การบริหารการเงินการคลังภาครัฐด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ | วิชาการ.คอม


การบริหารการเงินการคลังภาครัฐด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์

สารบัญ

ความรับผิดชอบในการควบคุมระบบ GFMIS

ความรับผิดชอบในการควบคุมระบบ GFMIS

1. สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง โดยศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารทำหน้าที่• กำกับดูแลระบบบริหารการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ (GFMIS) ในส่วนของ Hardware และ Software • ให้บริการและสนับสนุนทางด้านข้อมูล เทคนิค และโปรแกรมระบบงานแก่หน่วยงานภาครัฐในการจัดทำรายงานมาตรฐาน รายงานการเบิกจ่าย การจัดทำงบการเงินของส่วนราชการและของประเทศ • พัฒนาระบบบริหารการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ (GFMIS) และระบบเชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานภายนอก เพื่อให้รัฐบาลมีข้อมูลการเงินการคลังในภาพรวมของประเทศ • พัฒนาขีดความสามารถทางด้านเทคโนโลยีของระบบบริหารการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ (GFMIS) ให้ทันสมัย โดยให้สามารถประมวลผลได้แบบ Online Real Time และสามารถประเมินผลได้แบบหลายมิติ รวมถึงเพิ่มเติม ปรับปรุง และขยายขอบข่ายงานให้สอดคล้องกับความต้องการของส่วนราชการตามที่ได้รับความเห็นชอบจากกรมบัญชีกลาง • ตรวจสอบดูแลอุปกรณ์ด้าน Network และ Server ตลอดจนระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อให้ระบบสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2.  กรมบัญชีกลาง ทำหน้าที่• กำกับดูแลและออกแบบระบบบริหารการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ (GFMIS) ให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและหน่วยงานกลางที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งติดตามประเมินผลการใช้งานและปรับปรุงกระบวนการทำงานของระบบ GFMIS• เป็นที่ปรึกษาและศูนย์กลางในการถ่ายทอดความรู้และให้คำแนะนำแก่หน่วยงานต่างๆ ทั้งทางด้านนโยบายและระเบียบปฏิบัติในส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบบริหารการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนเป็นศูนย์ข้อมูลด้านบุคลากรผู้ใช้งานในระบบ เพื่อเป็นข้อมูลในการปรับปรุงหลักสูตรการฝึกอบรม• ควบคุมดูแล แก้ไข ปรับปรุงระบบงาน GFMIS ตลอดจนประสานงานกับหน่วยงานภายในและภายนอก เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาขัดข้องในการปฏิบัติงานตามระบบ GFMIS ของหน่วยงานภาครัฐ• ดำเนินการเกี่ยวกับการกำหนดสิทธิของบัตร การออกบัตร ตลอดจนกำหนดสิทธิของส่วนราชการและหน่วยงานภาครัฐในการเข้าถึงระบบ GFMIS

ผลที่ได้จากการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ภายในหน่วยงานภาครัฐ

เทคโนโลยีสารสนเทศมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จึงต้องมีการปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงโดยการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการบริหารประเทศให้เกิดประโยชน์มากที่สุดเพื่อใช้เป็นเครื่องมือช่วยอำนวยความสะดวก ในการพัฒนาระบบการบริหารการเงินการคลังภาครัฐให้สามารถเบิกจ่ายเงินได้รวดเร็วขึ้น

จากการปรับเปลี่ยนวิธีการปฏิบัติงานมาใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ (GFMIS) เป็นการลดภาระในการปฏิบัติงานของส่วนราชการ เนื่องจากระบบสามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากระบบย่อยต่าง ๆ นำมาประมวลผลจัดทำรายงานในรูปแบบที่ต้องการแทนการจัดทำรายงานด้วยมือเพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ในการยกระดับการบริหารงานด้านการคลังภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล คุ้มค่า มีข้อมูลที่ถูกต้องรวดเร็วทันการณ์ และมีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น เป็นเครื่องมือในการจัดสรรทรัพยากรให้สอดคล้องกับนโยบายและยุทธศาสตร์ ในการพัฒนาประเทศอย่างเหมาะสม

เพื่อตอบสนองการบริหารงานสำหรับหน่วยงานของภาครัฐได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูง ส่งเสริมหน่วยงานภาครัฐให้มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการดำเนินงานอันนำไปสู่การเป็น E-government และเป็นศูนย์กลางส่งเสริมให้เกิดระบบการเชื่อมโยงข่าวสารระหว่างภาครัฐและประชาชน

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการของภาครัฐ ปรับปรุงการให้บริการแก่ประชาชน บริการข้อมูลและสารสนเทศ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ทำให้ประชาชนได้รับการบริการจากภาครัฐที่ดีขึ้น มีความใกล้ชิดกับภาครัฐมากขึ้น อีกทั้งทำให้ประเทศมีความสามารถในการแข่งขันกับนานาประเทศได้ดีขึ้นด้วย

เพื่อให้เกิดการวางแผนการดำเนินการระยะยาว อีกทั้งยังทำให้วิถีการตัดสินใจ หรือเลือกทางเลือกได้ละเอียดมากยิ่งขึ้น มีระบบเพื่อรองรับการบริหารต้นทุน โดยเฉพาะต้นทุนกิจกรรม เพื่อประเมินผลสำเร็จของผลผลิต และผลลัพธ์ ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ติดตามสถานะ การเบิกจ่ายเงินงบประมาณของแต่ละส่วนราชการในระบบได้

แหล่งอ้างอิง

เอกสารจากการประชุมชี้แจง โครงการฝึกอบรมระบบ GFMIS http://www.gfmis.go.th/                                                                                                                    http://www.navy.mi.th/audit/gfmis/GFMIS01.pdf           http://klang.cgd.go.th/brm/GFMIS.htm                 http://www.cgd.go.th/uploadfile/doc/899_doc.doc

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา