นๆ

อยู่ให้รัก 

หากลองไล่สายตาจากโรงจอดรถริมถนนสายหลักของหมู่บ้านไปจดยอดเนินตะปุ่มตะป่ำ ก็จะเห็นกองบัญชาการขนาดย่อมของค่ายเนศวร ได้ไม่ยาก พวกเขามาตั้งฐานอยู่ที่นี่ได้เกือบ 1 ปีแล้ว เพื่อคอยดูแลชาวบ้านกลางราว 70 หลังคาเรือนใน ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จ.ยะลา พื้นที่ 'แดงจัด' อีกแห่ง ซึ่งช่วงที่เกิดความรุนแรงเมื่อปี 2550 นั้นชาวบ้านแห่งนี้ได้อพยพออกจากหมู่บ้านไป ก่อนจะทยอยเดินทางกลับเข้ามาราวเดือนพฤษภาคม 2551 และชาวบ้านได้ขอกำลังเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยดูแลหมู่บ้าน เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่ถูกโอบล้อมด้วยภูเขา และสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดเหตุ ตำรวจพลร่มจากค่ายนเรศวรจึงได้รับมอบหมายให้มาประจำการเพื่อดูแลความเรียบร้อยอยู่ที่นี่

"พลร่มที่นี่มี 2 กองร้อย คือ รบพิเศษ 4 และรบพิเศษ 2 โดยมีกองกำกับ 1 มาดูแลอีกที รบพิเศษ 4 ดูแล บ้านตาเอียด ต.ตลิ่งชัน แต่ละฐานตั้งขึ้นตามความเหมาะสมของพื้นที่ หมู่ 5 บ้านตาเอียด มี 2 ฐานคือ ที่บ้านตาเอียด และบ้านกลาง โดยยึดหลักตามภูมิประเทศเป็นหลัก" หมวดปิ่นเล่า     

งานหลักในความรับผิดชอบของหน่วยถูกนิยามขึ้นง่ายๆ ว่า "ทุกอย่าง...ทำยังไงก็ได้ให้ปลอดภัย"  

"ปกป้องตัวเองให้ได้ก่อน ถ้ามีเหตุปะทะต้องสู้ได้ ถ้าเราเจ็บมันเจ็บด้วย ถ้าเราตายมันต้องตายด้วย เมื่อปกป้องตัวเองได้ ชาวบ้านถึงจะมีศรัทธาว่าปกป้องเขาได้" 

ถึงจะดูเป็นคำจำกัดความที่ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ แต่เนื้อหาสาระในความหมายนั้นทุกคนรู้อยู่เต็มอกว่ายากแค่ไหน เพราะถือเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ใครเข้มแข็งกว่าก็ต้องไปอยู่ฝ่ายนั้น ดังนั้นการเข้าถึงหัวใจของชาวบ้านให้ได้จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่สุด

"เราจึงต้องเข้มแข็งกว่า และข่าวสารดี" ความรู้สึกของเขาเป็นแบบนั้น 



"ข่าวสารดี ไม่ใช่ได้จากหนังสือพิมพ์ ต้องได้จากชาวบ้าน เพราะเขารู้พื้นที่ รู้คน รู้เส้นทาง ถามว่าเขาจะยอมบอกเราไหม เพราะถ้าเขาบอกไปถ้าเราไม่เข้มแข็งจริงเขาก็จะถูกทำร้าย ดังนั้นเราต้องทำให้เขารักด้วย ต้องพัฒนา ดูแลความเป็นอยู่เขา ถ้าเขารักแล้วก็คงไม่อยากให้คนที่รักเป็นอันตราย เขาก็จะมาบอกเรา จากที่เราไม่เคยรู้เลย ก็จะรู้เพิ่มขึ้น รู้ว่าโจรจะมาจะพักที่นี่ จะทำการอะไรบ้าง บางทีเขารู้แต่เขาไม่กล้าบอก ถ้าเขากล้าบอกเราก็สามารถวางแผนได้ กลับกันถ้าเราไม่รู้อะไรเลย เดินสุ่มไปวันๆ ก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา"

หมวดปิ่นยอมรับว่ากว่าจะได้รับความร่วมมือ พวกเขาต้องผ่านบททดสอบมากมาย ทั้งนิสัยใจคอ ทั้งความประพฤติ ทั้งความจริงใจ

"ตอนที่ชาวบ้านเริ่มทยอยเดินทางกลับมาเมื่อเดือนพฤษภาคม 2551 ตอนนั้นแค่เห็นเจ้าหน้าที่นะ เด็กร้องไห้ วิ่งหนีเข้าบ้านเลย พ่อแม่นี่ไม่คุยเลย เรามาแรกๆ ก็ทำงาน งานมวลชน เรามีอะไรก็ช่วยเขา ซ่อมบ้าน หางบทำมัสยิดให้ ช่วยสร้างโน่นนี่ ทำตามกำลังของเราเท่าที่มี  แล้วทุกอย่างก็ค่อยๆ ดีขึ้น พอเริ่มสนิทมากขึ้น ก็มีมาแจ้งข่าว แสดงให้เห็นว่าเขาเชื่อใจมากขึ้น เมื่อก่อนนี้บอกว่า ตาฮีตี้ (ไม่รู้เรื่อง) อย่างเดียว คือ จบแล้ว สื่อสารกันไม่ได้แล้ว เขาไม่บอกอะไรเราเลย ไม่คบ ไม่สุงสิง บางทีเขาพูดไทยได้ แต่เขาไม่พูดเราก็ทำอะไรไม่ได้"

อีกสิ่งหนึ่งที่ชาวบ้านแสดงออกว่าเริ่มเปิดใจกับเจ้าหน้าที่ คือ การรับไหว้จากเจ้าหน้าที่ รวมทั้งการยอมให้มีสุนัขลงไปเดินเพ่นพ่านกลางหมู่บ้านบ้างในบางโอกาส

"แต่ก่อนเรายกมือไหว้เขา เขาจะไม่ไหว้กลับเลย เพราะมุสลิมเขาจะใช้การ สลาม (กล่าวทักทาย - สงบ) ยิ่งเราไปวางท่าใส่เขาว่าเป็นเจ้าหน้าที่ก็คงไม่มีใครชอบ ต้องทำตัวให้เหมือนลูกหลาน มีพี่คนหนึ่งเคยสอนผมว่า งานมวลชนไม่ต้องนิยามอะไรมากมาย ทำให้รัก ผมก็ถาม แล้วทำยังไง ทำยังไงก็ได้ที่ไม่ทำให้เขาเกลียด (หัวเราะ) เราก็ต้องคิดดูว่าเราไม่ชอบให้เขาทำอย่างไหนกับเรา เราก็ไม่ทำอย่างนั้นกับเขา เอาใจเขามาใส่ใจเรานั่นแหละ จนเดี๋ยวนี้ไหว้กลับแล้ว ฐานของเราก็เหมือนกัน เราตั้งฐานอยู่เหนือ กุโบร์ (สุสาน) แล้วมุสลิมกับหมาไม่ถูกกัน ทำไมหมาอยู่ได้ เขาไม่

"ไม่โวยวาย ไม่ประท้วง ทางขึ้นมา เราก็ทำทางเลี่ยงให้เขาอีกทางหนึ่ง หมาก็กันไว้ข้างบนอย่าให้ไปยุ่ง ถามเขาก่อนว่าทำอย่างนี้ได้ไหม ถ้าได้เราถึงทำ สวนยางข้างบนก็เป็นที่ตัดยางของเขามาก่อน เราก็ต้องถามเขาก่อนว่า แบ (พี่) ขอใช้พื้นที่ได้ไหม บางพื้นที่ต้องเช่าก็มี (ยิ้ม) อยู่ที่นี่เราสนิทกับเขาสักพักหนึ่งแล้วต้องขยายฐาน ก็ขอเขา เขาก็ได้เลย จอบเสียมไม่พอก็มาช่วย สวนยางยกให้ตำรวจเลย เราก็ตัดเก็บขี้ยางช่วยค่าอาหาร มีอะไรแบ่งเขาบ้าง มีผลนะครับ"

ไปให้คิดถึง 

"ฐานนี้หมวดเขาเป็นคนบุกเบิก" ใครบางคนแอบกระซิบ ขณะที่หลายๆ คนกำลังสนุกกับการเล่นเกมชิงรางวัลที่ได้รับมอบมาจาก โครงการไทยสันติสุขครั้งที่ 2 

หลังจากปล่อยให้ต่างคนต่างถลอกปอกเปิกกันพอหอมปากหอมคอ ในฐานะครูฝึกคนหนึ่งในค่าย เขาจึงได้อธิบาย 'ทริค' ต่างๆ เพื่อให้ทุกคนเข้าใจจังหวะจะโคนในการเวลางาน และนอกเวลางานที่ค่อนข้างสมดุลกันเป็นอย่างดี หลายเสียงถึงกับออกปากยืนยันว่า นายตำรวจวัย 27 ปีคนนี้ ถอดแบบตำรวจ 'น้ำดี' รุ่นพี่ในวิถีทางและอุดมการณ์เพื่อรับใช้ประชาชนมาแทบจะทุกกระเบียดนิ้ว 

นอกจากนี้ หากลองหาเหลี่ยมดูดีๆ หลายความเห็นยังมองว่า 'หมวดปิ่น' ถอดแบบ 'ผู้กองแคน (ร.ต.อ.ธรณิศ ศรีสุข)' ออกมาชนิด 'เป็นพิมพ์เดียวกัน' อีกด้วย 

"ผมยังได้ไม่ถึงครึ่งของพี่เขาหรอกครับ" เจ้าตัวออกอาการเขินเมื่อถูกออกปากทัก 

ถึงจะออกตัวว่าไม่เหมือน แต่หมวดปิ่นก็ยอมรับว่า ไม่ว่าจะเป็นในค่ายฝึก หรือตอนลงมาในพื้นที่ ทั้งชาวบ้าน ทั้งครูฝึกที่เจอก็ออกอาการ 'เหวอ' ไปตามๆ กัน  

"ตอนนั้นที่แกเสียใหม่ๆ ผมยังฝึกอยู่ ยังไม่ได้ลงมาที่นี่ ฝึกจบ กำลังกินเลี้ยงอยู่ มีครูฝึกอยู่คนหนึ่ง เมาแล้ว มาคุยกับผมบอกว่า หมวด หมวดนี่เหมือนผู้กองแคนเลยนะ เหล้าพุ่งออกจากปากเลย (หัวเราะ) คือ พี่แคนแกทำงานที่นี่ ช่วงแกกลับไปพักแกก็จะกลับไปที่ค่ายไปยิงปืน ตอนนั้นแกพยายามฝึกซุ้มยิงระยะไกลอยู่ ครูก็บอก ผู้กองบอกจะมาฝึกให้จบ นี่ยังไม่ได้มาฝึกต่อเลย ผมเสียดาย หมวดมานะ มาฝึกต่อ แล้วฐานตรงนี้ก็อยู่ติดกับพื้นที่ของผู้กองแคนเหมือนกัน เขาก็เดินมาโผล่แถวนี้แหละครับ บ้านกลาง และบ้านสายสุราษฏร์ ก็ไม่ไกล ประมาณ 3 กิโลก็ถึง ตอนมาใหม่ๆ ชาวบ้านเห็นก็มีตกใจ  บ้างก็ผงะ แล้วก็ซุบซิบๆ กัน เราก็ขำ เวลามานั่งคุยกันเขาก็บอก เออ หน้าเหมือนเนอะ ผมหล่อไม่สู้พี่เขาหรอกครับ แต่ก็จะพยายามรักษาชื่อเสียงของพลร่มให้คงอยู่ต่อไป"

เมื่อถูกอุปโลกน์ให้เป็นตัวแทนรุ่นพี่ แถมบวกภาษีพร้อมพระเดชพระคุณเท่าๆ กัน ย่อมต้องมองข้ามไปถึงความคาดหวังในอนาคตน่าจะประเดประดังเข้ามาแค่ไหน เขามองว่าถึงอย่างไร ตัวตนต้องชัดเจน 

"กดดันไหม... ไม่หรอกครับ ผมไม่ใช่แก ผมก็คือผม อีกอย่างผมก็ไม่ใช่คนเก่งอะไร แกเก่งกว่าผมเยอะ แนวทางมันอาจจะคล้ายกัน เพราะพี่เขาเป็นตัวอย่างที่ดี มันก็ควรจะเดินตาม ใครเห็นพี่แคนจะรู้ว่า พี่เขาเป็นคนที่สามารถจูงใจคนรอบข้างให้มาทำงานด้วยอย่างมีความสุข"

เชื่อมโยงกับการทำงานในพื้นที่ เขาคิดว่ามันก็คืองานส่วนน้อยที่คนส่วนใหญ่ไม่เลือก สิ่งที่ตั้งใจมีแค่ทำวันนี้ให้ดีที่สุด เมื่อย้อนกลับมานึกถึงแล้วจะได้ไม่เสียใจกับวันเวลาที่ผ่านไป

"เราไม่ค่อยได้คาดหวังกับอนาคตเท่าไหร่ คือ ทำทุกวัน มีความสุขกับทุกวัน ทำให้มันเต็มที่ ไม่ใช่ อายุ 60 แล้วมานั่งเสียดายเมื่อมองย้อนหลังว่าใช้ไม่คุ้มค่า ไม่ได้ทำอะไรดีๆ ยศอาจจะไม่ต้องใหญ่ก็ได้ แต่เรามองกลับมา โห ลูกน้องรักเราเพียบเลย ชาวบ้านแฮปปี้กับเรา ยศถาบ้านช่องเอาไปไม่ได้หรอกครับ คนเรา สุดท้ายมันก็เหลือแค่ กว้างศอก ยาววา อย่างพี่แคน จะเลือกที่ดีๆ สบายๆ ก็ได้ แต่แกเลือกที่นี่ พอแกเสียปุ๊ป กระแสของแกปลุกให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่ในพื้นที่ ได้รับการเหลียวแล ซึ่งคนข้างบน ต่อให้ยศพลเอกก็ยังทำไม่ได้เลย"

นั่นยังหมายถึงความเข้าใจของกระแส 'ผู้กองแคน-หมวดตี้ (ร.ต.ต.กฤตติกุล บุญลือ)' ที่โหมกระพือมาชั่วคราวแล้วก็ดับหมอดไปตามธรรมชาติมนุษย์ อย่างไรก็ตามสิ่งที่เกิดขึ้นในความรู้สึกของเขาก็คือเรื่องความทุ่มเทของเจ้าหน้าที่รัฐที่ยังมีคนดีๆ ยังมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นในพื้นที่อีกมากมาย


"ภาพ 3 จังหวัดที่ออกสู่สายตาประชาชนเป็นแค่ด้านเดียว เพราะสื่อก็สื่อเฉพาะด้านที่น่ากลัว ให้ข่าวดูหวือหวา ส่วนหนึ่งที่น่ากลัวก็คือ มันไม่ปกติ ถ้าพูดกันตามตรง แต่ก็ไม่ถึงขนาดที่อยู่ไม่ได้ ไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้น กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบก็เป็นแค่ส่วนน้อยของประชากรทั้งหมด ส่วนน้อยของมุสลิม มุสลิมไม่ใช่โจร มุสลิมดีๆ มีมาก คนใต้ไม่ได้น่ากลัว พื้นฐานจิตใจก็ค่อนข้างดี" เขายืนยัน

เคยคิดถึงวันที่เราพลาดไหม

"ไม่คิดเลย แต่ถ้าพลาดก็พลาด ไม่เสียดาย ถ้าจะเสียดายอยู่ก็คงเสียดายปัจจุบันที่มัวแต่กลัวอยู่แล้วไม่ได้ทำอะไรเลย วันนี้ที่ทำอยู่ทุกวัน ผมมีความสุขอยู่ตรงนี้ ผมแฮปปี้ ใช้ชีวิตคุ้มค่า ใช้ชีวิตแฮปปี้แล้ว เกิดอะไรขึ้นวันข้างหน้าผมไม่เสียใจกับสิ่งที่ผ่านมา มันเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนต้องเจอนะผมว่า คนจะตายอยู่ที่ไหนมันก็ตาย คนไม่ตายอยู่ที่ไหนก็ไม่ตาย" 

น้ำเสียงและสายตาของเขาหมายความอย่างนั้น ไม่ใช่เพราะยังไม่เคยเจอกับตัวเลยกล้าพูด แต่ถ้าเจ้าหน้าที่รัฐเกิดฝ่อตั้งแต่ไก่โห่ ก็คงแพ้ตั้งแต่อยู่ในมุ้ง 

"เรายังไม่เคยปะทะ ถึงจะเป็นพื้นที่เสี่ยง แต่ก็ยังไม่เคยถูกซุ่ม หรือปะทะ เพราะว่า เราไม่ประมาท แต่ปะทะก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องไปตามหา (ยิ้ม) ให้เขามาหา ปะทะก็ปะทะครับ ไม่ซีเรียส ถ้าโดนนัดแรกก็ถือว่ายอม แต่ถ้านัดแรกพลาดผมขอสวน ก็คิดอยู่แค่นั้น ผมเลยไม่กลัว  มีอะไรก็ขอให้มีเถอะ เราจะสู้ได้เต็มที่ ถ้าเรากลัวซะแล้ว ชาวบ้านมือเปล่าๆ ไม่ติดอาวุธเขาจะอยู่ได้ยังไง"

ที่สุดแล้วสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมันจะไปสิ้นสุดลงตรงไหนหมวดปิ่นยอมรับว่าเป็นคำถามที่ยังไม่มีคำตอบอยู่เหมือนกัน 

"เราคาดการณ์ไม่ได้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง แค่เรารู้ว่าปัจจุบันเราทำอย่างนี้ ถ้าสุดท้ายมันจะเป็นรัฐแยกขึ้นมา เอา เป็นก็เป็น จุดมุ่งหมายที่เราทำคือเรื่องความสงบสุขมากกว่า"

 

 ข้อมูลจากกรุงเทพธุรกิจ และกระปุก

 

แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ตัวเขาเชื่อว่า เจ้าหน้าที่จากหลายๆ ฝ่ายที่ยังทำงานอยู่ในพื้นที่นั้น จะไม่มีวันทอดทิ้งประชาชนอย่างเด็ดขาด




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด

จำนวน 52 ความเห็น, หน้า | 1 | 2 | 3 |
ความเห็น 33 24 เม.ย. 2551 (04:52)
เราอยากเกิดมาเป็นตำรวจ

ถูกเขาสวดเขาด่าว่ากันขรม

เราอยู่อย่างหน้าชื่นแต่อกตรม

อยากจะสมน้ำหน้าเราบ้าเอง

เราอุตส่าห์บากบั่นขยันฝึก

ทั้งเช้าสายบ่ายดึกฝึกจนเก่ง

เราฝึกภาคดินน้ำฟ้าไม่นึกเกรง

เพลงนักสู้เราบรรเลงในหัวใจ

เราสำเร็จจนมีดาวประดับบ่า

ทั้งกระบี่ปริญญาน่าสดใส

เรามีพระบรมราโชวาทประดับใจ

นายร้อยใหม่อย่าหลงใหลในศักดินา

เราจะเก็บกระบี่ปริญญาที่ได้รับ

แขวนประดับเอาไว้ที่ข้างฝา

เราขอตั้งจิตอธิษฐานสัตย์วาจา

จะพิทักษ์รักษ์ประชาเหนือชีพเรา



สู่สุขคตินะน้องรัก พี่โมทย์ 53 รักอาลัยน้องเสมอ
Little Sun
ร่วมแบ่งปัน1172 ครั้ง - ดาว 171 ดวง

ความเห็น 34 24 เม.ย. 2551 (04:53)
ถึงเพื่อนแคน



เรานี้เกิดมาเพื่อชาติราชบังลังค์

////จงฟังความแน่วแน่ของเราไว้

แม้นเราตายพวกเราอยู่สู้ต่อไป

อย่าได้ให้พวกจัญไรมายึดครอง



เรานี้คือสามพราน รุ่นห้าสี่

พวกเรามีเรื่องราวให้เล่าขาน

ชื่อของแคนยังอยู่อีกยาวนาน

เป็นตำนานผู้กล้า..เลือดทาดิน



อาลัยรักจากเพื่อน

กับความตั้งใจอันเด็ดเดี่ยวที่จะมารับใช้ชาติในฐานะพลร่ม

ทั้งที่รู้ว่ามันเสี่ยงและหนักหนาสักแค่ไหน



โดยเพื่อนปื๊ด



ข้อมูลจาก : www.pran54
Little Sun
ร่วมแบ่งปัน1172 ครั้ง - ดาว 171 ดวง

ความเห็น 35 24 เม.ย. 2551 (04:54)
พิธีพระราชทานเพลิงศพ ร.ต.อ.ธรนิศ ศรีสุข



สมเด็จพระราชินีทรงเสด็จด้วยพระองค์เอง



พระองค์ทรงพระกรรแสง



และทรงมีพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า



"จงเป็นผู้เสียสละ อย่าคาดหวังว่าเราจะได้อะไรบ้างจากหน่วยงานและประเทศชาติ แต่จงคิดเสมอว่าเราทำอะไรได้บ้างให้แก่หน่วยงานและประเทศชาติ"
Little Sun
ร่วมแบ่งปัน1172 ครั้ง - ดาว 171 ดวง

ความเห็น 36 24 เม.ย. 2551 (04:55)
ฮีโร่แคน..เกิดมาเพื่อเป็นนักรบ



นพ.ธราธิป ศรีสุข(ขิม) รศ.ทันตแพทย์หญิง นิธิภาวี ศรีสุข(แม่) ร.ต.อ.ธรนิศ ศรีสุข(แคน)

29 กันยายน ร.ต.อ.ธรนิศ ศรีสุข  หรือ"แคน"รองผบ.ร้อยรบพิเศษ 1 กก.1 กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ (ตชด.) ค่ายนเรศวร จ.เพชรบุรี ที่ไปรับภารกิจในการดูแลความปลอดภัยของเขื่อนบางลาง อ.บันนังสตา จ.ยะลา   ถูกคนร้ายซุ่มยิงขณะลาดตระเวณบนถนนสายสุราษฎร์-บ้านภักดี ต.เขื่อนบางลาง จนเสียชีวิต ขณะที่ผู้กองหนุ่มจากเมืองขอนแก่น มีอายุครบ 30 ปี วันที่ 28 กันยายน เพียงวันเดียว


         วงการสื่อ และวงการเพื่อนฝูงที่รู้จักมักคุ้น มีการพูดถึงผู้กองหนุ่มคนนี้ในมุมที่ชื่นชมอย่างกว้างขวาง ในหลากหลายแง่มุม โดยเฉพาะความความเป็น "ฮีโร่" ที่ฝังความ "บ้าบิ่น"คงเส้นคงวาติดตัวมาตลอด โดยเฉพาะเพื่อนๆกลุ่ม kkw.98 (ขอนแก่นวิทยายน) เขาคือฮีโร่แถวหน้าก็ว่าได้ แม้ว่าแทบทุกวัน "แคน" จะต้องเดินเข้าออกห้องฝ่ายปกครองเพื่อพบกับ "ป๋าวี" หรืออ.วีระพงษ์ อาจารย์หัวหน้าฝ่ายปกครองเป็นว่าเล่น แต่ในหลายครั้งกลับเป็นว่า แคน เข้าพบอาจารย์เพื่อนแอ่นอกรับบรรดาวีระกรรมของเพื่อนฝูงเสียนี่ แต่ความที่ถูกมองว่าเป็นคน "เกเร" แต่เมื่อ เรียน ม.5 เขาสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารได้อันดับ 1 เหล่าตำรวจ     


           ความกล้าบ้าบิ่น และมีความยึดมั่นถือมั่นในอุดมคติมาแต่เด็กจากการปลูกฝังของคนในตระเราล โดยเฉพาะคุณยายถนอมจิตต์ แก้วเสนา ที่ต้องรับเลี้ยงดูหลานสมัยยังเด็ก ที่ทั้งพ่อ และแม่ของแคน และขืม น้องชาย ต้องไปเรียนต่อที่แคนาดาหลายปี กลายเป็นเบ้าหลอมให้ผู้กองแคนแกร่งกล้า บ้า บิ่น ได้อย่างน่าทึ่ง


........ปี2542 ที่คุณยายถนอมจิตต์ เสียชีวิต แคนยังเป็นนักเรียนนายร้อย และเขาได้สะท้อนรากคิดบางมุมในหนังสืออนุสรณ์ งานพระราชทานเพลิงศพ อาจารย์ถนอมจิตต์  แก้วเสนา วันที่ 4 เม.ย.2542 ที่ นรต.ธรนิศ เขียนถึงคุณยายบางตอนว่า...

....." คุณยายจำได้ไหมครับว่า คุณยายชอบเล่าเรื่องสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ และสมเด็จพระนเรศวรฯ เล่าเรื่องคุณทวดเป็นทหารที่ซื่อสัตย์และรักชาติ เล่าเรื่องคุณตาเป็นสรรพสามิตที่ไม่เคยโกงเงินคนแม้แต่บาทเดียว คุณยายปลูกฝังให้แคนกับขิมให้รักชาติ เป็นคนซื่อสัตย์ และภูมิใจในความเป็นไทย...

...แคนยังจำได้เลยตอนนั้นคุณยายให้พี่เลี้ยงพวกเราไปซื้อเทปคาราบาวมาฟัง และเคนกับขิมก็เคยทะเลาะกับคุณพ่อ คุณแม่เพราะไม่ยอมไปแคนาดา(เพราะคุณยายทำให้เรารักชาติเกินไป) ตอนที่คุณยายไปแคนาดา คุณยายยังบอกเลยว่าเมืองสวยดี น่าอยู่ มีระเบียบ แต่ยังไงก็สู้เมืองไทยไม่ได้...."

..และเขาก็ทำหน้าที่อย่างที่อย่างซื่อสัตย์กับอุดมคติที่ฝังลึกในตัวตนของเขาจนถึงวินาทีสุดท้าย..น่าเสียดายที่สังคมต้องสูญเสียคนเช่นนี้ ก่อนเวลาอันควร...

Little Sun
ร่วมแบ่งปัน1172 ครั้ง - ดาว 171 ดวง

ความเห็น 37 24 เม.ย. 2551 (04:57)

































Little Sun
ร่วมแบ่งปัน1172 ครั้ง - ดาว 171 ดวง

ความเห็น 38 24 เม.ย. 2551 (04:58)
ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 12 ตุลาคม 2550 คอลัมน์ส่องตำรวจ

ฉบับที่ 18161 วันศุกร์ ที่ 12 ตุลาคม 2550



แด่ตำรวจผู้กล้า

เหตุการณ์ระเบิดริมกำแพงกองบัญชาการกองทัพบก ถนนราชดำเนินนอก

ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งของใคร จะเย้ยคนมาใหม่ หรือหยันคนจากไปก็ตามแต่...

ที่แน่ๆ ด.ต.จิรเดช อัตตพงษ์ เจ้าหน้าที่งานตรวจพิสูจน์และเก็บเรา้วัตถุระเบิด บก.ตปพ. (191) ต้องเสียข้อมือขวา เป็นผู้พิการไปตลอดชีวิต

และก่อนหน้านี้แค่วันเดียว วันที่ 29 ก.ย.50

ร.ต.อ.ธรณิศ ศรีสุข นรต.54 รอง ผบ.ร้อย รบพิเศษ 1 กก.1 บก.สสอ.ตชด.ค่ายนเรศวร ถูกโจรใต้ลอบยิงเสียชีวิตที่เนินเนาวรัตน์ เส้นทางเขื่อนบางลาง อ.บันนังสตา จ.ยะลา ต้องสละชีพเป็นชาติพลีอีกคน

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จฯไปในงานพระราชทานเพลิงศพ ร.ต.อ.ธรณิศ ที่บ้านเกิด จ.ขอนแก่น นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ยังความปลาบปลื้มแก่ครอบครัว ญาติพี่น้อง เหล่านักเรียนนายร้อยตำรวจ ตำรวจตระเวนชายแดน ยิ่งนัก

มีคำไว้อาลัยที่เพื่อนเขาเขียนไว้ในเว็บไซต์ “สามพราน 54” ซึ่งเป็นรุ่นของ ร.ต.อ.ธรณิศ (ชื่อเล่น “แคน”) ผู้กล้า ทำให้เห็นตัวตนเขาชัดเจน...

“ถึงเพื่อนแคน”

เรานี้เกิดมาเพื่อชาติราชบังลังค์ ////จงฟังความแน่วแน่ของเราไว้

แม้นเราตายพวกเราอยู่สู้ต่อไป อย่าได้ให้พวกจัญไรมายึดครอง

เรานี้คือสามพราน รุ่นห้าสี่ พวกเรามีเรื่องราวให้เล่าขาน

ชื่อของ “แคน” ยังอยู่อีกยาวนาน เป็นตำนานผู้กล้า...เลือดทาดิน

“อาลัยรักจากเพื่อน กับความตั้งใจอันเด็ดเดี่ยวที่จะมารับใช้ชาติในฐานะพลร่ม ทั้งที่รู้ว่ามันเสี่ยงและหนักหนาสักแค่ไหน...”

ร.ต.อ.ธรณิศ เป็นนายตำรวจหนุ่มวัยเพียง 28 ปี ผู้เพรียบพร้อมไปทุกสิ่ง ไม่ว่าจะฐานะทางครอบครัว และความรู้ เรียนจบเป็นที่ 1 ของรุ่น มีสิทธิ์เลือกโรงพักดีๆ ที่ไหนก็ได้ แต่กลับสมัครใจเลือกลง “ตำรวจป่า” เป็นสมาชิก “พลร่มนเรศวร”

ด้วยคติประจำใจ “ราชการสนามอยู่เหนือสิ่งอื่นใด” สุดท้ายถูกโจรใต้ลอบยิงเสียชีวิต ตามคำขวัญของต้นสังกัดที่เขาเลือก “ตายในสนามรบ เป็นเกียรติของพลร่ม ค่ายนเรศวร”

ขอปวงชนทั้งหลายจงเชื่อเถอะว่า ตำรวจดีๆ ที่ตั้งใจทำงานเพื่อชาติด้วยอุดมการณ์อย่างแน่วแน่ มีอยู่จริงๆ

แต่คงต้องรอให้ตายหรือพิการเสียก่อน ถึงจะได้รับรู้ความจริงอันขมขื่นนี้

พรุ่งนี้ 13 ตุลา “วันตำรวจ” แด่ผู้กล้าครับ.

Little Sun
ร่วมแบ่งปัน1172 ครั้ง - ดาว 171 ดวง

ความเห็น 39 24 เม.ย. 2551 (04:59)












....น้ำตาใต้ก็ตก

...ทุกครั้งที่สายเลือดเด็กไทยต่างถิ่น

...มาจบชีวินที่นี่

...เสียใจยิ่งกว่าเสียใจ

...เราก็สูญสิ้นทุกวันไม่แพ้กัน

...เหลือแต่  "ด้านชา" 

...กับน้ำตาตกใน

...ให้เพื่อนร่วมชาติจากต่างภาคและพวกเราเอง










Little Sun
ร่วมแบ่งปัน1172 ครั้ง - ดาว 171 ดวง

ความเห็น 40 24 เม.ย. 2551 (05:03)
87783

คนดีๆไม่น่าจากไปเพราะฝีมือโจรใต้เลยนะคะ


Little Sun
ร่วมแบ่งปัน1172 ครั้ง - ดาว 171 ดวง

ความเห็น 41 24 เม.ย. 2551 (05:07)












พลีชีพป้องปฐพี แด่...“ผู้กองแคน” นักรบนเรศวร!

               จารบุรุษ
       
       
       “เรานี้เกิดมาเพื่อชาติราชบังลังก์
       ////จงฟังความแน่วแน่ของเราไว้
       แม้นเราตายพวกเราอยู่สู้ต่อไป
       อย่าได้ให้พวกจัญไรมายึดครอง
       
       เรานี้คือสามพราน รุ่นห้าสี่
       พวกเรามีเรื่องราวให้เล่าขาน
       ชื่อของแคนยังอยู่อีกยาวนาน
       เป็นตำนานผู้กล้า..เลือดทาดิน”
       
       บทประพันธ์บทนี้ เป็นบทประพันธ์บทหนึ่งของเพื่อน นรต.54 แสดงความไว้อาลัยต่อการจากไปของ ร.ต.อ.ธรณิศ ศรีสุข อายุ 28 ปี รอง ผบ.ร้อย รบพิเศษ 1 (รพศ.1) กก.1 กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ (ตชด.) ค่ายนเรศวร จ.เพชรบุรี ซึ่งเสียชีวิตเมื่อเช้าวันที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา จากเหตุการปะทะกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่บริเวณเนินเนาวรัตน์หรือเนิน 9 ศพ ระหว่างบ้านสายสุราษฎร์-บ้านภักดี หมู่ที่ 3 ต.เขื่อนบางลาง อ.บันนังสตา จ.ยะลา ซึ่งขณะเกิดเหตุ ร.ต.อ.ธรณิศ เป็นหัวหน้าชุดนำกำลัง 12 นายออกลาดตระเวนดูแลความปลอดภัยตามปกติ เมื่อลาดตระเวนมาถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายไม่น้อยกว่า 20 คน ซุ่มอยู่บนเนินสูงใช้อาวุธสงครามทั้งอาก้า เอ็ม 16 และลูกซองกราดยิงใส่จนเกิดการปะทะกันดุเดือดนานกว่า 20 นาที และคนร้ายได้อาศัยความชำนาญในพื้นที่และป่าทึบหลบหนีไป หลังเสียงปืนสงบ เมื่อเข้าตรวจเคลียร์พื้นที่ พบว่า ร.ต.อ.ธรณิศ ถูกยิงเสียชีวิตแล้ว
       
       วีรกรรมของ ร.ต.อ.ธรณิศ หรือ “ผู้กองแคน” ใช่จะเป็นที่จดจำของเหล่าเพื่อน นรต.54 เท่านั้น แต่จะเป็นวีรกรรมที่ตำรวจทั้งหมด รวมทั้งประชาชนชาวไทย จะต้องจารึกไว้ในความทรงจำตลอดไป ทำไมจึงต้องเป็นเช่นนั้น ลองมาดูความเสียสละและความตั้งใจอันเด็ดเดี่ยวและมุ่งมั่นที่จะมารับใช้ชาติของชายที่ชื่อ “ธรณิศ” จากพ้องเพื่อนของเขาดู
       
       ร.ต.อ.วุฒิเทพ เพ็ญแสง เพื่อนร่วมรุ่น นรต.54 ของผู้กองแคน เขียนไว้อาลัยให้กับเพื่อนในหัวข้อ “ความรู้สึกสุดท้ายที่ไม่มีวันกลับ” ไว้ว่า
       
       “เพื่อนแคน ... สมัยเรียน ร.ร.นายร้อย ภาพที่เห็นเพื่อนแคนและจดจำได้ว่า ทุกๆ เย็น หลังจากฝึกหรือวันไหนไม่มีฝึก ให้ออกกำลังกายส่วนตัว จะเห็นแคนวิ่ง ...ออกกำลังกายส่วนตัวทุกวันที่มีเ วลา และ ก็จะจดจำท่าทางของแคนได้ว่า เวลาเดินตัวจะโยกๆ หน่อยๆ ตามสไตล์ ตัวแขนจะล่ำๆ และกางเล็กน้อย เพราะว่าติดกล้าม เมื่อจบออกมาจาก ร.ร. พวกเราทุกคนต่างเลือกที่จะใช้ชีวิตของตัวเอง แคน ...เป็นคนหนึ่งซึ่งเคยได้ยินว่า “เราจะลง สอ.” (กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ ตชด.ค่ายนเรศวร จ.เพชรบุรี) ... คืองงมาก และทึ่งกับเพื่อนคนนี้จริงๆ และแล้วความฝันของเพื่อนก็เป็นตามฝัน เพื่อนแคน ...เลือกลง สอ. ทั้งที่คะแนนสามารถเลือกลงที่ไหนก็ได้ แต่ .. แคน .. ทำตามฝันของตัวเอง สอ. .. หลังจากจบมาเป็นเวลาหลายปีแล้วต่างคนต่างก็มีหน้าที่รับผิดชอบของตนเอง แต่ก็จะได้ยินเรื่องของเพื่อนๆ ทุกคน เมื่อเวลาบรรดาเพื่อนมารวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ แคน ..ได้ลงไปทำงานที่ใต้ร่วมปี ได้ผ่านหลักสูตรรีคอน ซึ่งถือว่าเป็นหลักสูตรที่สุดยอดหลักสูตรหนึ่ง และ อีกมากมาย ทำให้เชื่อมั่นอยู่อย่างหนึ่งว่าชุดลาดตระเวนของแคนนั้นเป็นชุด ที่ผีมือและสุดยอดชุดหนึ่ง แต่แล้ววันที่ไม่อยากจะคิดว่ามันจะเกิดขึ้นก็มาถึง แคน ..ผู้เป็นนักรบผู้กล้า .. เดินนำหน้าลูกน้องออกลาดตระเวนขึ้นไปบนเนิน ..พวกมันดักซุ่มอยู่ แคนได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างสมเกียรติแล้ว ตราบจนวินาทีสุดท้าย แคนเสียสละเพื่อชาติอย่างแท้จริง สุดยอดจริงๆ .. เพื่อนแคน นักรบแห่งค่ายนเรศวร .... ขอให้วิญญาณแคนไปสู่สุคติ และรับรู้ว่าพวกเราทุกคนคิดถึงแคนและจะจดจำเพื่อนไว้ตลอดไป .. ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวศรีสุข ทั้งคุณพ่อแคน น้องนัตตี้ และทุกๆ คน .. แคนคือวีรบุรุษในใจเราตลอดไป นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 54 รักเพื่อน”
       
       ได้ฟังมาอย่างนี้ว่า เมื่อครั้งที่ “ผู้กองแคน” ยังคงเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจชั้นปีสุดท้าย ซึ่งใกล้จะจบหลักสูตรออกไปรับใช้ชาติในตำแหน่ง “ร.ต.ต.” นั้น นรต.ส่วนใหญ่ ที่สอบได้คะแนนดีอันดับต้นๆ นั้นต่างเลือกลงพื้นที่ปฏิบัติงาน หรือบรรจุลงในพื้นที่ ที่เรียกกันว่า “ทำเลทอง” อย่าง บช.น. บก.ป. บก.ทล. บก.ปศท. หรือตามหัวเมืองใหญ่ๆ แม้ “ผู้กองแคน” จะมีสิทธิ์เลือกลงบรรจุพื้นที่ทำเลทองก่อนคนอื่น ทว่า เขากลับไม่ได้คิดใฝ่ฝันอย่างที่ว่า กลับเลือกลง สอ. (กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ) สังกัด บช.ตชด. ที่ดูเหมือนว่าเป็นหน่วยงานที่ไร้ผลประโยชน์สิ้นดี ตรงกันข้าม กลับต้องอยู่กับ “ความเสี่ยง” เสี่ยงทั้งชีวิตและการบาดเจ็บ ซึ่งในที่สุด “ผู้กองแคน” ก็ได้มอบร่างกายและชีวิตเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทยไว้แล้ว
       
       ยังคงมีวีรกรรมของตำรวจอีกหลายนายในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่บ้างต้องเสียชีวิต บ้างต้องบาดเจ็บให้เห็นอยู่จนชินตา รวมทั้งเหตุการณ์ล่าสุดที่เพิ่งเกิดขึ้นในเมืองหลวง กับเหตุระเบิดหน้าโรงเรียนแผนที่ทหาร ข้าง บก.ทบ. โดย ด.ต.จีรเดช อัตตพงษ์ เจ้าหน้าที่กลุ่มงานเก็บเรา้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บก.ตปพ. ในฐานะหัวหน้าชุดที่ไปเก็บเรา้ ทว่าระเบิดเกิดทำงาน ทำให้ ด.ต.จีรเดช ต้องสูญเสียข้อมือขวาไป รวมทั้ง ส.ต.ท.พิทยาธร สุนทรชื่น ตำรวจสังกัดเดียวกัน ที่ได้รับบาดเจ็บเยื่อแก้วหูทะลุจากแรงอัดระเบิดดังกล่าวด้วย
       
       หวังเป็นอย่างยิ่งว่า บรรดาตำรวจที่เสวยสุขอยู่ในพื้นที่ “ทำเลทอง” จะมีความรู้สึก “รับรู้” ถึงความเสียสละที่ยิ่งใหญ่ของตำรวจที่ต้องเสี่ยงชีวิตเหล่านี้ ไม่ต้องถึงกับลงทุนขันอาสาไปอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้หรอก แค่ดำรงตนเป็น “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” อย่างแท้จริง เพียงแค่นี้ ความเชื่อมั่นและศรัทธาของประชาชนที่มีต่อตำรวจ ก็จะกลับคืนมาอย่างเปี่ยมล้น สมกับที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผบ.ตร. ให้คำมั่นสัญญาไว้ว่า “จะนำพาสู่ความเป็นตำรวจที่ดี” ได้สมความตั้งใจ

Little Sun
ร่วมแบ่งปัน1172 ครั้ง - ดาว 171 ดวง

ความเห็น 42 24 เม.ย. 2551 (05:10)

นี่เป็นเว็บไซต์ของผู้กองเคนนะคะ



http://www.thoranitsrisuk.org/main.php



อีกอันเป็นเว็บตำรวจค่ะมีข้อมูลอีกเยอะค่ะ



http://www.thoranitsrisuk.org/main.php



อ่านแล้วได้แต่รู้สึกเยใจและเสียดายค่ะ


Little Sun
ร่วมแบ่งปัน1172 ครั้ง - ดาว 171 ดวง

ความเห็น 43 24 เม.ย. 2551 (05:15)

ขอลงรูปอีกสักหน่อยนะคะ

















เพศ: ชาย
กระทู้: 1522




www.policecadet49.com


เว็บไซต์












Re: ขอร่วมไว้อาลัยแด่ ... วีระบุรุษ

« ตอบ #99 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2008, 19:50:07 »












Little Sun
ร่วมแบ่งปัน1172 ครั้ง - ดาว 171 ดวง

ความเห็น 45 15 พ.ค. 2551 (09:10)

ตั้งแต่เขียนมายังไม่มีใครลงความเห็นเลยนะคะเนี่ย



ติชม แนะนำว่ามาเถอะค่ะ จะได้นำมาปรับปรุง


Little Sun
ร่วมแบ่งปัน1172 ครั้ง - ดาว 171 ดวง

ความเห็น 46 28 มิ.ย. 2551 (02:02)
99276

นี่เป็นฝีมือการถ่ายภาพจองหมวดตี้ค่ะ ขอเอาคำพูดของหมวดตี้มาบรรยายภาพนี้นะคะ



ขอให้โลกสันติสุข



 


Little Sun
ร่วมแบ่งปัน1172 ครั้ง - ดาว 171 ดวง

ความเห็น 47 28 มิ.ย. 2551 (02:17)

รูปหมวดตี้ถ่ายหลังจากบุกจับยาบ้าใช้เวลาล้อมจับ 9ชั่วโมง เมื่อเดือนตุลาคม 2549



Behind the scene




* ผบ.เหตุการณ์ครับ "หงส์1" หน้าตาเตรียดหน่อยครับ ตอนนั้นเอาจริงเอาจัง
( ขอพับแขนเพื่อความเท่หน่อย เหมือน ตชด. เรยกุ )



 


Little Sun
ร่วมแบ่งปัน1172 ครั้ง - ดาว 171 ดวง

ความเห็น 48 28 มิ.ย. 2551 (02:39)



โอ้ว.... รูปที่ภูมิใจมั่ก ๆ
คือแบบ ตั้งแต่รับกระบี่ ก็ยังไม่ได้กลับมาบ้านเลย
ยังไม่เคยได้เห็นรูปตัวเองตอนรับพระราชทานฯ



ซึ้ง+ดีใจ ที่มีวันนั้น
รูปประวัติศาสตร์ของชีวิตเลยอะ ปลื้มมม



 



ขอพระองค์ทรงพระเจริญ....



 



 


Little Sun
ร่วมแบ่งปัน1172 ครั้ง - ดาว 171 ดวง

ความเห็น 49 28 มิ.ย. 2551 (02:41)
ความเห็นที่48 เอามาจากไดอารี่ของหมวดตี้ค่ะ
Little Sun
ร่วมแบ่งปัน1172 ครั้ง - ดาว 171 ดวง

ความเห็น 50 28 มิ.ย. 2551 (10:58)

สันติภาพอยู่ที่ใด           ไกลเกินไหมหากฉันจะเรียกหา



นั่งเฝ้าทุกเวลา              ไกลเกินหากันไหมสงสัยเอย


jumo
ร่วมแบ่งปัน3680 ครั้ง - ดาว 351 ดวง

ความเห็น 59 8 พ.ค. 2552 (09:48)

จะว่าไปก็ยังมีอยู่จ้า พี่ก็ตามข่าวเรื่อยๆ อยากให้มีความสันติเกิดขึ้นโดยเร็วพลัน


Little Sun
ร่วมแบ่งปัน1172 ครั้ง - ดาว 171 ดวง

ความเห็น 60 12 ก.ย. 2552 (11:54)

สันติสุขจงเกิดแก่ภาคใต้โดยพลัน


นัตตี้
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็น 61 26 ธ.ค. 2552 (09:24)

ดีใจที่ชาติไทย  ไม่ไร้คนดี ให้เป็นแบบอย่างแห่งความเป็นคน  ที่มีเกียรติในชีวิต


คงจะไม่มีใครลืมนายตำรวจผู้เป็นที่รัก  และเสียสละยิ่งคนนี้ และ วีระบุรุษทุกชีวิต


            YOU ARE THE  HERO....FORVER


AMsayhi
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 50 ดวง






Little Sun
(วิภา คำพุก)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 13,894 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 12 ปี
แบ่งปันความรู้ 1,172 ครั้ง
ได้รับดาว 171 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

Blog อื่น ๆ ของผู้เขียน